[NEW] กสิกรไทยแนะ 7 กลยุทธ์ลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอ มองหุ้น Cyclical-Infrastructure และ Private Asset น่าสนใจ – THE STANDARD | ภาวะตลาดหุ้นไทย – POLLICELEE

ภาวะตลาดหุ้นไทย: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ ‘BACK TO GROWTH AS WE KNOW IT?’ ว่า KBank Private Banking และ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจไพรเวตแบงก์จากสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงมีมุมมองบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอีกหลายไตรมาสและหลายปีต่อจากนี้ แม้ว่านักลงทุนยังมีความกังวลจากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว แต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น (Stagflation) จาก 7 เหตุผลสนับสนุนหลัก ได้แก่

 

  1. เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มก่อนโควิด อัตราการเติบโตกลับสู่ระดับปกติ วัฏจักรกลับสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของการฟื้นตัวที่จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวอย่างเร็วและแรงย่อมตามด้วยการเติบโตในอัตราที่ชะลอเพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ

 

  1. จุดสูงสุดของโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยสายพันธุ์เดลตากระทบจีนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากกว่า ในขณะที่สหรัฐฯ ที่มีการฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลง ก็ได้รับผลกระทบในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการจ้างงานในกลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม ที่ก่อนหน้านี้ที่อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนตำแหน่งต่อเดือน แต่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเหลือ 0 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าโลกเรากำลังเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ต่อจากนี้ 

 

  1. พื้นฐานภาคธุรกิจแข็งแกร่ง กำไรสูงกว่าคาด บริษัทมีความสามารถในการลงทุน จ้างงาน ในขณะที่มีความต้องการใช้จ่ายรออยู่ กำไรของบริษัทในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับในยุโรปและบางประเทศในเอเชีย แน่นอนว่าการที่บริษัทมีกำไรสูงจะช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานให้แข็งแกร่ง ค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่ปรับสูงขึ้น นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทมีกำไรสูงก็อาจจะนำไปสู่การลงทุนที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ภาคการบริโภคยังได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่อั้นไว้ (Pent-up Demand) โดยการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนโควิด และต่อจากนี้จะเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเป็นการใช้จ่ายด้านบริการแทน

 

  1. นโยบายการคลังขนานใหญ่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ อาจจะใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาเสร็จสิ้น แต่ด้วยมูลค่าแผนการลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราจะเห็นการกระตุ้นจากภาครัฐฯ ในลักษณะเดียวกันนี้ในญี่ปุ่น ภายใต้นายกฯ คนใหม่ และยุโรป ภายใต้รัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่หลังการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเราจะเห็นการลงทุนของรัฐบาลทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาสต่อจากนี้

 

  1. ความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลง สาเหตุที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มาจากปัจจัยชั่วคราว และเป็นผลมาจากฐานต่ำในช่วงวิกฤตปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ เงินเฟ้อก็ไม่เกิดขึ้นในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากยอดปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงการกู้ยืมเงินจากภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนไม่ได้เร่งตัวขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพระยะยาว หนุนจากตลาดแรงงาน ค่าจ้าง และค่าเช่าที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ จึงจะไม่กดดันธนาคารกลางให้รีบขึ้นดอกเบี้ย

 

  1. การปรับลดการสนับสนุน จากนโยบายการเงินจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีความยืดหยุ่น หากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลงหรือไม่เป็นไปตามคาด ธนาคารกลางยังมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนการลดการซื้อสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้ Lombard Odier คาดว่า Fed จะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ในปี 2022 และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยนโยบายการเงินที่จะยังไม่เข้มงวดอย่างรวดเร็วก็จะยังหนุนเศรษฐกิจต่อไปได้

 

  1. จีนมีศักยภาพด้านการเงินและการคลังเพียงพอในการใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง แม้ว่าในช่วงหลังจะมีประเด็นผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande และการออกมาตรการควบคุมบริษัทเอกชนของทางการจีนที่กดดันตลาด แต่ Lombard Odier เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ (Hard Landing) เนื่องจากทางการจีนยังมีเครื่องมืออีกมากที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจจีนชะลอลงแบบ ‘Soft Landing’ แทน

 

ด้าน ตรีพล ภูมิวสนะ Managing Director-Private Banking Business Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโตช้าลง เพื่อเข้าสู่การขยายตัวในระดับปกติ หลังจากฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ ธนาคารได้แนะนำ 7 กลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงนี้ไว้ ดังนี้  

 

  1. คงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาถูก (Value) และหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) ทาง Lombard Odier แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฏจักร และมีราคาถูก ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดี และแนวโน้มบอนด์ยีลด์ขาขึ้น จะช่วยหนุนหุ้น Cyclical และหุ้น Value ให้ไปได้ต่อ ซึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่จะได้ประโยชน์จากหุ้นกลุ่มนี้ คือ ยุโรป

