[NEW] “นกสกู๊ต” เจ๊งก็คือเจ๊ง ถามชาวประมงก็คงไม่เข้าใจ แต่ถ้าถาม “นกแอร์-การบินไทย” น่าจะรู้เรื่อง | สาย การ บิน ส กู๊ ต – POLLICELEE

สาย การ บิน ส กู๊ ต: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ผู้จัดการสุดสัปดาห์ – “สายการบินนกสกู๊ต (NokScoot)” ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 จากการร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง “สายการบินสกู๊ต ประเทศสิงค์โปร์และสายการบิน นกแอร์ ประเทศไทย” ในการทำธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศราคาประหยัด ซึ่งในช่วงที่ดำเนินกิจการก็ “วาดฝัน” กันเอาไว้ใหญ่โต

แต่ในที่สุดแล้ว สายการบินแห่งนี้ก็มีอันต้องล้มหายตายจากไป โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสายการบินนกสกู๊ตได้มีมติเลิกกิจการด้วยมองไม่เห็นหนทางฟื้นตัวหลังเจอโควิด-19 พร้อมประกาศชดเชยเลิกจ้าง 425 คน ตามกฎหมาย

อย่างไรก็ดี ถ้าจะว่าไป การที่ “สายการบินนกสกู๊ต” มีปัญหาในการประกอบกิจการถึงขั้น “เจ๊ง” หรือ “ปิดกิจการ” ก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เห็นเค้าลางดังกล่าวมาโดยตลอด ยิ่งเมื่อมาเจอกับพิษ “โควิด-19” ขวิดเข้าให้อีก สถานการณ์ก็ยิ่งดิ่งเหวหนัก

ในช่วงราวเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นกสกู๊ตได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการประเมินทางธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 สายการบินได้ตัดสินใจดำเนินการปรับลดขนาดธุรกิจในปี 2563 ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ประการใด

ขณะเดียวกันการปรับลดขนาดธุรกิจในครั้งนั้นยังรวมไปถึงการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 47 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นักบิน 11 ตำแหน่ง และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 36 ตำแหน่ง ซึ่งได้ดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายแรงงาน

นั่นคือร่องรอยอันผิดปกติที่ปรากฏในช่วงที่ผ่านมา

แต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลประกอบการก็คงไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนัก เพราะเห็นชัดๆ ว่า น่าเป็นห่วงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน กล่าวคือ ปี 2559 รายได้ 3,910 ล้านบาท ขาดทุน 612 ล้านบาท ปี 2560 รายได้ 5,650 ล้านบาท ขาดทุน 47 ล้านบาท ปี 2561 รายได้ 5,920 ล้านบาท ขาดทุน 1,528 ล้านบาท

ก่อนหน้าที่ทางสายการบินจะยอมรับสภาพในวันที่ 26 มิถุนายน สองสามวันก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสข่าวลือในเรื่องดังกล่าวอย่างหนัก แต่ทางบริษัทก็ออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงแค่การปรับลดขนาดองค์กร-ลดพนักงาน และโละเครื่องบินออกจากฝูง 3 ลำในสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 นี้

แถมยังยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะพร้อมกับมาบินให้บริการหลัง กพท. มีความชัดเจนประกาศให้บินระหว่างประเทศได้

ทว่า คล้อยหลังเพียงแค่ 2 วัน ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งโดยทางบริษัทยอมรับว่า จะเลิกกิจการจริงๆ

“สายการบินนกสกู๊ตรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบว่า คณะกรรมการของบริษัทมีมติเลิกกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตจะลงมติเป็นอย่างเดียวกันในที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วัน หลังจากนกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ตจากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 นกสกู๊ตดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆรวมถึงข้อจำกัดในการขยายเครือข่ายการบิน ภายใต้สภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงและการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการของบริษัท จึงไม่เห็นหนทางสู่การฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินอีกต่อไป

“จนถึงปัจจุบันมีพนักงานนกสกู๊ตที่ถูกเลิกจ้าง 425 คน โดยสายการบินนกสกู๊ตได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการกระบวนการชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ และพนักงานกลุ่มนี้จะได้รับการชดเชยอย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน นกสกู๊ตจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้เจ้าหนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง นกสกู๊ตขอขอบคุณ ลูกค้า ผู้โดยสาร พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557”

