[NEW] ส่องราคาเป้าหมายหุ้น OR ก่อนเข้าเทรด 11 กุมภาพันธ์นี้ มาดูกันโบรกไหนให้สูงสุด – THE STANDARD | ราคา หุ้น ปิด วัน นี้ – POLLICELEE

ราคา หุ้น ปิด วัน นี้: คุณกำลังดูกระทู้

บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก หรือ OR เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันแรก 11 กุมภาพันธ์นี้ โดยราคาที่เสนอขายให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) อยู่ที่ 18 บาทต่อหุ้น ซึ่งการจัดสรรหุ้น IPO สำหรับผู้ลงทุนทั่วไปนั้นมีผู้ลงทุนทั่วไปจองซื้อเข้ามาสูงถึง 5.3 แสนรายการ และได้รับการจัดสรรต่อรายสูงสุดไม่เกินคนละ 4,500 หุ้น 

 

ส่วนราคาซื้อขายวันแรกจะเป็นอย่างไรนั้น จากการสำรวจพบว่าโบรกเกอร์ส่วนมากให้ราคาเป้าหมายในกรอบ 19-24 บาท 

 

Table of Contents

บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ให้ราคาเป้าหมาย 19.3-23.1 บาทต่อหุ้น

 

ฝ่ายวิจัย บล. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แนะนำให้ ‘ซื้อ’ ราคาเป้าหมาย 19.3-23.1 บาทต่อหุ้น มี Upside 28% จากราคา IPO 18 บาท

 

บริษัทใน SET ที่เทียบเคียงกับ OR ได้คือ PTG เนื่องจากมีทั้งธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และ Non-Oil จึงใช้ P/E เฉลี่ยของ PTG ที่ 20.9 เท่า เป็น Benchmark ในการประเมินราคาที่เหมาะสม แต่ด้วยเครือข่ายธุรกิจและกำไรของ OR ใหญ่กว่ามาก กำหนด Premium เพิ่ม 5-20% โดยหากอิงกำไรต่อหุ้นที่ 0.92 จะได้ราคาเป้าหมายในช่วง 19.3-23.1 บาท

 

“เรามองว่า OR เป็นหุ้นที่น่าสนใจจากเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญ่ การเป็นแฟลกชิปของกลุ่ม ปตท. ในธุรกิจน้ำมันและธุรกิจค้าปลีก เป็นผู้นำอันดับ 1 ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมาอย่างยาวนาน และขยายต่อยอดธุรกิจ Non-Oil เชิงรุกจะช่วยลดความผันผวนของธุรกิจน้ำมันได้ต่อเนื่อง คาดกำไรปีนี้กลับมาเติบโตจากฐานต่ำ และจะเติบโตดียิ่งขึ้นหากการเดินทางด้วยอากาศยานกลับมาปกติ รวมถึงมีกระบวนการการซื้อหุ้นใน SET ของผู้จัดหาหุ้นส่วนเกินจำนวน 390 ล้านหุ้น ประมาณ 13% ของหุ้นที่เสนอขาย”

 

กำไรของ OR ในช่วงปี 2560-2562 อยู่ที่ 9,800 ล้านบาท 7,900 ล้านบาท และ 1.1 หมื่นล้านบาทตามลำดับ แม้กำไรของ Non-Oil จะเติบโตสม่ำเสมอ แต่ก็ไม่เพียงพอชดเชยความผันผวนของธุรกิจน้ำมันได้ กำไรปี 2561 ที่ลดลง 1,900 ล้านบาท เกิดจาก GP ของธุรกิจน้ำมันที่ลดลง 3,100 ล้านบาท จากขาดทุนจากสต๊อก ขณะที่กำไรที่เพิ่มขึ้นในปี 2562 เกิดจาก GP ของธุรกิจน้ำมันที่ 2,100 ล้านบาท โดยเกิดจากค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้น 

 

สำหรับกำไรงวด 9 เดือน ปี 2563 อยู่ที่ 5,900 ล้านบาท ลดลง 34% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดว่ากำไรในปี 2564 จะอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาทกำไรต่อหุ้น 0.92 บาท

 

