[NEW] การกลืนกลายให้เป็นรัสเซีย (Russification) กับผลผลิตความขัดแย้งในยูเครน | รัสเซีย ยูเครน – POLLICELEE

รัสเซีย ยูเครน: คุณกำลังดูกระทู้

ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศยูเครนที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 2557 – ปัจจุบัน มักได้รับคำอธิบายจากสื่อสารมวลชน รวมถึงนักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถึงเหตุการณ์ดังกล่าว อยู่ใน 3 กรอบหลัก กล่าวคือ

กรอบคำอธิบายที่หนึ่ง ยูเครนในฐานะพื้นที่ปะทะทางอำนาจระหว่างรัสเซียและสหภาพยุโรป (EU)
คำอธิบายถึงเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครนตามกรอบนี้ มักมีจุดเน้นการอธิบายอยู่ที่บทบาทของรัสเซียในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต่อประเทศอดีตสหภาพโซเวียต อีกนัยหนึ่งคือประเทศที่รัสเซียมองว่าเป็นรัฐกันชน (Buffer State) ของตนเอง อาทิ จอร์เจีย ยูเครน คาซัสสถาน อุซเบกิสถาน เป็นต้น โดยสถานการณ์ความขัดแย้งที่กำลังปะทุในยูเครน เป็นผลลัพธ์จากการแข่งขันทางอำนาจระหว่างมหาอำนาจอย่างรัสเซียและสหภาพยุโรป โดยมีสหรัฐอเมริกาที่กำลังสอดแทรกเข้ามาในความสัมพันธ์ดังกล่าว ทั้งนี้การปะทะกันทางอำนาจระหว่างรัสเซียกับสหภาพยุโรปนั้น ไม่ได้เพียงพึ่งปรากฏในประเทศยูเครนแต่ดำเนินเรื่อยมาเสมอผ่านพื้นที่ปะทะอื่นๆ อาทิ สงครามที่เกิดขึ้นในประเทศจอร์เจีย พ.ศ. 2551 เป็นต้น

กรอบคำอธิบายที่สอง วิกเตอร์ ยานูโควิช (Viktor Yanukovych) ในฐานะประธานาธิบดีที่ไร้ความชอบธรรม
ชุดคำอธิบายเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในยูเครนตามกรอบนี้ มักผลิตสร้างคำอธิบายโดยตรงไปยังตัวบุคคล โดยเฉพาะคำอธิบายที่เกี่ยวข้องกับตัวประธานาธิบดียานูโควิช ถึงบทบาทหน้าที่ซึ่งมักดำเนินการบริหารประเทศให้อยู่ภายใต้อุปถัมภ์ของประเทศรัสเซีย (Pro-Russia) มากกว่าการบริหารประเทศให้ไปเชื่อมโยงกับประเทศในสหภาพยุโรปอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดียานูโควิช ยังถูกอธิบายเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์ปฏิวัติสีส้ม (Orang Revolution) อันเป็นเหตุการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากออกมาประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีในช่วง พ.ศ. 2547 ที่ผลการเลือกตั้งดังกล่าวนายยานูโควิชเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง แต่ด้วยการประท้วงของผู้คนที่มองว่าการเลือกตั้งในครั้งนั้น มีการทุจริตอย่างมาก จึงมีการล้มการเลือกตั้งครั้งนั้นโดยศาลฎีกา ภาพลักษณ์ของนายยานูโควิชจากเหตุการณ์ที่กล่าวข้างต้นจึงสะท้อนให้นายยานูโควิช มีลักษณะของประธานาธิบดีที่บกพร่องในความชอบธรรมอยู่สูงตามการอธิบายในกรอบนี้

