[NEW] ซื้อประกันรถยนต์ ประกันเดินทางออนไลน์ | voa คือ – POLLICELEE

voa คือ: คุณกำลังดูกระทู้

ประเทศปลายทาง

จำนวนผู้เดินทาง

ออกจากไทย

กลับถึงไทย

 

[NEW] ทฤษฎีของ Elton Mayo. | voa คือ – POLLICELEE

ทฤษฎีของ Elton Mayo.

Elton Mayo เป็นบิดาคนหนึ่งในขบวนการมนุษย์สัมพันธ์ เขาให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างคนงานด้วยกันเอง หรือระหว่างกลุ่มของคนงานในอันที่จะเพิ่มผลผลิตในองค์การ การมีการติดต่ออย่างเปิดกว้างระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง การให้โอกาสกับผู้ใต้บังคับบัญชาเข้ามาร่วมตัดสินใจอย่างเป็นประชาธิปไตย การให้ความสำคัญกับผู้ปฏิบัติงานทุกระดับและเอาใจใส่ดูแลเขา ให้ความเป็นกันเองกับเขามากกว่าคนงาน ย่อมทำให้มีผลงานเพิ่มขึ้น

แนวความคิดของ Mayo จากการทดลองที่ Hawthorn ใกล้เมือง Chicago U.S.A สรุปได้ 5 ประการ คือ ปทัสถานสังคม (ข้อตกลงเบื้องต้นในการทำงาน) คนงานที่สามารถปรับตัวเข้ากับกฎเกณฑ์อย่างไม่เป็นทางการของกลุ่มคนงานด้วยกัน จะมีความสบายใจและเพิ่มผลผลิต มากกว่าคนงานที่ไม่พยายามปฏิบัติหรือปรับตัวเข้ากับกฏเกณฑ์ที่กลุ่มปฏิบัติกัน กฎเกณฑ์เหล่านี้ตกลงกันเองและยึดถือกันภายในกลุ่ม และยังผลให้คนงานมีความรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของพรรคพวก

กลุ่ม พฤติกรรมของกลุ่มมีอิทธิพลจูงใจและสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมของแต่ละบุคคลได้ และกลุ่มย่อมมีอำนาจต่อรองกับฝ่ายบริหารโดยอาจจะเพิ่มผลผลิตหรือลดผลผลิตก็ได้ (1) การให้รางวัล และการลงโทษของสังคมในหมู่คนงานด้วยกัน เช่น การให้ความเห็นอกเห็นใจของกลุ่มแต่ละบุคคล การให้ความนับถือและความจงรักภักดีต่อกลุ่ม และกลุ่มต่อแต่ละบุคคล มีอิทธิพลต่อคนงานมากกว่าการที่ฝ่ายบริหารจะให้รางวัลเป็นตัวเงินต่อคนงานเหล่านี้ (2) การควบคุมบังคับบัญชา การบังคับบัญชาจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด ถ้าฝ่ายบริหารปรึกษากลุ่มและหัวหน้าของกลุ่มที่ไม่เป็นทางการนี้ ในอันที่ปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมายขบวนการมนุษย์สัมพันธ์ต้องการให้ผู้บังคับบัญชาเป็นคนที่น่ารัก เป็นนักฟังที่ดี เป็นมนุษย์ไม่ใช่เป็นนาย ต้องให้ข้อคิดแล้วให้คนงานตัดสินใจ อย่าเป็นผู้ตัดสินใจปัญหาเสียเอง ขบวนการมนุษย์สัมพันธ์จึงเชื่อว่าการสื่อข้อความอย่างมีประสิทธิภาพประกอบกับการให้โอกาสคนงานเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา เป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะได้มาซึ่งการควบคุมบังคับบัญชาที่มีประสิทธิภาพ (3) การบริหารแบบประชาธิปไตย พนักงานทำงานได้ผลงานดีมาก ถ้าเขาได้จัดการงานที่เขารับผิดชอบเอง โดยมีการควบคุมน้อยที่สุดจากผู้บริหาร หลังจากที่ได้มีการปรึกษาร่วมกันแล้ว

สรุปได้ว่า Mayo เชื่อว่าหากได้นำวิธีการทางมนุษย์สัมพันธ์ไปใช้ให้ถูกต้องแล้ว จะทำให้บรรยากาศในองค์การอำนวยให้ทุกฝ่ายเข้ากันได้อย่างดีที่สุด คนงานจะได้รับความพอใจสูงขึ้น และกำลังความสามารถทางการผลิตก็จะเพิ่มมากขึ้นด้วย ผลการทดลองนี้ ได้ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลสำคัญของกลุ่มทางสังคมภายในองค์การที่เกิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก “ความรู้สึก” (sentiments) ที่เป็นเรื่องราวทางจิตใจของคนงาน และความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างคนงานด้วยกัน