 

  1. หุ้นยุโรปจะให้ผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิดปีที่แล้ว หุ้นยุโรปฟื้นตัวล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าหุ้นยุโรปจะยังปรับตัวขึ้นได้ต่อจากนี้ จาก 1. Sentiment หลังการเลือกตั้งในเยอรมนี ซึ่งจะสนับสนุนหุ้นยุโรปและค่าเงินยูโร แต่อาจมีการออกพันธบัตรเยอรมันเพิ่ม ซึ่งจะกดดันราคา ทั้งนี้ รัฐบาลผสมที่มีพรรค Greens อยู่ จะช่วยผลักดันการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 2. แผนการปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) ที่จะสร้างโอกาสการลงทุนมากมาย 

 

  1. ยังคงระมัดระวังในพันธบัตรรัฐบาล Lombard Odier คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดสินทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในเดือนธันวาคมนี้จนถึงมิถุนายน 2022 เราจึงมองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นสู่ระดับ 2.25% ในเดือนมิถุนายน 2022 จากระดับอ้างอิงตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ 1.69% และระดับปัจจุบันที่ 1.5%

 

  1. การลงทุนในจีนจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น จากประเด็นเรื่อง Evergrande หากเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกันสูญเสียเงินต้นทั้งหมดก็ตาม จากการประเมินของ Lombard Odier ภาคธนาคารจีนมีความแข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande ได้ กรณีฐาน เรามองว่ารัฐบาลจีนมีเครื่องมือเพียงพอที่จะช่วยพยุงบริษัทเพื่อไม่ให้ส่งกระทบในวงกว้าง และ Evergrande จะไม่ซ้ำรอยวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส โดยตราสารหนี้จีนทั้งพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนบริษัทที่มีความแข็งแกร่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยตราสารหนี้จีนให้ผลตอบแทนมากกว่าตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีอายุเท่ากันถึง 1.5% ถือว่าสูงมากในภาวะดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงค่าเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย 

 

  1. มองสินทรัพย์นอกตลาดในการเพิ่มเติมผลตอบแทนให้สูงขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกกับสภาพคล่องที่ต่ำ แต่ความท้าทายของสินทรัพย์ในตลาดจะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนได้หลายปี โดยเฉลี่ยระยะยาว หุ้นนอกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 2.7%

 

  1. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้ประโยชน์จากเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 นอกจากนั้น เม็ดเงินลงทุนเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนุนจากแผนการลงทุนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านราคาของโครงสร้างพื้นฐานยังขึ้นมาน้อยกว่าตลาดหุ้น ทำให้เราคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ในระยะข้างหน้า

 

  1. การลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นผลดีในระยะยาว จากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ฉบับล่าสุด เลขาธิการสหประชาชาติได้ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับมนุษยชาติ และการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ปลายปีนี้ จะมีการหารือประเด็นนี้เพิ่มเติม เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทที่สามารถปรับตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต เพราะความเสี่ยงของการไม่ปรับตัว นอกจากจะทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องด้วย

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

[Update] | ภาวะตลาดหุ้นไทย – POLLICELEE

ดัชนีหุ้นทั่วโลก

 

การปฏิเสธความรับผิด:

Fusion Media would like to remind you that the data contained in this website is not necessarily real-time nor accurate. All CFDs (stocks, indexes, futures) and Forex prices are not provided by exchanges but rather by market makers, and so prices may not be accurate and may differ from the actual market price, meaning prices are indicative and not appropriate for trading purposes. Therefore Fusion Media doesn`t bear any responsibility for any trading losses you might incur as a result of using this data.

Fusion Media or anyone involved with Fusion Media will not accept any liability for loss or damage as a result of reliance on the information including data, quotes, charts and buy/sell signals contained within this website. Please be fully informed regarding the risks and costs associated with trading the financial markets, it is one of the riskiest investment forms possible.


📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 10 พ.ย. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,630.47 จุด (1.22 จุด/0.07%) มูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่นลบ. SET ย่อพักตัวตามตลาดภูมิภาค แรงขายมาจากกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก การเงิน แรงซื้อมาจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดยังมีความผันผวนตามการรายงานงบฯ 3Q64 ขณะที่การประชุม กนง.มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% มองเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ท่องเที่ยวฟื้น จับตาค่าเงินบาท ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคอยู่ในแดนลบ นลท. กังวลมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านเหรียญของสหรัฐอาจหนุนให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้น
👍🏻 หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง
KCE (+4.32%) งบ 3Q64 โตแรงกว่า 140%YoY ทรงตัว QoQ คาด 4Q64 ฟื้นตัว QoQ
AP (+4.49%) งบ 3Q64 ตามคาด ส่วน 4Q64 คาดลดลง YoY QoQ แต่ได้ประโยชน์เรื่องผ่อนคลาย LTV
ORI (+4.42%) เตรียม spinoff BRI เข้า SET อัตราส่วน 71.0357 หุ้น ORI ต่อ 1 หุ้นใหม่ BRI
NEX (+6.88%) ได้อานิสงส์การส่งเสริม EV ปีนี้จะสามารถส่งมอบรถบัสไฟฟ้าได้ราว 300400 คัน
NCAP (+9.39%) กำไร 3Q64 โต 7.8%YoY รีบาวด์หลังจากลงมาต่อเนื่อง เข้าสู่ธุรกิจฟินเทคอย่างเต็มตัว นอกเหนือจากพอร์ตสินเชื่อรถจักรยานยนต์
IT (+15.56%) ผบห.คาด Q4/64 ไฮซีซั่น ปี 65 คาดโตต่อเนื่อง 20% ขยายสาขาเพิ่ม
KISS (+7.08%) คาดฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q64
MILL (+6.67%) ขายเหล็กล่วงหน้า หนุนงบ Q4 โตสุดในรอบปี
👎🏻 หุ้นที่ปรับลดลงแรง
MTC (3.56%) กำไร 3Q64 ต่ำกวาคาดจากต้นทุนขยายสาขา TIDLOR (3.38%) SAWAD (1.56%)
LANNA (5.29%) ราคาถ่านหินพลิกกลับมาลดลงอีกครั้ง
HENG (5.62%) sell on fact หลังกำไร 3Q64 โตเด่น
KTIS (5.38%) ราคาน้ำตาลปรับลดลง KBS (3.06%) งบ 3Q64 ยังคงขาดทุน แต่น้อยลง YoY
FPT (5.47%) งบ 63/64 กำไร 49%

SCBSResearch

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 10 พ.ย. 2564

เหตุผลหุ้นไทย จะไป 1,700 จุด จัดพอร์ตไร้เงินสด สไตล์ปิง ประกิต Mr. Messenger Talk EP12


เหตุผลหุ้นไทย จะไป 1,700 จุด จัดพอร์ตไร้เงินสด สไตล์ปิง ประกิต Mr. Messenger Talk EP12
พบกับ
ประกิต สิริวัฒนเกตุ
ผู้อำนวยการอาวุโส บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์
📈 วิเคราะห์แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ปัจจัยอะไรที่ทำให้ SET ไป 1,700
📈 โอกาสลงทุนในตลาดหุ้นจีน รับการเติบโตระยะยาว
📈 คำแนะนำจัดพอร์ตไร้เงินสด เน้นการลงทุนในหุ้น และทองคำ
ชวน Talk โดย ชยนนท์ รักกาญจนันท์ เจ้าของนามปากกา \”Mr.Messenger\”
ที่จะพา Fund Manager และผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
มาวิเคราะห์เศรษฐกิจ กลยุทธ์การลงทุนที่น่าสนใจ
หมุนเวียน สับเปลี่ยน จากหลากหลายสถาบันการเงิน
มาคุยกับ Mr.Messenger ในรายการ Mr. Messenger Talk
ชวนชมรายการ Mr. Messenger Talk ย้อนหลัง
คุยสบายๆ กับ เป๊ก ปุณยวีร์ เทรดเดอร์มืออาชีพ ที่หาโอกาสจากทุกสินทรัพย์ Mr. Messenger Talk EP11
https://youtu.be/zJmFGWSvnhs
สรุปเกมการเมืองและเศรษฐกิจสหรัฐฯในชั่วโมงนี้ กับ ดร.มิ่งขวัญ Mr. Messenger Talk EP10
https://youtu.be/zm_KSaa9dlI
กางกราฟ SET จากจุดนี้ไป ควรไปอยู่ตรงไหนต่อ? Mr. Messenger Talk EP09
https://youtu.be/JbUiFENa0sk
FINNOMENA​ Messenger ปิง

เหตุผลหุ้นไทย จะไป 1,700 จุด จัดพอร์ตไร้เงินสด สไตล์ปิง ประกิต Mr. Messenger Talk EP12