กรอบคำอธิบายที่สาม การปลดแอกประเทศของประชาชนชาวยูเครน การอธิบายในลักษณะนี้มุ่งไปที่การทำความเข้าใจต่อความคับข้องใจของประชาชนที่รวมตัวขึ้นมาภายใต้การจัดโครงสร้างอย่างหลวมๆ กล่าวคือ ไม่มีโครงสร้างในการจัดตั้งและแกนนำที่ชัดเจน การลุกฮือของประชาชนในกรุงเคียฟ เป็นปฏิกิริยาตอบโต้จากความไม่พอใจต่อการผลิตนโยบายของระบบการเมือง ที่ไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง อาทิ นโยบายของระบบการเมืองที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมกับข้อตกลงเขตการค้าเสรีของสหภาพยุโรป เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เพื่อขยายความเข้าใจต่อเหตุการณ์ความรุนแรงในยูเครนให้มากขึ้น อาจต้องเริ่มทำความเข้าใจกับประวัติศาสตร์สังคม (Historical Society) ในความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน ผ่านกระบวนที่เรียกว่า การกลืนกลายให้เป็นรัสเซีย (Russification) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลผลิตในกระบวนการกลืนกลายให้เป็นโซเวียต (Sovietization) กระบวนการดังกล่าวได้เข้าไปก่อรูป (Shape) หรือได้เข้าไปปฏิบัติการ (Operate) ต่อการจัดความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและยูเครน จนอาจคลี่คลายมาเป็นชนวนของความขัดแย้งในปัจจุบัน

การกลืนกลายให้เป็นโซเวียต หรือการกลืนกลายให้เป็นรัสเซีย อาจอธิบายในความหมายอย่างกว้างได้ว่า เป็นกระบวนการที่ปรับเปลี่ยนโครงสร้างระบบเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองในแต่ละพื้นที่เพื่อดูดกลืนสำนึกเดิมและสร้างสำนึกความเป็นโซเวียต หรือสร้างสำนึกความเป็นรัสเซียเข้าไปแทนที่ แต่หากจะอธิบายในความหมายที่เฉพาะเจาะจงลงไปจะพบว่า กระบวนการกลืนกลายให้เป็นโซเวียต เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติบอลเชวิคเมื่อเลนินขึ้นครองอำนาจ การกลืนกลายให้เป็นโซเวียตหมายถึง การใช้รูปแบบทางการเมืองและการจัดการปกครอง (Model of Governance) ของโซเวียตกับประเทศหรือพื้นที่อื่นๆ รวมถึงการใช้อำนาจทางการเมืองเข้าไปรื้อสร้าง (Restructuring) เศรษฐกิจ ชีวิตประจำวัน สังคม วัฒนธรรม และดนตรี ในพื้นที่หนึ่งให้เป็นเหมือนกับโซเวียต 

ในขณะที่การกลืนกลายให้เป็นรัสเซีย หมายถึง สิทธิอำนาจ (Authority) ที่จะเข้าไปเปลี่ยน ผสมผสาน หรือกลืนกลาย (Assimilate) ผู้คนในชาติอื่นๆ ให้เป็นรัสเซีย โดยอาจใช้วิธีการแบ่งแยกแล้วปกครอง (Divide and rule)  การสร้างสายสัมพันธ์แบบใหม่ (Rapprochement) หรือการผนวกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่ง (Merge)

โดยที่ทั้งสองกระบวนการดังกล่าวอาจมีวัตถุประสงค์และแนวทางในการใช้ที่ต่างกันกล่าวคือ การกลืนกลายให้เป็นโซเวียต มุ่งเข้าไปส่งเสริมสนับสนุน หรือกระทำโดยตรงกับกลุ่มผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่ให้มีอำนาจในการปกครองและจัดการกับผู้ที่ไม่จงรักภักดีและไม่เชื่อมมั่นต่อความเป็นโซเวียต ในขณะที่การกลืนกลายเป็นรัสเซียมุ่งเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนให้กับทั้งกลุ่มผู้ปกครอง และคนกลุ่มน้อยที่ไม่ได้ปกครองประเทศ โดยให้คนกลุ่มน้อยเป็นตัวแปรในการควบคุมความจงรักภักดีของประเทศนั้นๆ ต่อรัสเซีย อาทิ การเหตุการณ์ในยูเครนที่ประชากรชาวยูเครนฝั่งตะวันตก ออกมาประกาศตัวสนับสนุนประธานาธิบดียานูโควิช ปักธงชาติรัสเซีย และมีกองกำลังติดอาวุธเข้าไปควบคุมในเขตพื้นที่ เหตุการณ์ที่ยกตัวอย่างมานั้นย่อมสะท้อนปฏิบัติการดังกล่าวได้เป็นอย่างดี หรือเหตุการณ์ในพื้นที่ออสเซเทียใต้ และพื้นที่อับคาเซีย ในประเทศจอร์เจีย ที่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวมักต่อต้านรัฐบาลและนิยมในความเป็นรัสเซีย ฯลฯ
สำหรับปฏิบัติการที่โซเวียตและรัสเซียใช้ในการกลืนกลายให้ประเทศต่างๆ อยู่ภายใต้สำนึกความเป็นโซเวียต หรือความเป็นรัสเซียนั้นอาจสามารถยกตัวอย่างให้เห็นได้ดังนี้

