[NEW] บัชชาร์ อัล-อัสซาด: 20 ปีของการกลายสภาพจากนักปฏิรูปสู่เผด็จการนองเลือด | บาชาร์ อัล-อัสซาด – POLLICELEE

บาชาร์ อัล-อัสซาด: คุณกำลังดูกระทู้

In focus

  • 21 มกราคม1994 บาซิล พี่ชายของ บัชชาร์ อัล-อัสซาด ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต บัชชาร์ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักของใครๆ ในซีเรีย ต้องเดินทางกลับมาซีเรียเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอดอำนาจ ในปีเดียวกันนั้นเขาต้องเข้าเรียนแบบรวบรัดในกองพลรถถัง และเรียนรู้ด้านการทหารแบบพอรู้พอเข้าใจ ต่างกับผู้เป็นพ่อที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านการทหารโดยตรง และหลังจากประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล-อัลซาดถึงแก่อสัญกรรมในเดือนมิถุนายน2000 มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับวัยวุฒิของประธานาธิบดีเสียใหม่ จากเดิม40 ปีเป็น34 ปี เพื่อเปิดทางให้เขาได้ครองตำแหน่ง
  • บัชชาร์ อัล-อัสซาด เปลี่ยนแปลงนโยบายบ้านเมืองให้ทันยุคทันสมัยจริง แต่หาได้มีการปฏิรูปทางการเมืองแต่อย่างใดไม่ “ผู้คนยังไม่เข้าใจ พวกเขายังใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลกเพ้อฝัน” เขาเคยแสดงทัศนะในปี 2000 กระทั่งเกิดเหตุชุมนุมอาหรับสปริง มีการเรียกร้องประชาธิปไตย อัสซาดก็ยังคิดว่าผู้คนเหล่านั้น ‘ได้คืบเอาศอก’

คลื่นผู้ลี้ภัยจากซีเรียไม่เคยขาดสายตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเกิดเพลิงไหม้ในค่ายผู้อพยพโมเรีย บนเกาะเลสบอสของประเทศกรีซ ซึ่งเป็นค่ายขนาดใหญ่สุดในยุโรป มีจำนวนผู้อพยพมากกว่า12,000 คน และส่วนหนึ่งเป็นพลเมืองลี้ภัยจากซีเรีย ทั้งหมดต้องทนทุกข์กับชะตากรรมซ้ำอีกครั้ง

ในขณะที่ด่านบริเวณพรมแดนระหว่างซีเรียและตุรกีก็ถูกสั่งปิดไปสามจากสี่ด่าน เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะนอกจากรัฐบาลในดามัสกัสไม่ได้อนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้สนับสนุนอย่างรัสเซียและจีนยังคัดค้านที่จะให้โครงการช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติเข้าไปละเมิดอธิปไตยของซีเรีย

แม้จะเป็นมาตรการกดดันอย่างไร้ความปรานีต่อประชากรของตนเองก็ตาม แต่ยุทธศาสตร์เช่นนี้สะท้อนบุคลิกของผู้นำซีเรียในแบบที่ทั้งรัสเซียและจีนสนใจให้ความสนใจและสนับสนุน

…..

วันที่17 กรกฎาคม2000 บัชชาร์ อัล–อัสซาด(Bashar al-Assad) หนุ่มคางเรียวร่างสูงผอมเพรียววัย34 ปี เข้าทำพิธีสาบานตนต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาในกรุงดามัสกัส เพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งซีเรีย

“ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะนำพาประเทศของเราไปสู่อนาคตที่ดีและนำพาชีวิตของประชาชนไปสู่จุดหมายที่ทุกคนใฝ่ฝัน”

บัชชาร์ อัล–อัสซาดเกิดเมื่อปี1965 ในกรุงดามัสกัส เป็นบุตรชายคนที่สองของฮาฟิซ อัล–อัสซาด(Hafiz al-Assad) และอนิซา มัคฮ์ลุฟ(Anisa Machluf) ตอนอายุได้หนึ่งขวบ พ่อของเขาเข้าร่วมกับคณะรัฐประหาร และได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเป็นการตอบแทนจากรัฐบาล ในปี1971 ได้ขึ้นครองตำแหน่งประธานาธิบดี และปกครองซีเรียมาจนกระทั่งเสียชีวิตในปี2000

