[NEW] ประเด็นฮอต พ.ศ. 2558: ระเบิดราชประสงค์, ไอเอสถล่มปารีส, หมอหยองหมิ่นเบื้องสูง, พิพากษาคดีเกาะเต่า และปมทุจริตราชภักดิ์ | หมิ่น เบื้อง สูง – POLLICELEE

หมิ่น เบื้อง สูง: คุณกำลังดูกระทู้

ประเด็นฮอตในรอบปี พ.ศ. 2558

  • คดีวางระเบิดแยกราชประสงค์
  • ไอเอสถล่มปารีส
  • รวบหมอหยอง-พวก หมิ่นเบื้องสูง ตายคาคุก
  • พิพากษาประหารชีวิต 2 จำเลย ฆาตกรรมเกาะเต่า
  • ปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์
  • Table of Contents

    คดีวางระเบิดแยกราชประสงค์

    17 ส.ค. 2558 เวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุระเบิดขึ้นบริเวณหน้าศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์ และในวันที่ 18 ส.ค. 2558 เวลา 13.20 น. เกิดเหตุระเบิดอีกครั้งบริเวณท่าเรือสาทร ใต้สะพานสมเด็จเพราะเจ้าตากสิน เหตุการณ์แรกทำให้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติเสียชีวิต 20 ราย และบาดเจ็บอีกประมาณ 130 ราย ส่วนเหตุการณ์หลังนั้น เนื่องจากเกิดการระเบิดในน้ำ จึงไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

    ต่อมา ในช่วงบ่ายของวันที่ 29 ส.ค. 2558 ตำรวจและทหารสนธิกำลังเข้าบุกค้นอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งย่านหนองจอก และสามารถควบคุมตัวนายอาเดม คาราดัก จากการตรวนค้น พบอุปกรณ์และวัตถุที่ใช้สำหรับประกอบระเบิดจำนวนมาก โดยเฉพาะลูกปรายแบบกลม เส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 ซม. ชนิดเดียวกับที่พบจากระเบิดที่ราชประสงค์และท่าเรือสาทร

    และในวันที่ 1 ก.ย. 2558 ในวันที่ 1 ก.ย. 2558 ทหารกองกำลังบูรพา ตำรวจ ทหารพราน ตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดสระแก้ว สนธิกำลังร่วมกันออกลาดตระเวนและสกัดกั้นการหลบหนีของนายมีไรลี ยูสูฟู ผู้ต้องสงสัยวางระเบิดไว้ได้ ขณะกำลังลัดเลาะป่าหลบหนีเข้าประเทศกัมพูชา และนายยูสูฟูสารภาพในเวลาต่อมาว่า เป็นผู้นำระเบิดไปส่งมอบให้ “ชายเสื้อเหลือง” ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้นำระเบิดมายังบริเวณศาลพระพรหมฯ และกดระเบิด

    ทางด้านของนายอาเดม หลังจากปฏิเสธมาตลอด ในที่สุด เมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2558 ก็รับสารภาพว่าตนเองเป็นผู้ต้องหาในดคีลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์ อีกทั้งยังเป็นชาวอุยกูร์โดยกำเนิดด้วย โดยการวางระเบิดนั้นเป็นไปตามคำสั่งของนายอับดุลเลาะห์ อับดุลเลาะห์มาน หนึ่งในผู้ต้องหา ซึ่งเป็นนายหน้าพานายอาเดมเข้ามาในประเทศไทย

    วันที่ 24 พ.ย. 2558 อัยการทหารพิจารณาสั่งฟ้องนายอาเดมและนายมีไรลี ใน 10 ข้อหาหนัก โดยเป็นข้อหาเกี่ยวกับการครอบครอง พกพา และใช้วัตถุระเบิด การเจตนาฆ่าผู้อื่นและทำให้เสียทรัพย์ รวมไปถึงการเข้าเมืองผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ไม่มีข้อหาก่อการร้ายแต่อย่างใด (อ่านรายละเอียด)

    ไอเอสถล่มปารีส

    13 พ.ย. 2558 ช่วงเวลาประมาณ 21.20 น. ของประเทศฝรั่งเศส เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นที่บริเวณสนามสตาดเดอฟรองซ์ ขณะกำลังมีฟุตบอลนัดกระชับมิตรระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสและเยอรมัน เมื่อมือระเบิดพลีชีพกดระเบิดตัวเองทันที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบและกันไม่ให้เข้าไปในสนาม และจากนั้น มือระเบิดพลีชีพอีก 2 รายก็กดระเบิดตัวเองในบริเวณใกล้เคียงกัน