1. การกลืนกลายผ่านระบบภาษา กระบวนการนี้ใช้ภาษาเป็นกลไกสำคัญในการกลืนกลายให้เกิดสำนึกความเป็นโซเวียต หรือความเป็นรัสเซีย โดยเป็นการกำหนดให้มีการใช้ภาษารัสเซียในการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับโรงเรียน รวมถึงการให้สิทธิพิเศษกับผู้รู้ภาษารัสเซียในการเข้าทำงานในระบบราชการ กระบวนการดังกล่าวดำเนินมาจนถึงการกำหนดให้ภาษารัสเซียเป็นภาษาราชการของแต่ละพื้นที่ ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของโซเวียต จนเป็นผลผลิตสู่ปัจจุบันที่ภาษารัสเซียยังเป็นภาษาที่ประชากรในแถบยุโรปตะวันออกใช้กันอย่างแพร่หลาย

2. การกลืนกลายผ่านประวัติศาสตร์นิพนธ์ (Historiography) การกลืนกลายให้เป็นโซเวียตหรือรัสเซียในรูปแบบนี้กระทำผ่านการเขียนประวัติศาสตร์ขึ้นใหม่ ที่แสดงให้เห็นการก่อรูปของสังคมขึ้นมาใหม่ โดยกระบวนการในการก่อรูปของสังคมขึ้นมาใหม่มักเชื่อมโยงกับโซเวียต ทั้งการสนับสนุนทางการเมืองและเศรษฐกิจ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ การเขียนประวัติศาสตร์ที่มีโซเวียตเป็นแกนกลางในการช่วยก่อรูปสังคมขึ้นมาใหม่อีกครั้ง รวมถึงการเขียนประวัติศาสตร์ที่เน้นย้ำความสำคัญในการสร้างจักรวรรดิแห่งการปฏิวัติ    

3. การกลืนกลายผ่านประชากร แนวทางนี้ใช้การเคลื่อนย้ายประชากรเชื้อสายรัสเซียให้เข้าไปอยู่ในแต่ละพื้นที่ หรือในแต่ละประเทศ การเคลื่อนย้ายประชากรเชื้อสายรัสเซียเป็นจำนวนมากให้ไปตั้งรกรากในเขตพื้นที่อื่น ซึ่งมีประชากรเชื้อสายอื่นๆ อยู่อาศัยในพื้นที่นั้น เป็นกระบวนการที่มีมาตั้งแต่สมัยการปกครองโดยพระเจ้าซาร์ แต่ในช่วงเวลาตั้งกล่าวการอพยพโยกย้ายประชากรไปยังอีกทีหนึ่ง มีนัยของการลงโทษนักโทษทางการเมือง จนมาถึงยุคแห่งการปกครองในระบอบคอมมิวนิสต์การอพยพโยกย้ายประชากรเชื้อสายชาวรัสเซียยังคงมีอยู่ แต่มีนัยที่แตกต่างไปจากเดิม กล่าวคือ เป็นการนำประชากรชาวรัสเซียเข้าไปปกครองในพื้นที่ต่างๆ ผลผลิตของกระบวนการดังกล่าวได้ปรากฏตัวอย่างอยู่ในประเทศยูเครนที่แบ่งคนในยูเครนออกเป็นฝั่งตะวันตกและตะวันออก เป็นต้น