อัสซาดเริ่มเข้าเรียนหนังสือในยุคที่พรรคบาธปกครองประเทศ หนังสือเรียนทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากต้นแบบอาหรับชั้นสูง แต่บางส่วนก็ได้รับอิทธิพลจากมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมและยิว อัสซาดไม่เคยผ่านการศึกษาด้านการทหาร ช่วงทศวรรษ1980s เขาเลือกเรียนด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นสายอาชีพที่แต่เดิมพ่อของเขาก็สนใจ หลังจากนั้นเขาไปเรียนต่อในลอนดอน ฝึกฝนวิชาชีพที่Western Eye Hospital จนสำเร็จเป็นจักษุแพทย์

นอกจากด้านการแพทย์แล้ว อัสซาดยังสนใจและมีพรสวรรค์ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เคยได้รับความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องจนสามารถก่อตั้งSyrian Computer Society (SCS) ได้ในปี1989 อัสซาดเป็นประธานบริหาร บุกเบิกงานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ท จนมันกลายเป็นเครื่องมือสำคัญเมื่อเขาก้าวขึ้นสืบทอดอำนาจ

แต่เมื่อดูภาพรวมด้านการศึกษาของเขาแล้ว อัสซาดแทบไม่มีบทบาทโดดเด่นพอที่จะถูกคาดหวังจากผู้เป็นพ่อให้เข้าไปสืบทอดอำนาจ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อก็ไม่สู้ดีนัก หรืออีกนัยหนึ่งคือ‘เหินห่าง’ ยามใดที่เขากล่าวถึงผู้เป็นพ่อในที่สาธารณะ เขาไม่เคยพูดว่า“พ่อของผม” แต่มักจะเรียกว่า“ประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล–อัสซาด”

21 มกราคม1994 บาซิล(Basil) พี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต บัชชาร์ อัล–อัลซาดที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักของใครๆ ในซีเรีย ต้องเดินทางกลับมาซีเรียเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอดอำนาจ ในปีเดียวกันนั้นเขาต้องเข้าเรียนแบบรวบรัดในกองพลรถถัง และเรียนรู้ด้านการทหารแบบพอรู้พอเข้าใจ ต่างกับผู้เป็นพ่อที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านการทหารโดยตรง

หลังจากประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล–อัลซาดถึงแก่อสัญกรรมในเดือนมิถุนายน2000 มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับวัยวุฒิของประธานาธิบดีเสียใหม่ จากเดิม40 ปีเป็น34 ปี เพื่อเปิดทางให้ทายาทอัสซาดได้ครองตำแหน่ง

…..

บัชชาร์ อัล–อัสซาดดูเป็นผู้นำที่แตกต่างจากพ่อของเขา หรือแม้กระทั่งพี่ชาย เขาสงวนท่าที และระมัดระวังตัว ผิดวิสัยผู้สืบทอดอำนาจเผด็จการ ในช่วงเริ่มต้นการเข้ารับตำแหน่ง ชาติตะวันตกยังมองเขาว่าเป็นนักปฏิรูป จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุมนุมอาหรับสปริง จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองซีเรีย ทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสันนิบาตอาหรับส่วนใหญ่เรียกร้องให้อัสซาดลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังกล่าวหาว่าเขาสั่งให้มีการปราบปรามและใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม

“ประชาธิปไตยแบบชาติอื่นไม่สามารถนำมาใช้กับเราได้ โดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคมตะวันตก การจะนำระบอบการปกครองแบบนั้นมาใช้ได้ เราต้องก้าวผ่านประวัติศาสตร์เช่นนั้นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องสร้างประชาธิปไตยที่มาจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอารยธรรมของเราเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และความเป็นจริงของเรา”

นักวิจารณ์การเมืองหลายคนมองว่าบัชชาร์ อัล–อัสซาดไม่ใช่นักปฏิรูป การคืนอำนาจที่เขาได้ครอบครองสืบต่อจากพ่อนั้น เขาทำไม่ได้ อีกทั้งยังไม่พร้อม เขาเติบโตขึ้นในประเทศที่รัฐคอยสอดส่องและเฝ้าจับตาประชาชนมานานถึงห้าสิบปี อยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมาอย่างยาวนาน และแม้ว่าลักษณะท่าทีของเขาไม่ได้เป็นเผด็จการเบอร์ใหญ่ก็ตาม

