[NEW] รีวิวภาพยนตร์: Blade Runner 2049, Reach for the sky, A Ghost Story โดย ธงไชย หันวรวงศ์ / Film Review: Blade Runner 2049, Reach for the sky, A Ghost Story, by Thongchai Hunworawong | reach for the sky เต็มเรื่อง – POLLICELEE

reach for the sky เต็มเรื่อง: คุณกำลังดูกระทู้

อะไรคือความเป็นมนุษย์?

เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในหนังภาคต่อที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี หลังจาก Blade Runner ภาคแรกที่ออกมาในปี 1982 ได้สร้างตำนานหนัง Sci-Fi ผสม Film Noir ก่อให้เกิดแนวทางที่เรียกว่า Cyberpunk อันเป็นเอกลักษณ์จนได้รับการกล่าวถึงในวงกว้าง ผ่านมากว่า 35 ปี ในที่สุดก็ถึงคราวที่ Blade Runner 2049 จะมารับไม้ต่อของตำนานบทนี้

การกลับมาครั้งนี้ก็ไม่ธรรมดา เพราะได้ผู้กำกับฝีมือดีอย่าง Denis Villeneuve ที่เคยฝากผลงานมาแล้วทั้งในภาพยนตร์เรื่อง Arrival, Sicario และ Prisoners ด้านตัวนักแสดงเองก็มีแต่ระดับแม่เหล็ก ทั้ง Ryan Gosling, Jared Leto รวมไปถึง Harrison Ford ที่กลับมารับบท Rick Deckard จากในภาคแรกอีกครั้ง แม้กระทั่งงานดนตรีก็ยังได้เจ้าพ่องานสกอร์แห่งฮอลลีวู้ดอย่าง Hans Zimmer ที่ทำร่วมกับ Benjamin Wallfisch

ตัวหนังเล่าเรื่อง 30 ปีหลังจากเหตุการณ์ในภาคแรก เรื่องของเจ้าหน้าที่ K (Ryan Gosling) เบลดรันเนอร์ผู้มีหน้าที่ตามล่าและ ‘ปลดระวาง’ มนุษย์เทียม (Replicant) ที่หลบหนีมายังโลก โดยที่ตัวเขาเองก็เป็นมนุษย์เทียมเช่นเดียวกัน 

วันหนึ่งเขาได้รับมอบหมายให้ไปกำจัดมนุษย์เทียมที่ฟาร์มแห่งหนึ่ง และได้ค้นพบเรื่องน่าตกใจบางอย่างที่สามารถก่อให้เกิดผลกระทบอย่างใหญ่หลวงกับโลกที่เขาอยู่ ความจริงที่เขาค้นพบนั้นเกี่ยวข้องกับ Rick Deckard (Harrison Ford) เบลดรันเนอร์รุ่นเก๋าที่หายตัวไปตั้งแต่เมื่อ 30 ปีก่อน เขาจึงต้องออกตามหา Rick ให้เจอ

ในขณะเดียวกัน Niander Wallace (Jared Leto) เจ้าของวอลเลซ คอร์ปอเรชั่น บริษัทผู้สร้าง Replicant ก็ต้องการที่จะทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสิ่งที่ K ค้นพบ จึงสั่งให้มนุษย์เทียมสาวที่เป็นเหมือนมือขวาของเขาคอยติดตาม K ไป

เราขอเตือนคุณล่วงหน้าว่าอย่าโดนหลอกโดยภาพลักษณ์ดุเดือดของเทรลเลอร์ ถ้าคุณคาดหวังที่จะดูหนังแอคชั่นไซไฟลุย ๆ ระทึก ๆ สู้กันมัน ๆ คุณคิดผิด ถ้าคุ้นเคยกับหนังของผู้กำกับเดนิสมาบ้าง (โดยเฉพาะเรื่อง Prisoners) น่าจะพอเดาได้ว่าหนังเรื่องนี้เป็นหนังที่นิ่ง ๆ ช้า ๆ ดูแล้วต้องคิดตาม ต้องตั้งใจฟังบทสนทนาตลอด โดยเฉพาะถ้าใครเป็นสายปรัชญาน่าจะชอบ เพราะมีการเล่นประเด็นที่เกี่ยวกับความเป็นมนุษย์อยู่ตลอดเรื่อง

ตลอดระยะเวลา 163 นาทีของหนัง แม้จะมีบางช่วงที่รู้สึกเนือยอยู่บ้าง แต่ไม่มีช่วงไหนเลยที่ดูแล้วไม่ตั้งคำถามกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น อะไรที่ทำให้มนุษย์เป็นมนุษย์? ในเมื่อเขามีชีวิต ความคิด มีความรู้สึก แถมบางทีมีความสามารถสูงกว่า แล้วอะไรทำให้คุณค่าในตัวเขาอยู่ต่ำกว่ามนุษย์แท้? โดยเจ้าหน้าที่ K ก็ออกเดินทางไปตามหาคำตอบเหล่านี้พร้อมกับเรา การเฝ้ามองความเผลี้ยนแปลงในตัวของ K จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถลุกไปเข้าห้องน้ำได้แม้จะปวดปะสสาวะตั้งแต่นาทีที่ 100 เป็นต้นมา

