[NEW] บัตร MRT 2564 กับราคาเวอร์ชันอัพเดท ซื้อแบบไหนคุ้มสุด! | mrt เที่ยวแรก – POLLICELEE

mrt เที่ยวแรก: คุณกำลังดูกระทู้

 บัตร MRT เป็นอีกไอเท็มที่คนกรุงเทพต้องมีติดตัว ในยุคที่การใช้ชีวิตมาพร้อมวิถีแห่งความเร่งรีบ เพราะการเดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน ในปัจจุบันจึงถือเป็นเรื่องปกติ และเป็นชีวิตประจำวันของหลาย ๆ คนไปแล้ว รถไฟฟ้าใต้ดินถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของการเดินทางที่มีความรวดเร็วและสะดวกที่สุด จึงกลายมาเป็นหนึ่งในรูปแบบการเดินทางสาธารณะของคนในเมืองกรุงที่มีคนใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเรื่องการใช้บัตรของ MRT ในการเดินทาง จึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญของคนเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งในปี 2564 บัตรของ MRT ได้มีการอัพเดทราคาใหม่และมีการตรึงราคาค่าโดยสาร เพื่อช่วยภาคประชาชนให้เดินทางได้อย่างประหยัดมากยิ่งขึ้น ซึ่งถ้าคุณกำลังติดตามเรื่องการอัพเดทราคาบัตร MRT ในรูปแบบต่างๆ คุณสามารถอ่านรายละเอียดได้จากบทความนี้

. . . . . . . . . .

Table of Contents

อัพเดตราคาบัตร MRT ของปี 2564

 บัตร MRT จะมีด้วยกันหลายราคาและหลายรูปแบบ โดยมีการผลิตออกขายเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของแต่ละคน บัตรค่าโดยสารของ MRT จึงถูกแบ่งออกเป็นบัตรรายเดือน, บัตรเติมเงิน และบัตร MRT รายวัน มีการแยกออกเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปกับกลุ่มของคนชราและเด็กนักเรียนกับนักศึกษา ซึ่งการอัพเดทราคาบัตร MRT ของปี 2564 และค่าโดยสารปรับใหม่ของ MRT จะมีดังต่อไปนี้

          สำหรับปี 2564 นั้นมีบัตรประเภทใหม่ที่เริ่มใช้งานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ นั่นก็คือบัตรประเภทแบบเติมเที่ยว สำหรับ MRT สายสีม่วง ซึ่งเดินทางได้เฉพาะระบบรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง (สถานีคลองบางไผ่ – สถานีเตาปูน) ซึ่งเหมาะมาก สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางโดยรถไฟฟ้าสายสีม่วงเป้นประจำทุกวัน และเดินทางหลายสถานี เพราะจะทำให้ช่วยประหยัดค่าโดยสารลงไปมากขึ้น โดยเที่ยวการเดินทางจะเริ่มนับจากการใช้งานบัตรวันแรก และจะหมดอายุเมื่อไม่ได้มีการใช้งานเกิน 45 นับจากวันแรกที่เติม ซึ่งระบบคิดค่าโดยสาร จะเป็นการหักเที่ยวก่อน ดังนั้นจึงค่อยหักเงิน ทั้งในกรณีที่เราใช้เที่ยวจนหมด แล้วมีเงินอยู่ในบัตร หรือกรณีเดินทางเชื่อต่อกับ MRT สายสีอื่น ๆ 

สำหรับราคาของบัตร MRT ประเภทเติมเที่ยวจะมีรายละเอียดดังนี้

  • เที่ยวโดยสาร 15 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 450 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 25 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 700 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 40 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,040 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 50 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 30 วัน ราคา 1,100 บาท
  • เที่ยวโดยสาร 60 เที่ยว ใช้เดินทางภายใน 60 วัน ราคา 1,200 บาท

          สามารถเติมเที่ยวโดยสารได้ที่ห้อง MRTสายสีม่วงเท่านั้น โดยยังไม่สามารถเติมแบบออนไลน์ได้

          ราคาของบัตร MRT เติมเงินจะถูกแบ่งออกเป็น 4 รูปแบบ คือ รูปแบบของบัตรบุคคลทั่วไป, บัตรนักเรียนและนักศึกษา, บัตรผู้สูงอายุ และบัตรสำหรับเด็กเล็ก ซึ่งบัตรเหล่านี้จะเป็นบัตร MRT ราคาแตกต่างกัน สำหรับการคิดค่าโดยสารจะคิดแบบต่อเที่ยวการเดินทาง ส่วนราคาบัตรอยู่ที่ 180 บาท โดยจะถูกเก็บไว้เป็นเงินในค่าการเดินทาง 100 บาท ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และค่าธรรมเนียมการออกบัตร 30 บาท จะมีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี เริ่มนับตั้งแต่วันที่ได้บัตรไปใช้เดินทางหรือการเติมเงินในครั้งสุดท้ายของผู้ใช้ รายละเอียดของบัตรแต่ละรูปแบบมีดังนี้