    แม้การระเบิดพลีชีพดังกล่าวจะทำให้มีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียว (ไม่รวมมือระเบิด) แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุการเดียวที่เกิดขึ้นในปารีสคืนนั้น เพราะตลอดเวลาสามชั่วโมงต่อจากนั้น ก็ยังมีการระเบิดพลีชีพอีก 1 จุด และการกราดยิงอีก 4 จุด

    เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 129 คน และบาดเจ็บ 352 คน พื้นที่ที่รุนแรงที่สุดคือโรงละครบาตาคล็อง (Bataclan theatre) เนื่องจากกำลังมีการแสดงคอนเสิร์ตของอีเกิลส์ออฟเดทเมทัล (Eagles of Death Metal) วงร็อกอเมริกัน ซึ่งมีผู้เข้าชมประมาณ 1,500 คน การกราดยิงที่นี่ดำเนินไปประมาณ 20 นาที และมีการจับตัวประกัน ทำให้มีผู้เสียชีวิต 89 ราย (ไม่รวมคนร้าย 3 ราย) และบาดเจ็บ 310 ราย หรืออาจกล่าวได้ว่าการบาดเจ็บและเสียชีวิตเกือบทั้งหมดเกิดขึ้นที่นี่

    เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ประธานาธิบดีประเทศฝรั่งเศส นายฟรองซัวส์ ออลลองด์ (François Hollande) ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและปิดพรมแดน และในวันต่อมา 14 พ.ย. 2558 กลุ่มมุสลิมหัวรุนแรงที่เรียกตัวเองว่าไอเอส (IS-กลุ่มรัฐอิสลาม หรือชื่อย่อเต็มๆ ว่า ISIL: Islamic State of Iraq and the Levant) ออกมาประกาศว่าตนอยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว และการโจมตีจะมีต่อไป หากฝรั่งเศสยังไม่หยุดร่วมมือกับสหรัฐอเมริกาในการโจมตีไอเอส

    ฝรั่งเศสตอบโต้เหตุการณ์นี้ด้วยการส่งเครื่องบินรบทิ้งระเบิดใส่เมืองรักกะ ประเทศซีเรีย เพื่อทำลายฐานที่มั่นของไอเอส ทั้งยังได้สังหารผู้วางแผนการโจมตีฝรั่งเศสครั้งนี้ระหว่างการปะทะกันเพื่อจับกุม

    สามารถอ่านรายละเอียดเหตุการณ์ทั้งหมดได้จากเว็บไซต์วิกิพีเดีย

    รวบหมอหยอง-พวก หมิ่นเบื้องสูง ตายคาคุก

    ช่วงประมาณกลางเดือน ต.ค. 2558 มีข่าวใหญ่ให้สังคมต้องฮือฮา เมื่อมีการจับกุมนายสุริยัน สุจริตพลวงศ์ หรือ “หมอหยอง”, พ.ต.ต. ปรากรม วารุณประภา หรือ “สารวัตรเอี๊ยด” และนายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ หรือ “อาร์ท ชัตเตอร์มหาเทพ” ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 (ม.112, ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 15 ปี) หรือมักเรียกกันว่า “กฎหมาย/คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ” (กฎหมาย/คดีหมิ่นฯ) เนื่องจากทำการแอบอ้างเบื้องสูงเพื่อรับผลประโยชน์

    ในชั้นของการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสามรับสารภาพว่ากระทำความผิดจริง ทั้งยังมีการพาดพิงถึงกลุ่มนายตำรวจที่ได้รับคำสั่งย้ายก่อนหน้านั้น

    ภายใต้คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) วันที่ 25 พ.ค. 2557 ผู้ที่กระทำความผิดตามมาตรา 112 จะต้องมีการนำขึ้นศาลทหาร ส่วนผู้ที่กระทำความผิดก่อนหน้านี้จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลอาญาตามปกติ ทำให้หมอหยองและพวกจะต้องถูกนำตัวขึ้นไต่สวนและพิพากษาด้วยศาลทหาร

