[NEW] สำรวจ ‘ความฝัน Gen-Y’ ไทยหนี้ท่วม ธุรกิจล้ม 50-50 Startup ทั่วโลกสะดุด | ข่าว startup – POLLICELEE

ข่าว startup: คุณกำลังดูกระทู้

Gen-Y ทั่วโลกกว่า 2 พันล้านคนคิดเป็นสัดส่วน 30% ของประชากรโลกประเทศไทยมี 22 ล้านคน ส่วนแบ่งรายได้สูงถึง 5 ล้านล้านบาทต่อปีหรือ 25% รายได้รวมของประเทศ  ถูกตั้ง ‘ความคาดหวังสูง’ ในหลายเรื่อง แต่อีกด้านพบ ‘หนี้สิน’ และ ‘หนี้เสีย’ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นิยมทำธุรกิจร้านกาแฟ-ร้านค้าออนไลน์ แต่ประสบความสำเร็จเพียง 50% ด้าน Startup กว่า 9 ใน 10 ก็ทยอยล้มเหลว เม็ดเงินอัดฉีดลดลงฮวบ ที่มาภาพประกอบ: Morgen Schuler

กลุ่มคน Generation Y หรือ ‘คน Gen-Y’ คือกลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ.2523-2540 (ค.ศ.1980-1997) เติบโตมาในช่วงที่โลกกำลังเข้าสู่ยุคสารสนเทศข่าวสารข้อมูลเต็มรูปแบบ มีการปฎิวัติทางเทคโนโลยีการสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เคลื่อนที่ และอินเตอร์เน็ต นอกจากนี้กลุ่มคน Gen-Y ยังผ่านความผันผวนมาหลายครั้ง ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตของเศรษฐกิจแบบก้าวกระโดด (ช่วงปี 2530- ก่อนปี 2540) ผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งสำคัญในปี 2540 และ 2550 ผ่านการรัฐประหารปี 2534, 2549 และ 2557 ปัจจุบันคนกลุ่ม Gen-Y ที่มีอายุระหว่าง 19-36 ปี ถูกตั้งความคาดหวังสูงกว่ากลุ่มที่เกิดก่อนหน้านี้ในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในด้านการเป็น ‘ผู้บริโภค’ ที่ปัจจุบันผู้บริโภคกลุ่ม Gen-Y ทั่วโลกมีกว่า 2 พันล้านคน คิดเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดราว 30% ของประชากรโลก ส่วนในไทยประเมินว่ามีถึง 22 ล้านคน ทำให้คน Gen-Y ถูกมองว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ธุรกิจเกือบทุกประเภทจึงพยายามเจาะตลาดกลุ่ม Gen-Y นี้  และในด้านการก้าวสู่การเป็น ‘ผู้ประกอบการ’ นั้น กลุ่มคน Gen-Y ก็ถูกมองเป็นความหวังอีกเช่นกัน เนื่องจากเกิดมาในยุคของข่าวสารข้อมูล ใช้เทคโนโลยีคล่องแคล่ว กล้าเสี่ยง และมีความทะเยอทะยานในการเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้า ที่มีค่านิยมมุ่งไปที่การทำงานประจำ

ในรายงานชิ้นนี้ TCIJ ได้รวบรวมข้อมูลในแง่มุมต่าง ๆ ของคน Gen-Y ทั้งความคาดหวังต่อคนกลุ่มนี้ รวมถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

(คลิ๊กอ่าน ‘จับตา: เจเนอเรชั่นไหน? เกิดระหว่างปีใด?’ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องช่วงอายุของแต่ละเจเนอเรชั่นก่อนอ่านหัวข้อต่อไป)

Gen-Y แต่งงาน-มีลูกลดลง อยู่คนเดียวมากขึ้น

ข้อมูลจากจากรายงานสุขภาพคนไทย 2559 จัดทำโดยสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดลภายใต้การสนับสนุนของทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเผยเมื่อช่วงเดือน ก.ย. 2559 ที่ได้ทำการ ศึกษาข้อมูลประชากรในสัดส่วนหลายเจเนอเรชั่น มีการแบ่งสัดส่วนประชากรของประเทศไทย พบว่าคน Gen-X (ในรายงานสุขภาพคนไทย 2559 นิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2504-2524 แต่โดยทั่วไปแล้วนิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2508-2522) มีจำนวนสูงที่สุดถึง 23 ล้านคน ตามมาด้วยคน Gen-Y (ในรายงานสุขภาพคนไทย 2559 นิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2525-2548 แต่โดยทั่วไปแล้วนิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2540) 22 ล้านคน และ Baby boomers (ในรายงานสุขภาพคนไทย 2559 นิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2486-2503 แต่โดยทั่วไปแล้วนิยามว่าเกิดระหว่างปี พ.ศ.2489-2507) อยู่ที่ 11.7 ล้านคน และกลุ่มคนหลัง Gen-Y อยู่ที่ 7.8 ล้านคน ทั้งนี้พบว่ากลุ่มคน Gen-X และ Gen-Y มีการแต่งงานลดลงเช่นเดียวกับความต้องการมีลูก สาเหตุหลักมาจากคนสองกลุ่มนี้ต้องการความเป็นอิสระในการใช้ชีวิต รวมทั้งผู้หญิงยุคใหม่นิยมพึ่งพาตนเองมากขึ้น ชอบใช้ชีวิตอิสระโดยมากกว่า 1 ใน 3 ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียม หอพัก นอกจากนี้กลุ่มคน Gen-Y ในเขตเมืองมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกอายุเฉลี่ย 15 ปี และจำนวนคู่นอนเฉลี่ยในผู้หญิงสูงขึ้นโดยวัยรุ่นหญิง 15-19 ปี จำนวนคู่นอนเฉลี่ยอยู่ที่ 5 คน เท่ากับวัยรุ่นชาย

Gen-Y ‘เปลี่ยนงานบ่อย-ชอบทำงานที่มีคอมมิชชั่น’