นอกจากที่กล่าวมายังปรากฏว่ามีกระบวนการกลืนกลายให้เป็นโซเวียต หรือรัสเซียในรูปแบบอื่นๆ อาทิ การสร้างหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา เพื่อสร้างความเป็นโซเวียตในเยอรมันตะวันออก และโปแลนด์ การสร้างระบบกฎหมายลายลักษณ์อักษรกับการสร้างความเป็นโซเวียตในโปแลนด์ ฯลฯ

ปฏิบัติการและผลผลิตจากกระบวนการกลืนกลายให้เป็นโซเวียต หรือการกลืนกลายให้เป็นรัสเซียเป็นการชี้ให้เห็นความสำคัญของประวัติศาสตร์สังคมของรัสเซียกับยูเครน ที่เชื่อมร้อยกันอยู่ผ่านความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างต่างๆ และความสัมพันธ์ที่ร้อยรัดกันนั้นก็สามารถกลายตัวไปสร้างปัญหาทางการเมืองได้

การด่วนสรุปปัญหาทางการเมืองของยูเครนให้เป็นเพียง ปัญหาจากนักเลือกตั้งและระบบเลือกตั้งที่เลวร้าย จนมีประชาธิปไตยคุณภาพต่ำ มีนักการเมืองและผู้นำประเทศที่ไร้ความชอบธรรม ทำให้คนต้องออกมาประท้วง อาจเป็นการสรุปที่ละเลยหรือเพิกเฉยต่อการมองหรือการทำความเข้าใจต่อปฏิบัติการบ้างอย่างในสังคมนั้นๆ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือการเลือกที่จะปฏิเสธปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการก่อรูปและสร้างความเป็นไปของเรื่องราว และรับเอาเฉพาะปัจจัยที่ตนเองคิดว่าเหมาะสมเท่านั้น   

 

อ้างอิง:
– Darius Staliunas. Making Russian: Meaning and Practice of Russification in Lithuania and Belarus after 1863. New York: Rodopi, 2007. 
– Olaf Mertelsmann. Every Life in Stalinist Estonia. Tartu Historical Studies volume 2, 2012.
– Grigore Claudiu Moldovan. Sovietization of Historiography during Cultural Stalinism: New Perspectives. Anuarul Institutului de Istorie: din Cluj-Napoca, 2012.

 

 

[Update] พลังงานและการลุกขึ้นสู้ (รัสเซีย) ของยูเครน | รัสเซีย ยูเครน – POLLICELEE

ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนภายหลังการลงประชามติแบ่งแยกเขตการปกครองตนเองไครเมีย ดูราวกับไม่มีท่าทีจะยุติความขัดแย้งลงภายในระบบได้ง่ายๆ ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนในรอบล่าสุดที่เริ่มต้นขึ้นจากปลายปี พ.ศ. 2556 บทบาทของยูเครนมักเป็นฝ่ายตั้งรับต่อการรุกของรัสเซีย จนกระทั้งมีคำประกาศจากรักษาการนายกรัฐมนตรียูเครนที่อนุมัติให้เริ่มมีการใช้ปฏิบัติการทางการทหาร เพื่อตอบโต้ความพยายามแบ่งแยกดินแดนในหลายเมืองฝั่งตะวันออกของยูเครน ซึ่งดูราวกับจะเป็นปฏิบัติการรุกกลับครั้งแรกของยูเครนในวิกฤติการณ์ความขัดแย้งครั้งนี้ แต่อย่างไรก็ตามปฏิบัติการทางการทหารของรัฐบาลรักษาการยูเครน ที่ส่งกองทัพเข้าไปยึดคืนพื้นที่ในเมืองฝั่งตะวันออกที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนนั้น อาจไม่ใช่ปฏิบัติการลุกขึ้นสู้ หรือเป็นความพยายามรุกกลับครั้งแรกของยูเครน ด้วยเหตุว่ามีปรากฏการณ์เล็กๆ ที่ไม่ถูกกล่าวถึงและให้ความสำคัญมากนัก แต่เป็นปฏิบัติการชุดแรกๆ ของยูเครนในการลุกขึ้นสู้กับรัสเซียในวิกฤติความขัดแย้งรอบนี้ นั้นก็คือ ความพยายามปลดแอกทางพลังงานจากรัสเซีย และสร้างอิสระทางพลังงานให้เกิดขึ้นของยูเครน  