นั่นคือแถลงการณ์ของคณะกรรมการบริษัท

ขณะที่สายการบินนกแอร์ โดย นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการ์ว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบกับแผนการบินและการให้บริการของสายการบินนกแอร์แต่อย่างใด โดยนกแอร์จะให้บริการการบินในเส้นทางบินภายในประเทศตามปกติ

ทว่า แม้จะบอกว่าไม่กระทบกับแผนการบินและการให้บริการของนกแอร์ แต่ก็กระทบกับ “เม็ดเงิน” ที่สูญเสียไปจากการลงทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งไม่เพียงแค่นกแอร์เท่านั้น หากรวมถึง “การบินไทย” ด้วย เพียงแต่ในระยะยาวแล้วอาจจะเป็นผลดีกับทั้งสองบริษัทมากกว่า เพราะการประกอบกิจการนกสกู๊ตมีแต่ “ขาดทุน” มาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะการบินไทยซึ่งที่ผ่านมาการจัดตั้งนกสกู๊ตมีข้อครหาว่า ถูกสวมสิทธิดำเนินธุรกิจการบินทั้งเส้นทางภายในประเทศและเส้นทางระหว่างประเทศซึ่งเคยเป็นของการบินไทย

ในครั้งนั้น นายโยธิน ภมรมนตรี นายสุเทพ สืบสันติวงศ์ อดีตผู้บริหารบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้เคยตั้งข้อกังขาพร้อมทั้งยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มาแล้ว

“มีผู้บริหารบางคนของการบินไทย ในฐานะบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ของนกแอร์ สนับสนุนเห็นชอบให้สายการบินนกแอร์ไปร่วมทุนกับบริษัท สกู๊ตแอร์ ซึ่งเป็นลูกของสิงคโปร์แอร์ไลน์ และจัดตั้งเป็น ‘สายการบินนกสกู๊ต’ ทำการบินแข่งกับการบินไทย ในเส้นทางเดียวกัน โดยเช่าเครื่องบินเก่ามาจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ ทำการซ่อมบำรุงโดยสิงคโปร์ แต่ ‘สวมสิทธิ’ ใช้สิทธิการบินของประเทศไทย ซึ่งสร้างความเสียหายในระยะยาวให้แก่การบินไทยอย่างมหาศาล” กัปตันโยธิน ระบุ

ทั้งนี้ เรื่องราวของ “นกสกู๊ต” นั้นมี ความสลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยเงื่อนงำอันเกิดคำถามตามมามากมาย โดยจุดกำเนิดมาจากความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง “สายการบินนกแอร์” กับ “สายการบินสกู๊ต” จากประเทศสิงคโปร์ ในยุคที่ “เดอะดุ๊ง-พาที สารสิน” เป็นแม่ทัพใหญ่

นกแอร์จัดประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2557 มีมติร่วมลงทุนจัดตั้งบริษัท สายการบินนกสกู๊ตฯ ร่วมกับ SCOOT PTE LTD. (สกู๊ต) บริษัทลูกของ สิงคโปร์แอร์ไลน์ ซึ่งมีกลุ่มเทมาเส็กถือหุ้นใหญ่ จากนั้นเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท พีทแอร์ จำกัด

ตรงนี้ ต้องขีดเส้นใต้ที่ชื่อ พีทแอร์ เอาไว้ เพราะ ในขณะที่ผู้บริหารสายการบิน พีทแอร์ ได้ดำเนินการขอใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) ผู้บริหารของสายการบินนกแอร์ ก็เสนอการจัดตั้ง สายการบินนกสกู๊ต ต่อคณะกรรมการบริษัทฯ ในเดือน ธันวาคม 2556 จะเห็นได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่สอดคล้องกัน

และภายหลังจากที่ได้ทราบผลการประชุมผู้ถือหุ้นนกแอร์ในวันที่ 9 เมษายน 2557 ที่อนุมัติการจัดตั้ง สายการบินนกสกู๊ต (ที่ได้เสนอจัดตั้งไปเมื่อเดือนธันวาคม 2556) ทางด้านผู้บริหารสายการบิน พีทแอร์ ก็ได้ทำการเช่าเครื่องบินแบบ B777 มาจากสายการบินสิงคโปร์ เป็นเครื่องบินที่มีอายุใช้งาน 13.9 ปี มาขอจดทะเบียนไทย