อีกตัวละครหนึ่งที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ คือ Joi (Ana de Armus) โดยจอยคือโปรแกรมโฮโลแกรมที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเพื่อนคู่ใจของชายหนุ่ม แน่นอนว่า K ก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้จอย เธอเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเขา เพราะเธอคือสิ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ของ K — มนุษย์ที่เต็มไปด้วยความปราถนา และความต้องการการยอมรับ นี่อาจจะเป็นเพียงแค่ความรักระหว่างโปรแกรมกับมนุษย์เทียม แต่มันกลับดู ‘จริง’ และ ‘งดงาม’ เหลือเกิน

แม้โลกของเบลดรันเนอร์จะดูน่าตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีมากมาย และแสงไฟตระการตาในเมืองที่ดูไม่มีวันหลับใหล แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอก เพราะความจริงมันคือโลกอนาคตที่ทุกอย่างไร้ซึ่งความหวัง ไม่ว่าจะธรรมชาติที่ถูกทำลายจนไม่มีชิ้นดี วัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายจนสูญสิ้นความหลากหลาย มนุษย์ที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อกดขี่ และยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่ที่น่ากลัวกว่าคือ มีหลายอย่างที่เราสามารถเห็นได้จากโลกทุกวันนี้

โลกธรรมดาในปี 2017 ที่ไม่มีมนุษย์เทียม ไม่มีเบลดรันเนอร์ แต่กลับมีการกดขี่ การแบ่งแยก และการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นให้เห็นจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ

โดยสรุปแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถูกสร้างอย่างประณีตบรรจง ทั้งในแง่บท การแสดงที่ทรงพลัง การกำกับศิลป์ที่สวยงาม แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวถึงเกือบสามชั่วโมงที่ทุกอย่างเกิดขึ้น

อีกตัวละครหนึ่งที่จะไม่พูดถึงก็คงไม่ได้ คือ Joi (Ana de Armus) โดยจอยคือโปรแกรมโฮโลแกรมที่ถูกออกแบบมาให้เป็นเพื่อนคู่ใจของชายหนุ่ม แน่นอนว่า K ก็เป็นหนึ่งในผู้ใช้จอย เธอเป็นส่วนสำคัญในชีวิตเขา เพราะเธอคือสิ่งที่ยืนยันความเป็นมนุษย์ของ K — มนุษย์ที่เต็มไปด้วยความปราถนา และความต้องการการยอมรับ นี่อาจจะเป็นเพียงแค่ความรักระหว่างโปรแกรมกับมนุษย์เทียม แต่มันกลับดู ‘จริง’ และ ‘งดงาม’ เหลือเกิน

แม้โลกของเบลดรันเนอร์จะดูน่าตื่นตาตื่นใจกับเทคโนโลยีมากมาย และแสงไฟตระการตาในเมืองที่ดูไม่มีวันหลับใหล แต่นั่นเป็นเพียงเปลือกนอก เพราะความจริงมันคือโลกอนาคตที่ทุกอย่างไร้ซึ่งความหวัง ไม่ว่าจะธรรมชาติที่ถูกทำลายจนไม่มีชิ้นดี วัฒนธรรมที่ถูกกลืนหายจนสูญสิ้นความหลากหลาย มนุษย์ที่สร้างมนุษย์ขึ้นมาเพื่อกดขี่ และยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น แต่สิ่งที่ที่น่ากลัวกว่าคือ มีหลายอย่างที่เราสามารถเห็นได้จากโลกทุกวันนี้ โลกธรรมดาในปี 2017 ที่ไม่มีมนุษย์เทียม ไม่มีเบลดรันเนอร์ แต่กลับมีการกดขี่ การแบ่งแยก และการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่นให้เห็นจนแทบจะเป็นเรื่องปกติ

โดยสรุปแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ถูกสร้างอย่างประณีตบรรจง ทั้งในแง่บท การแสดงที่ทรงพลัง การกำกับศิลป์ที่สวยงาม แต่ด้วยระยะเวลาที่ยาวถึงเกือบสามชั่วโมงที่ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างเชื่องช้า อาจทำให้มีคนถอดใจไประหว่างทาง แต่เราแนะนำให้คุณลองตั้งใจดูสักครั้ง เพราะแม้จะรายได้ไม่สู้ดีนัก (มีข่าวแว่วมาว่าผู้ผลิตอาจขาดทุนถึง 80 ล้านเหรียญ) แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าหนังเรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานในวันข้างหน้า เหมือนกับที่ Blade Runner ภาคแรกเคยทำมาแล้วเมื่อ 35 ปีก่อน

*****

Reach for the Sky (2015)

ทั้งชีวิตเพื่อหนึ่งวันสอบ

 

Reach for the Sky หรือชื่อไทยว่า “ฝากฝันไว้ที่ปลายฟ้า” เป็นสารคดีที่ตีแผ่ถึงหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ นั่นก็คือการศึกษา โดยใช้วิธีการเล่าผ่านตัวละครเด็กที่กำลังจะสอบ “ซูนึง” ซึ่งเป็นการสอบใหญ่ คล้ายกับการสอบแอดมิชชั่นบ้านเรา

 

