[NEW] รู้จัก วีซ่า Work and Holiday ออสเตรเลีย ละเอียดครบทุกขั้นตอน พร้อมยื่น! | วีซ่า ทำงาน ฮ่องกง – POLLICELEE

วีซ่า ทำงาน ฮ่องกง: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

เชื่อว่าใครหลาย ๆ คน คงมีความฝันที่อยากจะเดินทางไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะไปเที่ยว เรียน หรือทำงาน ออกไปหาประสบการณ์ การใช้ชีวิตในต่างแดนดูบ้างว่าจะเป็นอย่างไร วันนี้พี่เห็ด มัชรูมทราเวล มีอีกหนึ่งโครงการดี ๆ มาแนะนำ นั่นก็คือ Work and Holiday ของประเทศออสเตรเลีย หรือ ที่เรียกกันว่า WAH นั่นเอง ซึ่งเป็นวีซ่าที่ให้เราได้ทั้งเรียน เที่ยว และทำงาน ได้อย่างถูกต้อง ภายในระยะเวลา 1 ปี ใครอยากรู้ว่าจะมีกฎเกณฑ์ ขั้นตอน กำหนดการสมัคร และเอกสารที่ต้องใช้ยังไงบ้าง พี่เห็ดรวบรวมมาให้ที่นี่แล้วจ้าาา

Table of Contents

วีซ่า Work and Holiday ประเทศออสเตรเลีย คืออะไร?

ก่อนอื่นอยากให้เพื่อน ๆ ได้ทำความรู้จักกับที่มาที่ไปของ วีซ่า Work and Holiday ออสเตรเลียกันค่ะ โครงการนี้ถูกจัดตั้งขึ้น โดยความร่วมมือของรัฐบาลไทย และรัฐบาลออสเตรเลีย เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนไทย ที่มีอายุระหว่าง 18-30 ปี สามารถเดินทางไปศึกษา ท่องเที่ยว พร้อมทำงานในประเทศออสเตรเลีย ได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งข้อตกลงนี้ มีขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2005 ซึ่งโดยปกติจะมีโควตาประเภทนี้อยู่ที่ 500 คนต่อปีงบประมาณ แต่เมื่อปี 2020 ก็ให้โควตาที่ ปีละ 2,000 คน เลยทีเดียว

Tips : ผู้สมัคร วีซ่าออสเตรเลีย ประเภทนี้ สามารถทำงานกับนายจ้างแต่ละแห่งได้นานสุดไม่เกิน 6 เดือน ถ้าทำงานถึง 6 เดือนแล้วจะต้องเปลี่ยนที่ทำงานใหม่ นอกจากนี้ผู้สมัครจะต้องมีหลักฐานว่า มีเงินเพียงพอในกรณีไม่มีงานทำ ก็ยังสามารถใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลียได้โดยไม่ลำบากอะไร

คุณสมบัติของผู้สมัคร

1. มีสัญชาติไทย
2. มีอายุระหว่าง 18 ถึง 30 ปี (ไม่เกิน 31 ปีบริบูรณ์ ณ วันที่ยื่นวีซ่ากับทางสถานทูตฯ)
3. สำเร็จการศึกษา ตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไป
4. มีหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง ตามรายการดังนี้
   – ผลการสอบ IELTS (ประเภทใดก็ได้) เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 4.5 ในทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี
   – ผลการสอบ TOEFL iBT ระดับคะแนน 32 ขึ้นไป ทุกทักษะ มีอายุไม่เกิน 1 ปี หรือ
   – ใบรับรองหรือประกาศนียบัตรที่แสดงว่า ได้สำเร็จการศึกษาระดับอุดมศึกษาที่มีระยะเวลา 2 ปี จากสถาบันการศึกษาที่มีการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน
   – หลักฐานการจบระดับประถมศึกษา (Primary) และมัธยมศึกษาตอนต้น (3 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน
   – หลักฐานที่แสดงว่าได้ศึกษาระดับมัธยมศึกษา 5 ปี (5 years of secondary education) จากสถาบันการศึกษาที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอน
   – สำเร็จการศึกษาจากประเทศออสเตรเลียหลักสูตร 1 ปี ในระดับปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตร
5. ต้องเดินทางคนเดียว (ไม่มีผู้ติดตาม)
6. มีหลักฐานการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง)
เป็นจำนวน 5,000 AUD หรือประมาณ 120,000 บาทไทย
7. มีความประพฤติและสุขภาพดี
8. มีหนังสือรับรองคุณสมบัติ ซึ่งออกให้โดยกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ การสมัครขอรับหนังสือรับรองคุณสมบัติดังกล่าว ผู้สมัครจะต้องยื่นเอกสารสำคัญ ดังนี้
   – ใบสมัคร (พิมพ์มาจากการสมัครผ่านทางระบบออนไลน์)
   – ปริญญาบัตรหรือหนังสือรับรองการสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด โดยเอกสารต้องออกก่อนวันที่เปิดรับสมัครออนไลน์
   – ใบรายงานผลการศึกษา (Transcript) ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
   – หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
   – บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
   – ทะเบียนบ้าน ฉบับจริง พร้อมสำเนา 1 ชุด
   – หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษดังกล่าวข้างต้น*
   – หลักฐานการเงินเป็นบัญชีออมทรัพย์ (ของผู้สมัครเอง) จำนวน 5,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย เป็น Bank Statement หรือใบรับรองทางการเงินของบัญชีเงินฝากจากธนาคาร โดยชื่อบัญชีจะต้องเป็นชื่อของผู้เดินทางเท่านั้น
   – แผนการเดินทางโดยคร่าว ๆ และประเภทงานที่สนใจจะทำระหว่างอยู่ออสเตรเลีย (เขียนสรุปไม่เกิน 1 หน้า เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ)
   – บันทึกข้อตกลงที่ผู้ปกครองลงนามเรียบร้อยแล้ว
   – สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประชาชนผู้ปกครอง

ข้อควรทราบเพิ่มเติมจากทาง ดย.