ตลาดน้ำมันและค้าปลีกยังคงเติบโตดีในระยะยาว ใน 10 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่เป็น Oil BU) ยอดขายน้ำมันของ OR เติบโตสม่ำเสมอเฉลี่ย 2.3% ต่อปี และรักษาตำแหน่งผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาดราว 39-42% ไว้ได้ต่อเนื่อง รวมทั้งค่าการตลาดก็เพิ่มขึ้นจากระดับ 0.75 บาทต่อลิตร เป็น 1.08 บาทต่อลิตร

 

นอกจาก 3 ธุรกิจหลักแล้ว OR ยังถือครองสินทรัพย์และเงินลงทุนที่มีศักยภาพสูง ได้แก่

 

1. การถือครองที่ดิน (กรรมสิทธิ์) ใน PTT Station 135 แห่ง กว่า 1,000 ไร่ ราคาทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมองว่าราคาตลาดน่าจะสูงกว่านั้นมาก เพราะถือครองมานานและมีศักยภาพการพัฒนาพื้นที่ในอนาคต

 

2. ถือหุ้นในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) จำนวน 7.1% มูลค่า 922 ล้านบาท คาดมูลค่าจะเพิ่มขึ้นหากการเดินทางด้วยอากาศยานกลับมาปกติ  

 

3. ถือหุ้นบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย (THAPPLINE) จำนวน 40.5% มูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งสร้างส่วนแบ่งกำไรสม่ำเสมอมาโดยตลอด

 

4. ถือหุ้นบริษัท Flash Express จำนวน 9.6% มูลค่า 1,200 ล้านบาท ซึ่งให้บริการธุรกิจอีคอมเมิร์ซ มีจุดรับส่งพัสดุมากกว่า 2,500 แห่ง ซึ่งยอดส่งพัสดุในปี 2563 เติบโตกว่า 4000% และมีโอกาสเติบโตยิ่งขึ้นตามเทรนด์การซื้อของออนไลน์

 

บล. บัวหลวง คาดกำไรโตเฉลี่ย 14% ในช่วงปี 2563-2565

 

ฝ่ายวิจัย บล. บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยประมาณการอัตราเติบโตของกำไรหลักเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ของ OR จะอยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 14.0% ในระหว่างปี 2563-2565 แม้ว่าเราคาดการณ์ว่ากำไรหลักในปี 2563 จะปรับตัวลดลง 30.8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 1.06 หมื่นล้านบาท กดดันโดยผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงคาดการณ์ว่ากำไรหลักของ OR จะฟื้นตัวในปี 2564 โดยคาดว่าจะขยายตัว 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาอยู่ที่ 1.16 หมื่นล้านบาท 

 

และจะขยายตัว 19.6% มาอยู่ที่ 1.38 หมื่นล้านบาทในปี 2565 หนุนกำไรที่ปรับตัวสูงขึ้นในทุกธุรกิจหลัก บนสมมติฐานว่าไม่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย และสถานการณ์ทั่วโลกค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น

 

โดยกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย, ภาษี, ค่าเสื่อมราคา, ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ที่เพิ่มขึ้น และงบดุลที่แข็งแกร่งขึ้นภายหลังจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ จะส่งผลให้ OR มีความสามารถในการกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุน และเข้าซื้อกิจการในอนาคต นอกจากนั้นสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งน่าจะหนุนความสามารถในการจ่ายเงินปันผลของบริษัทอีกด้วย

 

บล. หยวนต้า มอง PE ยังต่ำเมื่อเทียบกลุ่มค้าปลีก

 

ฝ่ายวิจัย บล. หยวนต้า ประเมินว่า จากผลประกอบการย้อนหลังปี 2561 2562 และ 9 เดือน ปี 2563 อยู่ที่ 9,493 ล้านบาท 10,896 ล้านบาท และ 5,869 ล้านบาท ตามลำดับ มองว่าการเติบโตของบริษัทจะมาจากการขยายตัวของธุรกิจ Non-Oil และธุรกิจในต่างประเทศกลุ่ม CLMV ซึ่งมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจสูง ขณะที่ธุรกิจสถานีบริการน้ำมันในไทยจะยังสามารถเป็นแหล่งรายได้หลักและสร้างกระแสเงินสดให้กับบริษัทต่อไปได้ 

 

