[NEW] ย้อนรอยสงคราม 20 ปี สหรัฐ-อัฟกานิสถาน: จาก บุช สู่ ไบเดน | กระทรวง กลาโหม สหรัฐ – POLLICELEE

กระทรวง กลาโหม สหรัฐ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ย้อนรอยสงคราม 20 ปีระหว่างสหรัฐอเมริกาและกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน ในวันครบรอบ 10 ปีการสังหาร โอซามา บิน ลาเดน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ที่อยู่เบื้องหลังเหตุก่อการร้าย 911 จากสมัย จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ผู้พร้อมทุ่มงบสู้ สู่ยุค โจ ไบเดน ที่พร้อมตัดงบส่วนเกินของกองทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน

1 พ.ค. 2564 สหรัฐอเมริกาเริ่มต้นกระบวนการถอนกำลังทหารออกจากประเทศอัฟกานิสถานแล้ว หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ พร้อมปิดฉากสงครามนอกประเทศที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน โดยกระบวนการถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานจะเสร็จสิ้นในวันที่ 11 ก.ย. 2564 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 20 ปี เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน หรือเหตุการณ์ 911 (ไนน์วันวัน) ที่กลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์จี้เครื่องบินโดยสารของสหรัฐฯ และนำเครื่องบินพุ่งเข้าชนตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในนครนิวยอร์ก และอาคารเพนตากอนในรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเป็นที่ทำการของกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 ราย และมีผู้บาดเจ็บกว่า 25,000 คน โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รัฐบาลอเมริกันส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้าไปในอัฟกานิสถาน

 

Table of Contents

911 จุดเริ่มต้นของสงครามอเมริกัน-อัฟกานิสถาน

หลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 911 เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2544 จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ในขณะนั้นแถลงว่าเหตุก่อการร้ายดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มอัลกออิดะห์ ซึ่งมี โอซามา บิน ลาเดน เป็นผู้นำ และกำลังกบดานอยู่ในอัฟกานิสถาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มตาลีบัน ซึ่งเป็นกลุ่มก่อการร้ายแบ่งแยกดินแดนที่เข้ายึดครองพื้นที่เกือบทั้งหมดของอัฟกานิสถานหลังสิ้นสุดสงครามกับสหภาพโซเวียตในช่วงปลายทศวรรษที่ 1980

บุช ประกาศว่าสหรัฐฯ จะต่อต้านกลุ่มก่อการร้ายด้วยการเอาชนะในศึกสงคราม และเรียกร้องให้กลุ่มตาลีบันส่งตัวผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ทั้งหมดให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ต่อมาสภาสูงและสภาล่างของสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบกฎหมายการอนุญาตบังคับใช้กำลังทหาร (Authorization for the Use of Military Force, AUMF) โดยการลงคะแนนในครั้งนั้นแทบจะไม่ได้รับเสียงคัดค้านจากทั้ง 2 สภา มีเพียง บาร์บารา ลี ส.ส.พรรคเดโมรแครตจากรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่คัดค้านกฎหมายฉบับนี้ บุช ลงนามรับรองกฎหมายดังกล่าวในวันที่ 18 ก.ย. 2544 ซึ่งถือเป็นการประกาศสงครามกับกลุ่มก่อการร้ายอัลกออิดะห์และกลุ่มตาลีบันอย่างเป็นทางการ

จอร์จ ดับเบิลยู. บุช ขณะเดินทางไปเยี่ยมกองทัพสหรัฐฯ ในอิรักและอัฟกานิสถาน ช่วงปลายปี 2551

 

กฎหมาย AUMF อนุญาตให้รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้อำนาจทางการทหารในการไล่ล่าติดตามกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยข้อตกลงดังกล่าวให้อำนาจรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ ในการยกทัพบุกอัฟกานิสถาน ดักฟังโทรศัพท์ของพลเมืองอเมริกันโดยไม่ต้องขอหมายศาล รวมถึงตั้งค่ายกักกันที่อ่าวกวนตานาโม ประเทศคิวบา เป็นต้น

กฎหมาย AUMF ถือเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลสหรัฐฯ สามารถทำสงครามในต่างแดนได้อย่างชอบธรรม เพราะนับตั้งแต่ พ.ศ.2544 เป็นต้นมา พบว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตั้งแต่สมัย บุช, บารัก โอบามา มาจนถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำสั่งให้มีปฏิบัติการทางทหารอย่างน้อย 37 ครั้งใน 15 ประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่เขตตะวันออกกลาง รวมถึงคิวบาและฟิลิปปินส์

สงคราวอันยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกัน

สงครามระหว่างสหรัฐฯ และกลุ่มก่อการร้ายทั้ง 2 กลุ่มในอัฟกานิสถานเริ่มต้นอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เดือน ต.ค. พ.ศ.2544 เมื่อกองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตร NATO ได้แก่ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลีย เยอรมนี และฝรั่งเศส ร่วมกันโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถาน โดยได้รับความช่วยเหลือจากกองกำลังติดอาวุธของกลุ่มชาติพันธุ์ปาทานที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของกลุ่มตาลีบัน