ครั้งแรกที่ได้เห็นทีเซอร์ก็พาลให้นึกว่า “นี่มันสารคดีหรือหนังแอคชั่น?! ” เพราะภาพที่เห็นคือรถมอเตอร์ไซค์วิ่งสวนไปมาราวกับอยู่ในเขตสงคราม ประโยคที่ขึ้น voice over เหมือนกำลังปลุกใจทหารก่อนไปออกศึก การสอบซูนึงนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่มากในเกาหลี เป็นวาระแห่งชาติที่รัฐบาลจะขอให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันเพื่อให้การสอบผ่านไปอย่างราบรื่นที่สุด เช่น ตลาดหุ้น บริษัทห้างร้านต่าง ๆ จะเปิดช้ากว่าปกติหนึ่งชั่วโมงเพื่อลดความติดขัดทางจราจร ข้อสอบจะถูกส่งไปด้วยรถหุ้มเกราะที่ได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนาเพื่อป้องกันไม่ให้ข้อสอบรั่วไหล เครื่องบินจะถูกระงับการขึ้นบินในช่วงสอบฟังภาษาอังกฤษเพื่อไม่ให้ส่งเสียงรบกวนผู้เข้าสอบ รวมไปถึงรถไฟก็จะถูกลดความเร็วลงเช่นกัน และถ้าหากนักเรียนไปไม่ทันก็สามารถโทรหาตำรวจเพื่อให้ไปส่งถึงสนามสอบได้ทันที 

 

SKY เป็นตัวย่อของชื่อสามมหาวิทยาลัย อันได้แก่ Seoul National University, Korea University และ Yonsei University ทั้งสามมหาวิทยาลัยนี้เปรียบเสมือน Ive League ของประเทศเกาหลีใต้ เป็นเหมือน ‘ขอบฟ้า’ ที่เด็กมัธยมปลายทุกคนอยากจะเอื้อมให้ถึง และพร้อมจะเสียเวลาเพิ่มอีกปี หรือแม้แต่สองปี เพื่อสอบใหม่ ถ้าหากทำไม่ได้ในครั้งแรก ทำให้เกิดวัฒนธรรมการสอบใหม่ โดยเด็กที่รอสอบใหม่จะถูกเรียกว่า ‘Repeater’ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ.

 

หนังเล่าผ่านชีวิตของสามตัวละครเป็นหลัก คือ ฮย็อนฮา เธอเป็นหนึ่งใน Repeater แม้จะยังไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วตัวเองอยากเรียนอะไร

 

คนต่อมา คือ ฮเยอิน เด็ก ม.6 ที่กำลังจะสอบซูนึงเป็นครั้งแรก เธอต้องแบกรับความกดดันตลอดเวลา เพราะแม่ของเธอชอบคอยย้ำทั้งตัวเธอเอง และบอกกับคนอื่นตลอดว่า “เมื่อก่อนเธอเป็นเด็กที่เรียนเก่ง ถ้าตั้งใจจะต้องสอบได้แน่” 

READ  [NEW] มาแต่งตัวไปทะเลกับ 5 ลุคให้เข้ากับบรรยากาศหน้าร้อนนี้ - Blog | เสื้อ คลุม ไป ทะเล - POLLICELEE

 

คนสุดท้าย คือ มินจุน อีกหนึ่ง Repeater ที่ตัดสินใจเข้าเรียนในโรงเรียนประจำสำหรับเตรียมสอบโดยเฉพาะ ซึ่งมีบรรยากาศกดดัน มีกฏเกณฑ์มากมาย มีอาจารย์คุมที่เข้มงวดราวกับผู้คุมในเรือนจำ

 

ตัวละครไม่ได้มีแค่เด็กเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงอีกตัวละครหนึ่งอย่าง คิมคีฮุน เขาเป็นทั้งติวเตอร์วิชาภาษาอังกฤษคนดัง และมหาเศรษฐี โดยตลอดเรื่องเราจะได้เห็น

 

ภาพของนักเรียนที่นั่งมองเขาราวด้วยสายตากับเขาเป็นความหวังของชีวิต แต่ถึงกระนั้นเราก็ยังได้ยินประโยคอย่าง “ห้องนี้รับเด็กได้น้อยไป” ตอนที่เขากำลังจะอัดเทปสอนพิเศษ ชวนให้สงสัยว่าเขาคือครูผู้ช่วยเหลือเด็ก ๆ หรือเป็นเพียงนักธุรกิจที่คอยกอบโกยผลประโยชน์จากระบบที่ล้มเหลวเช่นนี้กันแน่

 

วิธีการเล่าเรื่องของหนังสารคดีเรื่องนี้แบ่งเป็น 3 ช่วง คือก่อนสอบ วันสอบ และหลังสอบ โดยจะนับถอยหลังเข้าใกล้วันสอบเรื่อย ๆ ระดับความลุ้นระทึกของคนดูก็เพิ่มตามจำนวนวันในนาฬิกาที่ลดน้อยลง สิ่งเดียวที่เราเห็นจากเด็กทั้งสามคนคือการเรียน สลับกับการให้กำลังใจ (กึ่งกดดัน) ของผู้ปกครอง ที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อความสบายใจของตน ทั้งไหว้ บนบาน ดูดวง และอีกสารพัดสิ่ง จนแทบไม่มีภาพของการเล่น การพบปะเพื่อนฝูง การใช้เวลาในแบบที่วัยรุ่นควรจะใช้ ไม่มีเวลาแม้จะออกไปค้นหาว่าตัวเองชอบอะไรเสียด้วยซ้ำ และความเครียดก็พุ่งมาถึงจุดสูงสุดเมื่อถึงวันสอบซูนึง จนกระทั่งสอบเสร็จแล้ว การรอผลก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ระทึกไม่ต่างกับตอนก่อนสอบ แม้หลังประกาศผล ก็ยังคงมีการสอบรอบสัมภาษณ์ที่ทุกคนต้องเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อที่จะ ‘แสร้ง’ เป็นคนแบบที่มหาวิทยาลัยนั้น ๆ จะชอบ

