[NEW] ประเทศไทยพร้อมหรือยัง?: เมื่อหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์กำลังจะ disrupt ตลาดแรงงานไทย | ตลาด หุ่น ไทย – POLLICELEE

ตลาด หุ่น ไทย: คุณกำลังดูกระทู้

ในทางทฤษฎี เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าประเทศไทยมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องยกระดับเครื่องจักรทางเศรษฐกิจที่มีนวัตกรรมสูง และการจะทำเช่นนั้นได้ เศรษฐกิจไทยต้องมีกำลังแรงงานที่มีทักษะการทำงานในระดับสูงเช่นกัน ในทางกลับกัน แรงงานที่มีทักษะต่ำและค่าแรงถูก (low-skilled and low-wage workers) ไม่เพียงแต่จะไม่เพียงพอต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในอนาคตเท่านั้น หากแต่ยังเสี่ยงถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

ถึงกระนั้น ก็ยังแทบไม่มีงานวิจัยที่ศึกษาเชิงประจักษ์ว่า แรงงานไทยจะได้รับผลกระทบแค่ไหน เมื่อไหร่ และอย่างไร

งานวิจัยของผู้เขียนซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการของคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้รับเลือกให้ตีพิมพ์ในหนังสือ Digitalization and Sustainable Economic Development ของ Asian Development Bank Institute แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจไทยที่สร้างมูลค่าระดับสูงได้ จะต้องขับเคลื่อนด้วยแรงงานที่มีทักษะสูง ในขณะที่แรงงานทักษะต่ำก็จะถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์

Table of Contents

แรงงานทักษะสูงและแรงงานทักษะต่ำในเศรษฐกิจไทย

การวิเคราะห์ของผู้เขียน (รูปที่ 1) พบว่า จังหวัดที่มีสัดส่วนอาชีพที่มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ (cognitive analytical skills) และทักษะการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ (cognitive interpersonal skills) มากกว่า จะมีความสัมพันธ์ทางบวกกับ GDP ของจังหวัดเฉลี่ยต่อหัว นั่นคือ รายได้เฉลี่ยของจังหวัดสูงกว่า

รูปที่ 1: ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และด้านการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ มีความสัมพันธ์ทางบวกกับ GDP รายจังหวัดเฉลี่ยต่อหัว

ในขณะที่เมื่อพิจารณาในระดับปัจเจกบุคคล ผู้ประกอบอาชีพที่มีทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์มากกว่า จะมีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงสูงกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ จะเป็นทักษะสำคัญอย่างมากในการกำหนดรายได้ในระดับสูง

ในทางกลับกัน อาชีพที่ใช้ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์และทักษะการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ในระดับต่ำ ซึ่งส่วนมากคือกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาคุณภาพ เป็นแรงงานไร้ทักษะหรือทำงานที่ไม่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์มาก จะถูกแย่งงานโดยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ (รูปที่ 2)  โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชีพที่มีลักษณะการทำงานไม่ซับซ้อนหรือไม่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์ สามารถใช้อัลกอริธึมทำงานได้แม่นยำมากกว่า และเทคโนโลยีที่กำลังมีราคาถูกลงเรื่อย ๆ สามารถเข้ามาทำงานแทนได้

รูปที่ 2: อาชีพที่ใช้ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์น้อยกว่า จะมีความเสี่ยงมากกว่าที่จะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์

หลายภาคการผลิตของไทยมีการเปลี่ยนผ่านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่น ธนาคารพาณิชย์ไทยลดจำนวนสาขาและการจ้างงานลงมาก และหันไปมุ่งลงทุนในด้านเทคโนโลยีและการให้บริการทางดิจิทัลแทนจนแทบจะกลายเป็นช่องทางในการให้บริการหลัก หรืองาน ‘แม่บ้าน’ ก็กำลังถูก disrupt จาก gadget อย่างหุ่นยนต์ดูดฝุ่นและหุ่นยนต์ถูพื้น ในขณะที่งาน ‘พนักงานประจำจุดรับบัตรจอดรถ’ ก็กำลังหายไปจากการแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ส่วนงานที่เคยเป็นงานวิชาชีพเฉพาะอย่างการทำบัญชี ก็กำลังถูกแทนที่ด้วยโปรแกรมบัญชีอัตโนมัติที่มีค่าบริการรายเดือนเพียงไม่กี่ร้อยบาท เป็นต้น ยิ่งไปกว่านั้น ทุกคนที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ ย่อมมีประสบการณ์ได้รับคำแนะนำจากปัญญาประดิษฐ์ในการแสดงผลและแนะนำเพื่อน การเลือกซื้อของหรือสั่งอาหารทางออนไลน์ การเลือกดูหนังฟังเพลง streaming หรือ กิจกรรมต่างๆ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อตลาดแรงงานไม่โดยตรงก็โดยอ้อม