ในรายงาน ‘Insight กลยุทธ์มัดใจผู้บริโภค Gen-Y’ โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ทำการสำรวจกลุ่มคนเจเนอเรชั่นต่าง ๆ (Baby Boomers, Gen-X และ Gen-Y) รวม 7,500 คน ในกรุงเทพฯ 57% และต่างจังหวัด 43% เมื่อปี 2557 ผลสำรวจระบุว่ากลุ่ม Gen-Y ไทยนั้นชอบเลือกงาน เปลี่ยนงานบ่อยกว่าคนเจเนอเรชั่นก่อน และพอใจกับค่าตอบแทนตามผลการทำงาน เมื่อเจาะลึกลงไปพบว่าทั้งแรงงาน Gen-Y ไทยและตะวันตกมักจะช่างเลือกและเปลี่ยนงานบ่อย โดยกว่า 50% ของ Gen-Y กลุ่มบน (อายุระหว่าง 30 ถึง 34 ปี) เคยเปลี่ยนงานมาแล้ว 2-3 ที่ ขณะที่ Baby Boomers ส่วนใหญ่ราว 35% ยังคงทำงานที่แรกอยู่ และครึ่งหนึ่งของ Gen-X ยังทำงานที่แรกหรือไม่ก็ที่ที่สอง ส่วน Gen-Y กลุ่มล่าง (อายุระหว่าง 25 ถึง 29 ปี) จำนวนมากเปลี่ยนไปทำงานที่ที่สองแล้ว จึงเห็นได้ชัดเจนว่า Gen-Y เป็นกลุ่มที่ยังมีอายุน้อยแต่เปลี่ยนงานบ่อยกว่าเจเนอเรชั่นก่อน  ทั้งนี้หากพิจารณาถึงการเข้าสังคมของกลุ่มคน Gen-Y มักจะโอกาสในหน้าที่การงานใหม่ ๆ มากกว่ากลุ่มคนที่มีอายุมากกว่า นอกจากนี้ 41% ของ Gen-Y ชอบค่าตอบแทนแบบคอมมิชชั่น ในขณะที่มีเพียง 33% ของ Gen-X และ 25% ของ Baby Boomers เท่านั้นที่ชอบค่าตอบแทนรูปแบบนี้ ซึ่งชี้ให้เห็นว่าคน Gen-Y ช่างเลือกและเรียกร้อง จึงพอใจกับค่าตอบแทนที่เป็นธรรมตามปริมาณงานที่ทำจริง

Gen-Y – ต้องใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ทำการตลาด

นอกจากนี้ ในรายงานของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ ยังระบุว่ากลุ่ม Gen-Y ไทยยังมีรายได้ค่อนข้างสูงแม้จะยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว รวมทั้งยังเป็นกลุ่มผู้บริโภคซึ่งอยู่ในช่วงอายุที่มีอัตราการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ด้วยความที่เป็นกลุ่มคนขนาดใหญ่ ประมาณการว่า Gen-Y ไทยมีส่วนแบ่งรายได้สูงถึง 5 ล้านล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็น 25% ของรายได้รวมของประเทศ คน Gen-Y ยังมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ 30,000 บาท ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับคนรุ่นก่อนมาก (รายได้เฉลี่ยของกลุ่ม Gen-X เท่ากับ 35,000 บาท และ Baby boomers เท่ากับ 32,000 บาท)  และเนื่องจากกลุ่ม Gen-Y ยังอยู่ในช่วงอายุที่มีการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับรายได้ ดังนั้นรายได้ที่ค่อนข้างสูงของผู้บริโภคกลุ่มนี้จึงหมายถึงค่าใช้จ่ายที่สูงด้วย โดยกลุ่ม Gen-Y มีรายจ่ายสูงถึงประมาณ 80% ของรายได้ (ในขณะที่อีกสองเจเนอเรชั่นก่อนหน้าใช้จ่ายเพียง 65-70% ของรายได้เท่านั้น) ปัจจุบันธุรกิจต่าง ๆ ก็มองว่ากลุ่ม Gen-Y เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักอย่างชัดเจนเนื่องจากมีศักยภาพการจับจ่ายใช้สอยสูงสุด

ความคล้ายคลึงและแตกต่างของคน Gen-Y ชาวไทยและชาวตะวันตก [ที่มา: รายงาน ‘Insight กลยุทธ์มัดใจผู้บริโภค Gen-Y’ โดยศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (EIC) ธนาคารไทยพาณิชย์]

ผลสำรวจยืนยันว่ากลุ่ม Gen-Y ไทยมีความคล่องตัวด้านเทคโนโลยีมากกว่ารุ่นอื่น ๆ จากระดับการใช้งานอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ โดย 79% ของ Gen-Y ติดตามและรับรู้ข้อมูลข่าวสารจากสื่อสังคมออนไลน์ และ 69% อ่านข่าวจากเว็บไซต์ต่าง ๆ มีเพียง 26% เท่านั้นที่ยังคงอ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์  ทั้งนี้ ในแต่ละวัน Gen-Y กว่าครึ่งหรือราว 55% ใช้เวลามากกว่า 2 ชั่วโมงในการเข้าใช้เว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ในขณะที่ Gen-X และ Baby Boomers มีเพียง 36% และ 25% ตามลำดับ ซึ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญของการใช้เทคโนโลยีในแต่ละกลุ่มอายุ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่น ๆ ที่สนับสนุนว่า Gen-Y มีความคล่องตัวด้านเทคโนโลยี เช่น ความถี่ของการใช้งานอินเทอร์เน็ต วิธีซื้อสินค้าและชำระเงิน รวมถึงประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ภาคธุรกิจจึงหันมาใช้เทคโนโลยีในการเป็นช่องทางเข้าถึง ดึงดูดและตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้บริโภค Gen-Y