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 9 พ.ย. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,631.69 จุด (+5.56 จุด/+0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 7.2 หมื่นลบ. SET แกว่งกรอบแคบในช่วงเช้า ก่อนที่ช่วงบ่ายจะขยับขึ้นในแดนบวก แรงซื้อมาจากกลุ่มค้าปลีก ICT การแพทย์ แรงขายมาจากกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคกระจายตัวทั้งบวกและลบ นลท. ขายทำกำไรหลังตอบรับประเด็นบวกสภาคองเกรสสหรัฐผ่านร่างงบฯ โครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านเหรียญ
👍🏻 หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง
KEX (+8.27%) ประกาศแผนธุรกิจร่วมกับเบทาโกร เปิดตัว Kerry Cool ธุรกิจขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ
STGT (+4.72%) รีบาวด์หลังจากลงมา 5 เดือน กำไร Q3/64 โต YoY ลดลง QoQ ราคาขายถุงมือยางลดลง
STA (+3.39%) รีบาวด์หลังจากลงมา 5 เดือน กำไร Q3/64 โต YoY หนุนจากยางธรรมชาติ แต่ถุงมือยางลดลง
BANPU (+4.72%) LANNA (+6.18%) AGE (+8.03%) ได้ Sentiment บวกจากราคาถ่านหินฟื้นตัวขึ้น
PSL (+4.82%) TTA (+3.06%) ดัชนี BDI ฟื้น
SABUY (+7.08%) กำไรสุทธิ 3/64 เพิ่มขึ้น 149% YoY และ 19% QoQ มีการประกาศดีลทางธุรกิจ 6 ดีล
JWD (+5.33%) คาดงบ 3Q64 โต YoY QoQ ส่วน 4Q64 คาดทำ new high
MATCH (+15.68%) 3Q64 พลิกมามีกำไร
👎🏻 หุ้นที่ปรับลดลงแรง
BGRIM (2.94%) กังวลงบ 3Q64 กดดันจากต้นทุนพลังงานเพิ่ม
KBS (6.22%) งบ 3Q64 ยังคงขาดทุน แต่น้อยลง YoY
NCH (7.10%) ถูกขายทำกำไรหลังคาดรายได้นิวไฮรอบ 5 ปี

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 9 พ.ย. 2564

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564


สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564
📈 SET Index ปิดที่ 1,633.94 จุด (+1.50 จุด/+0.09%) มูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นลบ. SET แกว่งพักตัวในแดนบวก ทางด้านการประชุม ศบค. ลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 6 จว. และเลื่อนเปิดสถานบันเทิงไป 15 ม.ค. 65 ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีจีนที่ดีดตัวขึ้น รวมทั้งหุ้นช็อปปิ้งออนไลน์
👍🏻 หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง
BAM (+6.28%) 3Q64 กำไรลดลงทั้ง YoY QoQ คาดว่ากําไร 4Q64 จะฟื้นตัวทั้ง QoQ และ YoY
SVI (+13.79%) งบ 3Q64 โตแรงกว่า 109%YoY 215%QoQ จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์อุปกรณ์สื่อสาร 5G และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ยานยนต์
HENG (+14.37%) ซื้อกลับหลังจากปรับลง 3 วันติดต่อกัน
CCET (+6.25%) ยอดขาย 10 เดือนปีนีโต 19%YoY
SCM (+11.35%) แจกวอร์แรนต์ฟรีให้ ผถห.เดิม 3:1 ส่วนกำไร Q3/64 โต 150%YoY
INET (+7.41%) กำไร Q3/64 โต 100%YoY
IHL (+6.67%) กำไร Q3/64 โต 344%YoY ออเดอร์ผลิตเบาะหนังรถยนต์ฟื้นชัดเจน ทยอยรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่
SAPPE (+6.86%) กำไรสุทธิ 3Q64 +7%YoY +12%QoQ หนุนจากตลาดส่งออกที่เป็นช่วง High season คาด 4Q64 จะเติบโต YoY ต่อเนื่อง
👎🏻 หุ้นที่ปรับลดลงแรง
CPT (5.77%) งบ 3Q64 พลิกขาดทุน YoY
SKE (4.63%) งบ 3Q64 ลดลง 61%YoY
LANNA (4.40%) ถูกขายทำกำไรหลังกำไรสุทธิ 3Q64 โตกว่า 129 เท่า
KEX (3.95%) กำไร 3Q64 ลดลงต่ำกว่าคาดมาก ส่วน 4Q64 คาดติดลบ
ASK (4.07%) ถูกขายทำกำไรหลังกำไร 3Q64 ลดลง 9%YoY
HTECH (6.99%) ถูกขายหลังจากวานนี้ปรับขึ้นแรง

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย และ การลงทุนในตลาดหุ้นไทย (19/05/58-1)


สัมภาษณ์ : คุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
ตำแหน่ง : ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยไทย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซียพลัส จำกัด
เรื่อง : สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย และ การลงทุนในตลาดหุ้นไทย
รายการ Money Shot ออกอากาศทาง FM.97
ทุกวันจันทร์วันศุกร์ 15.0016.00 น.
ประจำวันอังคารที่ 19 พฤษภาคม 2558
ดำเนินรายการโดย คุณยุทธนา กระบวนแสง

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย และ การลงทุนในตลาดหุ้นไทย (19/05/58-1)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ภาวะตลาดหุ้นไทย

Leave a Comment