  • บัตร MRT บุคคลทั่วไป

          อัตราค่าโดยสารจะคิดตามระยะทาง โดยการใช้นั้นจะเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน MRT เป็นประจำ ไม่ว่าเป็นใครก็สามารถซื้อบัตรใบนี้เพื่อการเดินทางได้ การซื้อสามารถทำผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย นอกจากนี้ยังมีรูปแบบบัตร MRT รายวัน ให้บริการอีก

  • บัตร MRT นักเรียนและนักศึกษา หรือ Student card

          จะถูกคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลด 10 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผู้ที่จะซื้อบัตร MRT สำหรับนักเรียนและนักศึกษาได้นั้น จะต้องเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาจริงที่มีอายุไม่เกินไปกว่า 23 ปี การซื้อจะต้องใช้บัตรนักเรียนหรือบัตรประจำตัวนักศึกษาคู่กับบัตรประชาชน และสามารถซื้อผ่านทางช่องจำหน่ายตั๋วของแต่ละสถานีได้เลย

  • บัตร MRT ผู้สูงอายุ หรือ Elder Card

          จะเป็นบัตรที่คิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงสุดถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ที่จะสามารถซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป การซื้อจะต้องใช้บัตรประชาชนหรือบัตรอื่นๆ ที่มีการออกให้อย่างถูกต้องจากทางภาครัฐร่วมด้วย เพื่อเป็นการยืนยันเรื่องอายุ สามารถซื้อได้จากช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

  • บัตร MRT สำหรับเด็กหรือ Child Card

         จะคิดอัตราค่าโดยสารตามระยะทาง แต่จะมีส่วนลดให้สูงถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ผู้ที่ซื้อบัตรใบนี้ได้จะต้องมีอายุต่ำกว่า 14 ปี และส่วนสูงจะต้องไม่เกินไปกว่า 91-120 เซนติเมตร ส่วนเด็กที่อายุไม่ถึง 14 ปี และความสูงไม่เกินกว่า 90 เซนติเมตร จะได้รับสิทธิพิเศษในการขึ้นรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ฟรีทุกเส้นทาง สำหรับการซื้อบัตรใบนี้สามารถซื้อได้ทุกช่องจำหน่ายตั๋วของทุกสถานี

3. บัตร MRT รายเดือน

 บัตร MRT รายเดือน ในอดีตถูกจัดจำหน่ายเป็นแบบเหมาจ่าย แต่หลังจากถูกผลิตออกมาใช้งานได้ไม่นานก็ถูกยกเลิกและกลายมาเป็นบัตรแบบเติมเงินที่มีออกจำหน่ายในทุกวันนี้ ในช่วงปี 2562 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มีการออกแถลงเรื่องมาตรการลดค่ารถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน จึงจะมีการทำบัตร MRT แบบรายเดือนใหม่อีกครั้ง โดยให้ข้อมูลเบื้องต้นเรื่องค่าโดยสาร คือ 15 เที่ยว 780 บาท, 25 เที่ยว 1,250 บาท, 40 เที่ยว 1,920 บาท, 50 เที่ยว 2,350 บาทต่อ 1 เดือน และได้มีการระบุเริ่มต้นการขายตั้งแต่ 25 ธันวาคม 2562 และยาวไปจนถึงสิ้นปี 2563 แต่ในปัจจุบันกลับยังไม่พบว่าบัตร MRT รายเดือนถูกเปิดขายแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่าบัตร MRT รายเดือนยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและรอการอนุมัติ จึงยังไม่มีออกมาให้ได้ซื้อใช้งานจริง

          สำหรับบัตรโดยสารธุรกิจจะมาในรูปแบบของการออกแบบหน้าบัตรได้ด้วยตัวคุณเอง แต่การจะออกแบบบัตรได้นั้นจะต้องเกิดขึ้นจากองค์กรที่คุณใช้งานอยู่ร่วมมือกับทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT เพื่อเป็นการออกบัตร BEM และคุณจะสามารถออกแบบบัตรได้ พร้อมการเติมเงินสดเพื่อค่าเดินทางได้ตั้งแต่ 100-10,000 บาท แต่เมื่อใช้แล้วจะไม่สามารถถอนเงินคืนออกมาได้ จึงจำเป็นต้องใช้ให้ครบตามจำนวนที่คุณเติมเงินไว้ แต่บัตรใบนี้จะใช้ได้กับรถไฟใต้ดิน MRT สายสีฟ้ากับสายสีม่วงเท่านั้น