‘เป็นผู้ใหญ่นั้นเจ็บปวด’ เมื่อหนี้สินคน Gen-Y พุ่ง

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด หรือ เครดิตบูโร ระบุว่าจากฐานข้อมูลบัญชีสินเชื่อในระบบของเครดิตบูโรที่มีสมาชิกทั้งสิ้น 93 แห่ง ทั้งสถาบันการเงินที่รับฝากเงิน (Bank) และสถาบันการเงินไม่รับฝากเงิน (Non-bank) ณ สิ้นเดือน ส.ค. 2559 นั้นมีสินเชื่อทั้งสิ้น 92.50 ล้านบัญชี พบว่ากลุ่มคน Gen-Y อายุ 19-36 ปี (นิยามของเครดิตบูโรใช้เหมือนคำนิยามทั่วไปคือเกิดระหว่างปี พ.ศ.2523-2540) เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อรายใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล ในกลุ่มสินเชื่อบ้านแต่ละปีจะมีบัญชีลูกค้าใหม่เพิ่มเฉลี่ยปีละ 3 แสนบัญชี และครึ่งแรกปี 2559 นี้มีลูกค้าใหม่ 1.6 แสนบัญชี ซึ่งพบว่าเป็นการกู้ของลูกค้า Gen-Y ถึง 50% เพิ่มขึ้นจาก 46% และ 40% จากปี 2558 และปี 2557 ตามลำดับ ส่วนกลุ่มสินเชื่อรถยนต์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา มีบัญชีใหม่ 6.3 แสนบัญชี เป็นลูกค้า Gen-Y 43% เพิ่มขึ้นจาก 41% และ 38% ในปี 2558 และปี 2557 ขณะที่สินเชื่อบัตรเครดิตมีลูกค้าใหม่ 1 ล้านบัญชี เป็น Gen-Y 53% เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปีที่ผ่านมาและ 47% จากปี 2557 สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลในช่วง 6 เดือนแรก มีบัญชีใหม่ 1.26 ล้านบัญชี เป็นสัดส่วนลูกค้า Gen-Y 48% เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีสัดส่วน 46% ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันคน Gen-Y เป็นกลุ่มที่มีการขอสินเชื่อหน้าใหม่เพิ่มขึ้นในทุกประเภทสินเชื่อ โดยในสินเชื่อบ้านเป็นสัดส่วนของลูกค้า Gen-Y  ถึง 50% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการกู้ซื้อบ้านราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท โดยคน Gen-Y มีหนี้เสียในสินเชื่อบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสในช่วงกว่า 4 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ กลุ่มคน Gen-X และ Gen-Y ก็ยังเป็นกลุ่มที่ต้องจับตาในประเด็นหนี้เสียในทุกประเภทสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่ม Gen-Y ที่ธุรกิจสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมุ่งเป้าเป็นกลุ่มตลาดที่สำคัญ จากข้อมูลของเครดิตบูโรพบว่าลูกค้ากลุ่ม Gen-Y นี้มีหนี้เสียในบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในด้านจำนวนบัญชีและมูลค่าหนี้เสีย แตกต่างจากกลุ่ม Baby boomers ที่จำนวนบัญชีและมูลค่าหนี้เสียค่อย ๆ ชะลอตัวแล้ว ปัจจุบันพบว่าธุรกิจบัตรเครดิตปรับตัวมุ่งไปทำตลาดอยู่ 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่มีเงินเดือนเกิน 50,000 บาท กับกลุ่มขอกู้ครั้งแรก ซึ่งก็คือกลุ่มคน Gen-Y ทั้งนี้คน Gen-Y ถูกมองว่าแม้จะไม่มีเงินออมแต่ก็มีรายได้และใช้อุปกรณ์ดิจิตอล ทำให้บริษัทบัตรเครดิตต่าง ๆ จึงรุกทำตลาดกลุ่มนี้ผ่านสื่อดิจิตอลที่ต้นทุนในการทำการตลาดไม่แพงมากนัก สอดคล้องกับข้อมูลจากธุรกิจบัตรเครดิต บมจ.บัตรกรุงไทย (KTC) ระบุว่าหลายปีที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ หันมาเน้นกลุ่มลูกค้า Gen-Y ที่เพิ่งเริ่มทำงาน และมีบัตรเครดิตใบแรก ทำให้มีการใช้งานในระยะยาว ซึ่งบริษัทฯ จะเน้นจัดแคมเปญโปรโมชั่นเพื่อให้ตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้ เช่น แคมเปญส่วนลดในห้างสรรพสินค้า เป็นต้น โดยหลักเกณฑ์ในการอนุมัติบัตรเครดิตก็ขึ้นอยู่กับอาชีพ รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ของตัวลูกค้า ในภาพรวมมีอัตราอนุมัติอยู่ที่ 46-47% โดยกลุ่ม Gen-Y มักจะจับจ่ายหมวดอาหารและซื้อทางออนไลน์มาก ส่งผลให้ธนาคารพยายามออกโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อเข้าถึงฐานลูกค้ากลุ่ม Gen-Y นี้

ธุรกิจของคน Gen-Y โอกาสสำเร็จและล้มเหลว 50% – 50%

ร้านกาแฟเท่ ๆ เก๋ ๆ หนึ่งในธุรกิจยอดฮิตที่คน Gen-Y เลือกทำเมื่อจบการศึกษาหรือออกจากงานประจำมา (ภาพประกอบร้านกาแฟจากต่างประเทศ ที่มาภาพ: Courier Mail)

ในขณะเดียวกัน กลุ่มคน Gen-Y ก็ถูกมองอย่างคาดหวังเนื่องจากเกิดมาในยุคของข่าวสารข้อมูล ใช้เทคโนโลยีคล่องแคล่ว กล้าเสี่ยงและมีความทะเยอทะยานในการเป็นเจ้าของธุรกิจมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้าที่มีค่านิยมมุ่งไปที่การทำงานประจำที่มั่นคง ส่วนกรณีของไทยจากการสำรวจของธนาคารไทยพาณิชย์พบว่าค่านิยมการเป็นเจ้าของธุรกิจของคนไทยอาจจะไม่เท่ากับชาวตะวันตก แต่คน Gen-Y ไทยเองก็มีค่านิยมในการทำธุรกิจส่วนตัวมากกว่าคนรุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด

ในปี 2558 สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ OKMD ได้สำรวจพบว่าคน Gen-Y อายุ 20-35 ปี ที่มีความต้องการทำธุรกิจของตัวเองเมื่อเรียนจบคิดเป็นสัดส่วนถึง 38% ถือว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วง 5 ปีที่ผ่านมาที่มีสัดส่วนไม่ถึง 20% สำหรับธุรกิจที่คนรุ่นใหม่ต้องการทำมากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านค้าออนไลน์ และการขายสินค้าต่าง ๆ อย่างไรก็ตามโอกาสที่ธุรกิจของคน Gen-Y จะประสบความสำเร็จนั้น OKMD ประเมินว่ามีเพียง 50% เท่านั้น ส่วนอีก 50% ยังล้มเหลว โดยสาเหตุหลักที่คน Gen-Y  ไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจ เนื่องจากไม่มีข้อมูลและไม่ได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งแนวโน้ม โอกาสของตลาด และเทรนด์ของลูกค้าอย่างเพียงพอ รวมทั้งการที่ไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจมาก่อน

