[NEW] “อัษฎางค์” โต้เดือด ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ” จวก “ทักษิณ” ตายน้ำตื้น ที่บอก กม.ไม่มีปัญหา | สมยศ พฤกษาเกษมสุข – POLLICELEE

สมยศ พฤกษาเกษมสุข: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ชัดเจนมาก! “อัษฎางค์” โต้เดือด “ปิยบุตร” ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ชี้ “ทักษิณ” ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ หลังขอ 2 ฝ่ายเลิกดรามา ชิงกินรวบคะแนน อ้าง กม.ไม่เป็นปัญหา แนะดึงคนเห็นต่างมาพูดคุยกัน

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 พ.ย.) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือน

หมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล

• 1 มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง

• 2 กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้น ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น

• 3 โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล้วงละเมิดสถาบันฯ

• 4 พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี

• 5 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทย หรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ

• 6 จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

• 7 ผู้ที่เห็นว่า ม.112 มีปัญหา คือ ผู้ที่จุดมุ่งหวังจะทำลายความมั่นคงของชาติ

เพราะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ

เราจึงตัองมี ม.112 ไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อปกปกป้องความมั่นคงของชาติ

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการทำลาย ม.112 คือ ผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ

• 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”

• 9 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า

“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี”

• 10 เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก และปฏิบัติตามได้ง่ายมาก ที่จะทำให้ไม่กระทำผิดหรือถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 โดยการละเว้นการกระทำเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ

– ไม่…หมิ่นประมาท
– ไม่…ดูหมิ่น
– ไม่…แสดงความอาฆาตมาดร้าย

ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

• 11 ดังนั้น, ต่อให้ ม.112 กำหนดโทษให้จำคุกร้อยปี พันปี แต่ถ้าไม่มีใครคิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี

• 12 เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่เดือดร้อนกับ ม.112 คือ ผู้ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยความตั้งใจจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย

เพราะพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นความมั่นคงของชาติ จึงพยายามจะทำลายพระมหากษัตริย์ เพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ (จากสยามรัฐออนไลน์)

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ (31 ต.ค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหอกในการเสนอยกเลิก ม.112 และ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงวิธีตอบข้อโต้แย้ง 7 ข้อ โดยสาระสำคัญระบุว่า

ข้อโต้แย้ง : มาตรา 112 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”
ตอบ : มาตรา 112 คือ ความผิดทางอาญา เป็นคนละเรื่องกับมาตรา 6 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญเป็นการรับรองสถานะของกษัตริย์ในทางหลักการว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” รัฐธรรมนูญพูดถึงตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันต่างๆ มิใช่การลงโทษทางอาญาการจะทำให้พระมหากษัตริย์ “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” กษัตริย์ต้องดำรงสถานะเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจบริหารโดยแท้ แต่มีรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจเป็นคนรับผิดชอบแทน

ข้อโต้แย้ง : ประเทศไหนๆ ก็มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse-majesté)
ตอบ : แน่นอนว่า หลายประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐ แม้แต่ในประเทศที่เป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ บางประเทศไม่มีเลย หรือมีแต่ไม่ได้ใช้เลยสำหรับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ จริงๆ แล้วมีประเทศที่ไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น ส่วน สหราชอาณาจักร ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทแบบบุคคลธรรมดาและมีโทษปรับ บางประเทศมีกฎหมาย แต่ไม่ได้นำมาใช้ หรือหากใช้มีโทษเบา หรือใช้เพียงโทษปรับ เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ส่วนในประเทศไทยมีอัตราโทษสูง และนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิเสรีภาพ

ข้อโต้แย้ง : คนธรรมดายังมีโทษหมิ่นประมาท กษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของรัฐยิ่งต้องมี
ตอบ : หากจะอธิบายแบบนี้ว่าในเมื่อบุคคลธรรมดา มีกฎหมายหมิ่นประมาท ดังนั้น ก็โต้แย้งได้ว่าการคุ้มครองความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนบุคคลธรรมดาก็ได้ ส่วนถ้าหากเห็นความสำคัญของตำแหน่งประมุขของรัฐก็อาจเขียนเป็นบทเพิ่มโทษได้ อย่างไรก็ตาม การให้โทษของประมุขของรัฐแตกต่างจากบุคคลธรรมดาก็ต้องไม่แตกต่างจนมากเกินไป