“เด็กๆ ในตระกูลอัสซาดเรียนรู้ว่า ศัตรูของพวกเขาสามารถซ่อนตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกเขาต้องไม่ปล่อยโอกาส พวกเขาต้องหาคนทรยศให้เจอ และต้องถอนรากถอนโคน” แซม ดาเกอร์(Sam Dagher) เคยเขียนชีวประวัติของตระกูลอัสซาด และกล่าวถึงฮาฟิซ อัล–อัสซาดว่าเคยย้ำเตือนลูกๆ เสมอว่า“อย่าได้ปรานี!”

ในช่วงต้นทศวรรษ1970s อัสซาดผู้พ่อเคยเปลี่ยนซีเรียให้กลายเป็นรัฐตำรวจ และมีการคุมขังทรมานฝ่ายตรงข้ามที่วิพากษ์วิจารณ์หรือเห็นต่าง จนพลเมืองทั่วซีเรียต่างหวาดกลัว ทุกคนรู้ว่าเรือนจำที่ใช้สำหรับคุมขัง ทรมาน และเข่นฆ่ามีจริง

ครั้นถึงยุคของบัชชาร์ อัล–อัสซาด มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ้านเมืองให้ทันยุคทันสมัยจริง แต่หาได้มีการปฏิรูปทางการเมืองแต่อย่างใดไม่“ผู้คนยังไม่เข้าใจ พวกเขายังใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลกเพ้อฝัน” เขาเคยแสดงทัศนะในปี2000 กระทั่งเกิดเหตุชุมนุมอาหรับสปริง มีการเรียกร้องประชาธิปไตย อัสซาดก็ยังคิดว่าผู้คนเหล่านั้น‘ได้คืบเอาศอก’

…..

ยี่สิบปีต่อมา พื้นที่ของซีเรียส่วนใหญ่กลายสภาพเป็นซากปรักหักพัง ประเมินความเสียหายนับล้านล้านบาท ชาวซีเรียหนึ่งในสองต้องอพยพหลบหนี มีผู้คนล้มตายในสงครามตั้งแต่ปี2011 มากกว่าห้าแสนคน เศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย ค่าเงินตกต่ำ ประชากรราวเก้าล้านคนอดอยาก 

บัชชาร์ อัล–อัสซาดต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัสเซียและอิหร่าน ทั้งสองประเทศนี้มีความสัมพันธ์ด้านการทหาร การเมือง และเศรษฐกิจในซีเรีย การพัฒนาประเทศในอนาคตอาจต้องผูกติดอยู่กับประเทศผู้หนุนหลังเป็นหลัก ในทางการเมืองนั้นถือว่าอัสซาดได้เอาเอกราชของประเทศลงเดิมพันไปแล้ว

และไม่มีหนทางที่จะหวนกลับได้อีก

อ้างอิง:      

https://www.dw.com/de/baschar-al-assad-von-syriens-hoffnungstr%C3%A4ger-zum-diktator/a-54182081?fbclid=IwAR3ACRwcO3DjS8J5QEvBhnTGCruog0u3rXKD3_qXQ69yff49Raf7m1hWRFY

https://www.deutschlandfunk.de/seit-20-jahren-praesident-von-syrien-assads-toedliche.724.de.html?dram:article_id=480685

Sam Dagher, , Little, Brown and Company (2019)

[NEW] บัชชาร์ อัล-อัสซาด: 20 ปีของการกลายสภาพจากนักปฏิรูปสู่เผด็จการนองเลือด | บาชาร์ อัล-อัสซาด – POLLICELEE