หากยิ่งมองแนวโน้มการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคต เราก็ยิ่งเห็นทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เช่น ระบบคลังสินค้าใช้หุ่นยนต์ทำงานแทนแรงงานมนุษย์ทั้งหมด และระบบขนส่งสาธารณะที่ไม่ต้องมีคนขับ เราได้เห็นข่าวนักศึกษาระดับปริญญาตรีในประเทศไทยพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำอาหารแบบง่าย เช่น ข้าวผัดหรือไข่เจียว ข่าวผู้ประกอบไทยพัฒนาหุ่นยนต์ชงชาไข่มุกที่สามารถกดคำสั่งเลือกประเภทชานมและระดับความหวานได้ หรือบางคนเคยมีประสบการณ์ซื้อขายหุ้นผ่านระบบอัจฉริยะ high-frequency algorithm trading เป็นต้น

แรงงานไทยจะโดนกระทบแค่ไหน

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ผลการวิเคราะห์ของผู้เขียนพบว่า แรงงานไทยเกือบร้อยละ 10 หรือ 3 ล้านกว่าคน มีโอกาสมากกว่า 95% ที่อาชีพของตนจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ถึงแม้ในขณะนี้ยังไม่ทราบชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่

หากนิยามอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง คือมีโอกาสมากกว่า 70% ในการถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จากงานวิจัยของผู้เขียนพบว่า เกือบครึ่งหนึ่งของแรงงานไทยหรือกว่า 17 ล้านคน ประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงที่จะว่างงาน อันเกิดจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ผลงานวิจัยโดย ดร. เนื้อแพร เล็กเฟื่องฟู และ ดร. วรประภา นาควัชระ จากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยแสดงให้เห็นว่า หากตลาดแรงงานไทยไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างแรงงานและยังคงมีองค์ประกอบทักษะแรงงานเหมือนอย่างปัจจุบัน จำนวนแรงงานที่จะเสี่ยงต่อภาวะการไร้งาน (joblessness) คิดเป็นจำนวนสูงถึง 12 ล้านคน หรือ ประมาณ 1 ใน 3 ของกำลังแรงงานไทยทั้งหมด

(ผู้เขียนคาดว่า งานวิจัยของอาจารย์ทั้งสองน่าจะมีความแม่นยำมากกว่าผลวิเคราะห์ของผู้วิจัย เพราะเป็นการคำนวณโดยปรับวิธีวิเคราะห์และพัฒนาแบบจำลอง Machine Learning ให้สอดคล้องโดยตรงกับลักษณะแรงงานไทย)

ประเทศไทยเตรียมพร้อมหรือยัง?

การศึกษาผลกระทบของหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ต่อตลาดแรงงานไทย อุปมาดังเช่นปรากฏการณ์ El Niño–Southern Oscillation (ENSO) ที่ทำให้เราสามารถพยากรณ์ได้ว่า ปีนี้เป็น cool phase ทำให้ประเทศไทยจะเจอน้ำท่วมถี่ขึ้น บ่อยขึ้น และรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน แต่ก็ไม่รู้ว่าจะท่วมหนักขนาดไหน และเมื่อไหร่ กระนั้นการทำนายในลักษณะเช่นนี้ก็เพียงพอต่อการต้องปรับตัวเพื่อรับมือ เช่นเดียวกับภัยคุกคามจากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะทำให้เราเผชิญแนวโน้มภัยแล้งและน้ำท่วมเกิดถี่ขึ้นและรุนแรงมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน แต่ไม่ทราบแน่ชัดว่าจะหนักหนาขนาดไหน เพราะความรุนแรงของผลกระทบก็ขึ้นกับความสามารถในการปรับตัวของประเทศ ภายใต้การบริหารจัดการทิศทางการพัฒนาประเทศที่ชี้นำโดยภาครัฐ

ในทำนองเดียวกัน ไม่ว่าขนาดของผลกระทบจากหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ที่เกิดขึ้นจริงจะมีขนาดรุนแรงเพียงใดก็ตาม ก็มีข้อสรุปที่ชัดเจนเดียวกันว่า แรงงานไทยจำนวนมากหลายล้านคนมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกแทนที่โดยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ จึงเป็นผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจทั้งระดับจุลภาคและมหภาค ดังนั้น ภาครัฐจึงจำเป็นที่จะต้องเตรียมตัวรับมือเพื่อบรรเทาผลกระทบ หรือต้องพลิกฟื้นวิกฤตให้เป็นโอกาส