กองทัพสหรัฐฯ และพันธมิตรใช้เวลาเพียง 2 เดือนก็สามารถเอาชนะกลุ่มตาลีบันได้ ด้วยการทำลายฐานที่มั่นและขับไล่รัฐบาลของกลุ่มตาลีบันออกจากอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้ บิน ลาเดน และสมาชิกกลุ่มอัลกออิดะห์ต้องหลบหนีไปกบดานที่ปากีสถาน จากนั้น สหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรได้เชิญกลุ่มพันธมิตรฝ่ายเหนือ ซึ่งเป็นกองกำลังต่อต้านกลุ่มตาลีบัน เข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติที่เมืองบอนน์ ประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจาหาทางออกและนำความสงบสุขมาแก่อัฟกานิสถาน โดยที่ประชุมมีมติรับรองรัฐบาลเฉพาะกาลของพันธมิตรฝ่ายเหนือ นำโดยฮามิด การ์ไซ อดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในรัฐบาลก่อนหน้าของอัฟกานิสถานให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่าน

ลอรา บุช อดีตสตรีหมายเลข 1 จับมือทหารอเมริกันและทหารของ NATO ในอัฟกานิสถาน

 

สหรัฐฯ ประกาศว่าจะเข้ามาช่วยเหลือรัฐบาลเฉพาะกาลของอัฟกานิสถานในการปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตย ร่วมกับองค์การสหประชาชาติและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยนับตั้งแต่ พ.ศ.2544-2552 สภาคองเกรสของสหรัฐฯ อนุมัติเงินช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชนและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานแก่รัฐบาลของอัฟกานิสถานเป็นจำนวนกว่า 38 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ต่อมา ใน พ.ศ.2547 อัฟกานิสถานก็สามารถจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้อีกครั้ง โดย การ์ไซ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีคนแรกตามระบอบประชาธิปไตย

3 สัปดาห์หลังจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีอัฟกานิสถาน บิน ลาเดน กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง ด้วยการปล่อยวิดีโอตอบโต้รัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านสถานีโทรทัศน์อัลจาซีรา และเรียกร้องให้ บุช รับผิดชอบต่อเหตุการณ์ 911 หลังจากนนั้นไม่นาน บุช ก็ชนะเลือกตั้งและได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐฯ ต่ออีก 1 สมัย ทำให้ปฏิบัติการไล่ล่า บิน ลาเดน และกลุ่มก่อการร้ายในตะวันออกกลางดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่ง พ.ศ.2550 ซึ่งเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาลบุช กองทัพสหรัฐฯ สามารถสังหารมุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ ผู้นำกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานได้ สถานการณ์จึงผ่อนคลายลง แต่การสู้รบระหว่างกองทัพสหรัฐฯ กลุ่มอัลกออิดะห์ และกลุ่มตาลีบัน ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง กินเวลายืดเยื้อเกือบ 20 ปี

 

ทำไมสหรัฐฯ ต้องรบในอัฟกานิสถาน

สำนักข่าว CNN วิเคราะห์ว่าสงครามอันยาวนานนี้ เกิดขึ้นเพราะสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้อัฟกานิสถานกลายเป็นแหล่งฟูมฟักขบวนการก่อการร้ายอย่างอัลกออิดะห์ ตัวอย่างเช่น เมื่อตอนที่สหรัฐฯ ถอนทหารออกจากอิรัก ทำให้เกิดสุญญากาศทางอำนาจในตะวันออกกลาง ซึ่งตามมาด้วยการเกิดขึ้นของกลุ่มรัฐอิสลามอิรักและซีเรีย หรือ ISIS แน่นอนว่าสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เกิดสภาวะสุญญากาศทางอำนาจเช่นนั้นอีก ทว่า การจัดการสถานการณ์ในอัฟกานิสถานนั้นแตกต่างกันไปตามผู้นำสหรัฐฯ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา

เมื่อ เดือน ธ.ค. 2562 หนังสือพิมพ์เดอะวอชิงตันโพสต์ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับเอกสารลับกว่า 2,000 หน้า เรื่องสงครามในอัฟกานิสถาน โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ตั้งแต่ระดับปฏิบัติการ ระดับสั่งการ ไปจนถึงระดับการทูต ไม่สามารถตอบคำถามหรือพูดความจริงเกี่ยวกับสงครามในอัฟกานิสถานได้ นอกจากนี้ ทหารหลายนายที่ถูกส่งเข้าไปประจำการในอัฟกานิสถานยังไม่ทราบจุดมุ่งหมายที่แท้จริงของการออกรบในครั้งนี้ อีกทั้ง รายงานฉบับดังกล่าวยังระบุว่าเจ้าหน้าที่ประจำฐานทัพในกรุงคาบูลและทำเนียบขาวได้ทำการแก้ไขข้อมูลสถิติการสู้รบหลายอย่าง จนดูเหมือนว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ชนะที่แท้จริงในสงครามอันไม่รู้จบนี้

