[NEW] ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ สงสัยว่า Stablecoin, CBDC จะสร้างความเสี่ยงในประเทศกำลังพัฒนาหรือไม่ | ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ – POLLICELEE

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ: คุณกำลังดูกระทู้

ตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (EMDE) จำนวนหนึ่ง กำลังมองหา Stablecoin และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในระบบการเงินของพวกเขา

แต่จากรายงานที่เผยแพร่โดยธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ : Bank for International Settlements (BIS) เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้อาจสร้างปัญหาที่น่ากลัวในตลาดเหล่านี้ และไม่ได้แก้ไขปัญหาที่นวัตกรรม fintech อื่น ๆ กำลังเผชิญอยู่

“การสร้าง Stablecoin นั้นมุ่งหวังที่จะปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน – แต่ก็ไม่จำเป็นและไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของนโยบายเหล่านี้” ผู้เขียนรายงานในหัวข้อ What does Digital Money Mean for Emerging Market and Developing Countries เขียน”

EMDEs ในละตินอเมริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ได้เปลี่ยนไปใช้ Stablecoin มากขึ้นเพื่อเป็น store of value โดย  Stablecoins มีความน่าสนใจในประเทศที่สกุลเงินท้องถิ่นมีแนวโน้มที่จะมีเสถียรภาพน้อยลง และอาจอยู่ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อ

BIS ในบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นองค์กรอายุ 91 ปีที่สนับสนุนความพยายามของธนาคารกลางในการสร้างความมั่นคงด้านการธนาคารและการเงินผ่านการวิจัย และโดยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางในประเด็นต่างๆ

ผู้เขียนรายงานตั้งคำถามว่า Stablecoins จะสามารถ “เสนอข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนเหนือการพัฒนาอย่างรวดเร็วของบริการชำระเงินดิจิทัลซึ่งรวมถึง ID ดิจิทัล , e-money , และธนาคารบนมือถือได้หรือไม่” และพวกเขาเสริมว่า Stablecoins อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ เช่น การกำกับดูแล , ประสิทธิภาพในกระบวนการชำระเงิน , การคุ้มครองผู้บริโภค ,และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

และผู้เขียนก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับ CBDC โดยเขียนว่า “มันมีความเสี่ยงในเชิงระบบ ซึ่งครัวเรือนและตัวแทนอื่น ๆ อาจเปลี่ยนจากเงินฝากธนาคารหรือเครื่องมืออื่น ๆ ไปเป็น CBDC และกระตุ้นให้เกิด ‘digital run’ ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

อ้างอิง : LINK
ภาพ LINK

[NEW] ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ สงสัยว่า Stablecoin, CBDC จะสร้างความเสี่ยงในประเทศกำลังพัฒนาหรือไม่ | ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ – POLLICELEE

ตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา (EMDE) จำนวนหนึ่ง กำลังมองหา Stablecoin และสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) เพื่อแก้ไขจุดอ่อนในระบบการเงินของพวกเขา

แต่จากรายงานที่เผยแพร่โดยธนาคารเพื่อการชำระบัญชีระหว่างประเทศ : Bank for International Settlements (BIS) เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้อาจสร้างปัญหาที่น่ากลัวในตลาดเหล่านี้ และไม่ได้แก้ไขปัญหาที่นวัตกรรม fintech อื่น ๆ กำลังเผชิญอยู่

“การสร้าง Stablecoin นั้นมุ่งหวังที่จะปรับปรุงการเข้าถึงบริการทางการเงินและการโอนเงินข้ามพรมแดน – แต่ก็ไม่จำเป็นและไม่เพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายของนโยบายเหล่านี้” ผู้เขียนรายงานในหัวข้อ What does Digital Money Mean for Emerging Market and Developing Countries เขียน”

EMDEs ในละตินอเมริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ได้เปลี่ยนไปใช้ Stablecoin มากขึ้นเพื่อเป็น store of value โดย  Stablecoins มีความน่าสนใจในประเทศที่สกุลเงินท้องถิ่นมีแนวโน้มที่จะมีเสถียรภาพน้อยลง และอาจอยู่ภายใต้ภาวะเงินเฟ้อ

BIS ในบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เป็นองค์กรอายุ 91 ปีที่สนับสนุนความพยายามของธนาคารกลางในการสร้างความมั่นคงด้านการธนาคารและการเงินผ่านการวิจัย และโดยการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางในประเด็นต่างๆ

ผู้เขียนรายงานตั้งคำถามว่า Stablecoins จะสามารถ “เสนอข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยั่งยืนเหนือการพัฒนาอย่างรวดเร็วของบริการชำระเงินดิจิทัลซึ่งรวมถึง ID ดิจิทัล , e-money , และธนาคารบนมือถือได้หรือไม่” และพวกเขาเสริมว่า Stablecoins อาจสร้างความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นต่าง ๆ เช่น การกำกับดูแล , ประสิทธิภาพในกระบวนการชำระเงิน , การคุ้มครองผู้บริโภค ,และความเป็นส่วนตัวของข้อมูล