โดยเฉพาะ ‘ร้านกาแฟ’ ที่อาจจะเป็นหนึ่งดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการทำธุรกิจของคน Gen-Y เพราะถือว่าเป็นธุรกิจเริ่มต้นยอดฮิตของคนกลุ่มนี้  เนื่องด้วยมูลค่าตลาดของร้านกาแฟในประเทศไทยที่มีอยู่สูงกว่า 8,000 ล้านบาท และมีแบรนด์ใหญ่ข้ามชาติที่มีทุนสูงและการจัดการแบบมืออาชีพ อาทิเช่น Starbucks และ The Coffee Bean & Tea Leaf และอื่น ๆ ครองตลาดส่วนใหญ่อยู่ รวมทั้งยังมีแบรนด์จากต่างประเทศเข้ามาอยู่เรื่อย ๆ ได้ส่งผลให้ร้านกาแฟ ‘เท่ ๆ เก๋ ๆ’ ของคน Gen-Y ทยอยล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะมีการแข่งขันในอุตสาหกรรมนี้สูง

ทั้งนี้ เมื่อปลายปี 2558 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้เปิดเผยผลการสำรวจความคิดเห็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก จำนวน 580 รายจากทั่วประเทศ เกี่ยวกับธุรกิจที่คาดว่าจะเป็นดาวรุ่ง และดาวร่วง ประจำปี 2559 พบว่าธุรกิจที่เป็น ‘ดาวร่วง’ 10 แรกอันดับ ได้แก่ 1. รถทัวร์/รถไฟ 2. ร้านกาแฟสด 3. ร้านบุฟเฟต์ราคาถูก (เช่น หมูกระทะ) 4. ร้านอินเทอร์เน็ต 5. เสื้อผ้าแฟชั่นราคาถูก 6. ร้านโชวห่วย 7. อาหารทะเลแปรรูป 8. สายการบินทั่วไป 9. ร้านซ่อมคอมพิวเตอร์ และ 10. ร้านขายโทรศัพท์มือถือมือสอง

บทเรียนจากธุรกิจร้านกาแฟในสิงคโปร์

จากการสำรวจของหน่วยงานกำกับธุรกิจและการบัญชีสิงคโปร์ พบว่า มีการเปิดธุรกิจร้านกาแฟราว 369 แห่งในปี 2011 แต่ในปลายปี 2014 เหลือเพียง 100 แห่งเท่านั้น ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกอบธุรกิจอธิบายว่าเจ้าของธุรกิจร้านกาแฟสมัครเล่น (Hipster หรือคน Gen-Y ?) มักไม่ได้ทำการศึกษาตลาดอย่างดีก่อนการเริ่มธุรกิจ อีกทั้งยังขาดแคลนความรู้ที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม เช่น การสต๊อกวัตถุดิบ และการบริหารสภาพคล่อง เป็นต้น

จากการศึกษาในปี 2014 โดย Singapore Productivity Centre หรือ SPC ระบุว่าปัญหาการขาดแคลนแรงงานและสภาพการเงิน เป็นความท้าทายหลักที่ผู้ประกอบการสิงคโปร์ต้องเผชิญ เนื่องจากสิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กที่มีประชากรจำกัด ขณะเดียวกันยังจำกัดโควตาสำหรับแรงงานต่างชาติอีกด้วย ขณะที่พนักงานพาร์ตไทม์ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนนักศึกษาซึ่งมักจะทำงานโดยเฉลี่ยเพียง 2 เดือน จากนั้นจึงกลับไปเรียนต่อ ปัญหาขาดแคลนแรงงานนี้ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านกาแฟหลายรายต้องปิดตัวเองไปในที่สุด นอกจากนี้ปัญหาค่าเช่าก็ยังเป็นอุปสรรคหลักของธุรกิจร้านกาแฟเนื่องจากเป็นต้นทุนอันดับต้น ๆ ที่ผู้ประกอบการต้องเสียเป็นประจำทุกเดือน โดย SPC ระบุได้ว่าสำหรับเทรนด์ธุรกิจร้านกาแฟจะอยู่ในสิงคโปร์ได้อีกนานเท่าไรนั้นยังไม่มีคำตอบ แต่ยอมรับว่ากระแสในธุรกิจนี้แผ่วลงไปเป็นอย่างมาก

“เราตัดสินใจเปิดร้านของเรา เพราะเรารักการทำอาหารและการกิน การเข้ามาทำร้านกาแฟนั้นง่ายมาก แต่การจะอยู่ให้รอดในระยะยาวกลับเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง เราพบคนที่รักการทำอาหารแบบเรา แต่พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเช่นกัน”  ผู้ประกอบการร้านกาแฟรายหนึ่งในสิงคโปร์กล่าวกับ CNBC

ที่มา: cnbc.com

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมากระแสการทำธุรกิจเองของคน Gen-Y ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในเชิงของการเป็น ‘ความหวัง’ ไม่ว่ากระแสการเป็นผู้ประกอบการ (Entrepreneurship) การเป็นเจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) มาถึงระลอกล่าสุดอย่าง การเป็น ‘Startup’  ซึ่งมีจุดเด่นคือการนำเทคโนโลยีมาช่วยสร้างธุรกิจรวมทั้งการระดมทุนจากผู้ลงทุนอื่น ๆ  โดยคำนิยามจาก ฝ่ายพัฒนาความรู้ผู้ประกอบการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า “Startup เป็นกิจการที่เริ่มต้นธุรกิจจากจุดเล็ก ๆ สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดด ออกแบบให้ธุรกิจมีการทำซ้ำได้โดยง่าย (Repeatable) และขยายกิจการได้ง่าย (Scalable) มีการนำเทคโนโลยี และ/หรือ นวัตกรรมมาใช้เป็นหัวใจหลักในการสร้างธุรกิจ มักเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นจากไอเดียเพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน หรือเห็นโอกาสทางธุรกิจที่ยังไม่มีใครเคยคิดหรือทำมาก่อน” ส่วนในการสัมมนาเรื่อง Startups Growth – Learn from The Best Experience เมื่อเดือน ก.ย. 2559 ได้ให้คำนิยามความแตกต่างระหว่าง SMEs และ Startup ไว้ว่า “ข้อแตกต่างระหว่างธุรกิจ SMEs และธุรกิจ Startup คือ ที่ธุรกิจ Startup จำเป็นจะต้องเติบโตให้เร็วที่สุด เนื่องจากทุกไอเดียอาจจะเกิดการลอกเลียนแบบกันได้ ซึ่งนอกจากจะต้องทำให้คนรูจักกับสินค้าและบริการแล้ว ก็ยังต้องหาแหล่งเงินทุนที่จะมาช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างคล่องตัว รวมถึงการสร้างอัตลักษณ์ และความประทับใจในสินค้าและบริการ เพื่อที่จะเป็นแรงจูงใจให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง”