          สำหรับบัตร MRT Plus Park and Ride จะมาในรูปแบบของบัตรจอดรถในสถานีรับฝากรถของไฟฟ้าใต้ดิน MRT เหมาะสำหรับคนทำงานที่จะต้องขับรถมาจอดและต่อรถไฟใต้ดินไปสู่ที่ทำงานอย่างสะดวก ซึ่งทางรถไฟฟ้ามหานครได้มีพื้นที่สำหรับการเก็บรถของลูกค้าอย่างปลอดภัยในบางสถานี ดังนั้นถ้าคุณมีรถยนต์ส่วนตัวและต้องการต่อรถไฟใต้ดิน MRT ไปสู่ที่ทำงานโดยไม่ต้องเสียเวลาไปกับปัญหารถติดบนท้องถนน คุณสามารถซื้อบัตร MRT Plus Park and Ride เพื่อนำรถเข้าไปจอดไว้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องกังวลเรื่องรถหายแต่อย่างใด สำหรับอัตราการจ่ายค่าบริการจอดรถจะมีดังนี้ 

  • ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จอดรถ 2 ชั่วโมง จ่ายเพียง 10 บาท
  • ผู้ที่ไม่ใช่ผู้โดยสารของรถ MRT จอดรถชั่วโมงละ 20 บาท 
  • คิดค่าจอดแบบรายเดือน 1,000 บาทต่อเดือน 

สรุปค่าโดยสารปรับใหม่ที่คนซื้อบัตร mrt

          สำหรับการสรุปค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT ปี 2564 ถ้าเป็นบัตรแบบบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทาง ซึ่งทางรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT มีการตรึงราคาช่วยค่ารถไฟใต้ดินสำหรับบัตรบุคคลทั่วไปในช่วง COVID-19 ไว้เพียงแค่บางสายเท่านั้น โดยให้ราคาต่ำสุดที่ 14 บาท และสูงสุดที่ 20 บาทต่อเที่ยว จากเดิมต่ำสุด 17 บาท และสูงสุด 42 บาทต่อเที่ยว ดังนั้นการซื้อบัตรแบบบุคคลทั่วไปจึงถือว่าลดลงเพียงแค่บางสายเท่านั้น ส่วนบัตรสำหรับนักเรียนและนักศึกษาจะลดให้ 10% , บัตรของผู้สูงอายุจะลด 50% และบัตรสำหรับเด็กจะลด 50% ส่วนบัตรโดยสารธุรกิจจะสามารถเติมเงินได้ตามปกติ ไม่มีส่วนลดใดๆ ดังนั้นค่าโดยสารปรับใหม่ของคนซื้อบัตร MRT จึงถือว่าลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย

ซื้อบัตร mrt แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

          ถ้าคุณเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาควรซื้อบัตรแบบเติมเงินเพื่อรับส่วนลด 10% หรือถ้าเป็นผู้สูงอายุควรซื้อเป็นบัตร MRT ผู้สูงอายุโดยเฉพาะเพื่อรับส่วนลด 50% แต่ถ้าคุณเป็นครอบครัวที่มีเด็กๆ และต้องเดินทางบ่อยครั้ง ควรซื้อบัตรของ MRT สำหรับเด็กที่จะให้ส่วนลดสูงถึง 50% ดังนั้นถ้าถามว่าซื้อบัตร MRT แบบไหนคุ้มกว่ากัน? ตอบได้ว่าการซื้อบัตรแบบเติมเงินของทั้ง 3 ประเภท คือ นักเรียน-นักศึกษา, ผู้สูงอายุ และเด็ก จะถือว่าคุ้มค่าที่สุด ส่วนบัตรสำหรับบุคคลทั่วไปจะคิดราคาตามระยะทางมาอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อแบบรายวันหรือซื้อแบบบัตร MRT เติมเงินก็ถือว่ามีค่าเท่ากัน เพียงแต่การซื้อบัตรแบบเติมเงินของบุคคลธรรมดาจะให้ความสะดวก ไม่จำเป็นต้องไปยืนต่อแถวแลกเหรียญหรือซื้อบัตรรายวันแต่อย่างใด เพราะสามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรได้เรื่อยๆ เมื่อถึงสถานีก็เพียงแค่แตะบัตรก็พร้อมเดินทางได้ทันที

บัตร mrt ซื้อที่ไหน?