ข้อโต้แย้ง : ขนาดมาตรา 112 มีโทษแรง ยังมีคนละเมิดกฎหมายขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?
ตอบ : การนำคนที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทไปดำเนินคดี ให้ศาลพิพากษาติดคุก ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด แต่การพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุผลอย่างเปิดเผยและปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกยกตัวอย่างกรณีบุคคลธรรมดา หากมีใครมาด่าว่าเรา เราก็ไปฟ้องหมิ่นประมาท ให้ศาลลงโทษ หากเขาติดคุก เขาก็ไม่ได้รักเรามากกว่าเดิม ต่อให้เขามาขอขมาให้หยุดดำเนินคดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้น จะชอบหรือชื่นชอบเรา เพียงแต่กฎหมายบังคับให้เขาต้องสยบยอมเท่านั้นแทนที่จะคิดว่า “โทษแรงยังขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?” ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นการยกเลิกมาตรานี้แล้วทำให้คนแต่ละรุ่นเข้าใจกัน ที่ทุกอย่างรุนแรงมากขึ้น เพราะมีการนำคดีไปยัดใส่กัน

เสรีภาพในการแสดงออกให้คนได้พูดคุยดีเบตถกเถียงกันด้วยเหตุผลในพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกให้คนในสังคมเข้าใจกันมากขึ้น

ข้อโต้แย้ง : ถ้าไม่ทำผิด ไม่เห็นต้องกลัว ถ้าไม่อยากติดคุก ก็ไม่ต้องทำผิดกฎหมาย
ตอบ : คนที่เป็นเหยื่อของมาตรา 112 จำนวนมาก หลายเรื่องไม่ผิดกฎหมายเลย แต่ก็ถูกดำเนินคดี จนเสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียโอกาสในชีวิตไปมหาศาล

ดังนั้น เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ เพราะแม้ไม่ได้ทำผิด ก็โดนมาตรา 112 อยู่ดี เช่น การวิจารณ์การจัดหาวัคซีน, กรณีพูดถึงสุนัขทรงเลี้ยง, คุณแม่ของจ่านิวพิมพ์คำว่า “จ้า”, การวิจารณ์อย่างสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ, พูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวร หรือ รัชกาลที่ 4 แม้ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากมาตรา 112 ถูกใช้เกินขอบเขตไปมาก จนหาบรรทัดฐานไม่เจอ ประชาชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรานี้ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าอะไรผิดหรือไม่ผิด

ข้อโต้แย้ง : บ้านเมืองกำลังลำบากจะมายกเลิกมาตรา 112 ทำไม แก้ปัญหาปากท้องได้หรือ?
ตอบ : ปัญหาของประเทศ สังคม ประชาชนมีหลายเรื่อง สามารถทำทุกเรื่องพร้อมกันหมดได้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจาะจงทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นการเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ทำเรื่องอื่นๆ ทั้งแก้ปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจ ปากท้อง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ทำพร้อมกันหมดได้

ข้อโต้แย้ง : การยกเลิก-แก้ 112 = ล้มเจ้า
ตอบ : มาตรา 112 เป็นกฎหมายมาตราหนึ่ง ดังนั้น ขึ้นชื่อว่ากฎหมายก็แก้ไข ปรับปรุง ยกเลิกได้เสมอ
คนที่เคยเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 มีเยอะแยะ รวมทั้งรอยัลลิสต์ด้วย

มาตรา 112 ไม่ได้เท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ยกเลิกมาตรา 112 ไม่เท่ากับล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

ตรงกันข้ามการยกเลิกมาตรา 112 จะช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์ด้วย

ขณะเดียวกัน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนักโทษคดี ม.112 ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ระบุาว่า

“ทักษิณ ชินวัตร ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ

ทักษิณ ชินวัตร แสดงความคิดเห็นว่า มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาของคนในกระบวนการยุติธรรม แล้วขอให้ทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นใหม่ ถวายความจงรักภักดีให้ถูกต้อง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหา โดยที่ไม่รู้