‘โอบามา’ ส่งทหารเข้ารบในอัฟกานิสถานมากที่สุด

รายงานของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า นับตั้งแต่ บารัก โอบามา เข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีใน พ.ศ.2552 สถิติการส่งทหารเข้าไปประจำที่อัฟกานิสถานสูงขึ้น 2-3 เท่าเมื่อเทียบกับสมัยของบุช โดยช่วง พ.ศ.2553-2554 มีทหารสหรัฐฯ เข้าประจำการในอัฟกานิสถานมากถึง 100,000 นาย ซึ่งเป็นช่วงที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการไล่ล่า บิน ลาเดน อย่างหนักหน่วง จนสามารถสังหารผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ได้ในวันที่ 1 พ.ค. 2554 ที่แหล่งกบดานในประเทศปากีสถาน ปฏิบัติการทางทหารในช่วง 2 ปีดังกล่าว ส่งผลให้ทหารอเมริกันเสียชีวิตกว่า 800 นาย และมีทหารจากกลุ่ม NATO เสียชีวิตอีกกว่า 400 นาย

บารัก โอบามา กล่าวสุนทรพจน์ให้กำลังใจทหารอเมริกัน ณ ฐานทัพสหรัฐฯ ในเมืองบากราม ประเทศอัฟกานิสถาน

 

หลังภารกิจไล่ลาบิน ลาเดน เสร็จสิ้น โอบามา ออกคำสั่งลดกำลังทหารสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถาน และประกาศถอนกำลังสู้รบอย่างเป็นทางการใน พ.ศ.2557 โดยในปีสุดท้ายของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของโอบามา ทหารอเมริกันที่ประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานเหลืออยู่ประมาณ 10,000 นายเท่านั้น

ในสมัยของโอบามา สหรัฐฯ ให้การช่วยเหลือแก่อัฟกานิสถานในหลายด้าน ทั้งการทหารและการเงิน รวมถึงพยายามเปิดการเจรจากับกลุ่มตาลีบัน ซึ่งยึดครองพื้นที่บางส่วนของอัฟกานิสถานอยู่หลายครั้ง แต่การเจรจาสันติภาพของทั้ง 2 ฝ่ายกลับไม่ประสบความสำเร็จ

สันติภาพบังเกิดในยุค ‘ทรัมป์’

ในสมัยที่ทรัมป์เป็นประธานาธิบดี เขาประกาศว่าต้องการยุติ ‘สงครามไม่รู้จบ’ ในอัฟกานิสถาน โดยพยายามเปิดการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอัฟกานิสถานและกลุ่มตาลีบัน ซึ่งในช่วงนี้สถานการณ์การสู้รบระหว่างกองทัพสหรัฐฯ และกลุ่มตาลีบันในอัฟกานิสถานลดระดับความรุนแรงลงไปมากเมื่อเทียบกับสมัยของบุชและโอบามา แต่ยังคงมีการปะทะเกิดขึ้นเรื่อยๆ

ต่อมาในเดือน ก.พ. 2562 รัฐบาลสหรัฐฯ และกลุ่มตาลีบันสามารถเปิดเวทีพูดคุยเจรจาสันติภาพได้เป็นครั้งแรกที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยฝั่งสหรัฐฯ ส่ง ซาลเมย์ คาลิลซัด ผู้แทนพิเศษทางการทูต ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำอิรักและอัฟกานิสถาน รวมถึงเคยเป็นทูตพิเศษของสหรัฐฯ ประจำองค์การสหประชาชาติ ส่วนตัวแทนจากกลุ่มตาลีบัน คือ มุลลอฮ์ อับดุล กานี บาราดอร์ ผู้นำระดับสูงของกลุ่ม เข้าร่วมเจรจาสันติภาพ ซึ่งบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน ส่วนกลุ่มตาลีบันจะเดินหน้าเจรจาสันติภาพภายในกับรัฐบาลและกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ในประเทศ

โดนัล ทรัมป์ เยือนกองทัพสหรัฐฯ ในอัฟกานิสถานช่วงวันขอบคุณพระเจ้า ปี 2562

 

ต่อมาในเดือน ก.พ. 2563 ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ และผู้นำกลุ่มตาลีบันลงนามในข้อตกลงสันติภาพ ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยมีข้อตกลงแลกเปลี่ยน คือ สหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน โดยมีข้อแม้ว่ากลุ่มตาลีบันต้องไม่ให้กลุ่มก่อการร้ายอื่นเข้ามาใช้อัฟกานิสถานเป็นฐานที่มั่น และต้องไม่ก่อการร้ายในประเทศอีก นอกจากนี้ กลุ่มตาลีบันจะต้องยอมรับข้อตกลงของรัฐบาลอัฟกานิสถานก่อนเข้าร่วมการเจรจาสันติภาพภายใน อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวไม่ได้บังคับให้มีการหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่าย