          สำหรับผู้ที่สนใจจะซื้อบัตรแบบเติมเงินของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แต่ไม่รู้ว่าควรซื้อบัตร MRT ซื้อที่ไหน คำตอบง่ายๆ คือ เพียงแค่คุณไปที่สถานีใดสถานีหนึ่งของรถไฟฟ้า MRT คุณก็สามารถซื้อบัตรได้ทุกรูปแบบที่คุณต้องการ เพราะบัตร MRT ทั้งแบบรายวันและบัตรแบบเติมเงินจะมีขายในทุกช่องจำหน่ายของแต่ละสถานี ส่วนบัตรบัตร MRT Plus Park and Ride จะสามารถซื้อได้ในทุกสถานีด้วยเช่นกัน

วิธีเติมเงินบัตร mrt

           สำหรับการเติมเงินบัตร MRT จะมีด้วยกันหลากหลายวิธีที่จะเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้บัตรของ MRT ในการเดินทางทุกวันมากขึ้น ไม่ว่าจะบัตรเติมเงินประเภทใดก็สามารถใช้วิธีเหล่านี้ได้ทั้งหมด ดังนั้นถ้าคุณต้องการรู้ว่าวิธีเติมเงินบัตร MRT เป็นอย่างไร ลองดูรายละเอียดดังต่อไปนี้

          การเติมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Krungthai NEXT จะเหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ธนาคารกรุงไทยออนไลน์ เพราะจะเป็นแอพเติมเงินออนไลน์ลงสู่บัตร MRT ที่คุณสามารถดาวน์โหลดมาแล้วเลือกไปที่การจ่ายเงินในหมวดหมู่ MRT จากนั้นก็สามารถเติมเงินเข้าสู่บัตรโดยสารได้ทันที เพียงแค่ระบุหมายเลขบัตรของ MRT และระบุจำนวนเงินที่ต้องการเติม จำนวนเงินเริ่มต้นจะอยู่ที่ 100 บาท เมื่อใส่จำนวนเงินเรียบร้อยแล้วก็ทำการโอนจ่ายเงินได้ทันที ระบบจะแสดงการชำระเงินเรียบร้อย จากนั้นให้คุณนำบัตรเติมเงินของ MRT ไปแตะที่เครื่องของ AVM ที่จะอยู่ภายในสถานีของ MRT และจะต้องทำให้เสร็จก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณโอนจ่ายเงินไป ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการคืนยอดเงินกลับเข้าสู่บัญชีของคุณทั้งหมด

          เพิ่มความสะดวกด้วยการใช้แอปพลิเคชัน Truemoney Wallet แล้วเติมเงินบัตร MRT ได้ทันที เพียงแค่คนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Truemoney Wallet จากนั้นใส่เลขบัตรเติมเงิน MRT ของคุณลงไป โดยให้กรอกหมายเลขบัตรทั้งด้านหน้าและด้านหลัง จากนั้นให้กดเพิ่มบัตรพร้อมการตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ภายในบัตรของคุณให้เรียบร้อยแล้วทำการกดยืนยัน จากนั้นให้คุณเลือกจำนวนเงินที่สามารถเติมได้ตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึง 1,500 บาท เลือกไปที่ช่องทางการเติมเงินผ่าน ทาง Truemoney Wallet เมื่อทำขั้นตอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้นำบัตรของ MRT ไปที่เครื่อง AVM แล้วแตะไปที่ตัวเครื่อง เพื่อทำให้ยอดเงินถูกโอนเข้าบัตร เพียงเท่านี้ก็ถือว่าจบขั้นตอนอย่างง่ายดาย แต่จะต้องนำบัตรไปแตะกับเครื่อง AVM ก่อนเที่ยงคืนของวันที่คุณเดินเรื่องเติมเงิน ไม่เช่นนั้นทางระบบของ MRT จะทำการโอนเงินกลับคืนสู่กระเป๋า Truemoney Wallet ของคุณทันที

3.การเติมที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT

           ถ้าคุณไม่สะดวกเติมผ่านระบบออนไลน์หรือแอปพลิเคชัน คุณสามารถเติมเงินได้ที่ช่องชำระเงินของทุกสถานี MRT ที่เพียงแค่คุณยื่นบัตรเติมเงิน, ระบุยอดเงิน และจ่ายเงิน ใช้เวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีเงินที่เติมเข้าสู่บัตรก็จะเริ่มใช้งานได้ทันที

ตั๋วร่วม MRT และ BTS คืออะไร มีประโยชน์แค่ไหน?