ทักษิณ อาจลืมไปแล้วว่า อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทยเต็มที่ในช่วงวิกฤตของพรรค โดนกล่าวหามาตรา 112 จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนต้องไปตายอยู่ต่างแดน อีกคนหนึ่งที่ช่วยงานทักษิณและพรรคเพื่อไทยเต็มที่ ก็คือ จักรภพ เพ็ญแข ก็ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนตัวเองต้องหลบภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง ที่ปกป้องทักษิณ ทุกลมหายใจของเขา ส.ส.สุนัย จุลพงษ์ศธร ก็ต้องระเห็จไปอยู่อเมริกา ด้วยถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 และอีกหลายต่อหลายคนที่ถูกเข่นฆ่าเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกล้มเจ้า

คุณงามความดีที่ประชาชนชื่นชมอาจกลายค่าเป็นศูนย์ได้จากความคิดเขลาๆ เยี่ยงนี้

แล้วที่บอกว่า ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหานั่นนะ ลืมไปแล้วไช่ใหม ที่ว่า พรรคเพื่อไทย หัวใจ คือประชาชน แล้วก็ลืมไปแล้วใช่ไหมกับสโลแกนที่ว่า ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” (จากสยามรัฐออนไลน์)

ทั้งนี้ เนื่องจากวานนี้ (2 พ.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ต่อกรณีการเเสนอให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา112 โดยระบุว่า

“2-3 วันนี้ ได้ฟังดรามาเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้ง

ผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัว หรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือ Abuse of Power เพื่อหวังผล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อนสนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)

ฉะนั้น ปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่างๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกัน

ถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ ม.112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็กๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกว่ายกเลิกมาตรา 112 เพราะอารมณ์โกรธ จากอารมณ์โกรธ หรือบางคนก็ต้องการจะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกมาตรา112 ไม่เอาเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนมันมี Yes and No แต่ขณะเดียวกันนั้น การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า และการจัดระเบียบให้เป็นระเบียบเสียจะดีกว่า…

แน่นอน, สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ มากกว่าที่ “ทักษิณ” แสดงความเห็นก็คือ

การละเมิดกฎหมายอาญา “ม.112” หรือ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จนทำให้มีการทำผิดกฎหมาย ม.112 ไม่ใช่อยู่ๆ จะเกิดการกลั่นแกล้ง หรือ ยัดคดี ม.112 กับใครต่อใครมากมาย อย่างที่เห็นว่า มีอยู่จำนวนมากในเวลานี้

แต่เริ่มต้นมาจากความพยายาม “ล้มล้างสถาบันฯ” ตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่เรียกกันว่า “แดงล้มเจ้า” โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักการเมืองบางพวกหนุนหลัง

จนมีม็อบสามนิ้ว โดยการสนับสนุนของนักวิชาการกลุ่มเดิม และนักการเมืองกลุ่มเดิม เรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบันฯ” และมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการละเมิดกฎหมาย ม.112 เกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากการปราศรัยโจมตีสถาบันโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง การเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เผาทำลายสัญลักษณ์ของสถาบัน การปลุกปั่นยุยง รวมทั้งนักการเมืองบางคนโจมตีวัคซีนรัฐบาล แต่โยงไปพาดพิงสถาบัน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งของรัฐบาล ที่อยู่ๆ ก็เอา ม.112 ไปยัดเยียด ซึ่งถ้าไม่พาดพิงสถาบันฯ ก็ไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการที่ศาลฯไม่ให้ประกัน ก็เป็นที่รู้กันว่า เคยให้ประกันแล้วหลายครั้ง แต่มีการทำผิดซ้ำ จึงไม่ให้ประกัน เพื่อไม่ให้ไปทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะการไปละเมิดสถาบัน ซึ่งถ้าใครเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย ติดตามข่าวสารที่เป็นกลางทางการเมือง ก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดดี

ดังนั้น ต่อให้มีการพูดคุย ประเด็นก็จะยังอยู่ที่ การปฏิรูปสถาบันฯ และยกเลิก ม.112 จะเอาอย่างไร??? เพราะมันเป็นข้อเรียกร้อง ที่พวกสามนิ้วประกาศมาตลอดว่าจะไม่ลดเพดาน

“ทักษิณ” พูดง่าย เพราะตัวเองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ พูดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เอาใจทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หรือ ต่อให้ “สภาฯ” จะนำไปสู่การแก้ไข ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เพราะอย่าลืมว่า ประเด็นคือ “ปฏิรูปสถาบัน” และคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน แล้วนักการเมือง ส.ส.จะฟังใคร ประชาชน หรือ ขบวนการสามนิ้ว ลองคิดดู

เรื่องนี้ “ทักษิณ” ก็แค่หวัง “กินรวบ” คะแนนนิยมอย่างฉลาดเหลือร้ายจากทุกฝ่ายเท่านั้นเอง แต่โทษทีมีคนรู้ทัน!?