พลังงานถูกหยิบใช้มาเป็นเครื่องมือในการต่อรองและต่อสู้ภายใต้ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในทุกรอบที่มีความขัดแย้ง รวมถึงความขัดแย้งในรอบปัจจุบันรัสเซียก็ได้นำประเด็นพลังงานเข้ามาใช้ในเกมส์ความขัดแย้งเช่นเคยกล่าวคือ รัสเซียได้ปรับขึ้นราคาก๊าซธรรมชาติถึง 80 เปอร์เซ็นต์ เพื่อตอบโต้การโค่นล้มระบอบปกครองซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนรัสเซีย การขึ้นราคาดังกล่าวทำให้ยูเครนเผชิญวิกฤตที่จะต้องซื้อก๊าซปริมาตร 1,000 ลูกบาศก์เมตร ในราคาถึง 485.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 15,700 บาท) จากเดิมที่ 268.50 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 8,700 บาท) โดยรัสเซียประกาศขึ้นราคาถึงสองรอบในช่วงเวลาเพียง 3 วัน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลรักษาการของยูเครนได้ดำเนินการแก้ไขกรณีปัญหาดังกล่าวด้วยการทบทวนสมดุลพลังงาน และเชื้อเพลิงสำหรับปี 2014 โดยพิจารณาถึงการหันมาใช้ถ่านหินแทนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซีย 

จากกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ที่มีการใช้ประเด็นพลังงานเข้ามาต่อรองและต่อสู้กันในพื้นที่ความขัดแย้ง สะท้อนให้เห็นนัยที่สำคัญทางการเมืองเรื่องพลังงานอย่างน้อยใน 2 ประเด็นหลัก กล่าวคือ พลังงานกับภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และพลังงานกับความเป็นอิสระ (Independence) 

ประเด็นที่หนึ่ง พลังงานกับภูมิรัฐศาสตร์ หากจะทำความเข้าใจอย่างย่นย่อแล้วภูมิรัฐศาสตร์เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจถึงความได้เปรียบในเชิงภูมิศาสตร์ หรือความได้เปรียบในเชิงกายภาพของพื้นที่ที่อาจส่งผลต่อ หรือเอื้อประโยชน์ต่อความสามารถในการสร้างอำนาจทางการเมืองให้มีเหนือกว่าพื้นที่อื่นๆ ในกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน จะพบว่ารัสเซียสามารถสร้างอำนาจทางการเมืองที่เหนือกว่ายูเครนผ่านภูมิรัฐศาสตร์ด้านพลังงาน ด้วยการวางท่อส่งก๊าซผ่านเข้าไปในพื้นที่ทั่วประเทศยูเครน และส่งต่อเข้าไปยังประเทศในยุโรป ดังจะเห็นได้จากแผนที่โครงข่ายท่อก๊าซด้านล่าง 


ที่มาภาพ: สำนักข่าว i24News (เข้าถึงผ่าน http://www.i24news.tv/en/news/international/europe/140405-ukraine-eyes-coal-after-russian-gas-price-hike)