“เมื่อฝ่ายบริหาร พีทแอร์ จดทะเบียนเครื่องบินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว นกแอร์ ก็ทำการเช่าเครื่องบินจาก พีทแอร์ อีกต่อหนึ่งเพื่อนำไปบินในเส้นทางของนกแอร์ ในระหว่างนั้นผู้บริหารนกแอร์ กับ สกู๊ต ของสิงคโปร์ก็ได้ดำเนินการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท พีทแอร์ จำกัด เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2557 ปรากฏหลักฐานมีการเปลี่ยน Trading Name ของ สายการบิน พีทแอร์ เป็น นกสกู๊ต แบบเนียนๆ ภายใต้ AOC ของ พีทแอร์ เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 เช่นนี้ การกระทำเช่นนี้จะถือเป็นการสวมสิทธิ์กันหรือไม่ มีใครรู้เห็นเป็นใจอย่างไร กรมการบินพลเรือน (ชื่อเดิม) คงต้องตอบคำถามในข้อนี้ เมื่อกระบวนการทุกอย่างสำเร็จเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว คือ ได้เข้ามาปฏิบัติการเป็นสายการบินลูกครึ่งเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องออกแรง เพื่อมุ่งหวังเข้ามาแข่งขัน และแย่งตลาดการบินกับสายการบินไทยโดยตรง ที่เจ็บปวดคือ มีอดีตผู้บริหารการบินไทยที่มีส่วนนำพาก่อตั้งให้สายการบินนี้เกิดขึ้นในขณะที่ตนยังคงนั่งเป็นผู้บริหารของการบินไทยอยู่ในเวลานั้น

“สิ่งที่ค้นพบความไม่ชอบมาพากลอีกเรื่องหนึ่ง เป็นผลต่อเนื่องจากการครอบครองสายการบิน จากเจ้าของเดิมโดยไม่ต้องออกแรงแล้ว (ภาษาชาวบ้านอาจเรียกว่า ซื้อใบอนุญาตมา) ยังพบว่าได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สายการบิน นกสกู๊ต จำกัด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557 เพียง 4 วันหลังการได้มีการเปลี่ยนชื่อที่ใช้เรียกของสายการบิน (Trading name) ในใบรับรองผู้ดำเนินการเดินอากาศ (AOC) จากกรมการบินพลเรือน (ชื่อเดิม) เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 ซึ่งชื่อจดทะเบียนบริษัทในใบ AOC นั้น ยังคงเป็น PETE AIR CO.,LTD (AOC 202 3/2557) มาเป็น AOC ของ นกสกู๊ต (AOC 216 17/2557) โดยสมบูรณ์ ก็เท่ากับบริษัท PETE AIR CO., LTD ที่ได้ปฏิบัติการบินภายใต้ชื่อ Trading name ว่า พีทแอร์ ก็เป็นอันจบ และจากไปอย่างเงียบที่สุด”กัปตันโยธินร่ายยาวหลังทราบข่าวว่านกสกู๊ตเลิกกิจการ

จากนั้น วันที่ 19 มิ.ย. 2557 นกแอร์มีหนังสือแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการจัดตั้ง “บริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด” เพื่อเป็นบริษัทลูก เข้าร่วมกับสกู๊ต เข้าไปถือหุ้นใหญ่ในบริษัท สายการบินนกสกู๊ตฯ และเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท สายการบิน นกสกู๊ต จำกัด เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2557

ขณะที่บริษัท นกมั่งคั่ง จำกัด จดทะเบียนก่อตั้งเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 2557 โดย “นายพาที และนายโชคชัย ปัญญายงค์” ทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท มีบริษัท สายการบินนกแอร์ฯ ถือหุ้น 50% นายพาที ถือหุ้น 50% มีนายโชคชัย เป็นกรรมการบริษัท

ขณะเดียวกันที่ประชุมผู้ถือหุ้นนกแอร์ มีมติอนุมัติให้บริษัท นกมั่งคั่งฯ กู้เงินไม่เกิน 970 ล้านบาท เพื่อลงทุนในการถือหุ้นในบริษัท สายการบินนกสกู๊ตฯ

นี่คือความสลับซับซ้อนในการทำธุรกิจ

คงต้องอธิบายความซับซ้อนเรื่องการถือหุ้นสักนิด

นกสกู๊ต เป็นการร่วมทุนระหว่าง นกแอร์ กับ สายการบินสกู๊ต ที่มี สิงคโปร์ แอร์ไลน์ ถือ หุ้น 100% ในขณะที่นกแอร์ มีการบินไทยถือหุ้น 39%