และผู้เขียนก็แสดงความกังวลเกี่ยวกับ CBDC โดยเขียนว่า “มันมีความเสี่ยงในเชิงระบบ ซึ่งครัวเรือนและตัวแทนอื่น ๆ อาจเปลี่ยนจากเงินฝากธนาคารหรือเครื่องมืออื่น ๆ ไปเป็น CBDC และกระตุ้นให้เกิด ‘digital run’ ด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

อ้างอิง : LINK
ภาพ LINK


เวียดนาม “อ่วม” แอบกู้จีนกว่า 5 แสนล้านบาท |รายการ อาเซียนพลัส


เวียดนาม “อ่วม” แอบกู้จีนกว่า 5 แสนล้านบาท |รายการ อาเซียนพลัส
เวียดนามพยายามพัฒนาตัวเอง ในทุกด้าน เพื่อก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว ตามเป้าหมายประเทศ แต่เวียดนาม ต้องการเงินกู้มหาศาลเพื่อ ซ่อมและสร้างประเทศ ในทุกๆด้าน ก่อนจะเดินไปถึงเป้าหมายนั้น คาดว่า ต้องการเงินอีก 20 ล้านล้านบาท ภายในปี 2583 เพื่อบรรลุฝัน แต่เวียดนามจะหันไปกู้ใคร ที่จะอนุมัตไว โอนเร็ว หนีไม่พ้นต้องกู้จากจีน
รัฐบาลเวียดนาม ระมัดระวังตัวอย่างมาก ที่จะประกาศว่า เวียดนามจับมือจีน เป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้ ในโครงการ สายแถบและเส้นทางหรือ BRI เพราะนี่คือเรื่องอ่อนไหวในเวียดนาม เพราะมีข้อบาดหมางกันเรื่องทะเลจีนใต้ และเวียดนามก็เบนเข็มไปสนิทกับสหรัฐอเมริกาและยุโรป เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจของตนเอง โดยในใจลึกๆนั้นอย่างตัดขาดห่วงโซ่เศรษฐกิจออกจากจีน ตามแบบสหรัฐอเมริกา แต่เวียดนามยังทำไม่ได้ เพราะการค้าการลงทุนหลายอย่าง พึ่งพาจีน
และเวียดนามในปีนี้ มีหนี้ก้อนใหญ่ และเจ้าหนี้รายใหญ่ของเวียดนามคือจีน
เว็บไซต์ the diplomat รายงานว่า นับตั้งแต่ปี 25432560
เวียดนามกู้เงินจีนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรวม 540,000 ล้านบาท
โดยข้อมูลนี้ หยิบมารายงานของ AidData.org ที่เปิดเผยเงินกู้ที่จีนมอบให้ประเทศต่างๆ ตั้งแต่ช่วงปี 25432560 ซึ่งพบว่า มีมากถึง 13,000 โครงการใน 165 ประเทศทั่วโลก มีมูลค่ารวม 27.8 ล้านล้านบาท
การเป็นลูกหนี้จีนเวียดนามต้องยอมรับเงื่อนไขหลายอย่าง
1. เงินกู้ของจีนไม่ถูก ดอกเบี้ย ประมาณร้อยละ4 แพงกว่าเงินกู้จากญี่ปุ่นและสหภาพยุโรป ถึง 4 เท่า
2. จีนเรียกร้องให้มีหลักประกันในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นสินทรัพย์หรือเงินในบัญชีเอสโครว์ที่จีนควบคุมอยู่
ไม่เช่นนั้น จะใช้วิธีแบบศรีลังกาและสปป. ลาว ในระบบ debtforequity swaps
คือเจ้าหนี้ตกลงที่จะให้ลูกหนี้นั้นยกเลิกหนี้ทั้งหมด เพื่อแลกกับความเป็นเจ้าของบริษัทที่ลูกหนี้ยินยอมนำมาปลดหนี้
จากรายงานพบว่า มีประเทศกำลังพัฒนา 42 ประเทศ มีหนี้ก้อนใหญ่ในโครงการต่างๆกับจีน รวมทั้ง 4 ประเทศในอาเซียนคือ สปป.ลาวบรูไนกัมพูชาเมียนมา กลุ่มเหล่านี้ มีหนี้สาธาณะ ต่อจีนเกินกว่าร้อยละ 10 ของจีดีพี
สถานการณ์ในเวียดนามในปี 25632564
เวียดนามเป็นหนี้จีนประมาณร้อยละ 6 ของจีดีพี หรือประมาณ 540,000 ล้านบาท
เวียดนามเป็นลูกหนี้จีนรายใหญ่อันดับ 8 เวียดนามยืมเงินจีนมาแล้วทั้งสิ้น 16,350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 540,000 ล้านบาท มากเป็นอันดับสองของอาเซียน รองจากอินโดนีเซีย
เวียดนาม เป็นผู้รับเงินช่วยเหลือหรือ ODA จากจีนมากเป็นอันดับที่ 20 แม้ว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือและเงินกู้มากมายจากจีน แต่เวียดนามจะไม่ประทับตราโครงการเหล่านี้ว่าอยู่ภายใต้ BRI เวียดนามมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงต่อเนื่อง และเวียดนามพยายามจะแยกเศรษฐกิจของประเทศออกจากจีน แต่ยังทำไม่ได้ เพราะระบบโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไม่ดี เป็นอุปสรรคใหญ่ ต้องการเงินลงทุนอีกมากมาย คาดว่าเวียดนามต้องการเงินอีก 605,000 ล้านดอลลาร์ศหรัฐฯ ( 20 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2583
ถ้าเวียดนามมั่งคั่งต่อเนื่อง เงินลงทุนก็จะไหลเข้ามาแน่นอน แต่เวลานี้ เวียดนามต้องหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สถานการณ์เช่นนี้มีแต่จีนที่สะดวกให้กู้ โดยเมื่อ 6 ปีก่อน มีการลงนาม ขยายการค้า ชายแดน โดยกำหนดนให้ เวียดนามเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่การผลิตของจีน และในปี 2560 มีการลงนาม MOU ในยุทธศาสตร์ “สองเส้นทางหนึ่งแถบเศรษฐกิจ” และจะร่วมกันลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ผู้นำเวียดนามไปร่วมประชุม BRI Forum ถึง 2 ครั้งคือเมื่อปี 2560 และ 2562
the diplomat ตั้งข้อสังเกตว่า หลายเป็นประเทศในอาเซียนรวมทั้งเวียดนาม รู้ว่าการกู้เงินจีน มีข้อต้องพึงระวัง แต่หากต้องการเร่งการพัฒนาประเทศ พวกเขาจำเป็นต้องแลก และจัดการหนี้ให้ดี เพราะเงินกู้จีนมีลักษณะพิเศษคือ
ข้อสังเกตุประการแรก
สินเชื่อพิเศษจากจีนจะเหมือนสินเชื่อเพื่อการส่งออก ซึ่งมีเงื่อนไขว่า ประเทศผู้กู้ จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง ตามลักษณะโครงการ
ข้อสังเกตประการที่สอง คือ เงินกู้จากจีน ได้รับการอนุมัติสะดวกกว่า แต่มักมีเงื่อนไขอื่นบวกมาด้วย