    การจับกุมดังล่าว ทำให้ทั้งสามโดนดำเนินคดีรวมกัน 13 คดี

    ทว่า คดียังไม่ทันเป็นที่สิ้นสุด วันที่ 24 ต.ค. 2558 พ.ต.ต. ปรากรม หรือสารวัตรเอี๊ยด ก็ผูกคอตัวเองเสียชีวิตภายในเรือนจำชั่วคราว มณฑลทหารบกที่ 11 (อ่านรายละเอียด)

    และในวันที่ 7 พ.ย. 2558 หมอหยองก็เสียชีวิตเป็นรายต่อมา โดยแพทย์สันนิษฐานว่าเกิดจากการติดเชื้อในกระแสเลือด (อ่านรายละเอียด)

    ทั้งนี้ ปัจจุบัน นายจิรวงศ์ วัฒนเทวาศิลป์ ยังมีชีวิตและอยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ (อ่านรายละเอียดhttp://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1447314083)

    พิพากษาประหารชีวิต 2 จำเลย ฆาตกรรมเกาะเต่า

    เป็นเรื่องต่อเนื่องยาวนานมาตั้งแต่ปี 2557 กับคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นายเดวิด มิลเลอร์ และนางสาวฮันนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ ที่เกาะเต่า เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557 จนนำไปสู่การจับกุมนายซอ ลิน และนายไว เพียว สองแรงงานชาวพม่า

    คดีนี้เป็นที่จับตาและตั้งข้อสงสัยมาตลอด ว่าเป็นการ “จับแพะ” หรือไม่ และตลอดเวลาของคดี ก็มีข่าวที่ชวนให้เคลือบแคลงสงสัยในกระบวนการยุติธรรมออกมาเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีเอ็นเอของสองผู้ต้องหาไม่ตรงกับดีเอ็นเอบนจอบที่ใช้เป็นอาวุธสังหาร, เรื่องของการที่มีข่าวว่าดีเอ็นเอในคดีหายไปหรือถูกใช้ไปหมดแล้ว และการที่จำเลยทั้งสองคนบอกว่าถูกซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ

    แต่ในที่สุด เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2558 ศาลจังหวัดเกาะสมุย ก็มีคำพิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง โดยสามารถสรุปเหตุผลประกอบคำพิพากษาได้ดังนี้

    1. ดีเอ็นเอจากคราบอสุจิในช่องคลอดของผู้ตายตรงกับดีเอ็นเอของนางสาวฮันนาห์ และดีเอ็นเอจากคราบอสุจิที่ช่องทวารหนักของผู้ตายตรงกับดีเอ็นเอของทั้งสองคน โดยมีค่าดีเอ็นเอตรงกัน 16 จุด ซึ่งสามารถพิสูจน์เอกลักษณ์ได้ตามมาตรฐานสากล
    2. การเก็บเนื้อเยื่อเพื่อส่งไปตรวจพิสูจน์เกิดขึ้นโดยทันทีทันใด จึงเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าพนักงานตำรวจและแพทย์ผู้ตรวจผ่าศพและนักวิทยาศาสตร์ผู้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอของคนร้ายจะสามารถนำอสุจิหรือสารประกอบน้ำอสุจิซึ่งอยู่ในร่างกายส่วนลึกของจำเลยทั้งสองไปใส่ไว้ในช่องคลอดและช่องทวารหนักของผู้ตายได้
    3. การมีพยานยืนยันว่านายไวนำโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนายเดวิดมามอบให้หลังเกิดเหตุไม่นาน เป็นหลักฐานได้ส่วนหนึ่งว่านายไวมีความเกี่ยวข้องกับคดี
    4. พฤติการณ์จำเลยชี้ว่าเป็นความผิดฐานโทรมหญิง
    5. บาดแผลของผู้ตายเข้ากันได้กับจอบและสันจอบ รวมทั้งมีคราบโลหิตบนสันจอบ เป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าจำเลยใช้จอบทุบตีและฟันผู้ตายจนเสียชีวิต
    6. กรณีที่มีการเบิกความว่าจำเลยทั้งสองถูกทรมานเพื่อให้รับสารภาพ ศาลชี้ว่าจำเลยไม่มีพยานหลักฐานใดๆ มานำสืบได้ตามที่อ้าง