แม้ระยะยาวเทคโนโลยีของ EV จะทำให้ OR มีความเสี่ยงจากความต้องการใช้น้ำมันปิโตรเลียม อย่างไรก็ตาม OR สามารถลดความเสี่ยง และเปลี่ยนเป็นการสร้างโอกาสใหม่ทางธุรกิจได้จากการติดตั้ง EV Charger ในสถานีบริการของตัวเอง (ปัจจุบันมี 25 แห่ง)  

 

หากอิงสมมติฐานกำไรปี 2564 ที่ 1.1-1.3 หมื่นล้านบาท (สูงกว่าปี 2561-2562 ที่ 0.9-1.1 หมื่นล้านบาท เพราะจำนวนสาขาที่สูงขึ้น) หรือคิดเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) ราว 0.92-1.08 บาท ที่ราคา IPO จะ Implied เป็น PER2564 ที่ 16.4-19.6 เท่า สูงกว่าผู้ประกอบการธุรกิจสถานีบริการน้ำมันอย่าง PTG ที่ซื้อขายบน PER ระดับ 16 เท่า 

 

อย่างไรก็ตาม OR เป็นผู้นำตลาดในประเทศ ธุรกิจ Non-Oil แข็งแกร่ง และมีโอกาสการเติบโตในต่างประเทศ รวมทั้งระดับ PER ดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มค้าปลีกที่มี PER ระดับ 30 เท่า  

 

บล. เอเซียพลัส ให้ราคาเหมาะสม 24 บาท

 

ฝ่ายวิจัย บล. เอเซียพลัส ประเมินว่า ในปี 2564 ทาง OR น่าจะมีกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 41.2% โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ

 

ส่วนภาพระยะยาวตั้งแต่ปี 2564-2567 คาดว่า OR จะมีกำไรเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 16.7% โดยใช้ปี 2563 เป็นปีฐาน จากการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัว และการเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์

 

ฝ่ายวิจัยกำหนดสมมติฐานให้มีการเปิดสถานีบริการน้ำมัน 108 แห่งต่อปี และเปิดสาขา Cafe Amazon เพิ่ม 418 สาขาต่อปี ตามเป้าหมายหลักของ OR ในขณะที่กลุ่มธุรกิจต่างประทศมีการเปิดสถานีบริการน้ำมันปีละ 35-36 แห่ง และขยายสาขา Cafe Amazon ปีละ 35-36 สาขา

 

ปี 2565-2567 คาด OR จะมีกำไรเติบโต 16.7%, 5.8% และ 6.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาท 1.5 หมื่นล้านบาท และ 1.6 หมื่นล้านบาทตามลำดับ

 

สำหรับมูลค่าหุ้นที่เหมาะสมของ OR ในปี 2564 ด้วยวิธีคิดลดตามกระแสเงินสด (DCF) จะอยู่ที่ประมาณ 24 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (P/E) ที่ 24.3 เท่า ซึ่งถือว่าใกล้เคียงค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของ P/E ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานต่อ P/E ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมค้าปลีกในสัดส่วน 70:30 ซึ่งจะได้ค่า P/E เท่ากับ 25.7 เท่า 

 

ขณะที่คาดจะจ่ายปันผลสูงถึง 0.8 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นอัตราส่วนเงินปันผล (Dividend Yield) ที่ราว 4.2% ภายใต้สมมติฐานราคาหุ้นละ 18.0 บาท

 

พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า 

[Update] ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย | ราคา หุ้น ปิด วัน นี้ – POLLICELEE

 

 

 

การคำนวณหาราคาเปิด (Opening Price) และราคาปิด (Close Price)

 

เพื่อให้การคำนวณหาราคาเปิดและราคาปิดมีความโปร่งใสเป็นธรรม สะท้อนอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริงของหลักทรัพย์ในแต่ละวัน ตลาดหลักทรัพย์ใช้วิธีคำนวณราคาเปิดหรือปิดด้วยวิธี Auction กล่าวคือในช่วงเวลาก่อนเปิดหรือปิดทำการซื้อขาย (Pre Open หรือ Pre Close) สมาชิกจะส่งคำสั่งซื้อขายประเภทระบุราคา หรือคำสั่งประเภท ATO หรือ ATC เข้ามายังระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ของตลาดหลักทรัพย์ โดยระบบจะนำคำสั่งซื้อขายทั้งหมดมาเรียงลำดับตามหลักราคาและเวลาที่ดีที่สุด และ คำนวณเพื่อหาราคาเปิด หรือราคาปิด โดยมีหลักการคำนวน ดังนี้