ผู้ถือหุ้นนกสกู๊ต ได้แก่ สายการบินสกู๊ต ถือหุ้น 49% นกแอร์ถือหุ้น 49% และ อีก 2% คือ ตัวแทน (Nominee) และในจำนวน 49% ที่นกแอร์ถือหุ้นนี้ 19% เป็นของการบินไทย

เมื่อครั้งที่จับมือกัน นายพาทีประกาศออกมาชัดแจ้งว่า “พวกเราทุกคนที่นกแอร์รู้สึกตื่นเต้นกับการร่วมมือกับสกู๊ตในครั้งนี้ ในการขยายเส้นทางบินของเราไปยังต่างประเทศ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายของนกแอร์เองอยู่แล้ว ที่จะเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในการเดินทางของพี่น้องชาวไทย และครั้งนี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้ต้อนรับผู้โดยสารต่างชาติได้มาเที่ยวประเทศไทยอีกด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นธุรกิจการท่องเที่ยวของประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น”

ด้าน MR. Campbell Wilson, CEO ของ Scoot กล่าวเสริมในตอนนั้นว่า “ประเทศไทยถือเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยว และถือเป็น Hub สำคัญในภูมิภาคที่สกู๊ตให้ความสำคัญ พวกเราที่สกู๊ตรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับนกแอร์ ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดที่ได้รับความยอมรับในประเทศไทย ในการตั้ง “นกสกู๊ต” เพื่อให้บริการเส้นทางบินระยะกลางและระยะไกล ด้วยเครื่องบินแบบลำตัวกว้างซึ่งสกู๊ตมีความพร้อมในส่วนนี้อยู่แล้ว เราต่างหวังว่าการร่วมมือกันครั้งนี้จะพัฒนาตลาดการบินในภูมิภาค และเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทางทั้งชาวไทยและต่างชาติได้มากขึ้น”

ทว่า การประกอบธุรกิจของนกสกู๊ตก็มิได้สดใสเหมือนอย่างที่ได้วาดฝันเอาไว้แต่ประการใด กระทั่งเดินทางมาถึง “จุดจบ” ในเดือนมิถุนายนปี 2563

ขณะที่หุ้นส่วนธุรกิจของนกสกู๊ตก็มีสภาพย่ำแย่ไม่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น “สายการบินนกแอร์” ที่เวลานี้ตกอยู่มือของ “จุฬางกูร” ( หทัยรัตน์ ณัฐพล ทวีฉัตร จุฬางกูรถือหุ้นรวมกัน 74.96%) คงต้องติดตามกันต่อไปว่า จะสามารถฝ่าฝันสถานการณ์ดิ่งเหวของธุรกิจสายการบินยุคโควิด-19ไปได้อย่างไร

“การบินไทย” ผู้ถือหุ้นรายสำคัญของนกแอร์(ถือหุ้น 13.28%) ก็เดินหน้าสู่การฟื้นฟูกิจการพร้อมกับตัวเลขหนี้สะสมก้อนมโหฬาร 3.5 แสนล้านบาทและยังไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

ขณะที่ สิงคโปร์แอร์ไลน์ อีกหนึ่งผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตก็เผชิญกับความยากลำบากไม่น้อย โดยผลการดำเนินการของกลุ่มบริษัทปี 2019/20 จนถึงช่วงเดือนสิ้นมีนาคมที่ผ่านมา ขาดทุนสุทธิที่ 212 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือกว่า 4,773 ล้านบาท ถือเป็นการขาดทุนรายปีครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 48 ปีของสายการบินนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก Malayan Airways ในปี 1972 กระทั่ง เทมาเส็ก โฮลดิงส์ กองทุนเพื่อการลงทุนของรัฐบาลสิงคโปร์ และนักลงทุนรายอื่นๆ ได้เข้าช่วยเหลือ ด้วยการอัดฉีดเงินเป็นจำนวนสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้กับSIA ที่เผชิญกับปัญหาทางการเงิน หลังได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19