หลังจากการลงนามข้อตกลงสันติภาพเพียงไม่กี่วัน กลุ่มตาลีบันก็โจมตีฐานทัพความมั่นคงหลายแห่งของกองทัพอัฟกานิสถาน เป็นเหตุให้กองทัพสหรัฐฯ โต้กลับด้วยการโจมตีทางอากาศ ทำลายฐานทัพของกลุ่มตาลีบันในจังหวัดเฮลมานด์ ทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน โดยสหรัฐฯ กล่าวว่าการโจมตีโต้กลับเป็นการปกป้องพันธมิตรของตน พร้อมเรียกร้องให้กลุ่มตาลีบันทำตามข้อตกลงที่ได้ลงนามไว้ก่อนหน้านี้

ต่อมาในเดือน ก.ย. 2563 ผู้แทนของกลุ่มตาลีบันและรัฐบาลอัฟกานิสถานเปิดการเจรจาสันติภาพภายในครั้งแรก หลังจากรัฐบาลอัฟกานิสถานปล่อยตัวนักโทษของกลุ่มตาลีบันจำนวน 5,000 คน โดยรัฐบาลอัฟกานิสถานมีข้อเรียกร้องหลัก คือ สนธิสัญญาหยุดหยิง ส่วนกลุ่มตาลีบันเรียกร้องให้รัฐบาลนำหลักศาสนาอิสลามมาใช้ในการปกครองประเทศ

สงคราม(ไม่)จบในยุคของ ‘ไบเดน’

คริสโตเฟอร์ ซี. มิลเลอร์ รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2563 ว่าสหรัฐฯ จะลดจำนวนทหารในอัฟกานิสถานลง ให้เหลือเพียง 2,500 นายในช่วงกลางเดือน ม.ค. 2564 ก่อนที่ โจ ไบเดน จะเข้าพิธีสาบานตนเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ แม้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะมีคำสั่งถอนกำลังทหารอย่างเป็นทางการ แต่สงครามในอัฟกานิสถานยังไม่จบ เพราะรัฐบาลอัฟกานิสถานกับกลุ่มตาลีบันยังไม่บรรลุข้อตกลงเจรจาสันติภาพ และยังมีการสู้รบกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง เย็นส์ สต็อลเตินบาร์ก เลขาธิการ NATO และนักการเมืองชาวนอร์เวย์เตือนว่าการถอนกำลังเร็วเกินไปอาจทำให้อัฟกานิสถานกลายเป็นแหล่งซ่องสุมกำลังของกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ รวมถึงกลุ่ม ISIS

โจ ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ

 

อย่างไรก็ตาม ไบเดน ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าถอนกำลังทหารและยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อัฟกานิสถาน โดยระบุว่าทหารอเมริกันจำนวน 2,500 นายที่ประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานขณะนี้ จะทยอยถอนทัพและเดินทางกลับสหรัฐฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2564 ซึ่งตรงกับวันครบรอบ 10 ปีการสังหารบิน ลาเดน และกองทัพสหรัฐฯ จะถอนกำลังทหารทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 11 ก.ย. 2564 ซึ่งตรงกับวันครอบรอบ 20 ปีเหตุการณ์วินาศกรรม 911 ส่วนกองกำลัง NATO ที่เหลือก็จะถอนทัพออกจากอัฟกานิสถานเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ รัฐบาลอเมริกันจะให้ความช่วยเหลือกองกำลังความมั่นคงของรัฐบาลอัฟกานิสถาน และสนับสนุนกระบวนการเจรจาสันติภาพต่อไป

สหรัฐฯ ยังต้องจ่ายเงินอุดหนุนกองทัพอัฟกานิสถาน

ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนปัจจุบันของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ จะยังคงให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กองกำลังความมั่นคงอัฟกานิสถาน ตามสนธิสัญญาความมั่นระหว่าง 2 ประเทศซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. 2565 ซึ่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เตรียมการโยกงบประมาณส่วนนี้ไว้แล้ว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และในระหว่างนี้ กองกำลังความมั่นคงของอัฟกานิสถานจะยังได้รับเงินช่วยเหลือจากสหรัฐฯ และพันธมิตรเพิ่มเติมอีก 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั้งยังมีเงินสนับสนุนเพิ่มเติมจากสภาคองเกรสของสหรัฐฯ อีกด้วย

ถึงแม้ รัฐบาลสหรัฐฯ จะต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้แก่กองทัพอัฟกานิสถานไปจนถึงปีหน้า แต่งบจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินในต่างแดน (Overseas Contingency Operations) หรือ OCO ซึ่งเป็นงบสำคัญสำหรับทหารอเมริกันในอัฟกานิสถานและได้รับการจัดสรรแยกจากงบกลางจะถูกปรับลดลง โดยในปีงบประมาณ 2564 สภาคองเกรสอนุมัติงบ OCO อยู่ที่ 69,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ในปีงบประมาณหน้า คาดว่าจะลดเหลือ 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เท่านั้น เพราะ ส.ส. สหรัฐฯ มองว่างบ OCO คือเงินให้เปล่าที่กระทรวงกลาโหมสามารถนำไปใช้ง่ายอะไรก็ได้ และเป็น ‘ความผิดพลาดที่น่าสังเวช’ ดังนั้น รัฐบาลของไบเดนจึงเตรียมถ่ายโอนอำนาจการใช้งบประมาณฉุกเฉินของกองทัพ เข้ามารวมไว้ในงบกลางของกลาโหมแทน ซึ่งแผนการดังกล่าวน่าจะมีความคืบหน้าในไม่กี่เดือนข้างหน้า

จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การถอนกำลังพลรบเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษต่างๆ เช่น เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองจากสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA รวมถึงเครือข่ายสายลับต่างๆ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ สร้างขึ้นมาตั้งแต่หลังเหตุการณ์ 911

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่ผ่านมา วิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการ CIA คนปัจจุบันกล่าวในที่ประชุมร่วมคณะกรรมการข่าวกรองประจำสภาสูงของสหรัฐฯ ว่าเจ้าหน้าที่ CIA จะถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานตามคำสั่งของรัฐบาล แต่จะยังคงสถานะและรักษาเสถียรภาพด้านงานข่าวกรองไว้เช่นเดิม หมายความว่าเจ้าหน้าที่ CIA บางส่วนจะยังคงประจำการอยู่ในอัฟกานิสถานเพื่อสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวของกลุ่มอัลกออิดะฮ์ต่อไป

แหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับหน่วย CIA เปิดเผยกับสำนักข่าว CNN ว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สำคัญในอัฟกานิสถาน รวมถึงการโจมตีโดยอากาศยานไร้คนขับ ส่วนใหญ่เกิดขึ้นได้เพราะมีเจ้าหน้าที่ CIA คอยให้ข้อมูลอยู่เบื้องหลัง

“หากมีข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ คุณสามารถสั่งปฏิบัติการฆ่าใครก็ได้ที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายพันไมล์ โดยใช้เวลาแค่ 2 ชม. แต่ถ้าคุณไม่มีข้อมูลใดๆ เลย ถ้าคุณไม่มีหน่วยข่าวกรองคอยส่งข่าวให้ แล้วคุณจะลงมือทำอะไรแบบนั้นได้อย่างไร” แหล่งข่าว กล่าว

 

แม้จะถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถาน แต่ประเทศใกล้เคียงอย่างปากีสถาน เติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน และคาซัคสถาน กลับมีท่าทีต้อนรับทหารอเมริกัน เช่นเดียวกับประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย อย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ก็เปิดพื้นในประเทศให้กองทัพสหรัฐฯ เข้ามาตั้งฐานทัพได้

ทั้งนี้ การถอนทหารออกจากอัฟกานิสถานทำให้รัฐบาลของ โจ ไบเดน ต้องรับความเสี่ยงจะตามมาหลายอย่าง โดยหนึ่งในนั้น คือ ความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายที่อาจเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกับเหตุการณ์ 911 ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ชุดก่อนและชุดปัจจุบันต่างเห็นพ้องต้องกันว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคิดอย่างรอบคอบก่อนลงนามในคำสั่งใดๆ ซึ่งแหล่งข่าวในกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ บอกกับสำนักข่าว CNN ว่า “ไบเดนพร้อมรับความเสี่ยงนี้”

ต่อมาในวันที่ 25 เม.ย. 2564 สก็อตต์ มิลเลอร์ ผู้บัญชาการกองทัพสหรัฐฯ ประจำอัฟกานิสถาน กล่าวว่า ปฏิบัติการถอนกำลังทหารออกจากอัฟกานิสถานได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ซึ่งเกิดขึ้นเร็วก่อนกำหนดจริงถึง 5 วัน โดย มิลเลอร์ ระบุว่า ฐานทัพสหรัฐฯ เดิมจะทยอยส่งมอบให้กองทัพอัฟกานิสถานดูแลต่อ ด้านโฆษกของกลุ่มตาลีบัน โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ ระบุว่า กลุ่มตาลีบันต้องการให้กองทัพต่างชาติถอนกำลังออกจากอัฟกานิสถานให้หมดตามข้อตกลงโดฮา หากการถอนกำลังทหารไม่เป็นไปตามวันและเวลาที่กำหนดในข้อตกลงอาจทำให้เกิดปัญหาตามมา และใครก็ตามที่ทำให้ข้อตกลงดังกล่าวล้มเหลวจะต้องรับผิดชอบ ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีต่างประเทศของอัผกานิสถาน ตุรกี และปากีสถาน ต่างเรียกร้องให้กลุ่มตาลีบันกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพภายในอีกครั้ง

ชาวอัฟกานิสถานว่าอย่างไร

สำนักข่าว CNN รายงานว่าชาวอัฟกันจำนวนมากรู้สึกหวาดกลัวความรุนแรงจากกลุ่มตาลีบันที่อาจเพิ่มมากขึ้นหลังจากทหารอเมริกันถอนทัพออกไป เพราะกลุ่มตาลีบันนั้นควบคุมพื้นที่ห่างไกลส่วนใหญ่ในประเทศ ทั้งยังพยายามต่อสู้กับรัฐบาลที่สหรัฐฯ หนุนหลังมาตลอด นอกจากนี้ รายงานของสหประชาชาติยังระบุว่าความรุนแรงในอัฟกานิสถานเพิ่มสูงขึ้น 29% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มติดอาวุธที่ต่อต้านรัฐบาลอัฟกานิสถานเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวมากขึ้น

