[NEW] บัตร MRT 2564 กับราคาเวอร์ชันอัพเดท ซื้อแบบไหนคุ้มสุด! | ค่าโดยสารmrt – POLLICELEE

ค่าโดยสารmrt: คุณกำลังดูกระทู้

 บัตร MRT เป็นอีกไอเท็มที่คนกรุงเทพต้องมีติดตัว ในยุคที่การใช้ชีวิตมาพร้อมวิถีแห่งความเร่งรีบ เพราะการเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนไปแล้ว รถไฟฟ้าใต้ดินถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการเดินทางที่มีความรวดเร็วและสะดวกที่สุด จึงกลายมาเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางสาธารณะของคนในเมืองกรุงที่มีคนใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องการใช้บัตรของ MRT ในการเดินทาง จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของคนเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2564 บัตรของ MRT ได้มีการอัพเดทราคาใหม่และมีการตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อช่วยภาคประชาชนให้เดินทางได้อย่างประหยัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าคุณกำลังติดตามเรื่องการอัพเดทราคาบัตร MRT ในรูปแบบต่างๆ คุณสามารถอ่านรายละเอียดได้จากบทความนี้

. . . . . . . . . .

Table of Contents

อัพเดตราคาบัตร MRT ของปี 2564

 บัตร MRT จะมีด้วยกันหลายราคาและหลายรูปแบบ โดยมีการผลิตออกขายเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของแต่ละคน บัตรค่าโดยสารของ MRT จึงถูกแบ่งออกเป็นบัตรรายเดือน, บัตรเติมเงิน และบัตร MRT รายวัน มีการแยกออกเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปกับกลุ่มของคนชราและเด็กนักเรียนกับนักศึกษา ซึ่งการอัพเดทราคาบัตร MRT ของปี 2564 และค่าโดยสารปรับใหม่ของ MRT จะมีดังต่อไปนี้

          สำหรับปี 2564 นั้นมีบัตรประเภทใหม่ที่เริ่มใช้งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นั่นก็คือบัตรประเภทแบบเติมเที่ยว สำหรับ MRT สายสีม่วง ซึ่งเดินทางได้เฉพาะระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (สถานีคลองบางไผ่ – สถานีเตาปูน) ซึ่งเหมาะมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป้นประจำทุกวัน และเดินทางหลายสถานี เพราะจะทำให้ช่วยประหยัดค่าโดยสารลงไปมากขึ้น โดยเที่ยวการเดินทางจะเริ่มนับจากการใช้งานบัตรวันแรก และจะหมดอายุเมื่อไม่ได้มีการใช้งานเกิน 45 นับจากวันแรกที่เติม ซึ่งระบบคิดค่าโดยสาร จะเป็นการหักเที่ยวก่อน ดังนั้นจึงค่อยหักเงิน ทั้งในกรณีที่เราใช้เที่ยวจนหมด แล้วมีเงินอยู่ในบัตร หรือกรณีเดินทางเชื่อต่อกับ MRT สายสีอื่น ๆ 

สำหรับราคาของบัตร MRT ประเภทเติมเที่ยวจะมีรายละเอียดดังนี้

  • เที่ยวโดยสาร 15 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 450 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 25 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 700 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 40 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,040 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 50 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,100 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 60 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 60 วัน ราคา 1,200 บาท

          สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้อง MRTสายสีม่วงเท่านั้น โดยยังไม่สามารถเติมแบบออนไลน์ได้

          ราคาของบัตร MRT เติมเงินจะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ รูปแบบของบัตรบุคคลทั่วไป, บัตรนักเรียนและนักศึกษา, บัตรผู้สูงอายุ และบัตรสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งบัตรเหล่านี้จะเป็นบัตร MRT ราคาแตกต่างกัน สำหรับการคิดค่าโดยสารจะคิดแบบต่อเที่ยวการเดินทาง ส่วนราคาบัตรอยู่ที่ 180 บาท โดยจะถูกเก็บไว้เป็นเงินในค่าการเดินทาง 100 บาท ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าธรรมเนียมการออกบัตร 30 บาท จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้บัตรไปใช้เดินทางหรือการเติมเงินในครั้งสุดท้ายของผู้ใช้ รายละเอียดของบัตรแต่ละรูปแบบมีดังนี้

  • บัตร MRT บุคคลทั่วไป

          อัตราค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง โดยการใช้นั้นจะเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT เป็นประจำ ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถซื้อบัตรใบนี้เพื่อการเดินทางได้ การซื้อสามารถทำผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย นอกจากนี้ยังมีรูปแบบบัตร MRT รายวัน ให้บริการอีก

  • บัตร MRT นักเรียนและนักศึกษา หรือ Student card

          จะถูกคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่จะซื้อบัตร MRT สำหรับนักเรียนและนักศึกษาได้นั้น จะต้องเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาจริงที่มีอายุไม่เกินไปกว่า 23 ปี การซื้อจะต้องใช้บัตรนักเรียนหรือบัตรประจำตัวนักศึกษาคู่กับบัตรประชาชน และสามารถซื้อผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย

  • บัตร MRT ผู้สูงอายุ หรือ Elder Card

          จะเป็นบัตรที่คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ที่จะสามารถซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป การซื้อจะต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่มีการออกให้อย่างถูกต้องจากทางภาครัฐร่วมด้วย เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องอายุ สามารถซื้อได้จากช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

  • บัตร MRT สำหรับเด็กหรือ Child Card

         จะคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และส่วนสูงจะต้องไม่เกินไปกว่า 91-120 เซนติเมตร ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี และความสูงไม่เกินกว่า 90 เซนติเมตร จะได้รับสิทธิพิเศษในการขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ฟรีทุกเส้นทาง สำหรับการซื้อบัตรใบนี้สามารถซื้อได้ทุกช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