ประเด็นนี้เป็นภัยคุกคามที่อันตรายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม เพราะหากระบบเศรษฐกิจไทยไม่สามารถพัฒนาทักษะแรงงานได้ทันและเพียงพอ แรงงานไทยมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่กลายเป็นคนจน ยิ่งเมื่อพิจารณาว่าสังคมไทยเป็นสังคมสูงวัยแล้วในปัจจุบัน (มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากร) และกำลังจะกลายเป็นสังคมสูงวัยระดับสุดยอดในปี ค.ศ. 2040 (มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 32 หรือประมาณ 1 ใน 3 ของประชากร) การที่แรงงานไทยมีโอกาสจะถูกแทนที่ด้วยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์จนกลายเป็นคนจนจึงเป็นเรื่องที่น่าวิตกอย่างมาก

ทั้งนี้ ผู้เขียนมีข้อสังเกตว่า ประเทศไทยไม่ได้มีความตื่นตัวที่จะยกระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจแบบ inclusive growth แม้แต่น้อย ซึ่งเป็นเรื่องน่ากังวลมาก เพราะหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ทำให้แนวโน้มความเหลื่อมล้ำในประเทศไทยจะยิ่งขยายกว้างมากขึ้น ในขณะที่คนส่วนใหญ่จะไม่สามารถแข่งขันได้หรือจะอยู่รอดอย่างยากลำบากในโลกอนาคต

เทคโนโลยีคือกุญแจสำคัญในการพามนุษยชาติไปสู่อนาคต แต่อนาคตของประเทศไทย จะสดใสหรือมืดมน ก็คงจะขึ้นอยู่กับว่า สังคมเศรษฐกิจไทยจะสามารถประยุกต์ใช้และพัฒนาเทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศ และสามารถเตรียมการรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างไรเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งการสร้างโอกาส การยกระดับคุณภาพชีวิต ให้กับคนไทยทุกภาคส่วน

บรรณานุกรม

เนื้อแพร เล็กเฟื่องฟู และ วรประภา นาควัชระ. 2562. บทบาทของการค้าและเทคโนโลยีต่อการปรับเปลี่ยนของโครงสร้างตลาดแรงงานของไทย. รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์นำเสนอต่อสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.). มิถุนายน 2562.

Jithitikulchai, T. 2020. Labour Skills, Economic Returns, and Automatability in Thailand. Southeast Asian Journal of Economics, 8(2): 51-90.

[NEW] ประเทศไทย 4.0 กับอนาคตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม | ตลาด หุ่น ไทย – POLLICELEE

ประเทศไทย 4.0 กับอนาคตหุ่นยนต์อุตสาหกรรม

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมในปัจจุบันนั้น ‘หุ่นยนต์’ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดโดยคาดว่าอีก 2-3 ปีข้างหน้า ความต้องการใช้หุ่นยนต์ทั่วโลก มีโอกาสจะเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ประกอบกับภาวะการขาดแคลนแรงงานของภาคอุตสาหกรรมยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันภาวะการแข่งขันทางธุรกิจที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันผ่านการเพิ่มผลิตภาพอย่างต่อเนื่อง ยิ่งตอกย้ำให้การใช้งานหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมมีแนวโน้มการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต

IFR คาดการใช้งานหุ่นยนต์ของโลกในปี 2018 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 2 เท่า

ปัจจุบันการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นงานที่ไม่ซับซ้อนมากนัก ใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) ควบคุมให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้เองผ่านการเขียนโปรแกรมโดยหากเป็นงานที่มีความซับซ้อนมากขึ้นจะใช้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) เข้าช่วยควบคุมเพื่อให้หุ่นยนต์มีความสามารถสูงขึ้นหรือฉลาดขึ้นนั่นเอง