    (อ่านเพิ่มเติม: เฟซบุ๊กบีบีซีไทยและสำนักข่าวประชาไทย)

    อย่างไรก็ดี ทางทนายของจำเลยทั้งสองเปิดเผยว่าจะมีการอุทธรณ์ต่อไป

    อนึ่ง คำตัดสินดังกล่าวทำให้เกิดการเคลื่อนไหวประท้วงจากประชาชนทางฝั่งพม่า ไม่ว่าจะเป็นการเดินขบวนปิดด่านแม่สาย รวมทั้งการเรียกร้องให้ชาวพม่าคว่ำบาตรไทยหากไม่มีการทบทวนคดี

    ปมทุจริตอุทยานราชภักดิ์

    ท่ามกลางคำประกาศของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน ปมทุจริตในการดำเนินการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ก็ปูดขึ้นมาเมื่อ พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม อดีต ผบ.ทบ. และประธานมูลนิธิอุทยานราชภักดิ์ ยอมรับว่ามีบุคคลแอบอ้างเรียกเก็บเงินหัวคิวจากโรงหล่อจริง แต่เมื่อตรวจพบก็ได้คืนเงินไปในรูปแบบของการบริจาคแล้ว

    คำพูดดังกล่าว กลับยิ่งทำให้ความกังขาของสังคมเพิ่มมากขึ้น เพราะราวกับว่า หากมีการทุจริตจริง เรื่องราวกลับสามารถจบลงง่ายๆ ด้วยการนำเงินทุจริตนั้นไปบริจาค

    ภายใต้การนำของ พล.อ. วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ผู้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบ วันที่ 20 ก.ย. 2558 พล.อ. ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ได้เปิดเผยผลการตรวจสอบการทุจริตโครงการราชภักดิ์ โดนยืนยันว่าไม่มีพบการทุจริตแต่อย่างใด

    ต่อมา พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ลงนามแต่งตั้ง พล.อ. ชัยชาญ ช้างมงคล รองปลัดกระทรวงกลาโหม ให้เป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบโครงการราชภักดิ์

    และในวันที่ 30 ธ.ค. 2558 พล.อ. ชัยชาญ ได้แถลงผลการตรวจสอบ โดยสามารถสรุปราบละเอียดได้ดังนี้

    1. รายรับมีที่มาจาก 2 ทาง คือ งบกลาง จำนวน 63.75 ล้านบาท และเงินบริจาคทั้งในรูปแบบของตัวเงินและสิ่งอื่นๆ 802 ล้านบาท รวม 866 ล้านบาท เมื่อหักรายจ่าย 816 ล้านบาทแล้วจะเหลือ 50 ล้านบาท
    2. งานระดมทุน “ราชภักดิ์ Bike & Concert แทนคุณแผ่นดิน” จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2558 งานระดมทุนดังกล่าวมีบัญชีรับจ่ายชัดเจน และดำเนินกิจกรรมตามที่ประกาศไว้ทุกอย่าง
    3. กรณีข้อสงสัยเรื่องต้นปาล์ม พล.อ. ชัยชาญ ยืนยันว่าเอกชนสนับสนุนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ส่วนที่ระบุว่าราคาต้นละ 3 แสนบาท เป็นเงินที่มีผู้บริจาคให้โดยสมัครใจ ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อต้นปาล์มดังกล่าว
    4. กรณีการหักหัวคิว ได้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล แต่บางคนไม่มา ทำให้ไม่มีข้อมูลเพียงพอจะชี้ขาด จึงเสนอให้ พล.อ. ประวิตร เสนอต่อหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบต่อไป เพราะคณะกรรมการตรวจสอบชุดนี้มีอำนาจจำกัด
    5. กรณีทหารใกล้ชิดของ พล.อ. อุดมเดช ที่มีทั้งลาออกจากราชการและหลบหนีไปต่างประเทศ พล.อ. ชัยชาญ กล่าวว่ามีสาเหตุจากคดีอื่น
    6. ไม่พบข้อมูลว่าการรับบริจาคเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2544

    [Update] ศาลไม่ให้ประกัน “เบนจา อะปัน” ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง ถูกควบคุมตัวส่งทัณฑสถานหญิงกลาง – อยู่ที่เรียนรู้ | หมิ่น เบื้อง สูง – POLLICELEE

    Sorry, you have Javascript Disabled! To see this page as it is meant to appear, please enable your Javascript!