3. บัตร MRT รายเดือน

 บัตร MRT รายเดือน ในอดีตถูกจัดจำหน่ายเป็นแบบเหมาจ่าย แต่หลังจากถูกผลิตออกมาใช้งานได้ไม่นานก็ถูกยกเลิกและกลายมาเป็นบัตรแบบเติมเงินที่มีออกจำหน่ายในทุกวันนี้ ในช่วงปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการออกแถลงเรื่องมาตรการลดค่ารถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงจะมีการทำบัตร MRT แบบรายเดือนใหม่อีกครั้ง โดยให้ข้อมูลเบื้องต้นเรื่องค่าโดยสาร คือ 15 เที่ยว 780 บาท, 25 เที่ยว 1,250 บาท, 40 เที่ยว 1,920 บาท, 50 เที่ยว 2,350 บาทต่อ 1 เดือน และได้มีการระบุเริ่มต้นการขายตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2562 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2563 แต่ในปัจจุบันกลับยังไม่พบว่าบัตร MRT รายเดือนถูกเปิดขายแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่าบัตร MRT รายเดือนยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและรอการอนุมัติ จึงยังไม่มีออกมาให้ได้ซื้อใช้งานจริง

          สำหรับบัตรโดยสารธุรกิจจะมาในรูปแบบของการออกแบบหน้าบัตรได้ด้วยตัวคุณเอง แต่การจะออกแบบบัตรได้นั้นจะต้องเกิดขึ้นจากองค์กรที่คุณใช้งานอยู่ร่วมมือกับทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เพื่อเป็นการออกบัตร BEM และคุณจะสามารถออกแบบบัตรได้ พร้อมการเติมเงินสดเพื่อค่าเดินทางได้ตั้งแต่ 100-10,000 บาท แต่เมื่อใช้แล้วจะไม่สามารถถอนเงินคืนออกมาได้ จึงจำเป็นต้องใช้ให้ครบตามจำนวนที่คุณเติมเงินไว้ แต่บัตรใบนี้จะใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน MRT สายสีฟ้ากับสายสีม่วงเท่านั้น

          สำหรับบัตร MRT Plus Park and Ride จะมาในรูปแบบของบัตรจอดรถในสถานีรับฝากรถของไฟฟ้าใต้ดิน MRT เหมาะสำหรับคนทำงานที่จะต้องขับรถมาจอดและต่อรถไฟใต้ดินไปสู่ที่ทำงานอย่างสะดวก ซึ่งทางรถไฟฟ้ามหานครได้มีพื้นที่สำหรับการเก็บรถของลูกค้าอย่างปลอดภัยในบางสถานี ดังนั้นถ้าคุณมีรถยนต์ส่วนตัวและต้องการต่อรถไฟใต้ดิน MRT ไปสู่ที่ทำงานโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับปัญหารถติดบนท้องถนน คุณสามารถซื้อบัตร MRT Plus Park and Ride เพื่อนำรถเข้าไปจอดไว้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถหายแต่อย่างใด สำหรับอัตราการจ่ายค่าบริการจอดรถจะมีดังนี้ 

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จอดรถ 2 ชั่วโมง จ่ายเพียง 10 บาท
  • ผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารของรถ MRT จอดรถชั่วโมงละ 20 บาท 
  • คิดค่าจอดแบบรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือน 

สรุปค่าโดยสารปรับใหม่ที่คนซื้อบัตร mrt

          สำหรับการสรุปค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT ปี 2564 ถ้าเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทาง ซึ่งทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มีการตรึงราคาช่วยค่ารถไฟใต้ดินสำหรับบัตรบุคคลทั่วไปในช่วง COVID-19 ไว้เพียงแค่บางสายเท่านั้น โดยให้ราคาต่ำสุดที่ 14 บาท และสูงสุดที่ 20 บาทต่อเที่ยว จากเดิมต่ำสุด 17 บาท และสูงสุด 42 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นการซื้อบัตรแบบบุคคลทั่วไปจึงถือว่าลดลงเพียงแค่บางสายเท่านั้น ส่วนบัตรสำหรับนักเรียนและนักศึกษาจะลดให้ 10% , บัตรของผู้สูงอายุจะลด 50% และบัตรสำหรับเด็กจะลด 50% ส่วนบัตรโดยสารธุรกิจจะสามารถเติมเงินได้ตามปกติ ไม่มีส่วนลดใดๆ ดังนั้นค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT จึงถือว่าลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย

ซื้อบัตร mrt แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

          ถ้าคุณเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาควรซื้อบัตรแบบเติมเงินเพื่อรับส่วนลด 10% หรือถ้าเป็นผู้สูงอายุควรซื้อเป็นบัตร MRT ผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพื่อรับส่วนลด 50% แต่ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่มีเด็กๆ และต้องเดินทางบ่อยครั้ง ควรซื้อบัตรของ MRT สำหรับเด็กที่จะให้ส่วนลดสูงถึง 50% ดังนั้นถ้าถามว่าซื้อบัตร MRT แบบไหนคุ้มกว่ากัน? ตอบได้ว่าการซื้อบัตรแบบเติมเงินของทั้ง 3 ประเภท คือ นักเรียน-นักศึกษา, ผู้สูงอายุ และเด็ก จะถือว่าคุ้มค่าที่สุด ส่วนบัตรสำหรับบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทางมาอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อแบบรายวันหรือซื้อแบบบัตร MRT เติมเงินก็ถือว่ามีค่าเท่ากัน เพียงแต่การซื้อบัตรแบบเติมเงินของบุคคลธรรมดาจะให้ความสะดวก ไม่จำเป็นต้องไปยืนต่อแถวแลกเหรียญหรือซื้อบัตรรายวันแต่อย่างใด เพราะสามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรได้เรื่อยๆ เมื่อถึงสถานีก็เพียงแค่แตะบัตรก็พร้อมเดินทางได้ทันที

บัตร mrt ซื้อที่ไหน?

          สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อบัตรแบบเติมเงินของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แต่ไม่รู้ว่าควรซื้อบัตร MRT ซื้อที่ไหน คำตอบง่ายๆ คือ เพียงแค่คุณไปที่สถานีใดสถานีหนึ่งของรถไฟฟ้า MRT คุณก็สามารถซื้อบัตรได้ทุกรูปแบบที่คุณต้องการ เพราะบัตร MRT ทั้งแบบรายวันและบัตรแบบเติมเงินจะมีขายในทุกช่องจำหน่ายของแต่ละสถานี ส่วนบัตรบัตร MRT Plus Park and Ride จะสามารถซื้อได้ในทุกสถานีด้วยเช่นกัน

วิธีเติมเงินบัตร mrt

           สำหรับการเติมเงินบัตร MRT จะมีด้วยกันหลากหลายวิธีที่จะเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บัตรของ MRT ในการเดินทางทุกวันมากขึ้น ไม่ว่าจะบัตรเติมเงินประเภทใดก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าคุณต้องการรู้ว่าวิธีเติมเงินบัตร MRT เป็นอย่างไร ลองดูรายละเอียดดังต่อไปนี้

          การเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT จะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ธนาคารกรุงไทยออนไลน์ เพราะจะเป็นแอพเติมเงินออนไลน์ลงสู่บัตร MRT ที่คุณสามารถดาวน์โหลดมาแล้วเลือกไปที่การจ่ายเงินในหมวดหมู่ MRT จากนั้นก็สามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรโดยสารได้ทันที เพียงแค่ระบุหมายเลขบัตรของ MRT และระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติม จำนวนเงินเริ่มต้นจะอยู่ที่ 100 บาท เมื่อใส่จำนวนเงินเรียบร้อยแล้วก็ทำการโอนจ่ายเงินได้ทันที ระบบจะแสดงการชำระเงินเรียบร้อย จากนั้นให้คุณนำบัตรเติมเงินของ MRT ไปแตะที่เครื่องของ AVM ที่จะอยู่ภายในสถานีของ MRT และจะต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณโอนจ่ายเงินไป ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการคืนยอดเงินกลับเข้าสู่บัญชีของคุณทั้งหมด

          เพิ่มความสะดวกด้วยการใช้แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet แล้วเติมเงินบัตร MRT ได้ทันที เพียงแค่คนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Truemoney Wallet จากนั้นใส่เลขบัตรเติมเงิน MRT ของคุณลงไป โดยให้กรอกหมายเลขบัตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากนั้นให้กดเพิ่มบัตรพร้อมการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ภายในบัตรของคุณให้เรียบร้อยแล้วทำการกดยืนยัน จากนั้นให้คุณเลือกจำนวนเงินที่สามารถเติมได้ตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึง 1,500 บาท เลือกไปที่ช่องทางการเติมเงินผ่าน ทาง Truemoney Wallet เมื่อทำขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำบัตรของ MRT ไปที่เครื่อง AVM แล้วแตะไปที่ตัวเครื่อง เพื่อทำให้ยอดเงินถูกโอนเข้าบัตร เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบขั้นตอนอย่างง่ายดาย แต่จะต้องนำบัตรไปแตะกับเครื่อง AVM ก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณเดินเรื่องเติมเงิน ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการโอนเงินกลับคืนสู่กระเป๋า Truemoney Wallet ของคุณทันที

3.การเติมที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT

           ถ้าคุณไม่สะดวกเติมผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน คุณสามารถเติมเงินได้ที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT ที่เพียงแค่คุณยื่นบัตรเติมเงิน, ระบุยอดเงิน และจ่ายเงิน ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเงินที่เติมเข้าสู่บัตรก็จะเริ่มใช้งานได้ทันที

ตั๋วร่วม MRT และ BTS คืออะไร มีประโยชน์แค่ไหน?

          ข่าวสารสำคัญที่ถือว่าผู้ใช้บริการทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT ควรรู้ คือ เรื่องที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟใต้ดิน MRT ด้วยการเชื่อมต่อจากสถานีหนึ่งสู่อีกสถานีหนึ่งอย่างสะดวก เรียกว่าเป็นการเชื่อมต่อแบบข้ามระบบ โดยจะมี 3 สายสำคัญที่จะทำให้ผู้อยู่ในบริเวณของทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT ทั้งสามสายนี้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น เป็นการเชื่อมต่อระหว่างบัตรแรบบิท ของ BTS สายสีเขียวกับบัตรแมงมุมและบัตร MRT Plus ของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงินมารวมกันในหนึ่งเดียว เพื่อให้เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ไม่ต้องพกพาบัตรหลายใบไปใช้งานให้ยุ่งยาก 

           อย่างไรก็ตาม นโยบายของการทำตั๋วร่วมนั้นถูกยกมาพูดไว้ค่อนข้างนานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสในการนำมาใช้งานจริง เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 ระบาด จึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไร้กำหนด ดังนั้นเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงคมนาคมจึงได้มีการนำนโยบายตั๋วร่วมกลับมาพูดถึงอีกครั้งและมีการระบุว่ากำลังดำเนินการใหม่ พร้อมแบ่งออกเป็น 2 เฟสด้วยกัน โดยจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวและรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน กับสายสีม่วง ด้วยการใช้บัตรเดบิตหรือบัตร Visa ของธนาคารและพิจารณาให้เชื่อมต่อสู่ระบบของแท็กซี่กับเรือโดยสารเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสะดวกต่อการเดินทางหลากหลายด้าน แต่ในเฟสนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและศึกษาในหลายๆ ปัญหา จึงอาจจะต้องใช้เวลามากพอสมควร 

           ดังนั้นในเฟส 2 ที่เป็นการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จึงอาจจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากกว่า พร้อมการประกาศเปิดใช้งานจริงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ดังนั้นถ้าคุณสนใจที่จะร่วมใช้ตั๋วร่วมของรถไฟฟ้า BTS และบัตร MRT แนะนำให้ศึกษารายละเอียดของการซื้อและการใช้บัตรให้ดี เพื่อทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและให้ความสะดวกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน

           ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT คุณควรรู้ถึงการปรับค่าโดยสารและราคาของบัตร MRT ในปี 2564 ให้ชัดเจน เพื่อการซื้อไปใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า รวมไปถึงข่าวของการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT เพื่อการซื้อบัตร BTS และบัตร MRT ไปใช้งานได้ตรงความต้องการมากที่สุด พร้อมทำให้ทุกการเดินทางของคุณประหยัดงบประมาณมากยิ่งขึ้น นอกจากบัตร MRT แล้ว เรายังมีบทความบัตร Rabbit และบทความวิเคราะห์ทำเล ย่านรถไฟฟ้าใต้ดินให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจกันด้วย นอกจากนี้เรามีบทความอัพเดทข่าวสารคอนโด เสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ทุกวันด้วย แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ 

[NEW] บัตร MRT 2564 กับราคาเวอร์ชันอัพเดท ซื้อแบบไหนคุ้มสุด! | ค่าโดยสารmrt – POLLICELEE

 บัตร MRT เป็นอีกไอเท็มที่คนกรุงเทพต้องมีติดตัว ในยุคที่การใช้ชีวิตมาพร้อมวิถีแห่งความเร่งรีบ เพราะการเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนไปแล้ว รถไฟฟ้าใต้ดินถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการเดินทางที่มีความรวดเร็วและสะดวกที่สุด จึงกลายมาเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางสาธารณะของคนในเมืองกรุงที่มีคนใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องการใช้บัตรของ MRT ในการเดินทาง จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของคนเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2564 บัตรของ MRT ได้มีการอัพเดทราคาใหม่และมีการตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อช่วยภาคประชาชนให้เดินทางได้อย่างประหยัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าคุณกำลังติดตามเรื่องการอัพเดทราคาบัตร MRT ในรูปแบบต่างๆ คุณสามารถอ่านรายละเอียดได้จากบทความนี้

. . . . . . . . . .

อัพเดตราคาบัตร MRT ของปี 2564

 บัตร MRT จะมีด้วยกันหลายราคาและหลายรูปแบบ โดยมีการผลิตออกขายเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของแต่ละคน บัตรค่าโดยสารของ MRT จึงถูกแบ่งออกเป็นบัตรรายเดือน, บัตรเติมเงิน และบัตร MRT รายวัน มีการแยกออกเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปกับกลุ่มของคนชราและเด็กนักเรียนกับนักศึกษา ซึ่งการอัพเดทราคาบัตร MRT ของปี 2564 และค่าโดยสารปรับใหม่ของ MRT จะมีดังต่อไปนี้

          สำหรับปี 2564 นั้นมีบัตรประเภทใหม่ที่เริ่มใช้งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นั่นก็คือบัตรประเภทแบบเติมเที่ยว สำหรับ MRT สายสีม่วง ซึ่งเดินทางได้เฉพาะระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (สถานีคลองบางไผ่ – สถานีเตาปูน) ซึ่งเหมาะมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป้นประจำทุกวัน และเดินทางหลายสถานี เพราะจะทำให้ช่วยประหยัดค่าโดยสารลงไปมากขึ้น โดยเที่ยวการเดินทางจะเริ่มนับจากการใช้งานบัตรวันแรก และจะหมดอายุเมื่อไม่ได้มีการใช้งานเกิน 45 นับจากวันแรกที่เติม ซึ่งระบบคิดค่าโดยสาร จะเป็นการหักเที่ยวก่อน ดังนั้นจึงค่อยหักเงิน ทั้งในกรณีที่เราใช้เที่ยวจนหมด แล้วมีเงินอยู่ในบัตร หรือกรณีเดินทางเชื่อต่อกับ MRT สายสีอื่น ๆ 

สำหรับราคาของบัตร MRT ประเภทเติมเที่ยวจะมีรายละเอียดดังนี้

  • เที่ยวโดยสาร 15 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 450 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 25 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 700 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 40 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,040 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 50 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,100 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 60 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 60 วัน ราคา 1,200 บาท

          สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้อง MRTสายสีม่วงเท่านั้น โดยยังไม่สามารถเติมแบบออนไลน์ได้

          ราคาของบัตร MRT เติมเงินจะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ รูปแบบของบัตรบุคคลทั่วไป, บัตรนักเรียนและนักศึกษา, บัตรผู้สูงอายุ และบัตรสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งบัตรเหล่านี้จะเป็นบัตร MRT ราคาแตกต่างกัน สำหรับการคิดค่าโดยสารจะคิดแบบต่อเที่ยวการเดินทาง ส่วนราคาบัตรอยู่ที่ 180 บาท โดยจะถูกเก็บไว้เป็นเงินในค่าการเดินทาง 100 บาท ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าธรรมเนียมการออกบัตร 30 บาท จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้บัตรไปใช้เดินทางหรือการเติมเงินในครั้งสุดท้ายของผู้ใช้ รายละเอียดของบัตรแต่ละรูปแบบมีดังนี้

  • บัตร MRT บุคคลทั่วไป

          อัตราค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง โดยการใช้นั้นจะเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT เป็นประจำ ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถซื้อบัตรใบนี้เพื่อการเดินทางได้ การซื้อสามารถทำผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย นอกจากนี้ยังมีรูปแบบบัตร MRT รายวัน ให้บริการอีก

  • บัตร MRT นักเรียนและนักศึกษา หรือ Student card

          จะถูกคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่จะซื้อบัตร MRT สำหรับนักเรียนและนักศึกษาได้นั้น จะต้องเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาจริงที่มีอายุไม่เกินไปกว่า 23 ปี การซื้อจะต้องใช้บัตรนักเรียนหรือบัตรประจำตัวนักศึกษาคู่กับบัตรประชาชน และสามารถซื้อผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย

  • บัตร MRT ผู้สูงอายุ หรือ Elder Card

          จะเป็นบัตรที่คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ที่จะสามารถซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป การซื้อจะต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่มีการออกให้อย่างถูกต้องจากทางภาครัฐร่วมด้วย เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องอายุ สามารถซื้อได้จากช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

  • บัตร MRT สำหรับเด็กหรือ Child Card

         จะคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และส่วนสูงจะต้องไม่เกินไปกว่า 91-120 เซนติเมตร ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี และความสูงไม่เกินกว่า 90 เซนติเมตร จะได้รับสิทธิพิเศษในการขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ฟรีทุกเส้นทาง สำหรับการซื้อบัตรใบนี้สามารถซื้อได้ทุกช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