ตลอดช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์บริการ (Service Robots) มียอดขายเฉลี่ยต่อปีประมาณ 5 ล้านตัว ส่วนหุ่นยนต์อุตสาหกรรม (Industrial Robot) มียอดขายเฉลี่ยเพียง 200,000 ตัวเท่านั้น โดย International Federation of Robotics (IFR) คาดว่าการใช้งานหุ่นยนต์ของโลกในปี 2018 มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกเกือบ 2 เท่า เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มหันมาสนใจ และใช้งานหุ่นยนต์บริการแทนการทำงานบางอย่าง เพื่อความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้น ไม่ต้องทำงานที่เปลืองแรง หรืองานที่มีความเสี่ยงมากเกินไป เช่น การใช้หุ่นยนต์ดูดฝุ่นแทนการทำความสะอาดบ้าน การใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ หรือการใช้หุ่นยนต์กู้ระเบิด เป็นต้น

ทั้งนี้ ความต้องการใช้หุ่นยนต์อุตสาหกรรมส่วนใหญ่มาจาก 5 อุตสาหกรรมหลัก ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานรวมกันกว่า 85% ของการใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลก เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เหล็ก ผลิตภัณฑ์ยางและพลาสติก และการแปรรูปอาหาร โดยขณะนี้ประเทศจีนถือเป็นผู้เล่นอันดับ 1 ที่มีความต้องการใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมากที่สุดในโลก ครองสัดส่วนของยอดขายในตลาดโลกไปแล้วกว่า 30% และยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตกลายเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมรายใหญ่ของโลกในอนาคต

สัดส่วนการใช้งานหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลกจำแนกตามอุตสาหกรรมสำคัญของปี 2015

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงอัตราส่วนการทดแทนแรงงานของหุ่นยนต์ต่อจำนวนแรงงาน (Robot Density) ในประเทศจีน จะพบว่ายังมีอัตราส่วนที่ค่อนข้างน้อย ประมาณ 36 ตัวต่อแรงงาน 10,000 คน ซึ่งล่าสุดรัฐบาลจีนไดประกาศเป้าหมายการเพิ่ม Robot Density ในปี 2020 ให้สูงขึ้นอีก 300% หรือเท่ากับ 150 ตัวต่อ 10,000 คน พร้อมทั้งเตรียมแผนการดำเนินงานเพื่อผลักดันให้ผู้ผลิตหุ่นยนต์ท้องถิ่นมียอดขายในประเทศเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5 เท่า ภายใต้นโยบาย China Manufacturing 2025 ที่จะสร้างอุตสาหกรรมการผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมให้เป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของจีน เช่นเดียวกับประเทศไทยในปัจจุบันที่กำลังจะพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ขึ้นเป็นอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยในยุค ‘ประเทศไทย 4.0

ไทยมีความพร้อม ต่อยอดพัฒนาหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ได้

สำหรับโอกาสและความท้าทายของการพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ในประเทศไทยนั้น ศูนย์วิจัยธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งได้ศึกษาและวิเคราะห์ในประเด็นดังกล่าว ได้ระบุว่า ประเทศไทยมีโอกาสและศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ภาคบริการแม้ว่ายอดขายหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมไทยทุกวันนี้จะมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 2 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายในปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดขายประมาณ 4,000 ตัว ทว่าในภูมิภาคเอเชียนั้น ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างเล็ก ดังนั้น ความเป็นไปได้ในการที่จะพลิกบทบาทจากผู้ใช้ไปเป็นผู้ผลิตนั้นยังไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับโอกาสในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์บริการซึ่งมีความเป็นไปได้มากกว่า จากแนวโน้มการเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูงอายุ อีกทั้ง ภาคอุตสาหกรรมไทยก็เริ่มมีการขยายตัวไปสู่ภาคบริการมากขึ้น

ลำดับของประเทศที่มีอัตราส่วนการแทนที่ของหุ่นยนต์อุตสาหกรรมต่อแรงงาน 10,000 คน (Robot Density) สูงกว่าค่าเฉลี่ย

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีความพร้อมด้านทักษะเชิงเทคนิคของบุคลากรในประเทศที่จะสามารถต่อยอดและพัฒนาหุ่นยนต์บริการในระดับโลกได้ ประกอบกับไทยมีความพร้อมด้านทักษะเชิงเทคนิคของบุคลากรในประเทศ หากยังต้องได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาต่อยอดการพัฒนาหุ่นยนต์ให้ประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างโอกาสให้กับวงการอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยในระยะต่อไป

กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด สร้างเครือข่ายพันธมิตร

รองรับการเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์ในอนาคต

ยอดขายหุ่นยนต์อุตสาหกรรมทั่วโลก จำแนกตามตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียของปี 2015