    พบหลักฐาน หญิงเสื้อฟ้าหมิ่นเบื้องสูงบนรถเมล์ ถูกตบหน้ามีอาการป่วยทางจิต


    จากกรณีที่มีการแชร์คลิปจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก Mai K.Phakaporn เหตุการณ์ผู้โดยสารบนรถเมล์เข้าทำร้ายด้วยการตบหน้าและรุมกันต่อว่าผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่งหนึ่งสวมชุดกระโปรงลายสีฟ้า โดยอ้างว่ามีการพูดจามิบังควร หมิ่นสถาบันเบื้องสูง
    ทั้งนี้ทางญาติยืนยันว่าหญิงสูงวัยคนดังกล่าวเป็นหญิงอายุ 55 ปี คนสติไม่ดี ชาวบ้านแถวนั้นจะทราบกันดี ชอบพูดและหัวเราะเสียงดังอยู่คนเดียว มีอาการทางจิตหลังธุรกิจของตัวเองที่ล้มละลาย เจอทีไรก็พูดแต่เรื่องเดิมๆ พูดให้ร้ายผู้อื่น ในวันเกิดเหตุได้หนีออกจากบ้าน มีปัสสาวะราดบนรถเมล์ โดยมีหลักฐานการรักษาที่รพ.สมเด็จพระเจ้าพระยา มีประวัติการรักษานาน 10 ปี
    รายละเอียดเพิ่มเติม http://morningnews.bectero.com/shareoftheday/19Oct2016/89487

    เรื่องเล่าเช้านี้ (Morning News) 19 ตุลาคม 2559
    ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
    เรื่องเล่าเช้านี้.com : http://morningnews.bectero.com
    facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
    Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3
    Official LINE : @ruenglao

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

    พบหลักฐาน หญิงเสื้อฟ้าหมิ่นเบื้องสูงบนรถเมล์ ถูกตบหน้ามีอาการป่วยทางจิต

    เจาะข่าวเด่น สตช.แถลงคดีหมิ่นเบื้องสูง (28 ต.ค. 58)


    พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ได้เรียกตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องที่ทำความผิดในคดีหมิ่นเบื้องสูงมาสอบถามข้อมูลและควบคุมตัวไว้ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าได้ทำความผิดจริงจึงจะดำเนินคดีต่อไป เชื่อว่าตนเองต้องเข้มงวดขึ้น และต้องมีการปรับทัศนคติให้กับตำรวจ เพื่อไม่ให้ผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดในลักษณะนี้อีก รวมทั้งต้องเรียนให้ทางรัฐบาลทราบว่าสวัสดิการของข้าราชการตำรวจมีน้อย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหารีดไถประชาชน โดยขณะนี้ยังไม่พบว่า พลตำรวจเอกประวุฒิ เกี่ยวข้องกับคดีหมิ่นเบื้องสูง ซึ่งการลาพักผ่อนต่างประเทศเป็นสิทธิส่วนตัวอยู่แล้ว ตนเองไม่ได้ปรับเปลี่ยนแค่ พลตำรวจเอกประวุฒิ คนเดียว มองตามความเหมาะสมุ้าใครอ่อนแรงก็จะเปลี่ยน
    พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พบว่าหมอหยองได้มีการหลีกเลี่ยงทรัพย์สินไปยังญาติคนอื่น เพื่อให้ยากในการตรวจสอบ ส่วนด้านตำรวจ 8 คน ที่ถูกคุมตัวอยู่และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแน่นอนหากว่าทำความผิดจริง

    พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสีพราหมณกุล รักษาราชการแทนในตำแหน่ง รอง ผบ.ตร. ยืนยันว่าหากใครทำผิดจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหน่วยงานไหนก็ตาม เชื่อว่าจะติดตามผู้กระทำผิดได้ทั้งหมดไม่เกิน 23 เดือน ดังนั้นหากว่าทราบว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องจะดำเนินการสอบสวน ซึ่งถ้าผู้ใดนำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเบื้องสูงมาถามหรือพูดเพื่อให้เกิดความเสียหายก็มีความผิดด้วยเช่นกัน