          ข่าวสารสำคัญที่ถือว่าผู้ใช้บริการทั้งรถไฟฟ้า BTS และ MRT ควรรู้ คือ เรื่องที่กระทรวงคมนาคมมีนโยบายใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟใต้ดิน MRT ด้วยการเชื่อมต่อจากสถานีหนึ่งสู่อีกสถานีหนึ่งอย่างสะดวก เรียกว่าเป็นการเชื่อมต่อแบบข้ามระบบ โดยจะมี 3 สายสำคัญที่จะทำให้ผู้อยู่ในบริเวณของทั้งรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT ทั้งสามสายนี้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้น เป็นการเชื่อมต่อระหว่างบัตรแรบบิท ของ BTS สายสีเขียวกับบัตรแมงมุมและบัตร MRT Plus ของรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีม่วงและสายสีน้ำเงินมารวมกันในหนึ่งเดียว เพื่อให้เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว ไม่ต้องพกพาบัตรหลายใบไปใช้งานให้ยุ่งยาก 

           อย่างไรก็ตาม นโยบายของการทำตั๋วร่วมนั้นถูกยกมาพูดไว้ค่อนข้างนานพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้โอกาสในการนำมาใช้งานจริง เมื่อเกิดสถานการณ์ COVID-19 ระบาด จึงถูกเลื่อนออกไปอย่างไร้กำหนด ดังนั้นเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงคมนาคมจึงได้มีการนำนโยบายตั๋วร่วมกลับมาพูดถึงอีกครั้งและมีการระบุว่ากำลังดำเนินการใหม่ พร้อมแบ่งออกเป็น 2 เฟสด้วยกัน โดยจะเป็นการเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้า BTS สายสีเขียวและรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน กับสายสีม่วง ด้วยการใช้บัตรเดบิตหรือบัตร Visa ของธนาคารและพิจารณาให้เชื่อมต่อสู่ระบบของแท็กซี่กับเรือโดยสารเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เกิดความสะดวกต่อการเดินทางหลากหลายด้าน แต่ในเฟสนี้ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนาและศึกษาในหลายๆ ปัญหา จึงอาจจะต้องใช้เวลามากพอสมควร 

           ดังนั้นในเฟส 2 ที่เป็นการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT จึงอาจจะมองเห็นภาพได้ชัดเจนมากกว่า พร้อมการประกาศเปิดใช้งานจริงวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ดังนั้นถ้าคุณสนใจที่จะร่วมใช้ตั๋วร่วมของรถไฟฟ้า BTS และบัตร MRT แนะนำให้ศึกษารายละเอียดของการซื้อและการใช้บัตรให้ดี เพื่อทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างถูกต้องและให้ความสะดวกตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน

           ถ้าคุณเป็นคนที่ใช้งานรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT คุณควรรู้ถึงการปรับค่าโดยสารและราคาของบัตร MRT ในปี 2564 ให้ชัดเจน เพื่อการซื้อไปใช้งานอย่างถูกต้องและคุ้มค่า รวมไปถึงข่าวของการใช้ตั๋วร่วมระหว่างรถไฟฟ้า BTS และรถไฟใต้ดิน MRT เพื่อการซื้อบัตร BTS และบัตร MRT ไปใช้งานได้ตรงความต้องการมากที่สุด พร้อมทำให้ทุกการเดินทางของคุณประหยัดงบประมาณมากยิ่งขึ้น นอกจากบัตร MRT แล้ว เรายังมีบทความบัตร Rabbit และบทความวิเคราะห์ทำเล ย่านรถไฟฟ้าใต้ดินให้เพื่อน ๆ ได้อ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจกันด้วย นอกจากนี้เรามีบทความอัพเดทข่าวสารคอนโด เสิร์ฟให้เพื่อน ๆ ทุกวันด้วย แล้วพบกันใหม่บทความหน้าค่ะ 

[Update] เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ) | mrt เที่ยวแรก – POLLICELEE

 วันจันทร์ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 15.26 น.

Try to try ก็แค่ออกไปลอง

เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 2 จบ)

highlights:

1. MRT สนามไชย 
-มิวเซียมสยาม

2. MRT ท่าพระ
-ข้าวหมูแดงหมูกรอบ

3. MRT วัดมังกร

-วัดมังกร
-บ้านเก่าเล่าเรื่อง

4. MRT หัวลำโพง
-เยาวราช
———————————————————————————

จากตอนที่แล้ว [เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ รอบ 2 (ตอนที่ 1)] ที่เรายับเยินมากทั้ง ขึ้นรถ ลงเรือ พอเรามาถึงที่ Hostel ปุ๊ป ฝนก็ตกแบบถล่มทลายปั๊ป หวุดหวิดสุดๆ

ตื่นเช้ามา DAY 2 เราตื่นสายได้นิดหน่อยเพราะว่ามิวเซียมสยามเปิดตอนสิบโมงเช้า แล้วเราพักอยู่ที่ MRT สามยอด ห่างจากมิวเซียมสยามที่อยู่ MRT สนามไชยแค่สถานีเดียวทันเหลือเฟือ 