– ห้ามทำการสมัครเข้าร่วมโครงการผ่านบริษัทนายหน้าที่รับเป็นตัวกลางทำการสมัคร และ / หรือจัดหาที่อยู่ให้เด็ดขาด เนื่องจากผิดวัตถุประสงค์ของโครงการ และอาจทำให้ไม่ได้รับวีซ่า รวมทั้งอาจตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพได้
– วีซ่าประเภทนี้ ไม่ใช่วีซ่าทำงาน ดังนั้น หากพบว่าทำงานประจำ ณ ที่ใดเกินกว่า 6 เดือน จะถือว่าได้ทำผิดกฎหมาย อาจถูกถอนวีซ่าและถูกส่งกลับประเทศได้
– หากตรวจสอบพบว่าผู้สมัครมีเจตนากรอกข้อมูลเท็จ ดย. จะตัดสิทธิ์ผู้สมัครทันที
– การมีใบรับรองคุณสมบัติไม่ได้หมายความว่าวีซ่าจะผ่าน แต่การยื่นขอวีซ่าได้จะต้องมีใบรับรองจากทาง ดย.ก่อน
– การพิจารณาวีซ่าขึ้นอยู่กับทางสถานทูตออสเตรเลียเท่านั้น

เอกสารที่ต้องใช้ยื่นประกอบ วีซ่า Work and Holiday

เอกสารส่วนตัว

– พาสปอร์ตตัวจริง (รวมถึงพาสปอร์ตเล่มเก่าๆ ถ้ามี รวมถึงประวัติการเดินทาง) อายุพาสปอร์ตต้องเหลือมากกว่า 6 เดือน (สแกนหน้าแรกและหน้าที่มีตราประทับเดินทางทุกหน้า)
– รูปถ่ายหน้าตรง ใบหน้าชัดเจน พื้นหลังสีขาว ขนาด 4.5 x 3.5 cm ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน
– สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
– หลักฐานทางราชการต่างๆ เช่น สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ – นามสกุล / สำเนาทะเบียนสมรส – หย่า (พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
– หลักฐานผ่านการเกณฑ์ทหาร หรือเรียน รด. (สำหรับผู้ชายพร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ)
– หลักฐานการศึกษา Transcript และใบรับรองจบปริญญาบัตร (หากเป็นภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)
– หลักฐานการผ่านงาน ในกรณีที่ผ่านการทำงานมาแล้ว (หากเป็นภาษาไทยต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)
– หลักฐานเกี่ยวกับทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ เช่น ผลการสอบ IELTS / TOEFL หรือใบรับรองผลการศึกษาหลักสูตรภาษาอังกฤษ
– หนังสือรับรองคุณสมบัติจาก กรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.)

Tips : ในการยื่นขอวีซ่าออสเตรเลีย ควรแนบ หลักฐานการทำงาน ไปด้วย เพราะจะแสดงให้เห็นถึงประวัติของเราว่าทำงานอะไรมาบ้างค่ะ

ในกรณี Sponsor ตัวเอง

– หลักฐานการเงิน ในการยื่นเอกสารกับทางสถานฑูตออสเตรเลีย (เอกสารที่แนะนำให้แนบไปด้วยเลยคือ Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือนของผู้เดินทางหรือของสปอนเซอร์ไม่น้อยกว่า 5,000 AUD)
– จดหมายชี้แจงเรื่องหลักฐานการเงิน ในกรณีที่มียอดเงินเข้ามาไม่นาน หรือไม่ถึง 6 เดือน

ในกรณี Sponsor โดยบุคคลอื่น

– จดหมายรับรองค่าใช้จ่าย (เขียนเป็นภาษาอังกฤษพร้อมเซ็นรับรอง)
– เอกสารส่วนตัวของ Sponsor เช่น สำเนาบัตรประชาชน / สำเนาหน้าพาสปอร์ต
– หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ เช่น สำเนาทะเบียนบ้าน / สำเนาทะเบียนสมรส / สำเนาสูติบัตร พร้อมฉบับแปลภาษาอังกฤษ
– หลักฐานการเงิน (Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้เดินทางหรือของสปอนเซอร์ไม่น้อยกว่า 5,000 AUD)
– จดหมายชี้แจงเรื่องหลักฐานการเงิน ในกรณีที่มียอดเงินเข้ามาไม่นาน หรือไม่ถึง 6 เดือน

Tips : ทางสถานทูต จะขอดู ที่มาของเงิน ในช่วง 6 เดือนก่อนยื่นวีซ่า หากมีเงินก้อนใหญ่เข้ามาทีเดียว เราต้องสามารถอธิบายแหล่งที่มาของเงินนั้นให้ได้ พร้อมแนบหลักฐานด้วย เช่น จดหมายจากบุคคลที่โอนเงินเข้ามาให้เราว่าโอนให้เพราะอะไร อย่างไร แสดงที่มาของเงินเข้า-ออก และมีความสัมพันธ์อะไรกับเรา เป็นต้น