In focus

  • 21 มกราคม1994 บาซิล พี่ชายของ บัชชาร์ อัล-อัสซาด ประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต บัชชาร์ที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักของใครๆ ในซีเรีย ต้องเดินทางกลับมาซีเรียเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอดอำนาจ ในปีเดียวกันนั้นเขาต้องเข้าเรียนแบบรวบรัดในกองพลรถถัง และเรียนรู้ด้านการทหารแบบพอรู้พอเข้าใจ ต่างกับผู้เป็นพ่อที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านการทหารโดยตรง และหลังจากประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล-อัลซาดถึงแก่อสัญกรรมในเดือนมิถุนายน2000 มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับวัยวุฒิของประธานาธิบดีเสียใหม่ จากเดิม40 ปีเป็น34 ปี เพื่อเปิดทางให้เขาได้ครองตำแหน่ง
  • บัชชาร์ อัล-อัสซาด เปลี่ยนแปลงนโยบายบ้านเมืองให้ทันยุคทันสมัยจริง แต่หาได้มีการปฏิรูปทางการเมืองแต่อย่างใดไม่ “ผู้คนยังไม่เข้าใจ พวกเขายังใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลกเพ้อฝัน” เขาเคยแสดงทัศนะในปี 2000 กระทั่งเกิดเหตุชุมนุมอาหรับสปริง มีการเรียกร้องประชาธิปไตย อัสซาดก็ยังคิดว่าผู้คนเหล่านั้น ‘ได้คืบเอาศอก’

คลื่นผู้ลี้ภัยจากซีเรียไม่เคยขาดสายตลอดหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเกิดเพลิงไหม้ในค่ายผู้อพยพโมเรีย บนเกาะเลสบอสของประเทศกรีซ ซึ่งเป็นค่ายขนาดใหญ่สุดในยุโรป มีจำนวนผู้อพยพมากกว่า12,000 คน และส่วนหนึ่งเป็นพลเมืองลี้ภัยจากซีเรีย ทั้งหมดต้องทนทุกข์กับชะตากรรมซ้ำอีกครั้ง

ในขณะที่ด่านบริเวณพรมแดนระหว่างซีเรียและตุรกีก็ถูกสั่งปิดไปสามจากสี่ด่าน เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพราะนอกจากรัฐบาลในดามัสกัสไม่ได้อนุญาตอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้สนับสนุนอย่างรัสเซียและจีนยังคัดค้านที่จะให้โครงการช่วยเหลือขององค์การสหประชาชาติเข้าไปละเมิดอธิปไตยของซีเรีย

แม้จะเป็นมาตรการกดดันอย่างไร้ความปรานีต่อประชากรของตนเองก็ตาม แต่ยุทธศาสตร์เช่นนี้สะท้อนบุคลิกของผู้นำซีเรียในแบบที่ทั้งรัสเซียและจีนสนใจให้ความสนใจและสนับสนุน

…..

วันที่17 กรกฎาคม2000 บัชชาร์ อัล–อัสซาด(Bashar al-Assad) หนุ่มคางเรียวร่างสูงผอมเพรียววัย34 ปี เข้าทำพิธีสาบานตนต่อหน้าสมาชิกรัฐสภาในกรุงดามัสกัส เพื่อรับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งซีเรีย

“ข้าพเจ้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถ ที่จะนำพาประเทศของเราไปสู่อนาคตที่ดีและนำพาชีวิตของประชาชนไปสู่จุดหมายที่ทุกคนใฝ่ฝัน”

บัชชาร์ อัล–อัสซาดเกิดเมื่อปี1965 ในกรุงดามัสกัส เป็นบุตรชายคนที่สองของฮาฟิซ อัล–อัสซาด(Hafiz al-Assad) และอนิซา มัคฮ์ลุฟ(Anisa Machluf) ตอนอายุได้หนึ่งขวบ พ่อของเขาเข้าร่วมกับคณะรัฐประหาร และได้ตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมเป็นการตอบแทนจากรัฐบาล ในปี1971 ได้ขึ้นครองตำแหน่งประธานาธิบดี และปกครองซีเรียมาจนกระทั่งเสียชีวิตในปี2000

อัสซาดเริ่มเข้าเรียนหนังสือในยุคที่พรรคบาธปกครองประเทศ หนังสือเรียนทั้งหมดได้รับอิทธิพลจากต้นแบบอาหรับชั้นสูง แต่บางส่วนก็ได้รับอิทธิพลจากมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมและยิว อัสซาดไม่เคยผ่านการศึกษาด้านการทหาร ช่วงทศวรรษ1980s เขาเลือกเรียนด้านการแพทย์ ซึ่งเป็นสายอาชีพที่แต่เดิมพ่อของเขาก็สนใจ หลังจากนั้นเขาไปเรียนต่อในลอนดอน ฝึกฝนวิชาชีพที่Western Eye Hospital จนสำเร็จเป็นจักษุแพทย์