แล้วความดีงามที่เราเลือกไปมิวเซียมสยามวันนี้คือ “เข้าฟรี” จ้าาาาาาา >////< แพลนเราไป 18-19 กันยา มิวเซียมสยามเข้าฟรี 19 กันยา เนื่องในวันภาษาไทย เราก็เลยเลือกวันที่เข้าฟรีสิจ้ะ รออะไร 55555

มิวเซียมสยามเป็นอะไรที่เราอยากไปมานานมากกกกกกกกกกกกก แค่สถาปัตยกรรมตึกเราก็หวีดมากแล้ว แถมมีนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับ VR virtual ที่เราอยากเล่นมากกกกกกกกกกกกกกกก เพราะเราเคยเห็นราคาที่สิงคโปร์ก็ประมาณ 300 แล้วได้มาเล่นฟรีที่นี่คือปลื้มปริ่มมากจ้าาา 

ความประทับใจแรกคือทางขึ้น MRT สนามไชย เป็นหลังคาใสจ้าาาาา วิวสวยมากกกกกกกก

ด้วยความออกมาเช้าไป มิวเซียมสยามยังไม่เปิด ก็ยืนเคว้งๆ ถ่ายรูปกันแปปนึง แล้วก็มีกลุ่มทัวร์ขึ้นมาจาก MRT เคว้งตามเรา 55555 เขาก็เลยชวนกันไปวัดโพธิ์ข้างๆ เราเลยเดินตามเขาไปเลยจ้ะไม่ต้องคิดไรมาก

แล้วตอนที่เราดูในแมพคือวัดโพธิ์น่าจะอยู่ไกลมากกก เลยไม่ได้อยู่ในแพลนเรา แต่พอเดินมาจริงๆ เอ้า อยู่ใกล้แค่นี้เองหรอ แล้วที่นี่มีน้องแหมวเต็มไปหมดดดด >/////< ไม่ได้อะไรเลยนอกจากถ่ายรูปแมวอะ

หลังจากที่เราถ่ายรูปแมวจนพอใจแล้ว เราก็กลับมาที่วัตถุประสงค์ของเรา คุณมิวเซียมสยามเปิดแล้วจ้าาา คือเราก็ไม่ได้คาดหวังว่าที่นี่จะต่างจากมิวเซียมอื่น แต่สิ่งที่เปลี่ยนความคิดเราไปอยู่ตั้งแต่หน้าประตูทางเข้าเลย ถ้าดูแค่ตึกนี่ให้ความเก่าและความโบราณขั้นสูงสุด ไม่น่าจะมีอะไรที่น่าสนใจซ่อนอยู่ในนี้ ในราคา 100 บาทไทย (ถึงเราจะเข้าฟรีก็เหอะ) ถ้ามีโอกาสก็มาเถอะ มันสนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกแล้วคุณจะไม่อยากไปมิวเซียมแบบเก่าอีกเลย

โดนดักตั้งแต่หน้าประตูเลยจ้ะ 5555 จะมีตู้ปั๊มโลหะมีลายที่เป็นเอกลักษณ์ของมิวเซียมอยู่ไม่ซ้ำกันเลย 20 บาทเอง แถมยังเป็นที่ระลึกได้อีกด้วย ชอบบบบ >////<

แล้วเราก็เลือกเดินสุ่มๆ เข้ามาห้องนึง เฮ้ยแกรรรรร มันเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับการสักยันต์ที่ไม่น่าจะมีไรสนใจ แต่เขาแต่งห้องแน่นมากกกกกก มันเลยทำให้ห้องนี้มันน่าสนใจขึ้นมาทันที

แล้วมีของเล่นและเทคโนโลยีเยอะมากก สนุกสุดๆ ไม่เหมือนมิวเซียมไทยๆ อะ มันเหมือนพิพิธณ์ภัณฑ์วิทยาศาสตร์มากกว่า มีทั้งเทคโนโลยีโลกเสมือนก้าวสู่โลกความจริงทั้ง AR และ VR เกือบทุกห้อง

ชอบสุดคือ VR virtual คืออยากเล่นมานานแล้ววววว เหมือนเราได้เดินทุกห้องในมิวเซียมโดยที่เราไม่ต้องออกจากห้องนี้เลย สนุกมากกกกกกกก ที่นี่เทเวลาไปเลยครึ่งวันคุ้มทุกห้องแน่นอน