3. บัตร MRT รายเดือน

 บัตร MRT รายเดือน ในอดีตถูกจัดจำหน่ายเป็นแบบเหมาจ่าย แต่หลังจากถูกผลิตออกมาใช้งานได้ไม่นานก็ถูกยกเลิกและกลายมาเป็นบัตรแบบเติมเงินที่มีออกจำหน่ายในทุกวันนี้ ในช่วงปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการออกแถลงเรื่องมาตรการลดค่ารถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงจะมีการทำบัตร MRT แบบรายเดือนใหม่อีกครั้ง โดยให้ข้อมูลเบื้องต้นเรื่องค่าโดยสาร คือ 15 เที่ยว 780 บาท, 25 เที่ยว 1,250 บาท, 40 เที่ยว 1,920 บาท, 50 เที่ยว 2,350 บาทต่อ 1 เดือน และได้มีการระบุเริ่มต้นการขายตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2562 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2563 แต่ในปัจจุบันกลับยังไม่พบว่าบัตร MRT รายเดือนถูกเปิดขายแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่าบัตร MRT รายเดือนยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและรอการอนุมัติ จึงยังไม่มีออกมาให้ได้ซื้อใช้งานจริง

          สำหรับบัตรโดยสารธุรกิจจะมาในรูปแบบของการออกแบบหน้าบัตรได้ด้วยตัวคุณเอง แต่การจะออกแบบบัตรได้นั้นจะต้องเกิดขึ้นจากองค์กรที่คุณใช้งานอยู่ร่วมมือกับทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เพื่อเป็นการออกบัตร BEM และคุณจะสามารถออกแบบบัตรได้ พร้อมการเติมเงินสดเพื่อค่าเดินทางได้ตั้งแต่ 100-10,000 บาท แต่เมื่อใช้แล้วจะไม่สามารถถอนเงินคืนออกมาได้ จึงจำเป็นต้องใช้ให้ครบตามจำนวนที่คุณเติมเงินไว้ แต่บัตรใบนี้จะใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน MRT สายสีฟ้ากับสายสีม่วงเท่านั้น

          สำหรับบัตร MRT Plus Park and Ride จะมาในรูปแบบของบัตรจอดรถในสถานีรับฝากรถของไฟฟ้าใต้ดิน MRT เหมาะสำหรับคนทำงานที่จะต้องขับรถมาจอดและต่อรถไฟใต้ดินไปสู่ที่ทำงานอย่างสะดวก ซึ่งทางรถไฟฟ้ามหานครได้มีพื้นที่สำหรับการเก็บรถของลูกค้าอย่างปลอดภัยในบางสถานี ดังนั้นถ้าคุณมีรถยนต์ส่วนตัวและต้องการต่อรถไฟใต้ดิน MRT ไปสู่ที่ทำงานโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับปัญหารถติดบนท้องถนน คุณสามารถซื้อบัตร MRT Plus Park and Ride เพื่อนำรถเข้าไปจอดไว้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถหายแต่อย่างใด สำหรับอัตราการจ่ายค่าบริการจอดรถจะมีดังนี้ 

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จอดรถ 2 ชั่วโมง จ่ายเพียง 10 บาท
  • ผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารของรถ MRT จอดรถชั่วโมงละ 20 บาท 
  • คิดค่าจอดแบบรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือน 

สรุปค่าโดยสารปรับใหม่ที่คนซื้อบัตร mrt

          สำหรับการสรุปค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT ปี 2564 ถ้าเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทาง ซึ่งทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มีการตรึงราคาช่วยค่ารถไฟใต้ดินสำหรับบัตรบุคคลทั่วไปในช่วง COVID-19 ไว้เพียงแค่บางสายเท่านั้น โดยให้ราคาต่ำสุดที่ 14 บาท และสูงสุดที่ 20 บาทต่อเที่ยว จากเดิมต่ำสุด 17 บาท และสูงสุด 42 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นการซื้อบัตรแบบบุคคลทั่วไปจึงถือว่าลดลงเพียงแค่บางสายเท่านั้น ส่วนบัตรสำหรับนักเรียนและนักศึกษาจะลดให้ 10% , บัตรของผู้สูงอายุจะลด 50% และบัตรสำหรับเด็กจะลด 50% ส่วนบัตรโดยสารธุรกิจจะสามารถเติมเงินได้ตามปกติ ไม่มีส่วนลดใดๆ ดังนั้นค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT จึงถือว่าลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย

ซื้อบัตร mrt แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

          ถ้าคุณเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาควรซื้อบัตรแบบเติมเงินเพื่อรับส่วนลด 10% หรือถ้าเป็นผู้สูงอายุควรซื้อเป็นบัตร MRT ผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพื่อรับส่วนลด 50% แต่ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่มีเด็กๆ และต้องเดินทางบ่อยครั้ง ควรซื้อบัตรของ MRT สำหรับเด็กที่จะให้ส่วนลดสูงถึง 50% ดังนั้นถ้าถามว่าซื้อบัตร MRT แบบไหนคุ้มกว่ากัน? ตอบได้ว่าการซื้อบัตรแบบเติมเงินของทั้ง 3 ประเภท คือ นักเรียน-นักศึกษา, ผู้สูงอายุ และเด็ก จะถือว่าคุ้มค่าที่สุด ส่วนบัตรสำหรับบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทางมาอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อแบบรายวันหรือซื้อแบบบัตร MRT เติมเงินก็ถือว่ามีค่าเท่ากัน เพียงแต่การซื้อบัตรแบบเติมเงินของบุคคลธรรมดาจะให้ความสะดวก ไม่จำเป็นต้องไปยืนต่อแถวแลกเหรียญหรือซื้อบัตรรายวันแต่อย่างใด เพราะสามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรได้เรื่อยๆ เมื่อถึงสถานีก็เพียงแค่แตะบัตรก็พร้อมเดินทางได้ทันที

บัตร mrt ซื้อที่ไหน?

          สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อบัตรแบบเติมเงินของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แต่ไม่รู้ว่าควรซื้อบัตร MRT ซื้อที่ไหน คำตอบง่ายๆ คือ เพียงแค่คุณไปที่สถานีใดสถานีหนึ่งของรถไฟฟ้า MRT คุณก็สามารถซื้อบัตรได้ทุกรูปแบบที่คุณต้องการ เพราะบัตร MRT ทั้งแบบรายวันและบัตรแบบเติมเงินจะมีขายในทุกช่องจำหน่ายของแต่ละสถานี ส่วนบัตรบัตร MRT Plus Park and Ride จะสามารถซื้อได้ในทุกสถานีด้วยเช่นกัน

วิธีเติมเงินบัตร mrt

           สำหรับการเติมเงินบัตร MRT จะมีด้วยกันหลากหลายวิธีที่จะเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บัตรของ MRT ในการเดินทางทุกวันมากขึ้น ไม่ว่าจะบัตรเติมเงินประเภทใดก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าคุณต้องการรู้ว่าวิธีเติมเงินบัตร MRT เป็นอย่างไร ลองดูรายละเอียดดังต่อไปนี้

          การเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT จะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ธนาคารกรุงไทยออนไลน์ เพราะจะเป็นแอพเติมเงินออนไลน์ลงสู่บัตร MRT ที่คุณสามารถดาวน์โหลดมาแล้วเลือกไปที่การจ่ายเงินในหมวดหมู่ MRT จากนั้นก็สามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรโดยสารได้ทันที เพียงแค่ระบุหมายเลขบัตรของ MRT และระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติม จำนวนเงินเริ่มต้นจะอยู่ที่ 100 บาท เมื่อใส่จำนวนเงินเรียบร้อยแล้วก็ทำการโอนจ่ายเงินได้ทันที ระบบจะแสดงการชำระเงินเรียบร้อย จากนั้นให้คุณนำบัตรเติมเงินของ MRT ไปแตะที่เครื่องของ AVM ที่จะอยู่ภายในสถานีของ MRT และจะต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณโอนจ่ายเงินไป ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการคืนยอดเงินกลับเข้าสู่บัญชีของคุณทั้งหมด

          เพิ่มความสะดวกด้วยการใช้แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet แล้วเติมเงินบัตร MRT ได้ทันที เพียงแค่คนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Truemoney Wallet จากนั้นใส่เลขบัตรเติมเงิน MRT ของคุณลงไป โดยให้กรอกหมายเลขบัตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากนั้นให้กดเพิ่มบัตรพร้อมการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ภายในบัตรของคุณให้เรียบร้อยแล้วทำการกดยืนยัน จากนั้นให้คุณเลือกจำนวนเงินที่สามารถเติมได้ตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึง 1,500 บาท เลือกไปที่ช่องทางการเติมเงินผ่าน ทาง Truemoney Wallet เมื่อทำขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำบัตรของ MRT ไปที่เครื่อง AVM แล้วแตะไปที่ตัวเครื่อง เพื่อทำให้ยอดเงินถูกโอนเข้าบัตร เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบขั้นตอนอย่างง่ายดาย แต่จะต้องนำบัตรไปแตะกับเครื่อง AVM ก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณเดินเรื่องเติมเงิน ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการโอนเงินกลับคืนสู่กระเป๋า Truemoney Wallet ของคุณทันที

3.การเติมที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT

           ถ้าคุณไม่สะดวกเติมผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน คุณสามารถเติมเงินได้ที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT ที่เพียงแค่คุณยื่นบัตรเติมเงิน, ระบุยอดเงิน และจ่ายเงิน ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเงินที่เติมเข้าสู่บัตรก็จะเริ่มใช้งานได้ทันที

ตั๋วร่วม MRT และ BTS คืออะไร มีประโยชน์แค่ไหน?

          ข่าวสารสำคัญที่ถือว่าผู้ใช้บริการทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT ควรรู้ คือ เรื่องที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟใต้ดิน MRT ด้วยการเชื่อมต่อจากสถานีหนึ่งสู่อีกสถานีหนึ่งอย่างสะดวก เรียกว่าเป็นการเชื่อมต่อแบบข้ามระบบ โดยจะมี 3 สายสำคัญที่จะทำให้ผู้อยู่ในบริเวณของทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT ทั้งสามสายนี้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น เป็นการเชื่อมต่อระหว่างบัตรแรบบิท ของ BTS สายสีเขียวกับบัตรแมงมุมและบัตร MRT Plus ของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงินมารวมกันในหนึ่งเดียว เพื่อให้เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ไม่ต้องพกพาบัตรหลายใบไปใช้งานให้ยุ่งยาก 

           อย่างไรก็ตาม นโยบายของการทำตั๋วร่วมนั้นถูกยกมาพูดไว้ค่อนข้างนานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสในการนำมาใช้งานจริง เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 ระบาด จึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไร้กำหนด ดังนั้นเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงคมนาคมจึงได้มีการนำนโยบายตั๋วร่วมกลับมาพูดถึงอีกครั้งและมีการระบุว่ากำลังดำเนินการใหม่ พร้อมแบ่งออกเป็น 2 เฟสด้วยกัน โดยจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวและรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน กับสายสีม่วง ด้วยการใช้บัตรเดบิตหรือบัตร Visa ของธนาคารและพิจารณาให้เชื่อมต่อสู่ระบบของแท็กซี่กับเรือโดยสารเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสะดวกต่อการเดินทางหลากหลายด้าน แต่ในเฟสนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและศึกษาในหลายๆ ปัญหา จึงอาจจะต้องใช้เวลามากพอสมควร 

           ดังนั้นในเฟส 2 ที่เป็นการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จึงอาจจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากกว่า พร้อมการประกาศเปิดใช้งานจริงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ดังนั้นถ้าคุณสนใจที่จะร่วมใช้ตั๋วร่วมของรถไฟฟ้า BTS และบัตร MRT แนะนำให้ศึกษารายละเอียดของการซื้อและการใช้บัตรให้ดี เพื่อทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและให้ความสะดวกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน

           ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT คุณควรรู้ถึงการปรับค่าโดยสารและราคาของบัตร MRT ในปี 2564 ให้ชัดเจน เพื่อการซื้อไปใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า รวมไปถึงข่าวของการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT เพื่อการซื้อบัตร BTS และบัตร MRT ไปใช้งานได้ตรงความต้องการมากที่สุด พร้อมทำให้ทุกการเดินทางของคุณประหยัดงบประมาณมากยิ่งขึ้น นอกจากบัตร MRT แล้ว เรายังมีบทความบัตร Rabbit และบทความวิเคราะห์ทำเล ย่านรถไฟฟ้าใต้ดินให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจกันด้วย นอกจากนี้เรามีบทความอัพเดทข่าวสารคอนโด เสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ทุกวันด้วย แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ 


อัตราค่าโดยสารใหม่ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ปี 2564


รถไฟฟ้า รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน
รถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีบางหว้า
อัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสายสีเขียว
การเดินทางระบบราง ระบบขนส่งเมืองไทย
อัตราค่าโดยสารใหม่ปี2564
รถไฟฟ้าถือว่าเป็นระบบการเดินทางระบบรางที่คล่องตัว สะดวก รวดเร็วประหยัดเวลา ของคนเมืองในช่วงปัจจุบันนี้ ช่วยทำให้การเดินทสงาะดวกขึ้นมากกว่าแต่ก่อน ซึ่งเดียวนี้ก้อมีรถไฟฟ้าหลายสายที่เปิดให้บริการอยู่และอีกหลายสายที่กำลังก่อสร้างเพื่อเชื่อมโยงการเดืนทางให้สะดวกมากยิ่งขึ่น ซึ่งก้อหมายถึงค่าบรืการที่สมเหตุสมผลกับการบริการและโดยสารรถไฟฟ้าในเมืองหลวงที่แลกกับความสะดวกสะบายและรวดเร็ว ลดปัญหารถติดได้ด้วยค่าโดยสารแต่ละสายก้ออาจต่างกันไปขึ้นอยู่กับจำนวนระยะทางและสถานี ทำเลที่ตั้งการก่อสร้างง่ายยากแค่ไหน ซึ่งมีผลกับการคิดค่าโดยสาร และในปี 2564 นี้รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินก้อได้ออกประกาศตารางค่าโดยสารใหม่ออกมาแล้วมีผล 1 มกราคม 64 จนถึงปีหน้า โดยได้คิดค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดืม โดยค่าโดยสารของเดืมจะคิด สถานีแรก 16 บาท สถานีสุดท้าย 42 บาท
ส่วนอัตราใหม่ จะคิดสถานีแรก 17 บาท สูงสุด 42 บาท โดยคิดค่าโดยสาร จากสถานีที่ 1 ถึง 12 ตามจริงตามระยะทางสถานนี และตามแต่ละประเภทของบัตรและตั๋วนั้นๆ พอหลังจากสถานีที่ 12 เป็นต้นไปก้อจะคิดเป็นอัตราสูงสุดตลอดเส้นทาง ตามแต่ละประเภทของบัตรโดยสารนั้นๆ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

อัตราค่าโดยสารใหม่ รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ปี 2564

นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงไปสนามบินดอนเมือง | Wan bin channel


รถไฟฟ้าสายสีแดงเปิดเรียบร้อยแล้ว ต้นทางจากสถานีกลางบางซื่อไปสุดที่สถานีรังสิต
รถไฟฟ้าสายสีแดง สนามบินดอนเมือง รถไฟฟ้า

นั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงไปสนามบินดอนเมือง | Wan bin channel