Startup เทรนด์ธุรกิจ Gen-Yไทย 9 ใน 10 ล้มเหลว

ในปัจจุบันนั้น คน Gen-Y ต่างมุ่งสู่การเป็น Startup มากขึ้นแทนการทำงานประจำ เฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีมาผสมผสานกับการทำธุรกิจอย่างที่เรียกว่า Tech Startup ข้อมูลจากสมาคมการค้าเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการเทคโนโลยีรายใหม่ (Thailand Tech Startup Association) ระบุเมื่อปี 2558 ว่ามีผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจ Tech Startup ในประเทศไทยมีจำนวนประมาณ 400-500 บริษัท ส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ (หรือกลุ่ม Gen-Y) โดยเฉพาะกลุ่มนักศึกษาจบใหม่จะนิยมทำธุรกิจเอง สำหรับประเทศไทย Tech Startup เป็นคำที่ถูกเรียกในช่วง 2-3 ปีมานี้ ขณะที่ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ มีการทำธุรกิจแบบ Tech Startup มาหลายปีแล้ว ซึ่งสิงคโปร์ถือเป็นตลาดหลักของการทำTech Startup ของเอเชีย มีการลงทุนธุรกิจโดยระดมทุนผ่านเว็บไซต์ที่เปิดให้เอกชนและคนที่สนใจเข้ามาร่วมระดมทุนเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ  เพื่อร่วมขยายธุรกิจด้วยกัน โดยเป็นการลงทุนที่ประเทศทั้งสหรัฐและยุโรปนิยมมากและประสบความสำเร็จ  ซึ่งเป็นโมเดลที่เริ่มจากสหรัฐฯ มาก่อน  คนรุ่นใหม่ที่มีธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจก็สามารถระดมทุนผ่านทั้งเว็บไซต์ระดมทุนยอดนิยมอย่าง www.kickstarter.com และเว็บไซต์ www.indiegogo.com ที่การระดมทุนของกลุ่ม Tech Startup เงินลงทุนที่มีการลงทุนจะเริ่มตั้งแต่ 5-300 ดอลลาร์สหรัฐฯ และก็สามารถดึงนักลงทุนจากทั่วโลกที่สนใจในธุรกิจ เข้ามาร่วมลงทุนได้ทันที

แต่กระนั้น กระแส Startup น่าจะถูกกล่าวอ้างในแง่บวกจนเกินจริง  และอาจกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ก็เป็นได้ โดยข้อมูลจาก forbes.com เมื่อปี 2557 ระบุว่า Startup กว่า 90% หรือ 9 ใน 10 มักพบกับจุดจบที่ล้มเหลว และมาในปี 2559 ก็พบว่ากระแสปลุกใจของการทำธุรกิจ Startup ในระดับโลกเริ่มแผ่วลง รวมทั้งข่าวร้ายต่าง ๆ นานาเกี่ยวกับ Startup ชื่อดังที่เริ่มประสบปัญหาในการทำธุรกิจ ก็มีมากขึ้น

ข้อมูลจาก The Wall Street Journal Asia เมื่อเดือน ก.ย. 2559 ระบุว่า บริษัทวิจัย Zero2IPO Group ในจีน ได้ชี้ว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2559 กองทุนร่วมลงทุนใหม่ 173 รายในจีนระดมทุนได้ 78,900 ล้านหยวน ลดลงจาก 42% เหลือ 14% จากช่วงเดียวกันของปี 2558 และปี 2557  ส่วนนักธุรกิจร่วมทุน ก็ลงทุนเพียง 1,264 ครั้ง หรือลดลง 1 ใน 3 จากปี 2558 โดยนักวิเคราะห์เศรษฐกิจได้ระบุว่าสิ่ งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทรุดตัวของตลาด แต่ตลาดกำลังลดความร้อนแรงลง ทำให้ Startup หน้าใหม่หลายรายได้รับผลเสียจากเงินทุนที่ไหลเข้ามาน้อยลง ขณะที่ Startup ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น ก็กำลังปรับตัวด้วยการลดต้นทุน แม้ว่านักลงทุนลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมากเมื่อปี 2558 แต่ในปี 2559 นี้กลับมีท่าทีระมัดระวังตัวมากขึ้น

ก่อนหน้านั้นเมื่อเดือน พ.ค. 2559 The Wall Street Journal ก็ได้นำเสนอรายงานเกี่ยวกับ Startup ในเอเชีย โดยระบุว่าในอินเดียการเข้าลงทุนให้กับ Startup ก็ลดลงเช่นกัน โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2559 อยู่ที่ 736 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 17% จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ที่มีถึง 891 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนในเกาหลีใต้มีการเข้าลงทุนให้กับ Startup ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2559 ที่ 45.8 ล้านดอลลาร์ ลดลงถึง 37% จากจำนวน 72.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้นักวิเคราะห์ชี้ว่าตามปกติแล้วการลงทุนด้านเงินทุนใด ๆ ก็ตามให้กับธุรกิจต่าง ๆ ก็มีความเสี่ยงในตัวมันเองอยู่แล้ว ซึ่งความสำเร็จของ Startup ในช่วงเวลาที่ธุรกิจขึ้นถึงจุดสูงสุดก็ไม่อาจสามารถรับประกันได้ว่านักลงทุนจะไม่สูญเสียเงิน และการชะลอเข้าลงทุนครั้งล่าสุดนี้  ยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของ Startup ทั่วโลกอีกด้วย

 

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง:
จับตา: เจเนอเรชั่นไหน? เกิดระหว่างปีใด?