ชัดเจนมาก! “อัษฎางค์” โต้เดือด “ปิยบุตร” ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ชี้ “ทักษิณ” ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ หลังขอ 2 ฝ่ายเลิกดรามา ชิงกินรวบคะแนน อ้าง กม.ไม่เป็นปัญหา แนะดึงคนเห็นต่างมาพูดคุยกันน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 พ.ย.) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า“12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือนหมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล• 1 มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง• 2 กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้น ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น• 3 โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล้วงละเมิดสถาบันฯ• 4 พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี• 5 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทย หรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ• 6 จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา• 7 ผู้ที่เห็นว่า ม.112 มีปัญหา คือ ผู้ที่จุดมุ่งหวังจะทำลายความมั่นคงของชาติเพราะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐเราจึงตัองมี ม.112 ไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อปกปกป้องความมั่นคงของชาติดังนั้น ผู้ที่ต้องการทำลาย ม.112 คือ ผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ• 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”• 9 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี”• 10 เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก และปฏิบัติตามได้ง่ายมาก ที่จะทำให้ไม่กระทำผิดหรือถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 โดยการละเว้นการกระทำเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ- ไม่…หมิ่นประมาท- ไม่…ดูหมิ่น- ไม่…แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์• 11 ดังนั้น, ต่อให้ ม.112 กำหนดโทษให้จำคุกร้อยปี พันปี แต่ถ้าไม่มีใครคิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี• 12 เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่เดือดร้อนกับ ม.112 คือ ผู้ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยความตั้งใจจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายเพราะพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นความมั่นคงของชาติ จึงพยายามจะทำลายพระมหากษัตริย์ เพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ (จากสยามรัฐออนไลน์)ขณะที่ ก่อนหน้านี้ (31 ต.ค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหอกในการเสนอยกเลิก ม.112 และ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงวิธีตอบข้อโต้แย้ง 7 ข้อ โดยสาระสำคัญระบุว่าข้อโต้แย้ง : มาตรา 112 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”ตอบ : มาตรา 112 คือ ความผิดทางอาญา เป็นคนละเรื่องกับมาตรา 6 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญเป็นการรับรองสถานะของกษัตริย์ในทางหลักการว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” รัฐธรรมนูญพูดถึงตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันต่างๆ มิใช่การลงโทษทางอาญาการจะทำให้พระมหากษัตริย์ “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” กษัตริย์ต้องดำรงสถานะเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจบริหารโดยแท้ แต่มีรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจเป็นคนรับผิดชอบแทนข้อโต้แย้ง : ประเทศไหนๆ ก็มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse-majesté)ตอบ : แน่นอนว่า หลายประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐ แม้แต่ในประเทศที่เป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ บางประเทศไม่มีเลย หรือมีแต่ไม่ได้ใช้เลยสำหรับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ จริงๆ แล้วมีประเทศที่ไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น ส่วน สหราชอาณาจักร ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทแบบบุคคลธรรมดาและมีโทษปรับ บางประเทศมีกฎหมาย แต่ไม่ได้นำมาใช้ หรือหากใช้มีโทษเบา หรือใช้เพียงโทษปรับ เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ส่วนในประเทศไทยมีอัตราโทษสูง และนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิเสรีภาพข้อโต้แย้ง : คนธรรมดายังมีโทษหมิ่นประมาท กษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของรัฐยิ่งต้องมีตอบ : หากจะอธิบายแบบนี้ว่าในเมื่อบุคคลธรรมดา มีกฎหมายหมิ่นประมาท ดังนั้น ก็โต้แย้งได้ว่าการคุ้มครองความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนบุคคลธรรมดาก็ได้ ส่วนถ้าหากเห็นความสำคัญของตำแหน่งประมุขของรัฐก็อาจเขียนเป็นบทเพิ่มโทษได้ อย่างไรก็ตาม การให้โทษของประมุขของรัฐแตกต่างจากบุคคลธรรมดาก็ต้องไม่แตกต่างจนมากเกินไปข้อโต้แย้ง : ขนาดมาตรา 112 มีโทษแรง ยังมีคนละเมิดกฎหมายขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?