ธุรกิจการบินวิกฤตขนาดไหนพิสูจน์ได้จากการที่ “แอร์บั” ผู้ผลิตเครื่องบินสัญชาติยุโรปเปิดเผยข่าวอันน่าตื่นตระหนกว่า มีแผนปรับลดพนักงานลงราวๆ 15,000 อัตราทั่วโลก หรือประมาณ 11% ของคนงานทั้งหมด ตอบสนองต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ที่ทางบริษัทแห่งนี้ให้คำจำกัดความว่าเป็น “วิกฤตเลวร้ายที่สุด” เท่าที่อุตสาหกรรมการบินเคยเผชิญมา

เช่นเดียวกับ “บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)” หรือ ทอท. ที่ออกมายอมรับว่าพิษโควิด-19 ได้ทำให้ผู้โดยสารในรอบ 8 เดือนลด 66.32% เที่ยวบินหาย 55.28% แถมประเมินด้วยว่าธุรกิจการบินจะฟื้นตัวกลับไปเหมือนเดิมต้องใช้เวลาอีก 2 ปี

– “ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 จากการร่วมมือทางธุรกิจระหว่างในการทำธุรกิจสายการบินระหว่างประเทศราคาประหยัด ซึ่งในช่วงที่ดำเนินกิจการก็ “กันเอาไว้ใหญ่โตแต่ในที่สุดแล้ว สายการบินแห่งนี้ก็มีอันต้องล้มหายตายจากไป โดยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา คณะกรรมการสายการบินนกสกู๊ตได้มีมติเลิกกิจการด้วยมองไม่เห็นหนทางฟื้นตัวหลังเจอโควิด-19 พร้อมประกาศชดเชยเลิกจ้าง 425 คน ตามกฎหมายอย่างไรก็ดี ถ้าจะว่าไป การที่มีปัญหาในการประกอบกิจการถึงขั้น “หรือก็ไม่น่าประหลาดใจอะไร เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาก็เห็นเค้าลางดังกล่าวมาโดยตลอด ยิ่งเมื่อมาเจอกับพิษขวิดเข้าให้อีก สถานการณ์ก็ยิ่งดิ่งเหวหนักในช่วงราวเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ นกสกู๊ตได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จากการประเมินทางธุรกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2562 สายการบินได้ตัดสินใจดำเนินการปรับลดขนาดธุรกิจในปี 2563 ซึ่งการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แต่ประการใดขณะเดียวกันการปรับลดขนาดธุรกิจในครั้งนั้นยังรวมไปถึงการเลิกจ้างพนักงานจำนวน 47 ตำแหน่ง ประกอบด้วย นักบิน 11 ตำแหน่ง และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 36 ตำแหน่ง ซึ่งได้ดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นไปตามกรอบของกฎหมายแรงงานนั่นคือร่องรอยอันผิดปกติที่ปรากฏในช่วงที่ผ่านมาแต่ถ้าหากย้อนกลับไปดูผลประกอบการก็คงไม่น่าประหลาดใจเท่าใดนัก เพราะเห็นชัดๆ ว่า น่าเป็นห่วงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน กล่าวคือ ปี 2559 รายได้ 3,910 ล้านบาท ขาดทุน 612 ล้านบาท ปี 2560 รายได้ 5,650 ล้านบาท ขาดทุน 47 ล้านบาท ปี 2561 รายได้ 5,920 ล้านบาท ขาดทุน 1,528 ล้านบาทก่อนหน้าที่ทางสายการบินจะยอมรับสภาพในวันที่ 26 มิถุนายน สองสามวันก่อนหน้านี้ได้เกิดกระแสข่าวลือในเรื่องดังกล่าวอย่างหนัก แต่ทางบริษัทก็ออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงแค่การปรับลดขนาดองค์กร-ลดพนักงาน และโละเครื่องบินออกจากฝูง 3 ลำในสิ้นเดือนมิถุนายน 2563 นี้แถมยังยืนยันเป็นมั่นเป็นเหมาะพร้อมกับมาบินให้บริการหลัง กพท. มีความชัดเจนประกาศให้บินระหว่างประเทศได้ทว่า คล้อยหลังเพียงแค่ 2 วัน ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้งโดยทางบริษัทยอมรับว่า จะเลิกกิจการจริงๆ“สายการบินนกสกู๊ตรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่จะประกาศให้ทราบว่า คณะกรรมการของบริษัทมีมติเลิกกิจการ โดยผู้ถือหุ้นของนกสกู๊ตจะลงมติเป็นอย่างเดียวกันในที่ประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้นในอีกประมาณ 14 วัน หลังจากนกสกู๊ต สายการบินร่วมทุนราคาประหยัดระหว่างสายการบินนกแอร์ของคนไทย และสายการบินสกู๊ตจากประเทศสิงคโปร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 นกสกู๊ตดำเนินธุรกิจท่ามกลางความท้าทายในสถานการณ์ต่างๆรวมถึงข้อจำกัดในการขยายเครือข่ายการบิน ภายใต้สภาพแวดล้อมการแข่งขันที่รุนแรงและการระบาดของโควิด-19 ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงอย่างรุนแรง ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการของบริษัท จึงไม่เห็นหนทางสู่การฟื้นตัวและการเติบโตที่ยั่งยืนของสายการบินอีกต่อไป“จนถึงปัจจุบันมีพนักงานนกสกู๊ตที่ถูกเลิกจ้าง 425 คน โดยสายการบินนกสกู๊ตได้ชดเชยตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้พนักงานจำนวนหนึ่งยังคงปฏิบัติหน้าที่ เพื่อดำเนินการกระบวนการชำระบัญชีให้เสร็จสมบูรณ์ และพนักงานกลุ่มนี้จะได้รับการชดเชยอย่างถูกต้องเช่นเดียวกัน นกสกู๊ตจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมอีกครั้งเมื่อได้มีการแต่งตั้งผู้ชำระบัญชี และจัดให้เจ้าหนี้ได้ยื่นข้อเรียกร้อง นกสกู๊ตขอขอบคุณ ลูกค้า ผู้โดยสาร พันธมิตร และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วนสำหรับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2557”นั่นคือแถลงการณ์ของคณะกรรมการบริษัท