อยู่ที่มิเซียมมานานก็หิวข้าวเที่ยงกันแล้ว ตอนแรกกะไว้ว่าจะไปลองชิมอาหารอินเดียกัน แต่เพื่อนเราก็ร่ำร้องอยากจะกินอาหารไทย 555555555 แต่ก็ไม่รู้จะไปกินที่ไหนดี จากข้อมูลที่เรารู้มาว่าสิ่งที่น่าตื่นเต้นของ MRT คือมันมีสถานีนึงที่ลอดแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วโผล่ขึ้นมาลอยฟ้า อยากจะรู้ว่าความรู้สึกที่มันอยู่ใต้ดินแล้วลอยฟ้ามันจะเป็นยังไง เราก็เลยชวนกันไปหาอะไรกินที่ MRT ท่าพระ พอออกมาจาก MRT คือไม่เจออะไรเล๊ยยยยยยนอกจากถนน 5555555555555 ก็เลยถามพนักงานที่สถานีว่า ปกติไปกินข้าวที่ไหนกัน เขาก็แนะนำตลาดใกล้ๆ มา เราก็เลยได้กินข้าวหมูแดงหมูกรอบกัน 5555555

กินข้าวกันอิ่มแล้ว เราก็มาต่อกันที่ MRT วัดมังกร สถานีนี้นอกจากจะสวยแล้วยังมี AR ให้เล่นตามฝาผนังด้วย แทบไม่ต้องออกจากสถานีไปเที่ยวไหนเลย 55555 แต่ก็ไม่ได้สิ เราเลยต้องตัดใจออกมาเดินข้างนอกก่อน เพราะบางสถานที่มันมีเวลาเปิดปิด MRT ปิดตั้งดึกเดี๋ยวค่อยกลับมาเล่น

ออกจากสถานีจะไปวัดมังกร แต่ดันเดินหลงทางไปเจอบ้านเก่า เก่าจริง ขั้นบันไดแคบมากกกก แล้วข้างในไม่มีใครเลย โคตรหลอนน่ะ 

เดินงงไปงงมา ก็มาเจอวัดมังกร ควันธูปแน่นมากแมรรร่ ถ้าจำเป็นต้องมาก็ให้ถือผ้าปิดจมูกมาด้วย ระหว่างทางเจอขนมชื่อแปลกๆ “กะลอจี๊” มันคือแป้งก้อนคลุกน้ำตาล หวานมากกกกกก เห็นชื่อแปลกๆ ก็เลยลองชิมดู

สถานที่ต่อไป คือ “ศูนย์ประวัติศาสตร์เยาวราช” อยู่ข้างในวัดวัดไตรมิตร จะอยู่ใกล้กับ MRT หัวลำโพงมากกว่า หรือเราจะเดินจาก MRT วัดมังกรไปเลยก็ได้ แต่ดูจากแดดประเทศไทยแล้ว ไป MRT เถอะ เดี๋ยวจะเป็นลมไปสะก่อน 55555

เขาจะเปิดให้เราเข้าฟรี ถ่ายรูปได้แต่ห้ามเปิดแฟลช ตอนแรกก็คิดว่าคงไม่มีใครรู้จักที่นี่หรอกมั้ง แต่ผิดคาดที่นี่มีคนเข้ามาเรื่อยๆ เลย

มุมถ่ายรูปก็เยอะนะ แต่จะเป็นแบบมืดๆ ถ้าจะถ่ายรูปต้องพกเทคนิคถ่ายภาพกลางคืนมาเยอะๆ หน่อย ถ่ายยากมาก

มาเยาวราชทั้งที สิ่งที่ต้องกินคือ “ไอติมซีอิ้ว” จ้าาาาาา อร่อยเหมือนเดิม

แล้วครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นยาวราชกลางคืนครั้งแรกของเราเลย ครึกครื้นไม่ต่างจากตอนกลางวันเลยทีเดียว

ทริปนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นทริป MRT เลยก็ว่าได้ เพราะส่วนใหญ่เราใช้แต่ MRT ต่างจากทริปที่แล้วที่เป็นทริป BTS [เที่ยวในกรุงเทพแบบไม่มีรถ Explore Bangkok by BTS] ซึ่งมันสะดวกมากๆ ทั้งสองวิธี แล้วก็งบที่เราใช้ในทริปนี้ 2 วัน 2 คืน ในกรุงเทพ รวมทุกอย่างแล้วอยู่ที่ประมาณ 1,500 แต่ถ้าเราจ่ายค่า MRT กับค่าเข้ามิวเซียม อาจจะแพงกว่านี้หรือถูกกว่านี้ขึ้นอยู่กับแพลนที่เราวางไว้ 

สิ่งที่เราได้จากทริปนี้มันสนุกๆ มากๆ ได้เปิดหูเปิดตาเรื่องความต่างของวัฒนธรรม อาหารการกิน รวมไปถึงนิสัยใจคอของผู้คน และตื่นตาตื่นใจไปกับเทคโนโลยีที่เมืองไทยก็เจ๋งมากไม่แพ้ใคร ถ้าใครเป็นคนบ้าแบบเราก็ลองไปเที่ยวแบบนี้ตามเราก็ได้ 555555