ด้าน อัชราฟ ฆานี ประธานาธิบดีคนปัจจุบันของอัฟกานิสถาน กล่าวว่า เขาเคารพการตัดสินใจของสหรัฐฯ ในขณะที่โฆษกรัฐสภาของอัฟกานิสถาน เตือนว่า หลังจากนี้ อัฟกานิสถานอาจเข้าสู่ภาวะกลางเมือง แน่นอนว่าชาวอัฟกันต้องการให้ทหารอเมริกันถอนทัพ แต่ไม่ใช่ในตอนนี้

ช่วงปลายทศวรรษที่ 1990 ซึ่งรัฐบาลตาลีบันปกครองอัฟกานิสถาน ผู้หญิงชาวอัฟกันถูกตัดออกจากสารบบการเมืองการปกครอง รวมถึงไม่มีสิทธิได้รับการศึกษา ไม่มีสิทธิประกอบอาชีพ หรือแม้กระทั่งไม่มีสิทธิในการเดินทางออกนอกเคหะสถานหากไม่มีผู้ชายไปด้วย

 

ฟาวซี อาห์มาดี อาจารย์มหาวิทยาลัยวัย 42 ปี กล่าวว่าเธอไม่สามารถประกอบอาชีพที่ใฝ่ฝันได้ในช่วงที่รัฐบาลตาลีบันปกครองประเทศ แต่สถานการณ์ในสมัยของรัฐบาลประชาธิปไตยที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ นั้นแตกต่างไป เพราะผู้หญิงมีสิทธิเสรีภาพมากขึ้น

“เรามีความทรงจำอันเลวร้ายในยุคที่ตาลีบันเรืองอำนาจ ผู้หญิงไม่ได้รับอนุญาตให้ไปโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย แม้แต่จะไปเดินตลาดยังไปคนเดียวไม่ได้เลย จนถึงตอนนี้ ปี 2021 แล้ว แต่กลุ่มตาลีบันก็ยังมีความคิดแบบเดียวกับในปี 1996 นั่นแหละ เรากลัวว่าจะสูญเสียเสรีภาพ” อาห์มาดี กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม นักศึกษาคนหนึ่งในกรุงคาบูล เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว CNN ว่าเขามีความมั่นใจในศักยภาพของกองกำลังความมั่นคงแห่งชาติและรัฐบาลพลเรือนที่เข้ามาบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย โดยเขาเชื่อว่ารัฐบาลพลเรือนมีความแข็งแกร่งพอที่จะสามารถนำพาอัฟกานิสถานไปสู่ความสงบสุขได้

กลุ่มตาลีบัน เป็นกลุ่มกองกำลังติดอาวุธที่เคยมีอำนาจปกครองอัฟกานิสถานในช่วงกลางทศวรรษที่ 1990 โดยต้องการจัดตั้งรัฐอิสลามอัฟกานิสถาน ซึ่งมีหลักการปกครองแบบอนุรักษ์นิยมสุดโต่ง เช่น ห้ามผู้หญิงเรียนหนังสือหรือทำงาน ทำลายรูปเคารพทั้งหมดที่ไม่ใช่ของศาสนาอิสลาม และมีบทลงโทษทางกฎหมายที่รุนแรงและสุดโต่ง

กลุ่มตาลีบัน เริ่มปฏิบัติการยึดพื้นที่ทั่วประเทศอัฟกานิสถานใน พ.ศ.2537 โดยเริ่มจากเมืองทางตอนใต้ และสามารถยึดกรุงคาบูลได้ใน พ.ศ.2539 จากนั้นจึงตั้งตนเป็นรัฐบาลปกครองอัฟกานิสถานจนกระทั่งพ่ายแพ้ให้กับกองทัพสหรัฐฯ ใน พ.ศ.2544

ที่มา:

[NEW] | กระทรวง กลาโหม สหรัฐ – POLLICELEE

พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา

  นายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

              การศึกษา

                     

พ.ศ. 2514 – โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 12

                      พ.ศ. 2519 – โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23

                      พ.ศ. 2519 – หลักสูตรชั้นนายร้อย รุ่นที่ 51

                      พ.ศ. 2524 – หลักสูตรชั้นนายพัน รุ่นที่ 34

                      พ.ศ. 2528 – หลักสูตรหลักประจำโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 63

                      พ.ศ. 2550 – หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 20

 

               ประวัติการทำงาน

                          

พ.ศ. 2533 – ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 พัน 2 รอ.)

                      พ.ศ. 2541 – ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.)

                      พ.ศ. 2546 – ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล. ร 2 รอ.)

                      พ.ศ. 2549 – แม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ. 1 )

                      พ.ศ. 2551 – เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.)

                      พ.ศ. 2552 – รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.)

                      พ.ศ. 2553 – ผู้บัญชาการการทหารบก (ผบ.ทบ.)