 

เมื่อผนวกแรงกดดันจากทั้งตัวเอง ครอบครัว และสังคมเข้าไป จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมวัยรุ่นหลายคนจึงยอมทิ้งชีวิตวัยเด็กทั้งหมดไปเพื่อการสอบ จนถึงขั้นมีคนพูดขึ้นว่า “เกรดสำคัญกว่าเพื่อน” หรือแม้แต่ “ผมว่าการเรียนไม่สำคัญเท่าการได้เข้ามหาวิทยาลัยที่ดี”

 

ในฐานะที่เป็นวัยรุ่นไทยคนหนึ่ง แม้จะโชคดีที่ระบบการศึกษาไทยไม่ได้บ้าเลือดถึงขั้นเกาหลีใต้ แต่ก็พูดได้ว่าวัฒนธรรมการ ‘เรียนเพื่อสอบ’ นี้ เป็นปัญหาใหญ่เกิดขึ้นกับบ้านเรามานาน และไม่มีทีท่าที่จะดีขึ้น

 

ทุกอย่างที่ได้เห็นในสารคดีเรื่องนี้ ชวนให้คิดจริง ๆ ว่าระบบการศึกษาแบบนี้ดีกับเด็กจริงหรือ เราใช้เวลากว่าสิบปีไปกับการเรียนโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไรกันแน่ เช่นหนึ่งในตัวละครอย่างฮย็อนฮา ที่เลือกเป็นครูเพียงเพราะหมอดูบอกว่าเธอเหมาะกับอาชีพนี้ 

 

การเตรียมตัวสอบเหมือนกับเป็นเครื่องทำข้อสอบไร้วิญญาณ การทนรับแรงกดดันจำนวนมหาศาลทั้งจากตัวเอง คนรอบข้าง รวมไปถึงสังคม จนกลายเป็นคนที่รู้เยอะแต่มุมมองคับแคบนั้น ‘คุ้ม’ จริงหรือ เหมือนกับคำโปรยของหนังที่อยู่บนโปสเตอร์ว่า “What’s the point of all this?” หรือ “ทั้งหมดนี้ ทำไปเพื่ออะไร?”

 

*****

A Ghost Story (2017)

ผีผ้าปูที่นอนที่พาคนดูไปสำรวจพื้นที่ เวลา และการดำรงอยู่ของตัวตน

 

พูดถึงหนังผีแล้วคนส่วนใหญ่จะนึกถึงความสยองขวัญ ความระทึก ฉากหลอกหลอนที่ชวนให้ปิดตา แต่ A Ghost Story ไม่ใช่หนังสยองขวัญ (Horror) ที่หลอกคนดูด้วยผี แต่กลับเป็นความ ‘คำนึง’ เสียมากกว่า ที่จะหลอกหลอนและติดอยู่ในห้วงความคิดของคนดูแม้เดินออกจากโรงภาพยนตร์ไปแล้ว

A Ghost Story เล่าถึงความสัมพันธ์ของหญิงสาว M (Rooney Mara) และนักดนตรีหนุ่มผู้เป็นสามี C (Casey Affleck) ทั้งคู่ทะเลาะกันเพราะความเห็นต่างเรื่องการย้ายบ้าน วันหนึ่งชายหนุ่มประสบอุบัติเหตุรถชนจนเสียชีวิต แต่ด้วยความรัก หรืออาจจะเป็นความยึดติด เขาได้กลับมาหาภรรยาที่บ้านหลังเดิมอีกครั้ง—ในสภาพของผีห่มผ้าปูที่นอนสีขาว

 

ด้วยหน้าตาของผีที่ดู ‘ไม่จริงจัง’ เหมือนกับคอสตูมวันฮัลโลวีนของเด็กอายุสิบขวบ ที่ตอนแรกเหมือนจะน่าขำ แต่เมื่อถูกแวดล้อมด้วยสภาพรอบข้างที่ทั้งหดหู่ เศร้าหมอง และจริงจัง กลับทำให้ผู้ชมมองข้ามความน่าขำนั้นไปอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าภายใต้ผ้าปูที่นอนสีขาวนั้นคือวิญญาณที่ไม่สามารถสื่อสารกับคนรัก ทำได้แค่เพียงมองเธอที่กำลังโศกเศร้าเพราะการจากไปของตน 

 

“คุณทำทุกอย่าง เพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะยังคงอยู่ หลังจากคุณตายจากไปแล้ว” คือบทพูดของชายคนหนึ่งในงานปาร์ตี้ซึ่งจัดขึ้นในบ้านของเขา หลังจากที่ M ย้ายออกไปแล้ว ใจความของประโยคนี้คงสรุปหนังทั้งเรื่องได้ดีที่สุด เพราะสาเหตุที่เขายังคงติดอยู่ที่บ้านหลังนี้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ แม้ว่าภรรยาของเค้าจะย้ายออกไปนานแล้ว ถึงแม้จะมีผู้อยู่อาศัยใหม่เข้ามาคนแล้วคนเล่า จนถึงวันที่บ้านแห่งนี้โดนทุบและถูกสร้างขึ้นเป็นอย่างอื่น เขาก็ยังอยากมีตัวตนใน ‘พื้นที่’ แห่งนี้ เพราะมันเต็มไปด้วยความทรงจำระหว่างเขาและภรรยา

 

ที่นี่อาจจะเป็นที่เดียวที่ทำให้เขายังคงมีตัวตนอยู่

 