ตอบ : การนำคนที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทไปดำเนินคดี ให้ศาลพิพากษาติดคุก ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด แต่การพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุผลอย่างเปิดเผยและปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกยกตัวอย่างกรณีบุคคลธรรมดา หากมีใครมาด่าว่าเรา เราก็ไปฟ้องหมิ่นประมาท ให้ศาลลงโทษ หากเขาติดคุก เขาก็ไม่ได้รักเรามากกว่าเดิม ต่อให้เขามาขอขมาให้หยุดดำเนินคดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้น จะชอบหรือชื่นชอบเรา เพียงแต่กฎหมายบังคับให้เขาต้องสยบยอมเท่านั้นแทนที่จะคิดว่า “โทษแรงยังขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?” ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นการยกเลิกมาตรานี้แล้วทำให้คนแต่ละรุ่นเข้าใจกัน ที่ทุกอย่างรุนแรงมากขึ้น เพราะมีการนำคดีไปยัดใส่กันเสรีภาพในการแสดงออกให้คนได้พูดคุยดีเบตถกเถียงกันด้วยเหตุผลในพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกให้คนในสังคมเข้าใจกันมากขึ้นข้อโต้แย้ง : ถ้าไม่ทำผิด ไม่เห็นต้องกลัว ถ้าไม่อยากติดคุก ก็ไม่ต้องทำผิดกฎหมายตอบ : คนที่เป็นเหยื่อของมาตรา 112 จำนวนมาก หลายเรื่องไม่ผิดกฎหมายเลย แต่ก็ถูกดำเนินคดี จนเสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียโอกาสในชีวิตไปมหาศาลดังนั้น เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ เพราะแม้ไม่ได้ทำผิด ก็โดนมาตรา 112 อยู่ดี เช่น การวิจารณ์การจัดหาวัคซีน, กรณีพูดถึงสุนัขทรงเลี้ยง, คุณแม่ของจ่านิวพิมพ์คำว่า “จ้า”, การวิจารณ์อย่างสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ, พูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวร หรือ รัชกาลที่ 4 แม้ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากมาตรา 112 ถูกใช้เกินขอบเขตไปมาก จนหาบรรทัดฐานไม่เจอ ประชาชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรานี้ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าอะไรผิดหรือไม่ผิดข้อโต้แย้ง : บ้านเมืองกำลังลำบากจะมายกเลิกมาตรา 112 ทำไม แก้ปัญหาปากท้องได้หรือ?ตอบ : ปัญหาของประเทศ สังคม ประชาชนมีหลายเรื่อง สามารถทำทุกเรื่องพร้อมกันหมดได้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจาะจงทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นการเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ทำเรื่องอื่นๆ ทั้งแก้ปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจ ปากท้อง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ทำพร้อมกันหมดได้ข้อโต้แย้ง : การยกเลิก-แก้ 112 = ล้มเจ้าตอบ : มาตรา 112 เป็นกฎหมายมาตราหนึ่ง ดังนั้น ขึ้นชื่อว่ากฎหมายก็แก้ไข ปรับปรุง ยกเลิกได้เสมอคนที่เคยเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 มีเยอะแยะ รวมทั้งรอยัลลิสต์ด้วยมาตรา 112 ไม่ได้เท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ยกเลิกมาตรา 112 ไม่เท่ากับล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ตรงกันข้ามการยกเลิกมาตรา 112 จะช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์ด้วยขณะเดียวกัน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนักโทษคดี ม.112 ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ระบุาว่า“ทักษิณ ชินวัตร ตายน้ำตื้นอยู่เสมอทักษิณ ชินวัตร แสดงความคิดเห็นว่า มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาของคนในกระบวนการยุติธรรม แล้วขอให้ทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นใหม่ ถวายความจงรักภักดีให้ถูกต้อง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหา โดยที่ไม่รู้ทักษิณ อาจลืมไปแล้วว่า อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทยเต็มที่ในช่วงวิกฤตของพรรค โดนกล่าวหามาตรา 112 จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนต้องไปตายอยู่ต่างแดน อีกคนหนึ่งที่ช่วยงานทักษิณและพรรคเพื่อไทยเต็มที่ ก็คือ จักรภพ เพ็ญแข ก็ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนตัวเองต้องหลบภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง ที่ปกป้องทักษิณ ทุกลมหายใจของเขา ส.