สิ่งที่ผู้ผลิตหุ่นยนต์บริการต้องให้ความสำคัญและตระหนักถึงก็คือ การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด ซึ่งผู้ผลิตหุ่นยนต์บริการควรทำการตลาดแบบ Niche Market และมุ่งเน้นส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ดังเช่นกรณีของหุ่นยนต์ดินสอที่ประสบความสำเร็จ พัฒนาหุ่นยนต์เพื่อใช้ในภาคบริการและสามารถเข้าถึงตลาดผู้สูงอายุ ทั้งยังวางเป้าหมายในการเจาะตลาดต่างประเทศอย่าง ประเทศญี่ปุ่น หรือประเทศสวีเดนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตัวผลิตภัณฑ์ พร้อมกับสร้างความเชื่อใจให้ผู้บริโภคด้วย

เช่นเดียวกัน หุ่นยนต์อุตสาหกรรมก็ต้องกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างแม่นยำ เร่งสร้างเครือข่ายในเชิงพันธมิตร ผู้ผลิตหุ่นยนต์รายใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ให้ครอบคลุมทั้งภูมิภาคเอเชีย เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชีย ซึ่งหากพิจารณาด้านความพร้อมของตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตมากขึ้น ประกอบกับศักยภาพที่มากในการก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในอนาคต

EXECUTIVE SUMMARY

International Federation of Robotics (IFR) estimated that global robotic usage in 2018 has tendency to raise by 2 times. The major demanding of industrial robotic came from 5 major industries which have proportion about 85% of global industrial robotic usage.

For Thailand, Economic Intelligence Center, Siam Commercial Bank mentioned that Thailand has a chance and potential to become a manufacturer for robotic in service sector. Thailand has readiness its population’s technician skill but still need the support from government and related sector.

Source:

  • https://goo.gl/CmnHbL


แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ.


วิเคราะห์หุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์ฟันธงดัชนีไม่หลุด 1,420 จุด เชื่อมั่น Fund Flow ยังไหลเข้า
.
แนวโน้มตลาดหุ้นเดือนกุมภาพันธ์มีปัจจัยหนุนตลาดปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระมัดระวังอะไรบ้าง วิเคราะห์สถานการณ์นี้กับ สรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล. กสิกรไทย
.
ติดตามรายการ Morning Wealth ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 07.0008.00 น. ทาง Facebook และ YouTube ของ THE STANDARD WEALTH
.
หุ้นไทยเดือนกุมภาพันธ์ แนวโน้มตลาดหุ้น ฟันด์โฟลว์ หุ้น หุ้นไทย SETindex Investment ลงทุน MorningWealth THESTANDARDWEALTH เฟิร์นศิรัถยา วิทย์สิทธิเวคิน

ช่องทางรับชม THE STANDARD WEALTH
YouTube: youtube.com/c/thestandardwealth
Facebook: facebook.com/thestandardwealth
Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Website: thestandard.co/wealth

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเดือน ก.พ.

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564


สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564
📈 SET Index ปิดที่ 1,633.94 จุด (+1.50 จุด/+0.09%) มูลค่าการซื้อขาย 7 หมื่นลบ. SET แกว่งพักตัวในแดนบวก ทางด้านการประชุม ศบค. ลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 6 จว. และเลื่อนเปิดสถานบันเทิงไป 15 ม.ค. 65 ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวกหนุนจากหุ้นเทคโนโลยีจีนที่ดีดตัวขึ้น รวมทั้งหุ้นช็อปปิ้งออนไลน์
👍🏻 หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง
BAM (+6.28%) 3Q64 กำไรลดลงทั้ง YoY QoQ คาดว่ากําไร 4Q64 จะฟื้นตัวทั้ง QoQ และ YoY
SVI (+13.79%) งบ 3Q64 โตแรงกว่า 109%YoY 215%QoQ จากชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิคส์อุปกรณ์สื่อสาร 5G และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ยานยนต์
HENG (+14.37%) ซื้อกลับหลังจากปรับลง 3 วันติดต่อกัน
CCET (+6.25%) ยอดขาย 10 เดือนปีนีโต 19%YoY
SCM (+11.35%) แจกวอร์แรนต์ฟรีให้ ผถห.เดิม 3:1 ส่วนกำไร Q3/64 โต 150%YoY
INET (+7.41%) กำไร Q3/64 โต 100%YoY
IHL (+6.67%) กำไร Q3/64 โต 344%YoY ออเดอร์ผลิตเบาะหนังรถยนต์ฟื้นชัดเจน ทยอยรับรู้รายได้ธุรกิจใหม่
SAPPE (+6.86%) กำไรสุทธิ 3Q64 +7%YoY +12%QoQ หนุนจากตลาดส่งออกที่เป็นช่วง High season คาด 4Q64 จะเติบโต YoY ต่อเนื่อง
👎🏻 หุ้นที่ปรับลดลงแรง
CPT (5.77%) งบ 3Q64 พลิกขาดทุน YoY
SKE (4.63%) งบ 3Q64 ลดลง 61%YoY
LANNA (4.40%) ถูกขายทำกำไรหลังกำไรสุทธิ 3Q64 โตกว่า 129 เท่า
KEX (3.95%) กำไร 3Q64 ลดลงต่ำกว่าคาดมาก ส่วน 4Q64 คาดติดลบ
ASK (4.07%) ถูกขายทำกำไรหลังกำไร 3Q64 ลดลง 9%YoY
HTECH (6.99%) ถูกขายหลังจากวานนี้ปรับขึ้นแรง