เหมือนกับที่เขาเคยบอกกับภรรยาในครั้งที่ยังมีชีวิตว่า สิ่งที่เขาชอบในบ้านหลังนี้  และทำให้เขาไม่อยากย้ายไปไหน คือ ‘history’

 

เอกลักษณ์อีกอย่างของหนังเรื่องนี้คือความนิ่ง โดยเฉพาะฉากกินพายในตำนานของ M ที่เป็นการแช่ภาพนิ่งเป็นเวลาเกือบห้านาที ไม่มีการตัด ไม่มีลูกเล่นใด ๆ เพื่อสื่อถึงความเศร้าของตัวละครหลังจากสูญเสียสามีไป รวมไปถึงอัตราส่วนภาพที่เกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก็สื่อถึงความอึดอัด และให้ความรู้สึกเหมือนกับโดนขังในพื้นที่หนึ่งได้เป็นอย่างดี

 

การที่ผู้กำกับหนังกระแสหลักจากสตูดิโอใหญ่โดดมาทำงานอินดี้ที่เป็นตัวของตัวเองนั้นเป็นปรากฏการณ์ที่พบเห็นได้บ่อย เช่นเดียวกับผู้กำกับ David Lowery ซึ่งผลงานเรื่องก่อนของเขาคือ Pete’s Dragon (2016) หนังว่าด้วยการผจญภัยและมิตรภาพของเด็กกำพร้าหนุ่มกับมังกรคู่ใจ

 

ตัวเดวิดเองก็ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ผมไม่คิดว่าจะสามารถโน้มน้าวให้มีใครมาลงทุนกับหนังเรื่องนี้ (A Ghost Story) ได้ หรือถ้ามีจริง ๆ มันก็คงเป็นขั้นตอนที่ยาวนาน ผมรู้ว่ามันจะทำให้การทำงานของผมช้าลง”

 

มีบางคนตั้งข้อสังเกตว่าหนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังสยองขวัญ แต่เป็นหนังแนวทางใหม่ที่เรียกว่า ‘หลังสยองขวัญ’  (post-horror) เสียมากกว่า โดยคนดูจะไม่ได้เห็นการหลอกแบบตรงไปตรงมา แต่จะพบกับการตั้งคำถามเชิงปรัชญาหนัก ๆ  และความน่ากลัวที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นจากตัวผี แต่การแยกประเภทย่อยเช่นนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มผู้ชมมากนัก

 

โดยสรุปแล้ว หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่สวยงาม บีบคั้นอารมณ์ และชวนให้ขบคิดถึงอะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย แต่อาจไม่เหมาะกับทุกคน โดยเฉพาะคนที่ทนกับความนิ่งและเงียบเป็นเวลานานไม่ได้

 

[Update] | reach for the sky เต็มเรื่อง – POLLICELEE

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียกทัพคาราวานวิทยาศาสตร์ ขนนานากิจกรรมความรู้คู่ความสนุก ร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติลาวเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-3 มิ.ย. 59 ที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์ นักเรียน-นักศึกษา-ครูลาวร่วมงานคึกคัก

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. ), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สสวท.) และ สำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ (สสส.) จัดกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-สปป.ลาวปี 2″ ระหว่างวันที่ 1 – 3 มิ.ย.59 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์โดย อพวช. เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนับ 10 ปี เพื่อนำความรู้ไปสู่เยาวชนถึงสถานที่ ผ่านกิจกรรมและการเล่นสนุกซึ่งจะทำให้เยาวชนได้เห็นและสัมผัส ถึงความน่าสนใจของวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง ซึ่งตรงกับความพยายามในการสร้างความตระหนักในวิทยาศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศซึ่งเยาวชนถือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติลาวซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี ทางกระทรวงฯ จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำกิจกรรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาจัดให้กับเยาวชนลาว

ด้าน ศ.ดร.บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง สปป.ลาว กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของงานคาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-ลาว มาจากการลงนามความร่วมมือไทย-ลาว ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีการประชุมในระดับผู้บริหารมาแล้วหลายครั้ง โดยมีความร่วมมือกันใน 14 โครงการ ซึ่งก่อนหน้าที่ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, การมอบกล้องดูดาวและอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ การจัดงานเพื่อเสริมสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์เช่นครั้งนี้ และล่าสุดคือการติดตั้งโทรมาตรเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วม

สำหรับนิทรรศการและกิจกรรมที่ไทยนำมาร่วมจัดแสดงมีด้วยกันหลายส่วน โดยในส่วนของ อพวช. ได้นำ 2 นิทรรศการใหม่ ได้แก่ นิทรรศการ “Win in Case” ซึ่งเป็นนิทรรศการแบบจับต้องได้มาให้เยาวชนได้เรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ในเรื่องของกลศาสตร์ แม่เหล็กและไฟฟ้า ปฏิกิริยาตอบสนองและการมองเห็น คณิตศาสตร์ แสง สี และเสียง ด้วยการเล่นและกานทดลองจากชิ้นงานจำนวนกว่า 60 ชิ้น ส่วนอีกนิทรรศการคือ “Enjoy Science careers : สนุกกับอาชีพวิทย์” นิทรรศการที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยนำอาชีพที่น่าสนใจ 10 อาชีพ อาทิ นักธรณีวิทยาปิโตรเลียม นักคิดค้นยา วิศวกรชีวการแพทย์ และนักพัฒนาซอฟแวร์ มาให้เยาวชนได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางไปสู่อาชีพเหล่านั้น