ส.สุนัย จุลพงษ์ศธร ก็ต้องระเห็จไปอยู่อเมริกา ด้วยถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 และอีกหลายต่อหลายคนที่ถูกเข่นฆ่าเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกล้มเจ้าคุณงามความดีที่ประชาชนชื่นชมอาจกลายค่าเป็นศูนย์ได้จากความคิดเขลาๆ เยี่ยงนี้แล้วที่บอกว่า ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหานั่นนะ ลืมไปแล้วไช่ใหม ที่ว่า พรรคเพื่อไทย หัวใจ คือประชาชน แล้วก็ลืมไปแล้วใช่ไหมกับสโลแกนที่ว่า ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” (จากสยามรัฐออนไลน์)ทั้งนี้ เนื่องจากวานนี้ (2 พ.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ต่อกรณีการเเสนอให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา112 โดยระบุว่า“2-3 วันนี้ ได้ฟังดรามาเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้งผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัว หรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือ Abuse of Power เพื่อหวังผลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อนสนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)ฉะนั้น ปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่างๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกันถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ ม.112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็กๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญเพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกว่ายกเลิกมาตรา 112 เพราะอารมณ์โกรธ จากอารมณ์โกรธ หรือบางคนก็ต้องการจะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกมาตรา112 ไม่เอาเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนมันมี Yes and No แต่ขณะเดียวกันนั้น การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า และการจัดระเบียบให้เป็นระเบียบเสียจะดีกว่า…แน่นอน, สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ มากกว่าที่ “ทักษิณ” แสดงความเห็นก็คือการละเมิดกฎหมายอาญา “ม.112” หรือ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จนทำให้มีการทำผิดกฎหมาย ม.112 ไม่ใช่อยู่ๆ จะเกิดการกลั่นแกล้ง หรือ ยัดคดี ม.112 กับใครต่อใครมากมาย อย่างที่เห็นว่า มีอยู่จำนวนมากในเวลานี้แต่เริ่มต้นมาจากความพยายาม “ล้มล้างสถาบันฯ” ตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่เรียกกันว่า “แดงล้มเจ้า” โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักการเมืองบางพวกหนุนหลังจนมีม็อบสามนิ้ว โดยการสนับสนุนของนักวิชาการกลุ่มเดิม และนักการเมืองกลุ่มเดิม เรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบันฯ” และมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการละเมิดกฎหมาย ม.112 เกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากการปราศรัยโจมตีสถาบันโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง การเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เผาทำลายสัญลักษณ์ของสถาบัน การปลุกปั่นยุยง รวมทั้งนักการเมืองบางคนโจมตีวัคซีนรัฐบาล แต่โยงไปพาดพิงสถาบัน ฯลฯสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งของรัฐบาล ที่อยู่ๆ ก็เอา ม.112 ไปยัดเยียด ซึ่งถ้าไม่พาดพิงสถาบันฯ ก็ไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการที่ศาลฯไม่ให้ประกัน ก็เป็นที่รู้กันว่า เคยให้ประกันแล้วหลายครั้ง แต่มีการทำผิดซ้ำ จึงไม่ให้ประกัน เพื่อไม่ให้ไปทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะการไปละเมิดสถาบัน ซึ่งถ้าใครเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย ติดตามข่าวสารที่เป็นกลางทางการเมือง ก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดดีดังนั้น ต่อให้มีการพูดคุย ประเด็นก็จะยังอยู่ที่ การปฏิรูปสถาบันฯ และยกเลิก ม.112 จะเอาอย่างไร??? เพราะมันเป็นข้อเรียกร้อง ที่พวกสามนิ้วประกาศมาตลอดว่าจะไม่ลดเพดาน“ทักษิณ” พูดง่าย เพราะตัวเองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ พูดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เอาใจทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หรือ ต่อให้ “สภาฯ” จะนำไปสู่การแก้ไข ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เพราะอย่าลืมว่า ประเด็นคือ “ปฏิรูปสถาบัน” และคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน แล้วนักการเมือง ส.ส.จะฟังใคร ประชาชน หรือ ขบวนการสามนิ้ว ลองคิดดูเรื่องนี้ “ทักษิณ” ก็แค่หวัง “กินรวบ” คะแนนนิยมอย่างฉลาดเหลือร้ายจากทุกฝ่ายเท่านั้นเอง แต่โทษทีมีคนรู้ทัน!?