[Update] เช็กข้อมูลสายการบินที่เลื่อนตั๋ว คืนตั๋ว จากสถานการณ์ COVID-19 | สาย การ บิน ส กู๊ ต – POLLICELEE

          ข้อมูลเที่ยวบินยกเลิก เลื่อนเที่ยวบิน ยกเว้นค่าธรรมเนียม ตลอดจนมาตรการการชดเชยต่าง ๆ ของแต่ละสายการบินให้กับผู้โดยสาร จากผลกระทบการแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19)

         และด้วยผลกระทบจากเชื้อโคโรนาไวรัสที่ขยายเป็นวงกว้างเช่นนี้ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมมีผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงทำให้หลายสายการบินเริ่มที่จะออกมาประกาศเลื่อนเที่ยวบิน ยกเลิกเที่ยวบิน และมาตรการชดเชยค่าธรรมเนียมให้กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเรารวบรวมข้อมูลมาให้ผู้อ่านทุกคนได้ทราบ ดังนี้

1. Airasia x

2. Thai Airways

3. Nok Air

4. Thai Lion Air

5. NokScoot

         สายการบินนกสกู๊ต เพิ่มช่องทางการติดต่อขอเก็บยอดวงเงินเท่ากับมูลค่าของบัตรโดยสารไว้ใช้ (Get a flight credit of the value of the booking) สำหรับผู้ที่เดินทางกับสายการบินนกสกู๊ตในเส้นทางกรุงเทพฯ-ไทเป,โตเกียว,โอซาก้า และซัปโปโร ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563-วันที่ 30 เมษายน 2563

         โดยวงเงินดังกล่าว จะไว้ใช้ซื้อบัตรโดยสารในครั้งถัดไปกับสายการบินนกสกู๊ต ซึ่งวงเงินดังกล่าวจะสามารถใช้ได้ภายใน 180 วันนับจากวันที่อนุมัติเครดิต

         ผู้โดยสารที่ต้องการทำรายการดังกล่าว สามารถกรอกรายละเอียดตามแบบฟอร์มได้ที่ https://forms.gle/nGRtRB819h9WYhbc7


Trip Report บิน NOK SCOOT | Boeing 777-200 | Silence+Stretch | XW181 DMK-TPE | Don Mueang-Taoyuan