กำหนดการรับสมัคร 2021

ในส่วนของกำหนดการรับสมัคร Work and Holiday ในปี 2021 นี้ เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชน (ดย.) ประกาศระงับการดำเนินงาน เพื่อเปิดรับสมัครในการออกหนังสือรับรองคุณสมบัติ ประกอบการของตรวจลงตรา โครงการ Working Holiday Scheme ประเทศนิวซีแลนด์ และโครงการ Work and Holiday Visa ประเทศออสเตรเลีย ประจำปี 2564

ข้อมูลข่าวล่าสุดวันที่ : 20 พ.ค. 2564
ที่มา : กรมกิจการเด็กเเละเยาวชน

รายละเอียดและขั้นตอนในการยื่นขอวีซ่า Work and Holiday

ก่อนสมัครขอใบรับรองได้จะต้องลงทะเบียนรับ Username และ Password ก่อน โดยผู้ลงทะเบียนจะต้องเตรียมข้อมูลเพื่อกรอกในขั้นตอนลงทะเบียน ดังนี้

  1. ไฟล์รูปถ่ายหน้าตรง (แนะนำให้ใช้รูปแบบเดียวกับที่จะใช้สมัครวีซ่า)

  2. เลขบัตรประจำตัวประชาชน

  3. ชื่อ-นามสกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)

  4. อีเมล 

**ต้องเช็กข้อมูลให้ถูกต้องก่อนคอนเฟิร์มทุกครั้ง**

ข้อมูลประกอบการสมัครผ่านระบบออนไลน์ (กดโควต้า)

– หลังจากได้รับ Username และ Password แล้วต้องนำมาล็อคอินสำหรับสมัครขอใบรับรองในเว็บไซต์ www.dcy.go.th ตามวันและเวลาที่ระบุไว้
– เมื่อล็อคอินเข้ามาจะขึ้นรูปถ่ายพร้อมข้อมูลตามที่เคยลงทะเบียนไว้ ซึ่งจะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในส่วนนี้ได้แล้ว
– จากนั้นให้นำข้อมูลส่วนตัวเหล่านี้ กรอกในใบสมัครออนไลน์ให้ครบทุกช่อง (ถ้ากรอกไม่ครบจะไม่สามารถกด Submit ได้) และเช็กความถูกต้องให้เรียบร้อยก่อนกดส่ง

  • เลขประจำตัวประชาชน

  • ชื่อ-สกุล (ภาษาไทยและอังกฤษ)

  • วัน เดือน ปีเกิด

  • ที่อยู่ตามบัตรประชาชน

  • ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวก พร้อมเบอร์โทรศัพท์มือถือ และอีเมลแอดเดรส

  • ข้อมูลเกี่ยวกับหลักฐานแสดงทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ (IELTS)

  • ข้อมูลบุคคลติดต่อในกรณีฉุกเฉิน

* หลักฐานและข้อมูลที่ต้องเตรียมในการขอใบรับรองคุณสมบัติจาก ดย. จะคล้าย ๆ กับเอกสารที่เราต้องไปยื่นตอนขอวีซ่านะคะ

สำหรับ วีซ่า Work and Holiday ประเทศออสเตรเลีย สามารถขอได้เลยหลังจากที่ได้รับใบรับรอง เพราะทางสถานทูตออสเตรเลียเริ่มนับโควต้าใหม่ทุกวันที่ 1 ก.ค. ของทุกปี แต่ใบรับรองของดย. จะหมดอายุภายใน 3 เดือนหลังจากได้รับมา จึงควรต้องรีบขอวีซ่า (ค่าวีซ่าประมาณ 495 AUD) โดยเราสามารถไปกรอก วีซ่าออสเตรเลีย ออนไลน์ได้ที่ https://immi.homeaffairs.gov.au/ เมื่อกรอกพร้อมชำระค่าวีซ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราก็ต้องไปเก็บลายนิ้วมือที่ VFS (ค่าบริการของ VFS ประมาณ 734 บาท) จากนั้นก็รอผลวีซ่าได้เลย และต้องขอย้ำว่า **การได้รับใบรับรองไม่ได้แปลว่าได้วีซ่านะคะ**

ค่าใช้จ่าย ในการทำวีซ่า Work and Holiday

ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการเข้าร่วมโครงการ Work and holiday พี่เห็ดจะแยกออกเป็น 2 ส่วนนะคะ

ค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัว :

– ค่าวีซ่าโดยประมาณ 12,000 บาท (อาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรเช็ก ณ วันที่ยื่นวีซ่า Work and Holiday อีกครั้ง)
– ค่าสอบ IELTS 6,900-7,500 (ยกเว้นคนที่จบอินเตอร์)
– ค่าตรวจสุขภาพ 3,000-5,000 บาท (ตามที่โรงพยาบาลกำหนด)

ค่าใช้จ่ายส่วนตัว :

– ค่าตั๋วเครื่องบิน 12,000-35,000 บาท (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาบิน และสายการบินนั้นๆ)
– ค่าประกันการเดินทาง 9,000-30,000 บาท (ขึ้นอยู่กับกรมธรรม์และแผนที่เลือกทำ)
– Pocket money 25,000-45,000 บาท (สำหรับที่พักและค่าเดินทางในช่วงแรก)