นอกจากด้านการแพทย์แล้ว อัสซาดยังสนใจและมีพรสวรรค์ด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ เคยได้รับความช่วยเหลือจากญาติพี่น้องจนสามารถก่อตั้งSyrian Computer Society (SCS) ได้ในปี1989 อัสซาดเป็นประธานบริหาร บุกเบิกงานคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ท จนมันกลายเป็นเครื่องมือสำคัญเมื่อเขาก้าวขึ้นสืบทอดอำนาจ

แต่เมื่อดูภาพรวมด้านการศึกษาของเขาแล้ว อัสซาดแทบไม่มีบทบาทโดดเด่นพอที่จะถูกคาดหวังจากผู้เป็นพ่อให้เข้าไปสืบทอดอำนาจ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างเขากับพ่อก็ไม่สู้ดีนัก หรืออีกนัยหนึ่งคือ‘เหินห่าง’ ยามใดที่เขากล่าวถึงผู้เป็นพ่อในที่สาธารณะ เขาไม่เคยพูดว่า“พ่อของผม” แต่มักจะเรียกว่า“ประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล–อัสซาด”

21 มกราคม1994 บาซิล(Basil) พี่ชายของเขาประสบอุบัติเหตุรถยนต์เสียชีวิต บัชชาร์ อัล–อัลซาดที่ตอนนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักของใครๆ ในซีเรีย ต้องเดินทางกลับมาซีเรียเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการสืบทอดอำนาจ ในปีเดียวกันนั้นเขาต้องเข้าเรียนแบบรวบรัดในกองพลรถถัง และเรียนรู้ด้านการทหารแบบพอรู้พอเข้าใจ ต่างกับผู้เป็นพ่อที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านการทหารโดยตรง

หลังจากประธานาธิบดีฮาฟิซ อัล–อัลซาดถึงแก่อสัญกรรมในเดือนมิถุนายน2000 มีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับวัยวุฒิของประธานาธิบดีเสียใหม่ จากเดิม40 ปีเป็น34 ปี เพื่อเปิดทางให้ทายาทอัสซาดได้ครองตำแหน่ง

…..

บัชชาร์ อัล–อัสซาดดูเป็นผู้นำที่แตกต่างจากพ่อของเขา หรือแม้กระทั่งพี่ชาย เขาสงวนท่าที และระมัดระวังตัว ผิดวิสัยผู้สืบทอดอำนาจเผด็จการ ในช่วงเริ่มต้นการเข้ารับตำแหน่ง ชาติตะวันตกยังมองเขาว่าเป็นนักปฏิรูป จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ชุมนุมอาหรับสปริง จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองซีเรีย ทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และสันนิบาตอาหรับส่วนใหญ่เรียกร้องให้อัสซาดลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี หลังกล่าวหาว่าเขาสั่งให้มีการปราบปรามและใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม

“ประชาธิปไตยแบบชาติอื่นไม่สามารถนำมาใช้กับเราได้ โดยเฉพาะประชาธิปไตยแบบตะวันตกที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน และเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่แบบสังคมตะวันตก การจะนำระบอบการปกครองแบบนั้นมาใช้ได้ เราต้องก้าวผ่านประวัติศาสตร์เช่นนั้นมาก่อน ซึ่งแน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องสร้างประชาธิปไตยที่มาจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอารยธรรมของเราเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และความเป็นจริงของเรา”

นักวิจารณ์การเมืองหลายคนมองว่าบัชชาร์ อัล–อัสซาดไม่ใช่นักปฏิรูป การคืนอำนาจที่เขาได้ครอบครองสืบต่อจากพ่อนั้น เขาทำไม่ได้ อีกทั้งยังไม่พร้อม เขาเติบโตขึ้นในประเทศที่รัฐคอยสอดส่องและเฝ้าจับตาประชาชนมานานถึงห้าสิบปี อยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการมาอย่างยาวนาน และแม้ว่าลักษณะท่าทีของเขาไม่ได้เป็นเผด็จการเบอร์ใหญ่ก็ตาม