TripReport NokScoot Taipei to DonMueang ออก 6 โมงเช้า นั่นหมายความ ต้องตื่น ตี1 มาสนามบิน ตี2 และเข้าแถวยาว เพื่อเช็คอิน ตี3
รีวิวสายการบิน นกสกู๊ต เที่ยวบิน XW181 ใช้เครื่องบิน โบอิง777200อีอาร์ ขนาด 415 ที่นั่ง ชั้นธุรกิจ 24 ที่นั่้ง ชั้นประหยัด 391 ที่นั่ง
นั่ง นกอ้วน จาก ไต้หวัน กลับ กรุงเทพ ยังคงเลือกนั่ง ชั้นประหยัด ใน โซนงดใช้เสียง (ScootinSilence) และนั่งแถวหน้าสุด ที่นั่งพรีเมี่ยม (StretchSeats) เช่นเดิม นอกจากเงียบและกว้างแบบเหยียดขาได้สุด ยังหลับได้สนิทด้วย เพราะมันเป็นเวลานอน เพราะอดนอนเพื่อมาขึ้นเครื่องบิน
ก่อนเรียกขึ้นเครื่อง ได้มีโอกาส ดูเครื่องบิน ไปในตัว เพราะมีเครื่องบินขาเข้าตอนเช้า มาให้เห็นตลอดเวลา

TripReport NokScoot Taipei to DonMueang departing at 6AM, meaning you have to wake up at 1AM, to the airport at 2AM and get in a long line to checkin at 3AM.
AirlineReview Nokscoot Flight XW181 Boeing777200ER, 415 seats, 24 business class and 391 economy class.
I choose economy class in ScootinSilence and premium StretchSeats, both quiet and wide can stretch the legs as much as possible. This flight is asleep due to a lack of sleep to board the plane.
Before boarding, Have a chance PlaneSpotter for morning arrival flights.
[ขาไป ดอนเมืองไทเป] Nok Scoot เที่ยวบิน XW182 ดูที่นี่ https://youtu.be/ej1VJmzRak

Flight: Nok Scoot XW181/NCT181
Date: 24 Mar 2018
Type: Boeing 777212ER
Reg: HSXBC , LN: 343
Config: C24/Y391
Delivered: 20 May 2001 (16.8 years)
Engines: 2 x RB211 Trent 88417 (86,700 lbf. Cond’t 70,210 lbf.)
(planespotters.net)
From: Taipei (TPE/RCTP), RWY05R
To: Bangkok (DMK/VTBD), RWY21R
Frequency: Daily
Ontime: 90%
Average Delay: 32 minutes
(flightera.net)
Distance: ~1,424 nm. Actual flight path
Schedule: 06.2009.20 (4.00 hr.)
Actual: 07.1309.41 (3.28 hr.)
Avg. Speed: M0.72; 411 kt.; 761 km/hr.
Cruise: at 38,000 ft.
Route: (skyvector.com)
TP060 NOVAS DECOY CHALI CANDY AJENT MKG A1 ELATO IDOSI A1 BUTRA UBL W1 UBLOD ENDUU3A

(C) ThaiAviation.Club, THAI AVIATION
http://facebook.com/ThaiAviationClub
http://instagram.com/thaiaviation.club
http://youtube.com/thaiaviationclub

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Trip Report บิน NOK SCOOT | Boeing 777-200 | Silence+Stretch | XW181 DMK-TPE | Don Mueang-Taoyuan

นกพริบพราว โบอิ้ง777 นกสกู๊ต กรุงเทพ(ดอนเมือง) ไป โอซาก้า(คันไซ)


NOKSCOOT นกสกู๊ต สายการบิน
Extended Version
Nok Scoot
XW112 / NCT112
STD 23:40 (GMT+7) 07:10 (GMT+9)
Flight date 20MAR2019
SEAT number 25A
Aircraft B777212(ER) HSXBE
aircraft named PribPrao
Route BKK/VTBD KIX/RJBB
Bangkok Donmueang airport Osaka Kansai airport
Take off runway 21R
Landing Runway 24L

นกพริบพราว โบอิ้ง777 นกสกู๊ต กรุงเทพ(ดอนเมือง) ไป โอซาก้า(คันไซ)

| Scoot CabinCrew | รีวิว+สัมภาษณ์สจ๊วตสายการบินสกู้ด ของประเทศสิงคโปร พูดไทยได้ชัดแจ๋ว


This video is about Scoot crew

| Scoot CabinCrew | รีวิว+สัมภาษณ์สจ๊วตสายการบินสกู้ด ของประเทศสิงคโปร พูดไทยได้ชัดแจ๋ว