เห็นแบบนี้แล้วมีเพื่อน ๆ คนไหนสนใจเดินทางไปหาประสบการณ์ดี ๆ กับ โครงการ Work and Holiday นี้บ้างไหมคะ พี่เห็ดชักอยากไปบ้างแล้วสิ อย่างไรก็ตาม ในการยื่นเอกสารเกี่ยวกับวีซ่า ไม่ว่าจะเป็น วีซ่าออสเตรเลีย หรือวีซ่าประเทศอื่น ๆ ควรศึกษาและอัปเดตข้อมูลก่อนการยื่นทุกครั้ง เพื่อจะได้เตรียมให้ครบและถูกต้อง ตามกระบวนการที่แต่ละสถานทูตได้กำหนดมา

และนี่ก็เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ ที่พี่เห็ดนำมาฝากทุกคน เกี่ยวกับวีซ่าที่สามารถให้ได้ทั้งการท่องเที่ยว และทำงานในต่างประเทศ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ สำหรับใครที่อยากไปทำงานในต่างประเทศในระยะสั้น เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ถ้าใครสนใจก็รอติดตามการอัปเดตในปีต่อ ๆ ไป พร้อมเมื่อไหร่ก็สมัครกันได้เลย

ชอบ บทความ

มัชรูมทราเวล

ทำไงดี…?

1.กด

แชร์

ต่อ

ให้เพื่อนอ่านบ้าง

2. คลิก

Like

และ

ติดตามเราได้ที่ Facebook www.facebook.com/mushroomtravel/

Likeติดตามเราได้ที่ Facebook

—————

Mushroom Travel บริการยื่นวีซ่า ท่องเที่ยว และ วีซ่าธุรกิจ ขอวีซ่า เชงเก้น

ติดต่อ แผนกวีซ่า

โทร 02 105 6234 กด 3

Line id :

@mushroomtravel

รู้จัก วีซ่า Work and Holiday ออสเตรเลีย ละเอียดครบทุกขั้นตอน พร้อมยื่น!

was last modified: by

[NEW] ประสบการณ์’ทำงานไปเที่ยวไป’และกระแสความนิยมของคนรุ่นใหม่ – TAT Review Magazine | วีซ่า ทำงาน ฮ่องกง – POLLICELEE

ประสบการณ์ทำงานไปเที่ยวไปและกระแสความนิยมของคนรุ่นใหม่
The ‘work and travel’ experience among young travelers

‘Work and travel’ is a phenomenon that began first in the US and the commonwealth and later in East Asian countries such as Japan, Taiwan, South Korea. Motivations for young people to join work and travel programs differ across regions. For Westerners the main factor is the desire to experience a different, preferably sunny, environment. For young Asian travelers, the main purpose is to learn English and gain experience of western culture which they hope will improve their socio-economic status back home. A unique concern among Thai youths is the concern for financial returns through work and travel.

ที่มาของปรากฎการณ์ ‘ทำงานไป เที่ยวไป’

ในช่วงเวลาเกือบหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์หนึ่งซึ่งเป็นกระแสนิยมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ ทั้งในกลุ่มนิสิต-นักศึกษามหาวิทยาลัย ตลอดจนคนวัยทำงานระยะเริ่มต้นที่อยากมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างแดนและมีโอกาสทำงานและท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงเวลาอย่างน้อยหนึ่งปีหรือนานกว่านั้น

ประสบการณ์นี้มีหลายชื่อ และมักถูกเรียกขานตามชื่อของโปรแกรมที่จัดเช่น Work and Travel หรือ Work and Holiday นักเดินทางกลุ่มนี้มักจะถูกเรียกว่า Working and Holiday Makers (WHMs) หรือนักเดินทางที่ไปทำงานและไปท่องเที่ยวพร้อมๆ กัน ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอใช้คำเพื่อเรียกการเดินทางและนักเดินทางกลุ่มนี้ว่าการเดินทางและนักท่องเที่ยวแบบ ‘ทำงานไป เที่ยวไป’

ประสบการณ์ ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ นี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่เป็นรูปแบบหนึ่งของการเดินทางท่องเที่ยวแบบแบ็กแพ็ก (backpacking) การเดินทางแบบนี้ถือกำเนิดขึ้นตามกระแสวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งมีมาแล้วกว่า 50 ปี โดยเริ่มจากนักศึกษามหาวิทยาลัยชาวอังกฤษที่เดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา ผ่านโครงการอาสาสมัครทำงาน ที่เน้นการใช้แรงงานไร้ทักษะและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นในช่วงเวลาหนึ่ง การเดินทางประเภทนี้เริ่มเกิดให้เห็นเป็นรูปธรรมในช่วงหลังปี 1970 (พ.ศ. 2513) เมื่อประเทศสหราชอาณาจักรอนุญาตคนหนุ่มสาวจากประเทศในเครือจักรภพ (commonwealth) ได้แก่ แคนาดา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ให้เข้าไปทำงานชั่วคราวและอาศัยอยู่ในประเทศได้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติและเป็นที่นิยมของวัยรุ่นหนุ่มสาวชาวนิวซีแลนด์