“เด็กๆ ในตระกูลอัสซาดเรียนรู้ว่า ศัตรูของพวกเขาสามารถซ่อนตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง พวกเขาต้องไม่ปล่อยโอกาส พวกเขาต้องหาคนทรยศให้เจอ และต้องถอนรากถอนโคน” แซม ดาเกอร์(Sam Dagher) เคยเขียนชีวประวัติของตระกูลอัสซาด และกล่าวถึงฮาฟิซ อัล–อัสซาดว่าเคยย้ำเตือนลูกๆ เสมอว่า“อย่าได้ปรานี!”

ในช่วงต้นทศวรรษ1970s อัสซาดผู้พ่อเคยเปลี่ยนซีเรียให้กลายเป็นรัฐตำรวจ และมีการคุมขังทรมานฝ่ายตรงข้ามที่วิพากษ์วิจารณ์หรือเห็นต่าง จนพลเมืองทั่วซีเรียต่างหวาดกลัว ทุกคนรู้ว่าเรือนจำที่ใช้สำหรับคุมขัง ทรมาน และเข่นฆ่ามีจริง

ครั้นถึงยุคของบัชชาร์ อัล–อัสซาด มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบ้านเมืองให้ทันยุคทันสมัยจริง แต่หาได้มีการปฏิรูปทางการเมืองแต่อย่างใดไม่“ผู้คนยังไม่เข้าใจ พวกเขายังใช้ชีวิตอยู่แต่ในโลกเพ้อฝัน” เขาเคยแสดงทัศนะในปี2000 กระทั่งเกิดเหตุชุมนุมอาหรับสปริง มีการเรียกร้องประชาธิปไตย อัสซาดก็ยังคิดว่าผู้คนเหล่านั้น‘ได้คืบเอาศอก’

…..

ยี่สิบปีต่อมา พื้นที่ของซีเรียส่วนใหญ่กลายสภาพเป็นซากปรักหักพัง ประเมินความเสียหายนับล้านล้านบาท ชาวซีเรียหนึ่งในสองต้องอพยพหลบหนี มีผู้คนล้มตายในสงครามตั้งแต่ปี2011 มากกว่าห้าแสนคน เศรษฐกิจของประเทศล่มสลาย ค่าเงินตกต่ำ ประชากรราวเก้าล้านคนอดอยาก 

บัชชาร์ อัล–อัสซาดต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากรัสเซียและอิหร่าน ทั้งสองประเทศนี้มีความสัมพันธ์ด้านการทหาร การเมือง และเศรษฐกิจในซีเรีย การพัฒนาประเทศในอนาคตอาจต้องผูกติดอยู่กับประเทศผู้หนุนหลังเป็นหลัก ในทางการเมืองนั้นถือว่าอัสซาดได้เอาเอกราชของประเทศลงเดิมพันไปแล้ว

และไม่มีหนทางที่จะหวนกลับได้อีก

อ้างอิง:      

https://www.dw.com/de/baschar-al-assad-von-syriens-hoffnungstr%C3%A4ger-zum-diktator/a-54182081?fbclid=IwAR3ACRwcO3DjS8J5QEvBhnTGCruog0u3rXKD3_qXQ69yff49Raf7m1hWRFY

https://www.deutschlandfunk.de/seit-20-jahren-praesident-von-syrien-assads-toedliche.724.de.html?dram:article_id=480685

Sam Dagher, , Little, Brown and Company (2019)