                      พ.ศ. 2557 – หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

 

                เครื่องราชอิสริยาภรณ์

                     

พ.ศ. 2529 – เหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นที่ 2 ประเภทที่ 1

                      พ.ศ. 2533 – เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร

                      พ.ศ. 2542 – ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว)

                      พ.ศ. 2548 – ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)

                      พ.ศ. 2551 – มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)

                      พ.ศ. 2553 – มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

                เครื่องราชอิสริยาภรณ์/เครื่องอิสริยาภรณ์ ต่างประเทศ

                         

พ.ศ. 2554 – Honorary Malaysian Armed Forces Order for Valour (First Degree)

                      Gallant Commander of Malaysian Armed Forces (มาเลเซีย)

                      พ.ศ. 2555 – Pingat Jasa Gemilang (Tentera) (สาธารณรัฐสิงคโปร์)

                      พ.ศ. 2555 – Bintanng Kartika Eka Pakci Utama (สาธารณรัฐอินโดนีเซีย)

                      พ.ศ. 2556 – Region of Merit (Degree of Commander) (สหรัฐอเมริกา)

              ราชการพิเศษ ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท

                          

พ.ศ. 2530 – มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ราชองครักษ์เวร

                      พ.ศ. 2542 – ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารเสริมกำลังพิเศษ

                      พ.ศ. 2444 – ปฏิบัติหน้าที่ รองหัวหน้านายทหารเสริมกำลังพิเศษ

                      พ.ศ. 2552 – มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ราชองรักษ์พิเศษ

                      พ.ศ. 2555 – มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ตุลาการศาลทหารสูงสุด

 

              ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายทหารพิเศษฯ ประจำหน่วย

                           

พ.ศ. – 2545 นายทหารพิเศษประจำ กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์

                       พ.ศ. – 2547 นายทหารพิเศษประจำ กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์

                       พ.ศ. – 2549 นายทหารพิเศษประจำ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ

                       พ.ศ. – 2554 นายทหารพิเศษประจำ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ฯ

พลเอก ชัยชาญ   ช้างมงคล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

 

           การศึกษา

         – โรงเรียนวัดราชโอรส
         – โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 16
         – โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 27
         – หลักสูตรชั้นนายร้อย เหล้าทหารม้า รุ่นที่ 1
         – หลักสูตรชั้นนายพัน เหล้าทหารม้า รุ่นที่ 1
         – หลักสูตรหลักประจำ ชุดที่ 67 โรงเรียนเสนาธิการทหารบก
         – หลักสูตรนายทหารปลัดบัญชีระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 5
         – วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.2552)
         – หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 16

           ตำแหน่งสำคัญ

         – พ.ศ.2528  ผู้บังคับกองร้อยรถถัง กองทัพทหารม้าที่ 8
         – พ.ศ.2542  นายทหารฝ่ายเสนาธิการ ประจำกรมยุทธการทหารบก
         – พ.ศ.2544  ผู้อำนวยการกองนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารบก
         – พ.ศ.2549  หัวหน้าศูนย์ประสานงานพัฒนาเพื่อความมั่งคง สำนักนโยบายและแผนกลาโหม
         – พ.ศ.2550  ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
         – พ.ศ.2554  รองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
         – พ.ศ.2556  หัวหน้านายทหารฝ่ายเสนาธิการประจำปลัดกระทรวงกลาโหม
         – พ.ศ.2557  ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
         – พ.ศ.2558  รองปลัดกระทรวงกลาโหม

          ราชการพิเศษ

        – พ.ศ.2523-2530  ปฏิบัติหน้าที่ในกองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายใน ภาคที่ 2
        – พ.ศ.2532-2544  ปฏิบัติหน้าที่ในศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก
        – พ.ศ.2549  ราชองครักษ์เวร
        – พ.ศ.2556  ราชองครักษ์พิเศษ
        – พ.ศ.2550  นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์
        – พ.ศ.2555  นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์
        – พ.ศ.2557  นายทหารพิเศษ ประจำกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ 

    

            

อ้างอิง วารสารหลักเมือง ฉบับที่ ๒๙๕ ตุลาคม ๒๕๕๘

     
 

พลเอก วรเกียรติ      รัตนานนท์

ปลัดกระทรวงกลาโหม

 


พิธีต้อนรับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา อย่างเป็นทางการ


พิธีต้อนรับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา ในโอกาสเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในฐานะแขกของรัฐบาล ณ สนามหญ้าหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล 17 สิงหาคม 2560

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

พิธีต้อนรับนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและภริยา อย่างเป็นทางการ

หวั่นสงคราม “รัสเซีย-ยุโรป” เบลารุสขู่! ปิดท่อก๊าซส่งอียู | TNN ข่าวดึก | 12 พ.ย. 64


กองทัพรัสเซียส่งเครื่องบินขับไล่ ซู30 ขึ้นสกัดเครื่องบินจารกรรมของอังกฤษ ซึ่งบินปฏิบัติการเหนือน่านฟ้า ใกล้คาบสมุทรไครเมีย ที่รัสเซียผนวกดินแดนจากยูเครน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหภาพยุโรปกับรัสเซีย และเบลารุส โดยเบลารุสขู่ปิดท่อก๊าซจากรัสเซียเข้ายุโรป
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