ส่วนบูธของ สวทช. ได้นำกิจกรรม “มหัศจรรย์พลาสติก” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เยาวชนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การสังเกต การแยกประเภทของพลาสติก และยังมีโซนการทดลองที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ประดิษฐ์พวงกุญแจจากพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับบ้านเป็นที่ระลึก ด้านสสวท. นำกิจกรรมเวิร์กช็อปจำนวน 7 เรื่อง ได้แก่ STEM-เกมถอดรหัส, Reach for the sky สูงเสียดฟ้า, Fun Math with Game, ดินแดนหลากสี และ KEN KEN, ร่อนลงสู่ดวงจันทร์, โครงสร้างจากแยลลี่ และการสร้างเรือของเล่น มาให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ในหลากหลายแง่มุม คล้ายคลึงกับบูธของ สสส. ที่นำนิทรรศการ “รู้ทันภัย แอลกอฮอล์” มาจัดเพื่อให้เยาวชนได้รู้ถึงข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของทั้งคนไทยและคนลาว

READ  [Update] [REVIEW] รีวิว Eye Shadow Chanel Maybelline THREE ETC | eye shadow ถูก และ ดี - POLLICELEE

สำหรับเยาวชนผู้มาร่วมงานอย่าง ท้าวอานุวัด จินดาหัด นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนชันไซ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบวิทยาศาสตร์เพราะเรียนในโรงเรียนน่าเบื่อ ชอบเล่นกีฬามากกว่า โดยเฉพาะการว่ายน้ำ แต่เมื่อติดตามป้าซึ่งเป็นครูมาร่วมงานก็ได้เห็นว่ามีอีกหลายสิ่งที่ไม่เคยเห็น และรู้สึกสนใจในหลายๆ บูธโดยเฉพาะปุ่มกดเสียงที่ช่วยทดสอบความจำ และบูธกล้องเรือดำน้ำที่สอนเกี่ยวกับหลักการสะท้อนหักเหของแสง จึงตั้งใจว่าอีก 2 วันที่เหลือของการจัดคาราวานวิทยาศาสตร์จะติดตามป้ามาทำงานด้วย เพราะยังมีอีกหลายบูธที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเพราะคนเยอะเกินไป

ท้าวโนว่า จันไซ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาฟิสิกส์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว กล่าวว่า กิจกรรมที่คาราวานวิทยาศาสตร์นำมาจัดแสดงในครั้งนี้มีประโยชน์สำหรับการเรียนของเขามาก โดยเฉพาะเกมส์คณิตศาสตร์ที่กระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และเครื่องมือการทดลองเกี่ยวกับแม่เหล็กและไฟฟ้าต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจบทเรียนได้มากขึ้นเพราะเคยเรียนแต่
ทฤษฎี

“ชอบหลายอย่างเลยเช่นพวกอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ความดันไฟฟ้า แว่นที่ทำให้เห็นสีต่างกัน สิ่งเหล่านี้ที่ลาวไม่มี แต่การได้มาเห็นมันเป็นประโยชน์ต่อคนที่จะจบไปเป็นครูแบบผม เพราะผมสามารถประยุกต์ทำของแบบนี้ด้วยสิ่งของง่ายๆ ที่เรามีเพื่อนำไปสอนนักเรียนในอนาคตได้ แต่น่าเสียดาย นิทรรศการปีนี้น้อยไปหน่อย ดาราศาสตร์หายไป หลายๆอย่างก็หายไป มันเลยดูไม่อลังการเท่าปีที่แล้วที่ผมมา แต่ถ้าพูดถึงประโยชน์ที่ได้ก็แตกต่างกัน ถ้ามีจัดปีหน้าอีกผมอยากให้นำนิทรรศการที่เกี่ยวกับการศึกษามาเยอะๆ แล้วก็อยากให้เอานักเรียนครูไทยมาแลกเปลี่ยน เราจะได้รู้ว่าครูไทยเขามีอะไรดีๆ มาแลกเปลี่ยนกัน” ท้าวโนว่า กล่าวทิ้งแก่ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์