ผู้นำซีเรียบินพบผู้นำรัสเซีย | 22-10-58 | เช้าข่าวชัดโซเชียล | ThairathTV


เมื่อวานนี้ (21 ต.ค.) ทางการรัสเซียเผยว่า นายบาชาร์ อัลอัสซาด ประธานธิบดีซีเรีย ได้เดินทางเยือนรัสเซียอย่างเป็นทางการ โดยเข้าพบนายวลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซียที่กรุงมอสโกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา(20 ต.ค.) เพื่อขอบคุณที่รัสเซียเป็นผู้นำในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย เพื่อปราบปรามกลุ่มที่ผู้นำรัสเซียและซีเรียมองว่าเป็นกลุ่มก่อการร้าย ซึ่งประธานาธิบดีปูตินกล่าวว่า การแก้ปัญหาสงครามกลางเมืองในซีเรียแบบระยะยาว นอกจากปฏิบัติการโจมตีทางการทหารแล้ว ยังจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางการเมืองโดยการมีส่วนร่วมจากทั้งฝ่ายการเมือง กลุ่มชาติพันธุ์และกลุ่มศาสนาต่างๆ ซึ่งรัสเซียก็พร้อมให้ความช่วยเหลือซีเรียในเรื่องกระบวนการทางการเมืองเพื่อนำความสงบคืนสู่ซีเรียด้วย โดยล่าสุด เมื่อวานนี้ทางการซีเรียเผยว่า ประธานาธิบดีอัลอัสซาด ได้เดินทางกลับถึงกรุงดามัสกัสของซีเรียแล้ว
รายงานระบุว่า การเดินทางเยือนรัสเซียครั้งนี้น่าจะเป็นการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกของประธานาธิบดีอัลอัสซาด นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองซีเรียเริ่มขึ้นในปี 2554 และยังคงดำเนินอยู่จนถึงขณะนี้ ขณะที่รัสเซียได้เริ่มเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรียตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจในการสู้รบที่เพิ่มขึ้นของผู้นำซีเรีย หลังรัสเซียช่วยโจมตีทางอากาศ
ติดตามเราได้ที่
Website : http://www.thairath.tv
Facebook : https://www.facebook.com/thairathtv
Twitter : https://twitter.com/Thairath_TV
Instagram : https://instagram.com/thairathtv
Youtube Channel : https://www.youtube.com/channel/UCrFDdDEE05N7gjwZho2wqw

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ผู้นำซีเรียบินพบผู้นำรัสเซีย | 22-10-58 | เช้าข่าวชัดโซเชียล | ThairathTV

บุกคุกไทย ครั้งแรกในชีวิต!!! จะโหดแค่ไหน?!!


อย่าลืมติดตามช่อง My Mate Nate นะครับ:
https://www.youtube.com/mymatenate
อย่าลืมกดติดตามช่องที่สองของเราด้วย: https://www.youtube.com/nate\u0026mee
Facebook ► http://www.facebook.com/mymatenate
Instagram ► http://instagram.com/mymatenate/
อย่าลืมเข้ากลุ่ม My Mate Nate Memes:
https://www.facebook.com/groups/mymatenatememe
สนใจติดต่อเรื่องการลงโฆษณาหรือการร่วมงาน กรุณาติดต่อผมทางนี้ เท่านั้น
For business or stock footage inquires ONLY contact me here: mymatenate69@gmail.com \u0026 www.mymatenate.com
mymatenate มายเมทเนท nateandmee

บุกคุกไทย ครั้งแรกในชีวิต!!! จะโหดแค่ไหน?!!

Using \”Every Tool Available\” – A Fresh Idea to Pressure Syria’s Bashar Assad


As the Arab League and Western powers seek ways to stop the violent crackdown in Syria, CGD senior fellow Kim Elliott proposes a new diplomatic tool preemptive contract sanctions and explains how they could increase the squeeze on Bashar alAssad’s regime.

Using \

ซีเรียเตรียมเลือกตั้งสมาชิกสภาครั้งแรกในรอบ 4 ปี


12 เม.ย. | ข่าว 9.00 น.
ซีเรียเตรียมจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรม ที่สร้างความได้เปรียบให้กับพรรคบาธ ของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ThaiPBSnews ซีเรีย

ซีเรียเตรียมเลือกตั้งสมาชิกสภาครั้งแรกในรอบ 4 ปี

Weather War Forecast: Kremlin propaganda now includes state TV meteorological reports


It’s perfect weather in Syria for carrying out airstrikes. That’s according to the weatherwoman on Rossiya24, the Russian state TV broadcaster, who on October 4 combined the channel’s meteorological brief with an update on bombing runs to support Syrian President Bashar alAssad.
Check out our website: http://uatoday.tv
Facebook: https://facebook.com/uatodaytv
Twitter: https://twitter.com/uatodaytv

Weather War Forecast: Kremlin propaganda now includes state TV meteorological reports

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ บาชาร์ อัล-อัสซาด

Leave a Comment