แนวความคิดที่เป็นข้อเท็จจริงที่ได้จากการค้นพบสองประการ คือ พฤติกรรมของคนงานมีการปฏิบัติตอบต่อสภาพแวดล้อมทั้งสองทางด้วยกัน คือ ทั้งต่อสภาพทางกายภาพที่เป็นสภาพแวดล้อมรอบตัว (physical environment) ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมของงาน และยังมีการปฏิบัติตอบต่อสภาพแวดล้อมของเรื่องราวทางจิตวิทยา และสังคมของที่ทำงานด้วย สภาพเหล่านี้ก็คือ อิทธิพลของกลุ่มไม่เป็นทางการ (informal group) การยอมรับในฐานะของตัวบุคคล และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

อ้างอิงข้อมูลมาจาก
http://www.gotoknow.org
สืบค้นข้อมูล วันที่ 5 มิถุนายน 2553

บรรณานุกรมเพิ่มเติ่ม

Mayo, Elton. (1954). The Human Problems of an Industrial Civilization. Boston: Harvard University.
นักทฤษฎีทางการบริหารจัดการ

นักทฤษฎีทางการบริหารจัดการ ที่มีชื่อเสียง คนหนึ่งคือ Elton Mayo (เอลตัน เมโย) และคณะ

พวกเขาได้ทำการวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะจิตใจและร่างกายของคนทำงานตลอดจนสภาพแวดล้อม สถานที่ทำงาน ที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพการผลิต โดยออกแบบการวิจัยให้มีทั้งการสังเกต สัมภาษณ์ ทดลอง และการกำหนดตัวแปร ทั้งนี้เป็นแนวคิดการศึกษาเชิงมนุษยสัมพันธ์ เรียกว่า เป็นต้นแบบแห่ง “การจัดการแบบมนุษย์สัมพันธ์” (Human Relation) Elton Mayo (เอลตัน เมโย) และคณะ ค้นพบว่า “คนงานจะไม่ทำงานอย่างสม่ำเสมอตามที่ได้รับมอบหมาย เพราะว่านอกเหนือจากการทำงานเพื่อเงินแล้ว คนงานยังมีความต้องการทางจิตใจที่ต้องการตอบสนองอยู่ด้วย”

อ้างอิงข้อมูลมาจาก
http://gotoknow.org/
สืบค้นข้อมูล วันที่ 8 ตุลาคม 2553
ยุคของ Elton Mayo

Elton G Mayo วิจัยเรื่อง Hawthorn Study เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการทำงาน แสงสว่าง ความสะอาด พบว่านายจ้างกับคนงานมักขัดแย้งเสมอ ควรแก้ปัญหาโดยมนุษยสัมพันธ์

ยุคมนุษยสัมพันธ์ (human relation) (ค.ศ. 1930-1950) เป็นยุคแห่งการวิจัยที่มีชื่อเสียงที่เรียกว่า Hawthorne Experiment (การทดลองฮอร์ธอร์น) โดย Elton Mayo (เอลตัน เมโย) และคณะ ทำการทดลองระหว่าง ค.ศ. 1927-1932 โดยได้วิจัยความสัมพันธ์ระหว่างสภาวะจิตใจและร่างกายของคนทำงานตลอดจนสภาพแวดล้อม สถานที่ทำงาน ที่มีผลต่อผลผลิตและคุณภาพการผลิต โดยออกแบบการวิจัยให้มีทั้งการสังเกต สัมภาษณ์ ทดลอง และการกำหนดตัวแปร ทั้งนี้เป็นแนวคิดการศึกษาเชิงมนุษยสัมพันธ์ การจัดการแบบมนุษย์สัมพันธ์ (Human relations)เหตุที่แรงงานได้รับความสนใจมากขึ้น ทำให้ความสนใจที่จะเข้าใจในตัวคนงานและความต้องการต่าง ๆ ของคนงานมีมากขึ้นเป็นพิเศษ และทำให้เกิดเรื่องราวของมนุษยสัมพันธ์ขึ้นมา โดยเฉพาะจากโครงการศึกษาที่โรงงาน “Hawthorne”

อ้างอิงข้อมูลมาจาก
http://gotoknow.org/
สืบค้นข้อมูล วันที่ 8 ตุลาคม 2553
การทดลองที่ฮอร์ทอร์น (The Howthorn experiments)

การศึกษาที่เรียกว่า Hawthorn Study มีขึ้นที่บริษัท Western Electric Company ในชิคาโก ระหว่าง ค.ศ.1927-1932 การทดลองดังกล่าวกระทำภายใต้ควบคุมของ เอลตัน เมโย (Elton Mayo) นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด

การศึกษาดังกล่าวนี้เริ่มต้นด้วยการสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (physical environment) กับประสิทธิภาพในการทำงาน (productivity)

สภาพแวดล้อมทางกายภาพในลักษณะที่ทำงาน ถูกกำหนดขึ้นโดยปัจจัยต่อไปนี้

1. ความเข้มของแสงสว่าง
2. ระดับของอุณหภูมิ
3. และเงื่อนไขทางกายภาพในการทำงานอื่น ๆ

ผลจากการทดลองสรุปได้ว่า ปทัสถานทางสังคมของกลุ่ม (social norm of group) เป็นกุญแจสำคัญในการตัดสินพฤติกรรมในการทำงานของกลุ่ม การที่เราตัดปัจจัยที่เกี่ยวกับปทัสถานทางสังคมของกลุ่มออกไปจากระบบ การบริหารองค์การตามความเชื่อแบบเก่า จะเป็นผลทำให้เราไม่อาจบริหารองค์การให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้

อ้างอิงข้อมูลมาจาก
http://gotoknow.org/
สืบค้นข้อมูล วันที่ 8 ตุลาคม 2553


VOA60: May 6, 2021


Originally published at https://learningenglish.voanews.com/a/5881016.html

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

VOA60: May 6, 2021

English @ the Movies: Running From the Past


Originally published at https://learningenglish.voanews.com/a/5882277.html

English @ the Movies: Running From the Past

VOA Learning English – Education Report # 393


New developments in American education presented in Special English

VOA Learning English - Education Report # 393

English @ the Movies: A Scene


Originally published at https://learningenglish.voanews.com/a/5855979.html

English @ the Movies: A Scene

Learning a 2nd Language – Immersion vs Classroom – VOA Special English 2014


From VOA Learning English this is As It Is. I’m Anna Matteo in Washington.
Today on, As It Is, we will hear about something our listeners do every day they hear, read or watch VOA Learning English learning a 2nd language.
We will hear whether being surrounded by a foreign language, or immersed in it, is the best way to learn a language. Or are traditional lectures with grammar rules and vocabulary lists the best way to learn to speak like a native speaker.
Steve Ember has more on that topic.
What is the best way to learn a new language? A small study of foreign language learning in adults compared 2 methods. 1 is known as the explicit or classroom method. This is the kind of traditional classroom teaching where students are taught a lot of information about grammar rules.
The other method is known as the implicit or immersion method. The idea here is to learn much the way children do when they learn a native language. That is, by being with native speakers and absorbing the language that surrounds them, generally without a lot of explanation. Teachers may combine these 2 methods into what Professor Michael Ullman calls immersionstyle classroom teaching. But is that necessarily a better way to learn a language?
Mr. Ullman was the senior investigator for the new study. He is a professor of neuroscience at Georgetown University Medical Center in Washington. He says he was surprised to find that combining the 2 methods might not help the brain in processing the new language. \”You know, if my life were on the line, and I had to learn a language, what would I do? I’m not sure. 1 possibility would be that, to start with explicit and then go to immersion, right? Start with classroom and then go to immersion. But there is this possibility that classroom could hurt later immersion. That’s what, you know, 1 possibility of interpreting our data.\” The Public Library of Science published the study earlier this year. The 21 adults in the experiment learned Brocanto2, a thirteenword language created for the study. The words and grammar rules relate to a computer game similar to chess that the learners played. For example, \”Blom neimo lu neep li praz\” means \”The square blompiece switches with the neeppiece.\”
The researchers tested the people 3 to 6 months after they had learned the language, to see how well they could remember it. The study found that those who had learned it with the immersion method had brain waves similar to those of native speakers of a language when speaking that language. Professor Ullman says those who trained with the classroom method also became more nativelike in their brain processing. But only the immersion group showed full nativelike processing of the grammar. Still, he says teachers should be careful how they use the results of his study.
\”You know I would not make any curriculum changes based on this. Nevertheless, it is suggestive, and I think it warrants further research to see whether in fact what kind of training might in fact be best not just for reaching the native brain bases but also for, you know, maximum proficiency in different aspects of language, like grammar, you know, syntax and lexicon. So I think further research is warranted. And it may be, for example, that a combination of classroom and immersion might be best. But we don’t know that.\”
I’m Steve Ember.
And I’m Anna Matteo. So which way of learning a language is working best for you? Do you think immersion is the best way to learn a language? Or do you believe the traditional lecture model is good enough? Let us know in our comment section! And find us on Facebook, YouTube and Twitter for more Learning English stories.

Learning a 2nd Language - Immersion vs Classroom - VOA Special English 2014

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ voa คือ

Leave a Comment