โครงข่ายท่อก๊าซที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ในประเทศรัสเซีย เป็นการใช้ภูมิรัฐศาสตร์ทางพลังงานของรัสเซียเพื่อสร้างอำนาจทางการเมืองที่เหนือกว่ายูเครน จากประเด็นดังกล่าวอาจมีจุดที่น่าสนใจอยู่ 2 ประการสำคัญกล่าวคือ ประการที่หนึ่ง ที่ผ่านมาการพิจารณาถึงภูมิรัฐศาสตร์ เพื่อตัดสินว่าพื้นที่ใดมีศักยภาพ ที่จะนำไปใช้ในการสร้างอำนาจทางการเมืองได้เหนือกว่าพื้นที่อื่นๆ มักพิจารณาจากสภาพของภูมิศาสตร์ตามธรรมชาติ หรือถึงแม้ว่าจะมีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับภูมิรัฐศาสตร์นั้น แต่ก็เป็นการเข้าไปเกี่ยวข้องบนพื้นฐานตามธรรมชาติเป็นหลัก เช่น มีพื้นที่ติดทะเล หรือเป็นพื้นที่ซึ่งถูกโอบล้อมด้วยแผ่นดิน (Landlocked) พื้นที่ตั้งอยู่ในที่สูง หรือตั้งอยู่ในที่ราบลุ่ม รูปร่างของพื้นที่ขนาดใหญ่หรือกะทัดรัด พื้นที่อยู่ศูนย์กลาง (Heartland) หรือชายขอบ (Rim land) รวมถึงเขตแดน หรือพรมแดน ฯลฯ แต่ในกรณีความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ภูมิรัฐศาสตร์ด้านพลังงานที่รัสเซียมีเหนือยูเครนนี้เกิดจากภูมิศาสตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง โดยมีปัจจัยตามธรรมชาติมากำกับอยู่น้อย ศักยภาพทางภูมิรัฐศาสตร์ของรัสเซียในการสร้างอำนาจทางการเมืองให้มีเหนือกว่ายูเครนจึงมีผลสัมฤทธิ์สูงมาก

ประการที่สอง ความน่าสนใจอยู่ที่พลวัตรหรือการเปลี่ยนแปลงบทบาทของตัวพลังงาน กล่าวคือ ในช่วงหนึ่งพลังงานทำให้เกิดสงครามเพื่อการแย่งชิงแหล่งพลังงาน อาทิ สงครามอ่าวเปอร์เซีย หรือสงครามอิรักกับคูเวต ฯลฯ หรือในอีกช่วงหนึ่งพลังงานเป็นประเด็นสำคัญมากในระบบของการป้องกันประเทศ และกองทัพ โดยเฉพาะกองทัพของบรรดาประเทศมหาอำนาจ ทั้งกองทัพของสหรัฐอเมริกา กองทัพของรัสเซีย กองทัพของจีน รวมถึงกองทัพของตะวันออกกลาง ที่การขับเคลื่อนกองทัพจำเป็นต้องใช้พลังงานเป็นทรัพยากรสำคัญ ในขณะที่ปัจจุบันบทบาทของพลังงานได้ถูกสร้างขึ้นใหม่ ด้วยการไปกำหนดความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ พลังงานไม่ได้แต่เพียงกำหนดสงคราม และความเป็นไปของกองทัพเท่านั้น หากแต่ได้กลายตัวมาเป็นปัจจัยในการกำหนดความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือความสามารถในการสร้างอำนาจทางการเหมืองที่เหนือกว่า
 
ประเด็นที่สอง พลังงานกับความเป็นอิสระ (Independence) แนวคิดความมั่นคงทางพลังงาน (Energy Security) เป็นแนวคิดที่มีการพูดถึงอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะการถกเถียงเพื่อหาแนวทางในการจัดหาแหล่งผลิตพลังงาน เพื่อให้มีพลังงานใช้อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง อาทิ เมื่อเปิดไฟ ไฟต้องติด และมีใช้เสมอเมื่อต้องการ แต่ในกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นกับยูเครน ความมั่นคงทางพลังงานอาจไม่ใช่ประเด็นหรือปัญหาสำคัญ หากแต่แก่นแกนของปัญหาอาจอยู่ที่ความเป็นอิสระทางพลังงาน กล่าวคือ ความเป็นอิสระทางพลังงานนอกจากจะสร้างความมั่งคั่งและรับรองความมั่นคงทางพลังงานได้แล้ว ความเป็นอิสระทางพลังงานยังต้องทำให้เกิดการสร้างสันติภาพและการสร้างเสถียรภาพได้อีกด้วย ในกรณีของยูเครนแม้จะมีความพยายามสร้างความเป็นอิสระทางพลังงานด้วยการนำถ่านหินเข้ามาใช้ทดแทนก๊าซธรรมชาติที่ส่งมาจากรัสเซีย แต่การกระทำดังกล่าวอาจไม่ได้รับรองความเป็นอิสระทางพลังงานให้กับยูเครนได้ ด้วยเหตุว่าแม้ยูเครนจะมีการทำอุตสาหกรรมถ่านหินอยู่เป็นจำนวนมากในเมืองฝั่งตะวันออก และอาจคาดการณ์ได้ว่ามีถ่านหินเพียงพอที่จะทำให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าถ่านหินจะนำไปสู่สันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนได้ในขณะนี้