ต่อเนื่องไปอีกหลายศตวรรษประสบการณ์ ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ นี้ มีวิวัฒนาการขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกระแสการเดินทางของหนุ่มสาวชาวตะวันตก ที่อยากมีโอกาสไปอาศัยอยู่ประเทศใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมซึ่งเหมาะกับความต้องการ
ทางการท่องเที่ยวและสันทนาการที่หาไม่ได้จากประเทศของตน และมีโอกาสหางานประเภทแรงงานไร้ทักษะทำเพื่อยังชีพ ตัวอย่างเช่น วัยรุ่นจากอังกฤษมักนิยมเลือกประเทศแถบร้อน เช่น ออสเตรเลีย ที่มีภาพลักษณ์ของทะเลและชายหาดเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวประเภทนี้ เป็นต้น

กระแสการเดินทาง ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ ยังได้รับการตอบรับอย่างดีจากประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวัน แต่ด้วยวัตถุประสงค์ที่แตกต่างจากกลุ่มวัยรุ่นชาวตะวันตก นอกเหนือจากความอยากเดินทางออกนอกประเทศเพื่อพ้นจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ เพื่อรู้จักผู้คนและเรียนรู้วัฒนธรรมใหม่ๆ แล้วกลุ่มวัยหนุ่มสาวจากเอเชียที่เลือกไปใช้ชีวิตแบบ ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ ยังมีจุดประสงค์สำคัญคือเพื่อฝึกภาษาอังกฤษ เพื่อหัดพึ่งพาตัวเอง และเพื่อยกระดับความศิวิไลซ์จากประสบการณ์ในประเทศตะวันตกที่ตนคิดว่ามีความเจริญเทียบชั้นหรือเจริญกว่าประเทศของตน ทั้งยังหวังว่าภาพลักษณ์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางสังคมและเศรษฐกิจเมื่อกลับคืนสู่ประเทศ

สำหรับประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาเกือบสิบปีที่ผ่านมา ชาวไทยรุ่นใหม่ให้ความสนใจกับการเดินทางลักษณะนี้ในจำนวนเพิ่มมากขึ้น จากรายงานของรัฐบาลออสเตรเลีย ในปี 2015 ที่ชื่อ Working Holiday Maker Visa Programme แสดงให้เห็นว่าจำนวนวีซ่า Work and Holiday ที่ออกให้กับหนุ่มสาวชาวไทยอายุไม่เกิน 31 ปีภายใต้ชื่อ Work and Holiday Visa (WAH) เพิ่มจำนวนจาก 200 ในปี 2005  (พ.ศ. 2548) เป็น 500 ในปัจจุบัน เนื่องจากความนิยมที่เพิ่มขึ้นและผลตอบรับที่ดีของโครงการ วีซ่าประเภท WAH เป็นวีซ่าที่ออกเพียงครั้งเดียวให้กับกลุ่มประเทศ 18 ประเทศ ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นประเทศพันธมิตรในโครงการนี้เมื่อปี 2005 (พ.ศ. 2548)

สิ่งที่น่าสนใจคือ อะไรเป็นสาเหตุให้คนไทยรุ่นใหม่หันมาเดินทางและเข้าร่วมโปรแกรม ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ กันมากขึ้น อะไรคือแรงจูงใจของพวกเขา และแรงจูงใจนี้เมื่อเปรียบเทียบกับคนรุ่นใหม่จากประเทศตะวันตกและจากประเทศแถบเอเชีย อย่างเช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ นั้นมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร

ความเหมือนและความต่าง

เพื่อตอบคำถามดังกล่าว ผู้เขียนจึงทำการศึกษาเบื้องต้น โดยเก็บข้อมูลจากเว็บไซต์ บล็อก และเว็บบอร์ดของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เพื่อศึกษาแรงบันดาลใจของนักเดินทางชาวไทยประเภท ‘ทำงานไป เที่ยวไป’ ที่เลือกเดินทางไปประเทศออสเตรเลียเป็นจุดหมายปลายทางจากโครงการ WAH และเปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ได้กับงานที่ศึกษานักเดินทางประเภทเดียวกันในอดีตจากกลุ่มประเทศตะวันตก ญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งพบว่าปัจจัยที่เป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักเดินทางทั้งชาวไทยและวัยรุ่นชาวตะวันตก โดยเฉพาะในประเด็นที่คนกลุ่มหลังเห็นว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญคือ ความอยากสัมผัสกับประสบการณ์ในวัฒนธรรมต่างแดน อยากหลีกหนีจากสภาพแวดล้อมเดิมๆ และความอยากย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในประเทศจุดหมายปลายทางอย่างถาวร

หากเทียบแรงบันดาลใจกับนักท่องเที่ยวจากเอเชีย แล้วสิ่งที่ถือว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและนักท่องเที่ยวจากสามประเทศที่แตกต่างจากวัยรุ่นชาวตะวันตกคือ ความอยากเพิ่มพูนทักษะภาษาอังกฤษ อยากใช้ชีวิตในสังคมตะวันตกที่มองว่าเป็นความศิวิไลซ์และอยากรู้สึกภาคภูมิใจจากการพึ่งพาตนเองในต่างแดน

นอกจากลักษณะร่วมกับนักเดินทางประเภทเดียวกันดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น นักเดินทางชาวไทยประเภท ‘เดินทางไป เที่ยวไป’ ยังมีแรงจูงใจที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ที่สะท้อนให้เห็นจากนักเดินทางรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งนั่นคือความสนใจเรื่องผลตอบแทนระหว่างพำนักอยู่ในต่างประเทศผลตอบแทนทางการเงินเป็นแรงจูงใจสำคัญก่อนการเดินทาง และเป็นความหนักใจที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าความกังวลเรื่องภาษา ซึ่งวัยรุ่นชาวไทยมักนำมาพิจารณาก่อนจะตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ

ความกังวลว่าจะไม่มีงานทำเมื่อเดินทางไปถึงประเทศจุดหมายปลายทางมีมากพอๆกับความกังวลว่าจะไม่ได้ค่าแรงในอัตราที่เหมาะสมจากงานที่ทำ เนื่องจากนักเดินทางกลุ่มนี้ส่วนหนึ่งมองว่านี่คือโอกาสในการเก็บหอมรอมริบ และต้องการเก็บออมรายได้ส่วนหนึ่งให้เพียงพอก่อนกลับประเทศ แรงจูงใจนี้ทำให้นักเดินทางชาวไทยรุ่นใหม่แตกต่างจากนักเดินทางวัยรุ่นจากชาติตะวันตก และจากญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวันเนื่องจากกลุ่มคนดังกล่าวให้ความสำคัญกับการทำงานเพื่อยังชีพ (เช่น จ่ายค่าที่พัก ค่าอาหาร และค่าสันทนาการ) ระหว่างที่ตนพำนักอยู่ และเลือกนำเงินที่ได้ ใช้จ่ายไปกับการท่องเที่ยวเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยไม่ได้ให้ความสำคัญการเก็บออมเพื่ออนาคตมากเท่ากับนักเดินทางชาวไทย

เหตุผลสำคัญที่ทำให้วัยรุ่นชาวไทยจำนวนมากให้ความสำคัญกับการหารายได้และการเก็บออมมาจากปัจจัยสภาพเศรษฐกิจของสองประเทศความแตกต่างเรื่องค่าครองชีพของประเทศที่ออกวีซ่า (เช่น ประเทศออสเตรเลียหรือนิวซีแลนด์) ที่สูงกว่าประเทศไทย ทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจากการทำงานสูงกว่าค่าแรงที่ได้รับจากประเทศของตน แม้จะเป็นเพียงค่าแรงขั้นต่ำจากการทำงานไร้ทักษะก็ตามซึ่งเพียงพอต่อการเก็บออมส่งผลให้นักเดินทางสามารถเก็บเงินจากการทำงาน หากพวกเขาสามารถบริหารจัดการการเงินได้ดี จะสามารถมีเงินเก็บในจำนวนที่น่าพอใจ เพื่อนำไปใช้ตอบสนองความต้องการอื่นๆ เมื่อกลับคืนสู่ประเทศของตน

นอกเหนือจากแรงจูงใจเรื่องการเก็บเงินแล้ว ประเด็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยวชาวไทยส่วนหนึ่งซึ่งเป็นภาพสะท้อนมายาคติชนชั้นกลางของสังคมได้เป็นอย่างดี คือความรู้สึกว่าตัวเองภูมิใจ จากการทำงานไร้ทักษะ ที่อาจไม่มีประสบการณ์ หรือเลือกจะไม่มีประสบการณ์ ขณะที่ยังอาศัยอยู่ในประเทศของตน ซึ่งถือว่ามีความแตกต่างจากนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกอย่างมีนัย

วัยรุ่นชาวตะวันตกส่วนมากไม่ได้มองว่าการทำงานไร้ทักษะเป็นสิ่งพิเศษแต่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยกลุ่มนี้ ที่ส่วนหนึ่งแทบไม่มีโอกาสได้สัมผัสงานประเภทนี้ตอนอยู่ในประเทศ กลับมองว่าการทำงานใช้แรงงานเป็นสิ่งพิเศษ ที่ช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์ชีวิต ทำให้รู้สึกเติบโตจากการพึ่งพาตัวเอง จากความอดทนต่อความลำบาก และเกิดความภูมิใจกับตัวตน (เห็นได้จากตัวอย่างความเห็น ดังนี้  “ก่อนมาหุงข้าวยังไม่เป็นเลย
ตอนนี้ต้มไข่ได้แล้ว” หรือ “ทำงานเสิร์ฟวันแรกอยากกลับบ้าน โดนเจ้านาย บ่น ด่า เหนื่อย ปวดขา …แต่ถ้าคุณผ่านมันมาได้ คุณจะภูมิใจกับมัน มีเรื่องเล่ายันลูกยันหลาน”)

ความรู้สึกภาคภูมิใจจากการทำงานใช้แรงงาน และความสามารถในการก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ที่เกิดจากการทำงาน เป็นแรงจูงใจที่มีความสอดคล้องกับแรงจูงใจของนักเดินทางชาวเอเชีย ในด้านความภูมิใจในการจัดการตนเองจากการหาเลี้ยงตนเองได้และจากการใช้ชีวิตตามลำพังโดยปราศจากการแทรกแซงหรือช่วยเหลือ
ของครอบครัว ซึ่งถ้ามองอย่างผิวเผิน สามารถกล่าวได้ว่าประสบการณ์นี้ช่วยหล่อหลอมนักเดินทางรุ่นใหม่ ทำให้พวกเขาเกิดความมั่นใจ และรู้สึกว่าตนเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น