ทั้งนี้งานคาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-ลาว ยังคงจัดขึ้นต่อเนื่องอีก 2 วันไปจนถึงวันที่ 3 มิ.ย.59 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช. ), สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สสวท.) และ สำนักงานส่งเสริมสุขภาพแห่งชาติ (สสส.) จัดกิจกรรม “คาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-สปป.ลาวปี 2″ ระหว่างวันที่ 1 – 3 มิ.ย.59 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า กิจกรรมคาราวานวิทยาศาสตร์โดย อพวช. เป็นกิจกรรมที่จัดต่อเนื่องมาเป็นเวลานานนับ 10 ปี เพื่อนำความรู้ไปสู่เยาวชนถึงสถานที่ ผ่านกิจกรรมและการเล่นสนุกซึ่งจะทำให้เยาวชนได้เห็นและสัมผัส ถึงความน่าสนใจของวิทยาศาสตร์ด้วยตนเอง ซึ่งตรงกับความพยายามในการสร้างความตระหนักในวิทยาศาสตร์ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจะทำให้ได้มาซึ่งบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางวิทยาศาสตร์ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนประเทศซึ่งเยาวชนถือเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีที่สุด ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติลาวซึ่งตรงกับวันที่ 1 มิ.ย.ของทุกปี ทางกระทรวงฯ จึงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้นำกิจกรรมเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์มาจัดให้กับเยาวชนลาวด้าน ศ.ดร.บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง สปป.ลาว กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของงานคาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-ลาว มาจากการลงนามความร่วมมือไทย-ลาว ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่มีการประชุมในระดับผู้บริหารมาแล้วหลายครั้ง โดยมีความร่วมมือกันใน 14 โครงการ ซึ่งก่อนหน้าที่ไทยได้ให้ความช่วยเหลือในหลากหลายด้าน ตั้งแต่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์, การมอบกล้องดูดาวและอุปกรณ์ทางดาราศาสตร์ การจัดงานเพื่อเสริมสร้างความตระหนักทางวิทยาศาสตร์เช่นครั้งนี้ และล่าสุดคือการติดตั้งโทรมาตรเพื่อแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมสำหรับนิทรรศการและกิจกรรมที่ไทยนำมาร่วมจัดแสดงมีด้วยกันหลายส่วน โดยในส่วนของ อพวช. ได้นำ 2 นิทรรศการใหม่ ได้แก่ นิทรรศการ “Win in Case” ซึ่งเป็นนิทรรศการแบบจับต้องได้มาให้เยาวชนได้เรียนรู้พื้นฐานวิทยาศาสตร์ในเรื่องของกลศาสตร์ แม่เหล็กและไฟฟ้า ปฏิกิริยาตอบสนองและการมองเห็น คณิตศาสตร์ แสง สี และเสียง ด้วยการเล่นและกานทดลองจากชิ้นงานจำนวนกว่า 60 ชิ้น ส่วนอีกนิทรรศการคือ “Enjoy Science careers : สนุกกับอาชีพวิทย์” นิทรรศการที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ด้านสะเต็มศึกษา (STEM Education) โดยนำอาชีพที่น่าสนใจ 10 อาชีพ อาทิ นักธรณีวิทยาปิโตรเลียม นักคิดค้นยา วิศวกรชีวการแพทย์ และนักพัฒนาซอฟแวร์ มาให้เยาวชนได้เรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการเดินทางไปสู่อาชีพเหล่านั้นส่วนบูธของ สวทช. ได้นำกิจกรรม “มหัศจรรย์พลาสติก” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เยาวชนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับชนิดของพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การสังเกต การแยกประเภทของพลาสติก และยังมีโซนการทดลองที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ประดิษฐ์พวงกุญแจจากพลาสติกรีไซเคิลและนำกลับบ้านเป็นที่ระลึก ด้านสสวท. นำกิจกรรมเวิร์กช็อปจำนวน 7 เรื่อง ได้แก่ STEM-เกมถอดรหัส, Reach for the sky สูงเสียดฟ้า, Fun Math with Game, ดินแดนหลากสี และ KEN KEN, ร่อนลงสู่ดวงจันทร์, โครงสร้างจากแยลลี่ และการสร้างเรือของเล่น มาให้เยาวชนได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์ในหลากหลายแง่มุม คล้ายคลึงกับบูธของ สสส. ที่นำนิทรรศการ “รู้ทันภัย แอลกอฮอล์” มาจัดเพื่อให้เยาวชนได้รู้ถึงข้อเท็จจริงและปัญหาที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของทั้งคนไทยและคนลาวสำหรับเยาวชนผู้มาร่วมงานอย่าง ท้าวอานุวัด จินดาหัด นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนชันไซ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ชอบวิทยาศาสตร์เพราะเรียนในโรงเรียนน่าเบื่อ ชอบเล่นกีฬามากกว่า โดยเฉพาะการว่ายน้ำ แต่เมื่อติดตามป้าซึ่งเป็นครูมาร่วมงานก็ได้เห็นว่ามีอีกหลายสิ่งที่ไม่เคยเห็น และรู้สึกสนใจในหลายๆ บูธโดยเฉพาะปุ่มกดเสียงที่ช่วยทดสอบความจำ และบูธกล้องเรือดำน้ำที่สอนเกี่ยวกับหลักการสะท้อนหักเหของแสง จึงตั้งใจว่าอีก 2 วันที่เหลือของการจัดคาราวานวิทยาศาสตร์จะติดตามป้ามาทำงานด้วย เพราะยังมีอีกหลายบูธที่ยังไม่ได้เข้าร่วมเพราะคนเยอะเกินไปท้าวโนว่า จันไซ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาฟิสิกส์ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว กล่าวว่า กิจกรรมที่คาราวานวิทยาศาสตร์นำมาจัดแสดงในครั้งนี้มีประโยชน์สำหรับการเรียนของเขามาก โดยเฉพาะเกมส์คณิตศาสตร์ที่กระตุ้นให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และเครื่องมือการทดลองเกี่ยวกับแม่เหล็กและไฟฟ้าต่างๆ ที่ทำให้เข้าใจบทเรียนได้มากขึ้นเพราะเคยเรียนแต่ทฤษฎี”ชอบหลายอย่างเลยเช่นพวกอุปกรณ์ทางไฟฟ้า ความดันไฟฟ้า แว่นที่ทำให้เห็นสีต่างกัน สิ่งเหล่านี้ที่ลาวไม่มี แต่การได้มาเห็นมันเป็นประโยชน์ต่อคนที่จะจบไปเป็นครูแบบผม เพราะผมสามารถประยุกต์ทำของแบบนี้ด้วยสิ่งของง่ายๆ ที่เรามีเพื่อนำไปสอนนักเรียนในอนาคตได้ แต่น่าเสียดาย นิทรรศการปีนี้น้อยไปหน่อย ดาราศาสตร์หายไป หลายๆอย่างก็หายไป มันเลยดูไม่อลังการเท่าปีที่แล้วที่ผมมา แต่ถ้าพูดถึงประโยชน์ที่ได้ก็แตกต่างกัน ถ้ามีจัดปีหน้าอีกผมอยากให้นำนิทรรศการที่เกี่ยวกับการศึกษามาเยอะๆ แล้วก็อยากให้เอานักเรียนครูไทยมาแลกเปลี่ยน เราจะได้รู้ว่าครูไทยเขามีอะไรดีๆ มาแลกเปลี่ยนกัน” ท้าวโนว่า กล่าวทิ้งแก่ทีมข่าวผู้จัดการวิทยาศาสตร์ทั้งนี้งานคาราวานวิทยาศาสตร์ไทย-ลาว ยังคงจัดขึ้นต่อเนื่องอีก 2 วันไปจนถึงวันที่ 3 มิ.ย.59 ณ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว


Ice Age 2: The Meltdown 100% | Longplay Walkthrough | Spanish Subtitles (1440p)


Ice Age 2: The Meltdown 100% full game, with all bonus feature unblocked. PC game version, 1440p.
This is a multiplatform video game, released in 2006. The game follows the same plot as the film of the same name where we play as a Scat and his adventure, and where we will have to fight or help different characters in our journeys.
SUBSCRIBE 🔔 https://www.youtube.com/channel/UCTYjUYotdpQi2j65ZdrlvQ
📌Playlist
00:00 Waterpark
19:15 Eviscerator
23:17 Forest
43:37 Ice River
47:42 Maelstrom
50:41 Mud Bog
1:10:19 Sloth village
1:38:03 Glacier
Thanks for watching! 🌟

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Ice Age 2: The Meltdown 100% | Longplay Walkthrough | Spanish Subtitles (1440p)

หนังใหม่ออนไลน์ 2019 แม้จะมีอันตราย หนังแอ็คชั่นผจญภัย ไทยพากย์


Watch The Latest Movies At Here ➤ https://bit.ly/2QaItVt

READ  [Update] ซับไทย มาสเตอร์ ดูหนังฟรีออนไลน์ (2021) HD เต็มเรื่องพากย์ไทย Software | หนังใหม่2015 เต็มเรื่อง - POLLICELEE

หนังใหม่ออนไลน์ 2019 แม้จะมีอันตราย หนังแอ็คชั่นผจญภัย ไทยพากย์

Reach for the sky full movie


Reach for the skies, 1956 about the life of douglas bader from his start in the RAF to the final days of World war 2, a film by The Rank Organisation and Daniel M.Angel.

To all those who had to put up with james Hendersons comments I’m sorry but that user has now been blocked and shouldn’t be able to post comments.

Reach for the sky full movie

Soldier Boy – Full Movie


This feature film is based on the true story of a sixyearold boy, Russia’s youngest hero of World War II. Seryozha Aleshkov lost his family, was rescued by an army regiment, and engaged in battles. The little soldier was awarded the Military Merit Medal. Tragedy and love, danger and hope, the bitterness of separation and the joy of belonging, are all intertwined in this wartime drama.
FULLMOVIE FEATUREFILM FREEMOVIES MOVIES ACTIONMOVIES ACTION MOVIES
More ways to stream:
Amazon Prime: https://pixelfy.me/SoldierBoyAMAZON
The Roku Channel: https://pixelfy.me/SoldierBoyROKU
Tubi TV: https://pixelfy.me/SoldierBoyTUBI

Soldier Boy - Full Movie

Firehouse – Reach for the Sky


Firehouse’s official music video for ‘Reach for the Sky’. Click to listen to Firehouse on Spotify: http://smarturl.it/FHSpotify?IQid=FHR4S
As featured on Full Circle. Click to buy the track or album via iTunes: http://smarturl.it/FHFCiTunes?IQid=FHR4S
Google Play: http://smarturl.it/FHR4SPlay?IQid=FHR4S
Amazon: http://smarturl.it/FHFCaz?IQid=FHR4S
More from Firehouse
Love of a Lifetime: https://youtu.be/5ETENrv8cnU
When I Look into Your Eyes: https://youtu.be/dQSkuDWhaAo
Here For You: https://youtu.be/QQwgUzD3KKI
More great metal videos here: http://smarturl.it/UltimateMetal?IQid=FHR4S
Follow Firehouse
Website: http://www.firehousemusic.com/
Facebook: https://www.facebook.com/FireHouseMusic
Twitter: https://twitter.com/firehouseband
Myspace: https://myspace.com/officialfirehouse
Subscribe to Firehouse on YouTube: http://smarturl.it/FHSub?IQid=FHR4S

Lyrics:
Well I’m an outlaw
I make my living on the run
My life is lonely
But I was born to need no one
Always on my own
My gun is loaded
I’m a sixshot heart attack
I pull the trigger
So you better watch your back
Looking out for 1 so you had better take this piece of advice
Make your move
Stick ’em up or kiss your ass goodbye
Reach for the sky
Or I will shoot you down in the blink of an eye
Reach for the sky
There’s nowhere to run, nowhere to hide
Reach for the sky
I got the drop on you so raise them high
Reach for the sky

Firehouse - Reach for the Sky

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Leather

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ reach for the sky เต็มเรื่อง

Leave a Comment