การคาดการณ์ต่อความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนในรอบนี้ ถูกมองจากนักวิเคราะห์จำนวนมากว่าเป็นความขัดแย้งที่รุนแรงและไม่ง่ายนักที่จะยุติลง รวมไปถึงมีการคาดการณ์ความเป็นไปได้ที่ยูเครนจะถูกแบ่งแยกประเทศ การคาดการณ์ในทางกลับที่สำคัญประการหนึ่ง และไม่ค่อยปรากฏนักคือ แล้วยูเครนเริ่มกระบวนการแบ่งแยกตนเองออกจากรัสเซียแล้วหรือยัง ความพยายามหันไปหายุโรปและอเมริกาของยูเครน โดยเนื้อแท้แล้วอาจเป็นเพียงกระบวนการที่ยูเครนพยายามปรับสมดุลทางอำนาจใหม่กับรัสเซีย แต่ความพยายามปลดแอกพันธะทางพลังงานที่รัสเซียมีเหนือยูเครนนั้น อาจเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการโต้กลับและในท้ายที่สุดอาจนำไปสู่การแบ่งแยกยูเครนออกจากรัสเซีย

 

 

หมายเหตุ: ขอบพระคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิชญ์ พงษ์สวัสดิ์ ที่กรุณาให้ความเห็นในการเขียนบทความชิ้นนี้

อ้างอิง:
– Gijs Graafland, Energy Politics, Amsterdam: Planck Foundation, 2010.
– Bert Chapman. Geopolitics Guide to the Issues: Contemporary Military, Strategic, and Security Issues. California: Praeger, 2011. 
 


ผู้นำรัสเซียและประเทศในยุโรปเตรียมเจรจาสร้างสันติภาพในยูเครน


กองทัพรัฐบาลยูเครนกับกลุ่มกบฎแบ่งแยกดินแดนนิยมรัสเซียยังคงสู้รบกันทางภาคตะวันออกของยูเครน โดยเฉพาะที่เมืองเดบอลท์เซฟ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ส่งผลให้ประชาชนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ผู้นำรัสเซีย ยูเครน เยอรมนี และฝรั่งเศสเตรียมเปิดการหารือในเบลารุส เพื่อหาทางสร้างสันติภาพในพื้นที่ทางภาคตะวันออกของยูเครน
ติดตามเราได้ที่ (Subscribe) : www.youtube.com/user/ThaiPBSNews
เฟซบุ๊ค (Follow us on Facebook): www.facebook.com/ThaiPBSNews
ทวิตเตอร์ (Follow us on Twitter): www.twitter.com/ThaiPBSNews

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ผู้นำรัสเซียและประเทศในยุโรปเตรียมเจรจาสร้างสันติภาพในยูเครน

ใครอยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย : Sondhitalk (ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง) EP.111


เมื่อมหาอำนาจเบื้องหลัง สนับสนุนอาวุธหนัก!! ศึกใหญ่ชายแดนไทยใกล้กำเนิด
ติดตามคลิป VDO เพิ่มเติมได้ที่
Facebook คุยทุกเรื่องกับสนธิ: https://www.facebook.com/sondhitalk/
Website: https://www.sondhitalk.com
Podcast Sondhitalk: https://sondhitalk.podbean.com/