 

    (1) เป็นราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายมากที่สุดเมื่อแรกเปิดทำการซื้อขายประจำวัน 

    (2) ในกรณีที่ราคาตาม (1) มีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคาที่มีปริมาณคงเหลือหลังการจับคู่น้อยที่สุด (Minimum Imbalance) ตามตัวอย่างที่ 1

    (3) ในกรณีที่ราคาตาม (2) มีมากกว่าหนึ่งราคา ให้ใช้ราคา ดังต่อไปนี้

 

 

3.1 หากมีจำนวนเสนอซื้อรวมมากกว่าจำนวนเสนอขายรวม (Positive Imbalance)
ทุกระดับราคาให้ใช้ราคาตาม (2) ที่สูงที่สุด ตามตัวอย่างที่ 2

3.2 หากมีจำนวนเสนอขายรวมมากกว่าจำนวนเสนอซื้อรวม (Negative Imbalance)
ทุกระดับราคาให้ใช้ราคาตาม (2) ที่ต่ำที่สุด ตามตัวอย่างที่ 3 

3.3 หากมีจำนวนเสนอซื้อรวมเท่ากับจำนวนเสนอขายรวมในทุกระดับราคา ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียง Last Sale หากไม่มี Last Sale ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียงราคา IPO หากไม่มีราคา IPO ให้ใช้ราคาที่สูงกว่า ตามตัวอย่างที่ 4

3.4 หากเป็นกรณีที่มีทั้ง Positive Imbalance และ Negative Imbalance ให้พิจารณาเฉพาะ 2 ระดับราคาที่เป็นช่วงเปลี่ยนจาก Positive Imbalance เป็น Negative Imbalance และเลือกราคาที่ใกล้เคียง Last Sale หากไม่มี Last Sale ให้ใช้ราคาที่ใกล้เคียงราคา IPO หากไม่มีราคา IPO ให้ใช้ราคาที่สูงกว่า ตามตัวอย่างที่ 5

 

ทั้งนี้ระบบการซื้อขายจะจัดให้คำสั่ง ATO / ATC เป็นราคาดังนี้

  • หาก ATO/ATC เป็น Bid : ระบบการซื้อขายจะเทียบ ระหว่าง Bid สูงสุด+1 tick และ Offer สูงสุด และเลือกราคาที่สูงกว่า 
  • หาก ATO/ATC เป็น Offer : ระบบการซื้อขายจะเทียบ ระหว่าง Offer ต่ำสุด-1 tick และ Bid ต่ำสุด และเลือกราคาที่ต่ำกว่า

 

ตัวอย่าง 1 : Maximum Executable Volume & Minimum Imbalance

 

ตัวอย่าง 2 : Buy Pressure (Imbalance มีค่าเป็น +) ใช้ราคาสูงสุด

 

ตัวอย่าง 3 : Sell Pressure Pressure (Imbalance มีค่าเป็น -) ใช้ราคาต่ำสุด

 

ตัวอย่าง 4 : Market Pressure = 0 ใช้ราคาใกล้เคียง Last Sale

 

ตัวอย่าง 5 : ถ้ามี Buy Pressure และ Sell Pressure ให้เทียบ 2 ราคาที่ Market Pressure เปลี่ยนจาก Buy เป็น Sell (เปลี่ยนจาก + เป็น – ) และใช้ราคาใกล้เคียง Last Sale

 

 