ป้ายคำ

[Update] รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้ใช้งานง่ายขึ้น | ข่าว startup – POLLICELEE

แชร์หน้าเว็บนี้ :

Start menu ของ Windows 10 เป็นสิ่งที่ปรากฏขึ้นเมื่อเราคลิกเมาส์ที่ปุ่ม Windows ตรงมุมล่างซ้ายของหน้าจอ (หรือการกดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด) เชื่อว่าหลายๆ คนอาจยังไม่รู้เลยว่าเจ้า Start menu มันมีประโยชน์อย่างไร เพราะไม่เคยใช้งานสักที จะเรียกใช้โปรแกรมอะไรก็อาศัยดับเบิ้ลคลิกไอคอนบนหน้า Desktop ตามความคุ้นเคย ทิปส์นี้เรามาปรับแต่งหน้าตา Start menu ของ Winows 10 ให้สวยงาม และมีประโยชน์กันดีกว่า ซึ่งแต่ละเทคนิคที่เราจะแนะนำดังต่อไปนี้ บอกเลยว่าง่ายมากๆ

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้ใช้งานง่ายขึ้น

ก่อนที่จะไปดูทิปส์กัน เราขอแนะนำรายละเอียดที่น่าสนใจสักเล็กน้อย เกี่ยวกับเรื่องของ “Tile” ซึ่ง Tile (ที่อยู่ในกรอบสีแดงตามภาพด้านบน) เป็นสิ่งที่มีเพิ่มเข้ามาใน Windows 8 และต่อเนื่องมาถึง Windows 10 พูดให้เข้าใจง่ายๆ Tile ก็คือ “ไอคอน” ของแอป/โปรแกรม ที่ทำอะไรได้มากกว่าไอคอนแบบเดิมๆ 

โดยปกติแล้ว ไอคอน มีไว้ให้เราดับเบิ้ลคลิกเพื่อเรียกใช้งานแอป/โปรแกรม แต่ Tile ทำอะไรได้มากว่านั้น มันสามารถแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากแอปฯ ต่างๆ ได้ อย่างเช่น Tile ของแอปฯ อ่านข่าว ก็จะมีการแสดงข้อความพาดหัวข่าว พร้อมภาพข่าว เพื่อให้เราไม่พลาดข่าวที่น่าสนใจ และคลิกเข้าแอปฯ เพื่ออ่านเนื้อข่าวแบบเต็มๆ ได้ หรืออย่างเช่น แอปฯ พยากรณ์อากาศ ก็จะมีการอัพเดทสภาพอากาศ ณ เวลาจริงให้เห็นบน Tile เลย ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปฯ เพื่อดูสภาพอากาศครับ ซึ่ง Tile ที่มีการแสดงข้อมูลต่างๆ เราเรียกว่า Live Tile ครับ

1. ปรับขนาดของ Start menu

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

เทคนิคง่ายๆ ที่เชื่อว่าหลายคนยังไม่รู้ และสามารถสร้างความแตกต่างได้จริง คือการขยายขนาด Start menu ให้ใหญ่ขึ้น ด้วยการคลิกเมาส์ซ้าย แล้วลากตรงขอบด้านบน หรือขอบด้านขวาของ Start menu จากนั้นก็ขยาย หรือย่อขนาดได้ตามต้องการ โดยเมื่อ Start menu มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถแสดงไอคอน และ Tile ของแอปฯ ต่างๆ ได้มากขึ้นในหน้าจอเดียว ไม่ต้องคอยเลื่อนขึ้นเลื่อนลง เพื่อหาแอปฯ ที่คุณต้องการให้เสียเวลา

2. ปักหมุด หรือถอด Tile ของแอปฯ ออกจาก Start menu

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

Tile ของแอปฯ บางตัวก็รกสายตา และไม่เคยได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ เราสามารถลบการแสดง Tile ของแอปฯ เหล่านี้ได้ด้วยการคลิกขวาที่ Tile แล้วเลือกคำสั่ง Unpin from Start

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

ในทางกลับกัน ถ้าเราต้องการให้แสดง Tile ของโปรแกรมหรือแอปฯ ตัวไหน ก็ให้ทำการค้นหารายชื่อของโปรแกรม/แอปฯ ตัวนั้นที่ทางแถบซ้ายของ Start menu เมื่อพบแล้วก็ให้คลิกขวา แล้วเลือกคำสั่ง Pin to Start เพียงเท่านี้ ก็จะมีการแสดง Tile ของโปรแกรม/แอปฯ ตัวนั้นบน Start menu

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้ใช้งานง่ายขึ้น

สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคยกับหน้าตา Start menu ของ Windows 10 ที่มีแสดงโชว์ Tile เรียงเต็มไปหมด ดูแล้วใช้งานยาก อยากให้ Start menu กลับเป็นอะไรที่เรียบง่ายเหมือนอย่างที่เคยเจอใน Windows XP หรือ 7 ขั้นตอนก็ไม่ยากครับ ให้เราไล่ Unpin Tile ทุกตัวไปให้หมด เมื่อเรา Unpin จน Tile หายเกลี้ยงไปหมดแล้ว ก็ให้เราทำการย่อขนาดของ Start menu ลง (ทำตามเทคนิคที่ 1)

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้ใช้งานง่ายขึ้น

เพียงเท่านี้ หน้าตาของ Start menu ก็จะกลับไปเป็นอะไรที่เรียบง่าย

3. ปรับขนาดของ Tile

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

อีกหนึ่งเทคนิคที่พื้นฐานเอามากๆ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ คือเราสามารถปรับขนาดของ Tile ได้ 4 ขนาด คือ Small, Medium, Wide และ Large ซึ่งการปรับ Tile ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นนั้นเหมาะกับ Tile ของแอปฯ ที่มีการแสดงข้อมูลแบบอัพเดทบน Tile อย่างเช่นแอปฯ รายงานสภาพอากาศ, แอปฯ ข่าว หรือแอปฯ ที่แสดงภาพสวยๆ บน Tile เป็นต้น ซึ่งการปรับขนาด ก็ทำได้ง่ายๆ ด้วยการคลิกขวาที่ Tile > Resize แล้วเลือกขนาดที่ต้องการได้เลย

4. ปิดการแสดงข้อมูลอัพเดทผ่าน Tile

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

การแสดงอัพเดทข้อมูลข่าวสารแบบ Live Tile ก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ แต่ถ้าเราไม่ชอบการแสดงข้อมูลแบบ Live Tile ของแอปฯ บางตัว ก็สามารถปิดการแสดง Live Tile ได้โดยการคลิกขวาที่ Tile จากนั้นคลิกที่ More > Turn live tile off