แต่หากมองลึกลงไปถึงค่านิยมของสังคมไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้วัฒนธรรมที่หล่อหลอมกระบวนการเติบโตของชนชั้นกลาง และการกำหนดคำนิยามคำว่า ‘การเติบโต’ แล้ว ลักษณะแรงจูงใจและวิถีการใช้ชีวิตของนักเดินทางไทยในต่างแดนประเภท ‘ทำงานไป เที่ยวไป’กลับสะท้อนให้เห็นคำจำกัดความการเติบโต
ของชนชั้นกลางในแบบไทยๆที่ยังมีลักษณะผิวเผิน และเป็นการให้คุณค่ากับมายาคติเชิงบวกจากประสบการณ์ที่อยู่ภายใต้แพ็กเกจ การทำงานเมืองนอก ซึ่งให้ความสำคัญกับบริบทความเป็นต่างประเทศ และความเป็นสังคมศิวิไลซ์มากกว่าจะพยายามเข้าใจถึงกระบวนการเติบโตจากภายในที่ได้จากการใช้ชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง จากการตีความคำว่า ยากลำบาก อย่างเหมาะสม และจากการพยายามค้นหาและค้นพบตัวตน

ในมุมมองด้านการท่องเที่ยวการศึกษาครั้งนี้เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการเดินทางประเภทเดียวกันของคนวัยใกล้เคียงกันและเป็นการเดินทางที่มีจุดประสงค์ชัดเจนจากประเทศที่ออกวีซ่ากลับดึงดูดกลุ่มคนที่มีแรงจูงใจแตกต่างกันในรายละเอียด อันเป็นผลมาจากบริบททางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจที่แตกต่างกันของนักเดินทาง

ความเข้าใจในบริบทที่แตกต่างกันนี้จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดโครงการ ทั้งจากประเทศผู้ออกวีซ่า และจากประเทศไทยสามารถเข้าใจถึงแรงจูงใจและความต้องการเฉพาะของนักเดินทางกลุ่มนี้ ซึ่งส่งผลต่อการให้คำแนะนำ การชี้แนะแนวทางรวมถึงปรับกรอบความคิดหรือทัศนคติที่ยังเป็นข้อจำกัดของวัยรุ่นไทยในระหว่างที่ใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนอีกทั้งหน่วยงานดังกล่าวยังสามารถเตรียมความพร้อมและชี้ให้นักเดินทางเห็นถึงคุณค่าและเป้าหมายสำคัญของการเดินทาง รวมทั้งแนะนำให้เห็นถึงความสมดุลของการสร้างประสบการณ์ชีวิตและการเก็บออม เพื่อให้ประสบการณ์ครั้งนี้ก่อประโยชน์รอบด้านทั้งแก่นักเดินทางเอง แก่ประเทศผู้ให้วีซ่า และแก่ประเทศของตนในท้ายที่สุด

 

บรรณานุกรม

เรื่องโดย : วลัญชลี วัฒนาเจริญศิลป์ และ สุวดีตาลาวนิช


เปลี่ยนพาสปอร์ตท่องเที่ยวให้เป็นพาสปอร์ตทำงาน กัมพูชา


ปัจจุบัน มีลูกจ้างสัญชาติกัมพูชา ได้ใช้พาสปอร์ตที่ได้วีซ่า 14 วันทำงาน โดยปกติแล้ววีซ่าดังกล่าวเป็นวีซ่าท่องเที่ยวไม่สามารถใช้ในการทำงานได้ เนื่องจากผิดกฎหมายอีกทั้งต้องต่อวีซ่าทุก 14 วัน เพราะวีซ่าท่องเที่ยว 2 เดือนทำยากขึ้นโดยต้องมีเงินในบัญชีให้สถานฑูตตรวจสอบ ซึ่งการทำท่องเที่ยวให้เป็นวีซ่าทำงานสามารถทำได้โดยกระบวนการนำเข้า MOU โดยเอกสารที่ใช้ คือ เอกสารนายจ้าง เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน เป็นต้น และ เอกสารลูกจ้าง สามารถใช้พาสปอร์ต เล่มดังกล่าวดำเนินการได้เลย

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

เปลี่ยนพาสปอร์ตท่องเที่ยวให้เป็นพาสปอร์ตทำงาน กัมพูชา

น้ำมะนาวโซดาอินเดีย แก้วละ 9 บาท!


ผมอยู่ที่ India Gate ระหว่างทางเจอคนขายของมากมาย แต่หนึ่งสิ่งที่ทำให้ผมสะดุดตานั้นคือน้ำมะนาวโซดา ผมคงไม่พลาดที่จะลองมัน อุส่ามาเที่ยวอินเดียทั้งที รสชาติจะออกมาเป็นอย่างไร ไปชมพร้อมกันเลย
___
ติดตามเราได้ที่
✔ Youtube : YES I GO http://bit.ly/ytyesigo
✔ Facebook : YES I GO http://bit.ly/fbyesigo
✔ Instagram : YESIGO.TH http://bit.ly/igyesigo
ติดต่องานสปอนเซอร์ ผลิตวีดีโอโฆษณา อีเว้นท์
yesigo.work@gmail.com
0895999152 (คุณวัน)

น้ำมะนาวโซดาอินเดีย แก้วละ 9 บาท!