ใครอยู่เบื้องหลังความวุ่นวาย : Sondhitalk (ผู้เฒ่าเล่าเรื่อง) EP.111

กลุ่มกบฏนิยมรัสเซียในยูเครนยึดเมือง“เดบอลท์เซฟ”จุดยุทธศาสตร์สำคัญได้แล้ว


กลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดนนิยมรัสเซียในยูเครนยึดเมืองเดบอลท์เซฟ (Delbaltseve) ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์เส้นทางรถไฟมาจากกองทัพรัฐบาลได้อย่างเบ็ดเสร็จแล้ว แม้ว่าข้อตกลงหยุดยิงจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากลุ่มกบฎจับตัวทหารไว้หลายร้อยนาย
ติดตามเราได้ที่ (Subscribe) : www.youtube.com/user/ThaiPBSNews
เฟซบุ๊ค (Follow us on Facebook): www.facebook.com/ThaiPBSNews
ทวิตเตอร์ (Follow us on Twitter): www.twitter.com/ThaiPBSNews

กลุ่มกบฏนิยมรัสเซียในยูเครนยึดเมือง“เดบอลท์เซฟ”จุดยุทธศาสตร์สำคัญได้แล้ว

สหรัฐฯเตือนยุโรปเสี่ยง“สงคราม” “รัสเซีย”เตรียมบุก“ยูเครน” | TNN ข่าวค่ำ | 12 พ.ย. 64


ยุโรปตะวันออกส่อเค้าเกิดสงครามจากหลายปัญหา โดยเฉพาะความขัดแย้งผู้อพยพบริเวณชายแดนโปแลนด์และเบลารุส ทำให้เบลารุส ซึ่งเป็นพันธมิตรของรัสเซียขู่ตัดท่อส่งก๊าซจากรัสเซียไปยุโรป หากถูกสหภาพยุโรป หรือ อียูคว่ำบาตรเพิ่ม ขณะที่ชายแดนประเทศยูเครนเริ่มตึงเครียด หลังมีรายงานว่ารัสเซียระดมทหารเกือบ 100,000 นาย ประชิดชายแดนยูเครน ด้าน โรมาเนียเพื่อนบ้านยูเครน ประสานขอให้สหรัฐฯส่งเรือรบเข้ามาเสริมทะเลดำ หลังสหรัฐฯเตือนยุโรปเสี่ยงเกิดสงคราม
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

สหรัฐฯเตือนยุโรปเสี่ยง“สงคราม” “รัสเซีย”เตรียมบุก“ยูเครน” | TNN ข่าวค่ำ | 12 พ.ย. 64

“รัสเซีย-ยูเครน” ตึงเครียด ระดม “ทหาร-เรือรบ” ยึดทะเลดำ | TNN ข่าวค่ำ | 21 เม.ย. 64


รัสเซียระดมทหารมากกว่า 150,000 นายประชิดพรมแดนยูเครนและคาบสมุทรไครเมีย พร้อมส่งเรือรบมากกว่า 20 ลำ ร่วมซ้อมรบกับเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศรัสเซียในทะเลดำ โดยอ้างว่าเป็นการซ้อมรบเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามจากนาโต้ พร้อมย้ำว่าจะไม่ทำสงครามกับยูเครน ด้านสหรัฐฯยกเลิกส่งเรือรบ 2 ลำเข้าสู่ทะเลดำ หลังพบว่ารัสเซียมีแผนปิดน่านน้ำบางส่วนในทะเลดำนาน 6 เดือน ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ เตือนสายการบินต่างๆให้ระวังหากจำเป็นต้องบินผ่านนานฟ้ารัสเซียยูเครน ส่งผลให้สถานการณ์สองประเทศตึงเครียดมากขึ้น
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/tnnthailand/
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

“รัสเซีย-ยูเครน” ตึงเครียด ระดม “ทหาร-เรือรบ” ยึดทะเลดำ  | TNN ข่าวค่ำ | 21 เม.ย. 64

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ รัสเซีย ยูเครน

Leave a Comment