5. เปลี่ยนสีของ Start menu ให้สวยเก๋

10 เทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

คุณสามารถเปลี่ยนสีสันของ Start menu ให้สดใสสวยงามได้อย่าง่ายดาย แค่ไปที่ Settings > Personalization > Colors แล้วคลิกเลือกสีได้ตามต้องการเลย เมื่อเลือกสีได้แล้ว โทนสีของทั้ง Start menu, Task bar และ Action center จะเปลี่ยนไปตามโทนสีที่คุณเลือกในทันที ถ้ายังไม่พอใจก็เลือกเปลี่ยนโทนสีไปได้เรื่อยๆ

ถ้าจนถึงที่สุดก็ยังไม่เจอโทนสีที่ชอบ ให้ลองคลิกเปิดฟังก์ชั่น Automatically pick an accent color from my background ระบบก็จะทำการเลือกโทนสีให้โดยอัตโนมัติ โดยอิงค่าสีจากภาพ Wallpaper ของคุณ (บางเครื่องอาจมีการเลือกออปชั่น Automatically pick an accent color from my background เอาไว้แล้ว ทำให้เราไม่สามารถเลือกสีได้เอง ต้องเอาตัวเลือกนี้ออกก่อนถ้าเราต้องการเลือกสีเอง)

6. เลือกว่าจะโชว์รายชื่อแอปฯ ล่าสุด หรือแอปฯ ที่ใช้งานบ่อยหรือไม่

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

โดยปกติแล้ว ใน Start menu จะแสดงทั้งรายชื่อแอปฯ ที่เราติดตั้งล่าสุด (Recently added) และแอปฯ ที่ใช้งานบ่อยสุด (Most used) ซึ่งบางคนอาจจะไม่ชอบที่มีรายชื่อแอปฯ มาแสดงเยอะแยะ

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

เราสามารถปิดการแสดงรายชื่อแอปฯ ทั้งในส่วนของ Recently added และ Most used ได้ โดยไปที่ Settings > Personalization > Start แล้วสั่งปิดได้ตามต้องการเลยครับ

7. เอาการแนะนำแอปฯ น่าสนใจออกไปจาก Start menu

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

ในบางครั้ง บน Start menu จะแสดงการแนะนำแอปฯ ที่น่าสนใจ เราสามารถปิดไม่ให้มันแสดงได้

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

โดยการไปที่ Settings > Personalization > Start และปิดการทำงานของคำสั่ง Occasionally show suggestions in Start

8. เปิดใช้ Start menu แบบเต็มหน้าจอ

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

สำหรับคนที่มี Tile ที่ใช้งานบ่อยๆ อยู่เป็นจำนวนมาก ก็เป็นเรื่องดีที่จะเปิดแสดง Start menu ให้เต็มหน้าจอมันซะเลย ให้ไปที่ Settings > Personalization > Start และเปิดการทำงานของฟังก์ชั่น Use Start full screen

รวมเทคนิคปรับแต่ง Start menu ของ Windows 10 ให้สวยงามตามต้องการ

ก็จะได้ผลลัพธ์เป็นแบบนี้ มีพื้นที่สำหรับการแสดง Tile ของแอปฯ ต่างๆ แบบเต็มหน้าจอกันไปเลยครับ


สังเกตการณ์ชุมนุม #ม็อบ14พฤศจิกา64 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ก้าวไกล


สมัครเป็นสมาชิกของช่องนี้เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดทำคลิป
https://www.youtube.com/channel/UCJ842uu2IftweuYAMDGwKqA/join
เงินส่วนนี้จะไม่เข้าพรรคก้าวไกลหรือคณะก้าวหน้า
สังเกตการณ์ชุมนุม ม็อบ14พฤศจิกา64 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
Amarat Chokepamitkul อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล
ช่องก้าวหน้าก้าวต่อไป
จัดทำขึ้นเพื่อกระจายเผยแพร่แนวคิดและอุดมการณ์ประชาธิปไตย
ทางเราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ คุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคอนาคตใหม่ ใดๆ ทั้งสิ้น ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นพรรคก้าวไกล กับคณะก้าวหน้า เราจึงนำเสนอในหนทางของเรา
ก้าวหน้าก้าวต่อไป อนาคตใหม่การเมือง Thanathorn Juangroongruangkit ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เอกพรรณิการ์ วานิช ช่อ ปิยบุตร แสงกนกกุล ป๊อก อนาคตใหม่ อนาคตใหม่ล่าสุด พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รังสิมันต์ โรม ก้าวไกล สู่อนาคตใหม่ ก้าวหน้า เท่าเทียม

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

สังเกตการณ์ชุมนุม #ม็อบ14พฤศจิกา64 อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ก้าวไกล

Read News To Me Startup Video


This video is an explainer video for my new startup Read News To Me, a news reader app for Android \u0026 iOS.

Read News To Me Startup Video

Meet The Next Billion Dollar Start-Up That’s Revolutionizing Nurse Staffing | Forbes


By helping hundreds of hospitals like HCA Healthcare hire nurses faster and with less aggravation, Iman Abuzeid has built the rare VCbacked startup that’s already profitable. It likely won’t be long before it becomes a unicorn.
Iman Abuzeid walked into the Andreessen Horowitz annual barbecue in the summer of 2019 with two term sheets from other VC firms already in hand, but she was determined to leave with a third. The cofounder and CEO of Incredible Health was sure she wanted a16z managing partner Jeff Jordan, the former CEO of online restaurant reservation marketplace OpenTable and senior vice president at eBay, to help grow her nurse hiring startup.
What she didn’t realize is that she would not only land a key investor that night but also one of her company’s marquee customers. Amid the endless trays of hamburgers and ribs at the home of Ben and Felicia Horowitz, Abuzeid, 36, walked past Tina Knowles (Beyoncé’s mom) and CBS anchor Gayle King, and honed in on Bernard Tyson, the late CEO of Kaiser Permanente. Abuzeid says she started the conversation with Tyson the same way she does with all hospital executives she’s pitching. “We’re in a huge nursing shortage,” she tells them. “I’m guessing your units are understaffed, and they don’t have enough nurses?”
Incredible Health cofounder and chief technology officer Rome Portlock
Incredible Health cofounder and chief technology officer Rome PortlockINCREDIBLE HEALTH
Within a month of that barbecue, San Franciscobased Incredible Health, which Abuzeid cofounded with chief technology officer Rome Portlock, 41, had landed Jordan’s firm as the lead investor of its $15 million Series A round. Soon after, it also had inked a deal to work with Kaiser, which encompasses 39 hospitals and is now one of her company’s biggest customers.
Subscribe to FORBES: https://www.youtube.com/user/Forbes?sub_confirmation=1
Stay Connected
Forbes newsletters: https://newsletters.editorial.forbes.com
Forbes on Facebook: http://fb.com/forbes
Forbes Video on Twitter: http://www.twitter.com/forbes
Forbes Video on Instagram: http://instagram.com/forbes
More From Forbes: http://forbes.com
Forbes covers the intersection of entrepreneurship, wealth, technology, business and lifestyle with a focus on people and success.