กระเป๋าเดินทาง (ที่ไม่) วิเศษ ละครสั้น น้องควีน Feat. ใยบัว ใยไหม Fun Family | Magic Travel Luggage


น้องควีน ดีใจมากที่ มามี้แอน จะพาไปเที่ยว ฮ่องกง ดิสนีย์ แลนด์ เลยอยากชวนพี่ใยบัว และ น้องใยไหม จากช่อง Fun Family ไปด้วย แต่การพบกันของเด็กๆกลับมีอุปสรรคซะเนี่ย มาดูกันนะค่ะว่าเด็กๆจะได้เจอกันที่ ฮ่องกง ดิสนีย์ แลนด์ รึป่าว
ชอบคลิปนี้อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตามให้พวกเราทั้ง2ช่องด้วยนะคะ😘❤️
ขอขอบคุณ HongKong FanClub 🙏❤️😘 www.HongKongFanClub.com สำหรับทริปการเดินทางสุดพิเศษของพวกเราในครั้งนี้นะค่ะ ทีมงานทุกคนน่ารักและดูแลพวกเราเป็นอย่างดีมากตลอดทั้งทริปเลยค่ะ HKdisneyland HongKongFanClub
แถมยังอำนวยความสะดวกแนะนำให้พวกเราใช้ ซิม abc เล่นเน็ตฮ่องกง ที่ให้พวกเราไลฟ์สด หรือใช้งานอินเตอร์เน็ทอื่นๆได้อย่างไม่มีติดขัดเลยค่ะ
https://www.hongkongfanclub.com/tickethongkong/simcardhongkong/
ข้อมูล/ราคาบัตรเข้าสวนสนุก/ช่องทางการสั่งซื้อ
https://www.hongkongfanclub.com/tickethongkong/hkdlticket/
ซื้อบัตรเข้าสวนสนุกราคาถูกกว่าหน้าทางเข้า และจองโรงแรมใน Hong Kong Disneyland ได้ที่
Website: www.hongkongfanclub.com
FB: www.facebook.com/hongkongfanclub/ น้องควีน FunFamily ละครสั้น

กระเป๋าเดินทาง (ที่ไม่) วิเศษ ละครสั้น น้องควีน Feat. ใยบัว ใยไหม Fun Family | Magic Travel Luggage

ขอวีซ่าทำงานสปาเมืองจีน Working Visa Spa in China |Maywa


สปาเมืองจีน ได้รับความนิยมมากมายที่จะจ้างคนไทยไปทำงาน แต่เมื่อก่อนเงื่อนไขคือ พนักงานต่างชาติที่ไปเป็นวีซ่าทำงานในประเทศจีน ต้องเรียนจบปริญญาตรี (เพิ่งจะมีการยอมรับให้จ้างวุฒิ ม. 6 ปวช. ปวส. ในเดือนพ.ย. ) นี่เอง

ขอวีซ่าทำงานสปาเมืองจีน Working Visa Spa in China |Maywa

World wide weekend ฮ่องกงครองแชมป์เมืองแพงสำหรับผู้ทำงานต่างประเทศ (25มิ.ย.59)


ฮ่องกงกลับมาครองแชมป์เมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุด สำหรับผู้ที่อาศัยและทำงานอยู่ต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจฮ่องกงกำลังอยู่ในช่วงขาลง และบริษัทต่างๆพากันตัดลดค่าใช้จ่ายของพนักงาน
รายการ World Wide Weekend เสิร์ฟข่าวสารความเคลื่อนไหวทั่วทุกมุมโลกส่งตรงถึงหน้าจอ ออกอากาศ ทุกวันเสาร์อาทิตย์ ทางช่อง 3SD เวลา 6.25 7.00 น. ดูรายการย้อนหลังได้ที่ http://tv.bectero.com/ หรือทาง Facebook : https://www.facebook.com/becteroTV/?fref=ts

World wide weekend ฮ่องกงครองแชมป์เมืองแพงสำหรับผู้ทำงานต่างประเทศ (25มิ.ย.59)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ วีซ่า ทำงาน ฮ่องกง

8 thoughts on “[NEW] รู้จัก วีซ่า Work and Holiday ออสเตรเลีย ละเอียดครบทุกขั้นตอน พร้อมยื่น! | วีซ่า ทำงาน ฮ่องกง – POLLICELEE”

  1. Troškovi mogu biti preveliki, jer liječenje često zahtijeva trajne seanse.
    Često neučinkovit za sobe koje imaju teu dijagnoszu preuranjene ejakulacije.
    Počni-prekini tehnika automatski uključuje smanjenje uzbuđenja kao što je gore spomenuto, jer
    stimulacija mora prestati čim se uzbuđenje počne penjati do orgazma.

    Reply
  2. 13 min hd 66% MILFs Masseuses Alexis Fawx And Veronica Avluv Know
    What To Do With Big Dicks 20 min 71% Interracial Threesome sex with Veronica 5 min hd 61% Hardcore interracial double penetration for Veronica Avluv 13 min hd 58% Interracial
    fuck slut Veronica Avluv squirts nonstop while DP’d with
    BBC 5 min hd 81% Horny stepmom Veronica Avluv gets DP’d by a
    BBC.

    Reply
  3. Canlı Tv izle Kesintisiz Donmadan izle Bedava Canlı Tv izle (current) Kategoriler Ulusal Haber Belgesel halk tv
    canlı izle, tjk tv canlı, lig tv canlı izle, tv 8
    canlı izle, şov tv canlı, canlı lig tv izle, 360 tv
    canlı, tv 8 canli, atv canlı tv izle kesintisiz, fb tv canlı, canlı tv izleme, lig tv canlı izle webspor, star.

    Reply

Leave a Comment