หวั่นสงคราม “รัสเซีย-ยุโรป”  เบลารุสขู่! ปิดท่อก๊าซส่งอียู | TNN ข่าวดึก | 12 พ.ย. 64

Building the Kinetic 1/48 scale E-2C Hawkeye Airborne Early Warning Aircraft


In this video we’ll be working on Kinetic kit 48013 a 1/48 scale U.S. Navy E2C Hawkeye airborne early warning aircraft assigned to the VAW112 “Golden Hawks” and based off the carrier U.S.S. Nimitz (CVN68) in 1995 at the time. The aircraft’s outside is colored in the high visibility paint layout instead of the usual flat and subdued military exterior schemes. Preshading lines, detailing and painting along with background information is presented in this video build.
This kit proved the most difficult to date for the channel due to numerous fit issues, some instruction errors, and other kit problems. The paint guide also erroneously lists the VAW112 as the \”Golden Eagles\” instead of the \”Golden Hawks\”.

Images:
Video and photo images are Public Domain from U.S. Military and other governmental agencies unless otherwise noted
The appearance of U.S. Department of Defense (DoD) visual information does not imply or constitute DoD endorsement.
Skeleton \u0026 Castle image by capri23auto via Pixabay

Movie Clips:
“House on Haunted Hill” (1959) is Public Domain due to lack of existing copyright (unrenewed)

Music:
“Impact Adante” by Kevin MacLeod (incompetech.com) Licensed under Creative Commons: By Attribution 4.0 License http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/
“Fluidscape” by Kevin MacLeod (incompetech.com) Licensed under Creative Commons: By Attribution 4.0 License http://creativecommons.org/licenses/by/4.0/

Building the Kinetic 1/48 scale E-2C Hawkeye Airborne Early Warning Aircraft

สงครามไซเบอร์รูปแบบใหม่


สงครามไซเบอร์ในปัจจุบัน มีรูปแบบที่พัฒนาไปไกลถึงขั้นการตั้งป้อมยิงโจมตีอีกฝ่าย ด้วยรูปแบบใหม่ๆ ซึ่งการโจมตีที่นิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือ DDos (Distributed Denial of Service) เพื่อให้ Server เป้าหมายใช้งานไม่ได้ แน่นอนว่าผู้ใช้อย่างเราไม่ค่อยจะรู้สึกหรอกครับ เพราะเทคโนโลยีด้าน Security เองก็ได้พัฒนาตามไม่แพ้กัน วันนี้เราจะไปทำความรู้จักกับรูปแบบการทำสงครามไซเบอร์รูปแบบนี้กัน
บริษัท Norse ที่ทำธุรกิจด้านการรักษาความปลอดภัยระบบอินเตอร์เน็ตของสหรัฐฯ ซึ่งเปิดตัวเว็บไซต์ http://map.ipviking.com แสดงแผนที่ตรวจจับการก่อเหตุ เจาะระบบจารกรรมข้อมูลออนไลน์ทั่วโลก หรือ “แฮกกิ้งแมพ” ซึ่งแสดงข้อมูลตามเวลาที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง หรือแบบ“เรียลไทม์” พร้อมกับมีสถิติให้ดูด้วยว่า เป้าหมายที่โดนมากที่สุดคือที่ใด แล้วต้นตอมาจากที่ใด และมีรูปแบบการโจมตีแบบใดที่ใช้กันเยอะที่สุด
จากข้อมูลพบว่า สหรัฐฯ เป็นประเทศที่ถูกกลุ่มแฮกเกอร์ หรือกลุ่มอาชญากรคอมพิวเตอร์ ก่อเหตุโจมตีระบบฐานข้อมูลเครือข่ายอินเตอร์เน็ตมากเป็นอันดับที่ 1 ของโลก
ขณะที่จีนเป็นประเทศต้นทางที่มีการก่อเหตุเจาะระบบโจมตีเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเกิดขึ้นมากที่สุดในโลก ตามด้วยสหรัฐฯ โดยหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มแฮกเกอร์มากที่สุดในโลก โดยเฉพาะเครือข่ายอินเตอร์เน็ตของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีผู้พยายามก่อเหตุโจมตีสูงประมาณ 10 ล้านครั้งต่อ 1 วัน
จากสถิติที่เห็นใน แฮกกิ้งแมป เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะระบบนี้ยังไม่สามารถตรวจจับการโจมตีฐานข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เกิดขึ้นได้อย่างครอบคลุมทั้งหมด
ติดตามเราได้ที่ www.thairath.tv
Facebook : ThairathTV
Twitter : Thairath_TV
Instagram : ThairathTV

สงครามไซเบอร์รูปแบบใหม่

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ


รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการตามคำเชิญของ กลาโหมสหรัฐอเมริกา วันที่ 2128 เมษายน 2561

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ กระทรวง กลาโหม สหรัฐ

Leave a Comment