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 12 พ.ย. 2564

(Live) สด ข่าวหุ้นเจาะตลาด 11-11-64 เวลา 09.35 – 11.00 น.


(Live) สด ข่าวหุ้นเจาะตลาด 111164 เวลา 09.35 11.00 น.
เพราะตลาดหุ้นไม่ได้ให้คุณได้แค่เงิน
ถ้าคุณเข้าใจแก่นแท้ของมันจริงๆ….
เจาะลึกทุกการลงทุน โดย บูรพา สงวนวงศ์ / สุภชัย ปกป้อง และ ทีมงานข่าวหุ้นธุรกิจ
ชมสด ฟังสด… FB Live : ข่าวหุ้นเจาะตลาด
FM 102.0 MHz.
ติดตาม Kaohoon TV Online ได้ที่
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCzcnAyW04RGg0qT0j4MUzA
FacebooK : https://www.facebook.com/kaohoononline/
Website : https://www.kaohoon.com/
Official LINE : @kaohoon ติดต่อโฆษณา 026934555 ต่อ 124 หรือ 126
ข่าวหุ้นเจาะตลาด ข่าวหุ้นธุรกิจ Kaohoon ข่าวหุ้นออนไลน์ ข่าวหุ้นTVOnline SET หุ้น หุ้นไทย

(Live) สด ข่าวหุ้นเจาะตลาด 11-11-64 เวลา 09.35 - 11.00 น.

Restart ตลาดหุ้นไทยทะยาน 1,893 จุด


สามารถติดตามข่าวสารจาก Money Chat จากช่องทางต่าง ๆ ดังนี้
Facebook
:https://www.facebook.com/moneychatthailand
Youtube
:https://www.youtube.com/moneychatthailand
Podcasts
:moneychat
Blockdit
:Money Chat Thailand
Money Chat Thailand
ผู้ผลิต Content เศรษฐกิจ ธุรกิจ การเงิน การลงทุน เริ่มต้นจากแนวคิด “ลงทุนง่าย ๆ แค่ปลายนิ้ว” ส่งเสริมให้ทุกคนรู้จักและเข้าใจการกับลงทุนในยุคดิจิทัล ที่ทุกคนรับข้อมูลข่าวสารได้จากช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ในทุกรูปแบบ และการลงทุนปัจจุบันเริ่มต้นด้วยเงินเพียงไม่กี่ร้อยบาท ก็สามารถสร้างความมั่งคั่งในอนาคตได้…
ช่องทางการรับชม
FACEBOOK : https://www.facebook.com/moneychatthailand
YOUTUBE : https://www.youtube.com/moneychatthailand
LINE Official Account : Money Chat
Podcasts : moneychat
TV Digital : รายการ Business Model ทุกวันพุธ เวลา 10.3011.00 น. TV Digital TNN 16
รายการ Money Brief ออกอากาศทุกวันจันทร์ ศุกร์ เวลา 09.4510.30น.ทาง ออนไลน์ของ Money Chat

Restart ตลาดหุ้นไทยทะยาน 1,893 จุด

แฟนพันธุ์แท้ 2013 18 ต.ค. 56 (ตลาดหุ้นไทย)


พบกับรายการแฟนพันธุ์แท้ 2013 ได้ทาง ททบ.5
ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่เวลา 22:30 ถึง 00:00 น.
และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมของรายการได้ที่
เว็บไซต์: www.workpoint.co.th
เฟสบุ๊ค: www.facebook.com/fanpantae2012

แฟนพันธุ์แท้ 2013 18 ต.ค. 56 (ตลาดหุ้นไทย)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ตลาด หุ่น ไทย

Leave a Comment