ซื้อบัตร รถไฟฟ้า MRT ยังไงให้คุ้ม | NewbTalk EP.59


บัตรMRT MRT บัตรเอ็มอาที รถไฟฟ้า BTS บัตรรถไฟฟ้า บัตรรถไฟฟ้าใหม่
วันนี้ติ๊ดจะมาอัพเเดทราคาค่าโดยสารของบัตร MRT ในปี 2564 ให้ฟังกันค่ะ ในยุคแห่งความเร่งรีบแบบนี้การเดินทางด้วยรถไฟฟ้าเนี่ยถือว่าตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองมากๆ และในปี 2564 นี้ MRT เค้าก็ได้อัพเดทราคาใหม่และมีการตรึงราคา เพื่อช่วยให้พวกเราได้เดินทางอย่างประหยัดขึ้นถือเป็นเรื่องดีมากๆเลยค่ะ
วันนี้ติ๊ดก็เลยจะมาอัพเดทราคาให้ทุกคนได้ฟังกัน ส่วนใครอยากรู้ราคาของ BTS เราก็ได้ทำคลิปเอาไว้แล้วเช่นกัน กดดูได้เลยน้า บัตรก็จะมีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปเพื่อให้เหมาสมกับการใช้งาน
1. บัตรแบบเติมเที่ยว
ซึ่งบัตรนี้จะใช้ในสายสีม่วง (สถานีคลองบางไผ่สถานีเตาปูน) เหมาะสำหรับคนที่เดินทางในสายสีม่วงเป็นประจำ โดยการใช้งานจะเริ่มนับจากวันแรกที่ใช้งาน และจะหมดอายุเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 45 วันนับจากวันแรก ซึ่งระบบจะคิดค่าโดยสารหักแบบเที่ยวก่อนแล้วค่อยหักเงิน
2. แบบเติมเงิน
แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ รูปแบบของ
บัตรบุคคลทั่วไป,
บัตรนักเรียนและนักศึกษา,
บัตรผู้สูงอายุ
และบัตรสำหรับเด็กเล็ก
ส่วนราคาตัวบัตรจะอยู่ที่ 180 / 180นี้จะถูกแบ่งเป็น
ค่าเดินทาง 100
ค่ามัดจำ 50
ค่าธรรมเนียม 30
และมีอายุใช้งานปรระมาณ 2 ปี
เริ่มตั้งแต่วันที่ได้บัตร หรือ วันที่เติมเงินครั้งสุดท้ายของผู้ใช้
หมายความว่าถ้าเราใช้บัตรอยู่เป็นประจำ บัตรก็จะไม่มีวันหมดอายุนั่นเอง
มาดูบัตรทั้ง 4 แบบกันค่ะ
แบบที่ 1 บุคคลทั่วไป
แบบนี้จะเหมาะกับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางด้วย mrt เป็นประจำ
แบบที่ 2 student card
บัตรนี้จะคิดค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลด 30% ใครจะซื้อบัตรนี้ก็เอาบัตรประชาชน+บัตรนักศึกษาไปซื้อที่ช่องจำหน่ายตั๋วได้เลย และที่สำคัญต้องเป็นนักศึกษาจริงที่มีอายุไม่เกิน 23 ปี หากใครขี้โกงโดนจับได้ต้องเสียค่าปรับนะจ้ะ
แบบที่ 3 บัตรผู้สูงอายุ
จะคล้ายๆกับแบบนักเรียนเลย แต่จะมีส่วนลดให้ 50% โดยผู้ที่จะซื้อบัตรนี้ได้ต้องอายุ 60 ขึ้นไป ก็ใช้บัตรประชาชน หรือบัตรอื่นๆที่ราชการออกให้ไปซื้อที่ช่องจำหน่างตั๋วได้เลย
แบบที่ 4 บัตรสำหรับเด็ก
อัตตราค่าโดยสารเหมือนของผู้สูงอายุเป๊ะเลย และคนที่จะซื้อได้ต้องมีอายุต่ำกว่า 14 และต้องสูงไม่เกิน 91120 ซม และถ้าส่วนสูงไม่เกิน 90 ซม ขึ้นฟรี
3. บัตรโดยสารธุรกิจ
บัตรนี้ต้องเกิดจากองค์กรจับมือกับ mrt เพื่อออกบัตร bem และเราสามารถออกแบบบัตรได้ด้วยนะ พร้อมทั้งเติมเงินได้ตั้งแต่ 10010000 และไม่สามารถถอนเงินขึ้นได้ ต้องใช้ให้ครบตามจำนวนที่เติมไว้ และจะให้ได้กับสายสีม่วงเท่านั้น
4. บัตร mrt plus park and ride
บัตรนี้จะมาในรูปแบบบัตรจอดรถในสถานีรับฝากรถ ของ mrt เหมาะสำหรับคนทำงานที่ต้องเอารถมาจอดและขึ้น mrt ไปทำงาน แต่ก็จะมีที่รับฝากแค่บางสถานีนะ ต้องไปลองเช็คกันดู
อัตตราค่าบริการจะมีดังนี้
ผู้ใช้บริการ MRT จอดรถ 2 ชั่วโมง จ่ายเพียง 10 บาท
ผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารของรถ MRT จอดรถชั่วโมงละ 20 บาท
คิดค่าจอดแบบรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือน
บัตรMRT MRT บัตรเอ็มอาที รถไฟฟ้า BTS บัตรรถไฟฟ้า บัตรรถไฟฟ้าใหม่

ติดตาม CondoNewb ได้ที่นี่ 👇
Website : https://www.condonewb.com/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCj0d…
Instagram : https://www.instagram.com/condonewb/
Twitter : https://twitter.com/condonewb
FB Group : https://www.facebook.com/groups/95509…

ซื้อบัตร รถไฟฟ้า MRT ยังไงให้คุ้ม | NewbTalk EP.59

วิธีขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินMRT วิธีซื้อเหรียญโดยสารสำหรับมือใหม่ และวิธีการเดินทางไปวัดมังกรด้วยรถไฟฟ้าMRT


วิธีขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT วิธีซื้อเหรียญโดยสารสำหรับมือใหม่ และวิธีการเดินทางไปวัดมังกร เยาวราช ด้วยรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สำหรับมือใหม่และผู้ที่ไม่เคยใช้รถไฟฟ้าใต้ดินMRTมาก่อน คลิปนี้จะบอกรายละเอียดขั้นตอนการซื้อตั๋ว(เหรียญ) การเดินทาง ได้อย่างละเอียด หรือผู้ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวย่านเยาราช หรือไหว้พระขอพร แก้ปีชงที่วัดมังกรก็สามารถเดินทางไปได้ สะดวก รวดเร็ว รถไม่ติด

วิธีขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดินMRT วิธีซื้อเหรียญโดยสารสำหรับมือใหม่ และวิธีการเดินทางไปวัดมังกรด้วยรถไฟฟ้าMRT

โปรเจคโปรแกรมคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT [แจกโค้ดโปรแกรมฟรี] เขียนโดยภาษาJAVA


โปรเจคโปรแกรมคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT [แจกโค้ดโปรแกรมฟรี] |
เป็นโปรเจคที่ทาง http://www.rangforever.com/ พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษาเรียนรู้เท่านั้น จึงขอแจกโค้ดฟรี โดยมีเงื่อนไขเพียง
โปรดคอมเม้นท์ว่าต้องการจะนำโค้ดไปใช้ทำอะไร และระบุอีเมล์ที่จะให้จัดส่งไฟล์ ทางทีมงานตรวจเช็คคอมเม้นท์ทุกวันและจัดส่งไฟล์ให้ทุกท่าน
ภาษาJAVA โปรเจคคำนวณรถไฟฟ้าMRT
แจกโค้ดJAVA เขียนโปรแกรม

ข้อมูลผู้บรรยาย
คุณหน่อง 0969156961
วัตถุประสงค์
เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเขียนโปรแกรม การเขียนโค้ดภาษาPHP / JS / CSS / C / JAVA รวมไปถึงการพัฒนาเว็บไซต์เพื่อใช้ธุรกิจ การเรียน การศึกษาต่างๆ

โปรเจคโปรแกรมคำนวณค่าโดยสารรถไฟฟ้าMRT [แจกโค้ดโปรแกรมฟรี] เขียนโดยภาษาJAVA

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ค่าโดยสารmrt

Leave a Comment