ข้อสังเกตประการที่สาม โครงการเหล่านั้น อาจตรวจสอบยาก โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม
ฮานอยไม่เคยประกาศว่าตัวเองอยู่ในกับดักหนี้ของจีน และบอกว่าเศรษฐกิจขนาดนี้จัดการกับหนี้ได้ แต่เวลานี้ มูลค่าหนี้และเงินช่วยเหลืออื่นๆ จากจีนคิดเป็น ร้อยละ 6 ของจีดีพี การกู้เงินของเวียดนามยังไม่จบแค่นี้ เวียดนามยังต้องการเงินมาสร้างประเทศอีกมากมาย เงินกู้ก้อนใหม่ จะมาจากญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา หรือต้องหวนกลับไปกู้จากจีนเพิ่ม ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

TNN อาเซียน4.0 อาเซียน4.0ออนไลน์ อาเซียน พลัส อาเซียน
ASEAN plus จีน เวียดนาม
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอาเซียนได้ใน

รายการ อาเซียน Plus
ทุกวันจันทร์
เวลา 10.3011.00 ทาง TNNช่อง16
และ รายการ อาเซียน 4.0 ONLINE
ทุกวันอาทิตย์
เวลา 17.0017.30
รับชมสด ได้ทาง Youtube: TNN Online
และ FACEBOOK LIVE PAGE : TNN LIVE

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

เวียดนาม “อ่วม” แอบกู้จีนกว่า 5 แสนล้านบาท  |รายการ อาเซียนพลัส

ถอดรหัสศัพท์เศรษฐกิจ EP.16 : เงินสำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) ตอนที่ 2


ถอดรหัสศัพท์เศรษฐกิจ EP.16 : เงินสำรองระหว่างประเทศ (International Reserves) ตอนที่ 2

น้องภูมิ | ขับรถอีแต๊กเด็กไปเล่นหาดทราย 1


น้องภูมิขับรถอีแต๊กใส่ของเล่นไปเล่นชายหาด

น้องภูมิ | ขับรถอีแต๊กเด็กไปเล่นหาดทราย 1

ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ


ธนาคารโลก ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ

ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ #นำเสนองาน


ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ  #นำเสนองาน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ

Leave a Comment