หุ้นไทยวันนี้ I ชั่วโมงทำเงิน I 15-02-64


รายการ ชั่วโมงทำเงิน วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 9.3010.30 น.
TNNชั่วโมงทำเงิน หุ้นไทยวันนี้ หุ้น
แรงดีไม่มีแผ่ว ‘Bitcoin’ ราคาพุ่งเกิน 1.5 ล้านบาท
ทรัมป์รอด! พ้นข้อกล่าวหาปลุกม็อบบุกสภา
\”ไบเดน\” มั่นใจ ชาวอเมริกัน 300 ล้านคนได้ฉีดวัคซีน
จับตาทั่วโลกไทย รายงานจีดีพีไตรมาส 4/63
ชี้กระดาน SMEsStartup ไม่เหมาะกับรายย่อย
เช็คราคาทองวันนี้
กับคุณจรณเวท ศักดิ์ศรี
ผู้อำนวยการฝ่ายแนะนำการลงทุน บริษัท หลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน คลาสสิก ออสสิริส จำกัด
หุ้นไทยวันนี้
กับคุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม
รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส
OR กำไรวันแรก 62% จับตา PTT หุ้นแม่วิ่งรับข่าวดี
จิ๊กซอร์ใหม่ \”OR\” ขับเคลื่อนธุรกิจโตต่อเนื่อง 5 ปี
TNNชั่วโมงทำเงิน เจี่ยโศภณ อ๋อยอังคนางค์ หุ้น ทองคำ TNNช่อง16
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
website: www.TNNTHAILAND.com
facebook : TNNONLINE
facebook live : TNN Live
twitter : TNNONLINE
Line : @TNNONLINE
Youtube Official : TNNONLINE
Instagram : TNN_ONLINE
TIKTOK : @TNNONLINE

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

หุ้นไทยวันนี้ I ชั่วโมงทำเงิน I 15-02-64

EP 05: คาดการณ์ราคาหุ้นช่วงตลาดกำลังจะเปิด/ปิด (Top Projected Open/Projected Close)


ช่วงที่ตลาดกำลังจะเปิดหรือปิด หุ้นตัวไหนที่จะเปิดราคาสูงหรือต่ำ ตอบโจทย์การหาหุ้นน่าสนใจในหน้า Top Projected Open / Projected Close ซึ่งจะแสดงผลหุ้นที่มีความเปลี่ยนแปลง (ขึ้น/ลง) สูง ตาม% หรืออยู่ ณ ระดับ Ceiling/Floor ได้ทันที
.
อย่าลืม !! กด subscribe เพื่อไม่พลาดรายการดีๆกันนะคะ

เปิดบัญชีเพื่อใช้เครื่องมือดีๆ ฟรี ไม่ใช้เอกสาร พร้อมเทรดภายใน 10 นาที 👉 https://bit.ly/OPENACCTRAINER02

อ่านรายละเอียดและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่
📞 Tel : 027822400
🌐 Website : https://bit.ly/WebHERO
📺 YouTube : https://bit.ly/YouTubeHERO
👉 Line@ : http://bit.ly/LineHERO
🗨 Telegram : https://bit.ly/THERO

EP 05: คาดการณ์ราคาหุ้นช่วงตลาดกำลังจะเปิด/ปิด (Top Projected Open/Projected Close)

เปิดตลาดหุ้นไทย เช้าวันนี้ เปิดบวก +13.08(+0.78%) SET 1,692.47 จุด วันที่ 13 กันยายน 2561


เปิดตลาดหุ้นไทย เช้าวันนี้ เปิดบวก +13.08(+0.78%) SET 1,692.47 จุด วันที่ 13 กันยายน 2561

เปิดตลาดหุ้นไทย เช้าวันนี้ เปิดบวก +13.08(+0.78%) SET 1,692.47 จุด วันที่ 13 กันยายน 2561

วิธีดู#ผลหวยหุ้นวันนี้ ออกอะไร ตรวจผลหวยหุ้นไทยรายวันได้ที่ไหน


ผลหวยหุ้นวันนี้ ออกอะไร
http://xnq3cropc2fyf.com

วิธีดู#ผลหวยหุ้นวันนี้ ออกอะไร ตรวจผลหวยหุ้นไทยรายวันได้ที่ไหน

ซื้อขายหุ้นเวลาเปิด- ปิด ราคา ATO,ATC ใช้ช่วงไหน


สำหรับมือใหม่พื้นฐานเบื้องต้นการลงทุนในหุ้นที่เข้าใจง่าย

ซื้อขายหุ้นเวลาเปิด- ปิด ราคา  ATO,ATC ใช้ช่วงไหน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ราคา หุ้น ปิด วัน นี้

Leave a Comment