    ติดตามความเคลื่อนไหวข่าวสารได้ก่อนใครได้ที่นี่
    เรื่องเล่าเช้านี้.com : http://morningnews.bectero.com
    facebook : https://www.facebook.com/MorningNewsTV3
    Twitter : https://twitter.com/MorningNewsTV3

    เจาะข่าวเด่น สตช.แถลงคดีหมิ่นเบื้องสูง (28 ต.ค. 58)

    ไม่ทันได้กุมมือ นาที บิดามารดาท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ หลังฟังคำพิพากษาจำคุก คดีหมิ่นเบื้องสูง


    Description นาทีบิดามารดา \”ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์\”เดินกลับจากฟังคำพิพากษาจำคุก คดีหมิ่นเบื้องสูง เพื่อนำไปคุมขังเรือนจำ อ่านรายละเอียด มติชนออนไลน์ 11 มีนาคม 2558

    ไม่ทันได้กุมมือ นาที บิดามารดาท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ หลังฟังคำพิพากษาจำคุก คดีหมิ่นเบื้องสูง

    คุก 7 ปี \”ทอม ดันดี\” หมิ่นเบื้องสูง | 01-06-59 | ไทยรัฐเจาะประเด็น | ThairathTV


    เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ นำตัว นายธานัท ธนวัชรนนท์ หรือทอม ดันดี อดีตนักร้องเพลงเพื่อชีวิต มายังศาลอาญา รัชดาภิเษก เพื่อมาฟังคำพิพากษา คดีที่อัยการฟ้องฐานหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และกระทำผิดพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พุทธศักราช 2550 กรณีร่วมกับพวกที่ยังหลบหนี ขึ้นเวทีปราศรัยของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โดยใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และระหว่างวันที่ 13 พฤศจิกายน 2556 ถึงวันที่ 26 เมษายน 2557 จำเลยกับพวก ได้นำคลิปภาพและเสียงการปราศรัยของจำเลยกับพวก ไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียล ออกสู่สาธารณะทำให้ประชาชนทั่วไปทั้งในและนอกราชอาณาจักรที่ได้รับชม เข้าใจผิด หลงเชื่อคำปราศรัยของจำเลย สร้างความเสียหายต่อสถาบันเบื้องสูง
    คดีนี้ศาลได้สอบคำให้การ จำเลยและตรวจหลักฐาน เมื่อวันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา ซึ่งจำเลยให้การปฏิเสธ และได้แถลงต่อศาลขอเปลี่ยนคำให้การเดิม เป็นให้การรับสารภาพไม่ต่อสู้คดี เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
    โดยศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรม ให้ลงโทษจำคุกกรรมละ 5 ปี รวมโทษจำคุก 15 ปี แต่คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง เหลือจำคุก 7 ปี 6 เดือน
    ติดตามเราได้ที่
    Website : http://www.thairath.tv
    Facebook : https://www.facebook.com/thairathtv
    Twitter : https://twitter.com/Thairath_TV
    Instagram : https://instagram.com/thairathtv
    Youtube Channel : https://www.youtube.com/channel/UCrFDdDEE05N7gjwZho2wqw

    คุก 7 ปี \

    \”ฮาร์ท\” คอตก เข้ารับทราบข้อหาหมิ่นเบื้องสูงฯ วิจารณ์วัคซีนพระราชทาน | ข่าวเด่น | TOP NEWS


    ทักษิณเพื่อไทยเปิดประเทศTOPNEWS
    ติดตามข่าวคลิปเด่นได้ที่ : https://bit.ly/TOPKhaodenxSubYT
    .
    ดาวน์โหลด APP : TOP NEWS : http://onelink.to/c68pbd
    .
    โฆษณาติดต่อ (คุณติ๊ก)
    worarak@topnews.co.th
    0816490178
    .
    ติดตามข่าวสารจากทางเราได้ จากทุกๆ ช่องทาง
    กล่อง PSI, INFOSAT, GMMZ, IPM , CSAT, TIK , 3BB, TOT ช่องหมายเลข 77 , AIS ช่องหมายเลข 658
    .
    Website : https://www.topnews.co.th
    FB : https://bit.ly/FBTOPTV
    IG : https://bit.ly/IGTOPTV
    Twitter : https://bit.ly/TWTOPTV
    Line : https://bit.ly/LINExTOPTV

    \

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

    ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ หมิ่น เบื้อง สูง

    Leave a Comment