และสามารถติดตามการเดินทางอื่นๆ ของเราได้ที่ เพจ “Try to Try ก็แค่ออกไปลอง” แล้วจะรู้ว่าการก้าวออกจาก Comfort zone ของตัวเองมันสนุกแค่ไหน

ขอบคุณที่ติดตามค่าาาา ❤
Try to Try ก็แค่ออกไปลอง


ไปฉีดวัคซีนที่ สถานีกลางบางซื่อ โดย รถไฟใต้ดินMRT ยังไงไม่ให้หลงทาง


ไปฉีดวัคซีนที่ สถานีกลางบางซื่อ โดย รถไฟใต้ดินMRT ยังไงไม่ให้หลงทาง
ฉีดวัคซีน, สถานีกลางบางซื่อ , MRTสายสีน้ำเงิน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ไปฉีดวัคซีนที่ สถานีกลางบางซื่อ โดย รถไฟใต้ดินMRT ยังไงไม่ให้หลงทาง

ขึ้นMRT วิธีขึ้นMRTครั้งเเรกต้องดูครับ


ขึ้นMRT วิธีขึ้นMRTครั้งเเรกต้องดูครับ

เขากำลังสร้างบ้านในต้นไม้หรือเปล่านะ? (รวมคลิปความพึงพอใจ)


ชาวแม่งฮา ถ้าคุณถูกใจคลิปของเรา ช่วยกดไลค์ กดสับตะไคร้ และกดกระดิ่ง เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะครับ
Facebook: http://bit.ly/2t2giga
▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬
If we used your video and you would like it removed, please contact us on the following email address: maeng555contact@gmail.com

เขากำลังสร้างบ้านในต้นไม้หรือเปล่านะ? (รวมคลิปความพึงพอใจ)

วิธีเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากรังสิต ไป สยาม สายสีแดง-สายสีน้ำเงิน-สายสีเขียว | VLOG20 | Metha Tee


วิธีการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าจากรังสิต ไป สยาม รถไฟฟ้าสายสีแดงสายสีน้ำเงินสายสีเขียว
วีดีโอนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2564
00:00 สถานีรังสิต
1:13 สถานีหลักหก
2:06 สถานีดอนเมือง
3:03 สถานีการเคหะ
3:59 สถานีหลักสี่
4:37 สถานีทุ่งสองห้อง
5:12 สถานีบางเขน
5:55 สถานีวัดเสมียนนารี
6:53 สถานีจตุจักร
7:23 สถานีกลางบางซื่อ
7:57 ถึงบางซื่อ
8:32 เดินไปขึ้น MRT สายสีน้ำเงิน
9:35 MRT บางซื่อ MRT สวนจตุจักร
10:51 ถึง MRT สวนจตุจักร
11:21 เดินไปขึ้น BTS สายสีเขียว
11:46 ซื้อบัตรโดยสารที่ BTS หมอชิต
13:12 BTS หมอชิต BTS สยาม
14:25 ถึง BTS สยาม
วิดีโอนี้ถ่ายด้วยกล้อง Oppo A5 2020
ไม้กันสั่น Moza Mini SE (Essential)
ตัดต่อ KineMaster + Oppo A5 2020
ใจดีติดต่องานได้ทาง
Gmail : tknot46130@gmail.com
Facebook : https://www.facebook.com/tk46130
ฝากติดตาม Instagram @methatee
https://www.instagram.com/methatee
รถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าbts สถานีกลางบางซื่อ รังสิต ดอนเมือง จตุจักร สวนจตุจักร บางเขน หลักสี่ สยาม สยามพารากอน รถไฟฟ้า bangkoktravelguide bangkoktravel siamparagon

วิธีเดินทางด้วยรถไฟฟ้า จากรังสิต ไป สยาม สายสีแดง-สายสีน้ำเงิน-สายสีเขียว | VLOG20 | Metha Tee

วิธีเอาตัวรอดเมื่อไม่มีอาหาร ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีแก็ส ต้องกินอาหาร MRE / ต้นน้ำ


สวัสดีครับวันนี้จะเป็นเรื่องราวการเอาชีวิตรอดนะครับ เพราะถ้าหากว่าไฟฟ้าดับ ไม่มีแก็ส ไม่มีข้าวกินจะเกิดอะไรขึ้นบ้างน้า ถ้าอยากรู้จะเป็นยังไงตามไปชมกันได้เลยครับ
!!! Live แฟนเพจ : https://www.facebook.com/Tontnumwekidssmile563483887436267

วิธีเอาตัวรอดเมื่อไม่มีอาหาร ไม่มีไฟฟ้า  ไม่มีแก็ส ต้องกินอาหาร MRE / ต้นน้ำ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ mrt เที่ยวแรก

Leave a Comment