Meet The Next Billion Dollar Start-Up That's Revolutionizing Nurse Staffing | Forbes

This Company Says Its NEW Battery Has Longer Range And Faster Charging Than Every Other Competitor!!


Covering the topics of New Battery Technology, LithiumIon Batteries, Longer Range, Faster Charging, Better Thermal Stability, Desten \u0026 More!!
Don´t forget to leave your comments below and to support the channel by liking the video and subscribing. Thanks!
Subscribe To The Tesla Domain ➡ https://bit.ly/2ECNiWk
WATCH NEXT 👇
✅ This Startup Says Its New Battery Tech Will Beat Every Rival!!!
https://youtu.be/7bgWNQzByOw
🔥 RELATED VIDEOS:
✅ This Startup Says Its Lithium Sulfur Batteries Have No Rival!!!
https://youtu.be/9LfaIppP1Us
✅ INCREDIBLE!!! This NEW Tesla Patent Will Make Ultra Tough and Cheaper Cars!!!
https://youtu.be/uB4JYEeBrNU
✅ ALERT 🚨 !!! Tesla Partner CATL Just Introduced A FIRST GEN HYPER EFFICIENT SodiumIon Battery!!
https://youtu.be/3hVX9Agz0xI
✅ GAMEOVER!!! This NEW Tesla Patent Could Reduce Costs Up To 33%!!!
https://youtu.be/QjtYZpuunto
✅ IT´S A FACT!! Tesla 4680 Battery Cells First Samples Ready To Go!!
https://youtu.be/kbJNeIRLf50
Desten, a Hong Kong based company, just came up with a revolutionary new battery design that promises charging times of Electric Vehicles reduced to less than 5 minutes. Yes, you heard that right. Desten has announced that their new battery pack goes from 0 to 80% in just 4 minutes 40 seconds.
Best of all, this battery pack doesn’t even face any of the heating issues that generally come with ultrafast charging and doesn’t even need any sort of active cooling.
Sounds too good to be true? Well, wait till you hear what else this futuristic technology comes packing.
 
The Problem
Electric Vehicles have two severe disadvantages over gaspowered ones. While Electric vehicles are insanely fast and showcase some truly mindblowing acceleration, their range just isn’t that good when compared with gaspowered vehicles. Sure, 300 miles on a Tesla sounds good, but what if you need to go farther than 300 miles? Are you going to stop for more than an hour every time your car runs out of charge?
Bad range and slow charging times are the two biggest obstacles stopping consumers from shifting to Electric Vehicles.
Desten, however, might just have come up with the solution. The company has seen a breakthrough in battery chemistry and basically reinvented the battery.
For example, the new battery cell has a peak charge capacity of 900KW. If that sounds a lot, it is. In fact, it’s more than three times higher than the current charge capacity champion, the 270 kW Porsche Taycan.
This same battery technology is rumored to be used in an upcoming car, The Piech GT. The battery in this car is supposed to be 75 KW/H, with the range of this car going up to 311 miles of WLTP, which would be 241 Wh/mile. This makes this car even better than any gaspowered car you can buy: 5 minutes of charging and 311 miles of driving. Heck, that’s even faster than getting gas, meaning Desten just singlehandedly solved the two most significant issues faced by electric vehicles.
___________________________________________________________________________________
🤩 The Tesla Domain is the Number 1 channel to go when you want to be up to date with the latest Tesla news, rumors, and insights. Covering everything related to Elon Musk, Tesla, Space X, The Boring Company, Neuralink, Hyperloop, and the EV industry as a whole! We post videos about every Tesla vehicle, including the Cybertruck, Model 3, Model Y, Model S, Model X, Semi, Roadster, and all the other upcoming EVs from different car manufacturers!
___________________________________________________________________________________
🥸 Disclaimer: All the information provided on this channel and/or videos is of general nature and for entertainment purposes only, and you should use it as a place to start your own research. All reasonable efforts have been made to ensure the accuracy of the information provided, working with sources that we believe to be reliable, but subject to change at any time, without notice.
___________________________________________________________________________________
🗣 Copyright Disclaimer: Section 107 of the U.S. Copyright Act states: “Notwithstanding the provisions of sections 106 and 106A, the fair use of a copyrighted work, including such use by reproduction in copies or phonorecords or by any other means specified by that section, for purposes such as criticism, comment, news reporting, teaching (including multiple copies for classroom use), scholarship, or research, is not an infringement of copyright.”
This video could contain certain copyrighted video clips, pictures, or photographs that were not specifically authorized to be used by the copyright holder(s), but which we believe in good faith are protected by federal law and the fair use doctrine for one or more of the reasons noted above.
For copyright issues or business inquires please contact us at successpillyt@gmail.com
elonmusk tesla thetesladomain

This Company Says Its NEW Battery Has Longer Range And Faster Charging Than Every Other Competitor!!

Israeli startup unveils flying vehicle for commuting


Israeli startup AIR unveiled its first ‘easytooperate’ electric, vertical takeoff and landing aircraft that it aims to sell directly to consumers predominantly in the U.S. starting in 2024.

Israel Startups AIR Technology EVTOL News Reuters
Subscribe: http://smarturl.it/reuterssubscribe
Reuters brings you the latest business, finance and breaking news video from around the globe. Our reputation for accuracy and impartiality is unparalleled.
Get the latest news on: http://reuters.com/
Follow Reuters on Facebook: https://www.facebook.com/Reuters
Follow Reuters on Twitter: https://twitter.com/Reuters
Follow Reuters on Instagram: https://www.instagram.com/reuters/?hl=en

Israeli startup unveils flying vehicle for commuting

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ข่าว startup

Leave a Comment