นั่งตองเจ็ด ไปภูเก็ต บินไปกลับ เที่ยวทะเล กับการบินไทย ด้วย Boeing 777


รีวิวนี้พาบินการบินไทย ไปเที่ยวทะเลภูเก็ต เป็นทริปสั้น ๆ สองวันหนึ่งคืน ขาไปนั้นเราเดินทางด้วย TG201 กับเครื่องบินแบบโบอิ้ง 777300อีอาร์ (Boeing 777300ER) บินไปภูเก็ตยามเช้า กับที่นั่งแถวหน้าสุดของชั้นประหยัด เมื่อเดินทางไปถึงภูเก็ตเรายังจะพาไปเที่ยวชมความสวยงามของทะเลภูเก็ตที่เกาะไม้ท่อน และจุดท่องเที่ยวน่าสนใจในภูเก็ต และพาไปชิมเมนู ขนมจีนน้ำยาปู แกงปูใบชะพลู ซึ่งถือเป็นเมนูเด็ดที่ภัตตาคารการบินไทย แล้วเดินทางในเที่ยวบินขากลับ ด้วย TG218 กับเครื่องบิน โบอิ้ง 777200 ตามไปชมรีวิวนี้กันเลย
ข้อมูลเที่ยวบิน
สายการบิน : Thai Airways
เที่ยวบิน : TG201
เส้นทาง : ฺSuvarnabhumi Airport, Bangkok Phuket International Airport, Phuket
เวลาเดินทาง : 07.45 (GMT+7) 09.10 (GMT+7)
ที่นั่ง : 31A
เครื่องบิน : Boeing 777300ER HSTKU
ติดตามและติดต่อ HFLIGHT ได้ที่ http://www.facebook.com/HFLIGHTdotNet
หรือติดต่อเราทางอีเมล์ได้ที่ member@hflight.net
ThaiAirways Boeing777 TG201 Phuket การบินไทย IFlyThai RoyalSilkLounge Boeing

นั่งตองเจ็ด ไปภูเก็ต บินไปกลับ เที่ยวทะเล กับการบินไทย ด้วย Boeing 777

[ENG SUB] THE FAST สุดน่ารัก น้องลีออน ระห่ำซิ่ง 2 ขวบ SUPER10 | SEASON5


เปิดตัวยังไง ให้สดใสที่สุด…เจอน้องลีออนเข้าไป รับประกันเลยว่า
จะต้องสงสัยว่าใส่ถ่านกี่ก้อนกันน้า???
น้องลีออน กับวัย 24 เดือน สดใส แสบซ่า สุดซิ่ง! มาถึงก็ชวนให้กรรมการและพี่ซุปเองถึงกับยิ้มไม่หุบ เพราะความน่าร้ากกกของเจ้าตัวน้อย ที่มาพร้อมกับหัวใจซิ่งแบบสปีดติดเทอร์โบ กับการเล่นสกูตเตอร์ และ สเกตบอร์ด งานนี้ตบเกียร์ D ลุยหา A B C กันอย่างสนุกสนาน วันนี้ตะลุยภารกิจกับกางเกงผ้าอ้อมตัวเก่ง แล้วจะสามารถผ่าน พิชิตฝันเป็นรถไฟโทมัสที่ใฝ่ฝันได้หรือไม่! ส่งเสียงเชียร์ไปให้ถึงน้องลีออนกันเล้ย!
รายการ Super10 ทุกวันเสาร์ เวลา 17.00 น.
ทางช่อง เวิร์คพอยท์ กดหมายเลข 23
และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของรายการได้ที่
เฟซบุ๊ก: https://www.facebook.com/superjeew​​​/
Super10​​​​​​​​​​​​ เราสามคนให้ผ่าน​​​ Superjeew

[ENG SUB] THE FAST สุดน่ารัก น้องลีออน ระห่ำซิ่ง 2 ขวบ  SUPER10 | SEASON5

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ สาย การ บิน ส กู๊ ต

6 thoughts on “[NEW] “นกสกู๊ต” เจ๊งก็คือเจ๊ง ถามชาวประมงก็คงไม่เข้าใจ แต่ถ้าถาม “นกแอร์-การบินไทย” น่าจะรู้เรื่อง | สาย การ บิน ส กู๊ ต – POLLICELEE”

  1. Kız Bebek Disney Mickey & Minnie Lisanslı Regular Fit Bisiklet Yaka Penye Uzun Kollu Tişört.
    99,99 TL. Sepette %20 İndirim. 79,99 TL. Kız Bebek Regular Fit Fitilli Kaşkorse
    Uzun Kollu Tişört. 99,99 TL. App’de %20 İndirim +2.
    Kız Bebek Regular Fit Fitilli Kaşkorse Uzun Kollu Tişört.

    Reply

Leave a Comment