[NEW] “อัษฎางค์” โต้เดือด ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ” จวก “ทักษิณ” ตายน้ำตื้น ที่บอก กม.ไม่มีปัญหา | สมยศ พฤกษาเกษมสุข – POLLICELEE

ชัดเจนมาก! “อัษฎางค์” โต้เดือด “ปิยบุตร” ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ชี้ “ทักษิณ” ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ หลังขอ 2 ฝ่ายเลิกดรามา ชิงกินรวบคะแนน อ้าง กม.ไม่เป็นปัญหา แนะดึงคนเห็นต่างมาพูดคุยกัน

น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 พ.ย.) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า

“12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือน

หมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล

• 1 มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง

• 2 กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้น ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น

• 3 โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล้วงละเมิดสถาบันฯ

• 4 พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี

• 5 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทย หรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ

• 6 จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา

• 7 ผู้ที่เห็นว่า ม.112 มีปัญหา คือ ผู้ที่จุดมุ่งหวังจะทำลายความมั่นคงของชาติ

เพราะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ

เราจึงตัองมี ม.112 ไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อปกปกป้องความมั่นคงของชาติ

ดังนั้น ผู้ที่ต้องการทำลาย ม.112 คือ ผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ

• 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”

• 9 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า

“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี”

• 10 เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก และปฏิบัติตามได้ง่ายมาก ที่จะทำให้ไม่กระทำผิดหรือถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 โดยการละเว้นการกระทำเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ

– ไม่…หมิ่นประมาท
– ไม่…ดูหมิ่น
– ไม่…แสดงความอาฆาตมาดร้าย

ต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

• 11 ดังนั้น, ต่อให้ ม.112 กำหนดโทษให้จำคุกร้อยปี พันปี แต่ถ้าไม่มีใครคิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี

• 12 เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่เดือดร้อนกับ ม.112 คือ ผู้ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยความตั้งใจจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย

เพราะพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นความมั่นคงของชาติ จึงพยายามจะทำลายพระมหากษัตริย์ เพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ (จากสยามรัฐออนไลน์)

ขณะที่ ก่อนหน้านี้ (31 ต.ค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหอกในการเสนอยกเลิก ม.112 และ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงวิธีตอบข้อโต้แย้ง 7 ข้อ โดยสาระสำคัญระบุว่า

ข้อโต้แย้ง : มาตรา 112 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”
ตอบ : มาตรา 112 คือ ความผิดทางอาญา เป็นคนละเรื่องกับมาตรา 6 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญเป็นการรับรองสถานะของกษัตริย์ในทางหลักการว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” รัฐธรรมนูญพูดถึงตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันต่างๆ มิใช่การลงโทษทางอาญาการจะทำให้พระมหากษัตริย์ “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” กษัตริย์ต้องดำรงสถานะเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจบริหารโดยแท้ แต่มีรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจเป็นคนรับผิดชอบแทน

ข้อโต้แย้ง : ประเทศไหนๆ ก็มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse-majesté)
ตอบ : แน่นอนว่า หลายประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐ แม้แต่ในประเทศที่เป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ บางประเทศไม่มีเลย หรือมีแต่ไม่ได้ใช้เลยสำหรับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ จริงๆ แล้วมีประเทศที่ไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น ส่วน สหราชอาณาจักร ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทแบบบุคคลธรรมดาและมีโทษปรับ บางประเทศมีกฎหมาย แต่ไม่ได้นำมาใช้ หรือหากใช้มีโทษเบา หรือใช้เพียงโทษปรับ เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ส่วนในประเทศไทยมีอัตราโทษสูง และนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิเสรีภาพ

ข้อโต้แย้ง : คนธรรมดายังมีโทษหมิ่นประมาท กษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของรัฐยิ่งต้องมี
ตอบ : หากจะอธิบายแบบนี้ว่าในเมื่อบุคคลธรรมดา มีกฎหมายหมิ่นประมาท ดังนั้น ก็โต้แย้งได้ว่าการคุ้มครองความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนบุคคลธรรมดาก็ได้ ส่วนถ้าหากเห็นความสำคัญของตำแหน่งประมุขของรัฐก็อาจเขียนเป็นบทเพิ่มโทษได้ อย่างไรก็ตาม การให้โทษของประมุขของรัฐแตกต่างจากบุคคลธรรมดาก็ต้องไม่แตกต่างจนมากเกินไป

ข้อโต้แย้ง : ขนาดมาตรา 112 มีโทษแรง ยังมีคนละเมิดกฎหมายขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?
ตอบ : การนำคนที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทไปดำเนินคดี ให้ศาลพิพากษาติดคุก ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด แต่การพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุผลอย่างเปิดเผยและปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกยกตัวอย่างกรณีบุคคลธรรมดา หากมีใครมาด่าว่าเรา เราก็ไปฟ้องหมิ่นประมาท ให้ศาลลงโทษ หากเขาติดคุก เขาก็ไม่ได้รักเรามากกว่าเดิม ต่อให้เขามาขอขมาให้หยุดดำเนินคดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้น จะชอบหรือชื่นชอบเรา เพียงแต่กฎหมายบังคับให้เขาต้องสยบยอมเท่านั้นแทนที่จะคิดว่า “โทษแรงยังขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?” ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นการยกเลิกมาตรานี้แล้วทำให้คนแต่ละรุ่นเข้าใจกัน ที่ทุกอย่างรุนแรงมากขึ้น เพราะมีการนำคดีไปยัดใส่กัน

เสรีภาพในการแสดงออกให้คนได้พูดคุยดีเบตถกเถียงกันด้วยเหตุผลในพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกให้คนในสังคมเข้าใจกันมากขึ้น

ข้อโต้แย้ง : ถ้าไม่ทำผิด ไม่เห็นต้องกลัว ถ้าไม่อยากติดคุก ก็ไม่ต้องทำผิดกฎหมาย
ตอบ : คนที่เป็นเหยื่อของมาตรา 112 จำนวนมาก หลายเรื่องไม่ผิดกฎหมายเลย แต่ก็ถูกดำเนินคดี จนเสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียโอกาสในชีวิตไปมหาศาล

ดังนั้น เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ เพราะแม้ไม่ได้ทำผิด ก็โดนมาตรา 112 อยู่ดี เช่น การวิจารณ์การจัดหาวัคซีน, กรณีพูดถึงสุนัขทรงเลี้ยง, คุณแม่ของจ่านิวพิมพ์คำว่า “จ้า”, การวิจารณ์อย่างสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ, พูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวร หรือ รัชกาลที่ 4 แม้ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากมาตรา 112 ถูกใช้เกินขอบเขตไปมาก จนหาบรรทัดฐานไม่เจอ ประชาชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรานี้ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าอะไรผิดหรือไม่ผิด

ข้อโต้แย้ง : บ้านเมืองกำลังลำบากจะมายกเลิกมาตรา 112 ทำไม แก้ปัญหาปากท้องได้หรือ?
ตอบ : ปัญหาของประเทศ สังคม ประชาชนมีหลายเรื่อง สามารถทำทุกเรื่องพร้อมกันหมดได้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจาะจงทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นการเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ทำเรื่องอื่นๆ ทั้งแก้ปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจ ปากท้อง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ทำพร้อมกันหมดได้

ข้อโต้แย้ง : การยกเลิก-แก้ 112 = ล้มเจ้า
ตอบ : มาตรา 112 เป็นกฎหมายมาตราหนึ่ง ดังนั้น ขึ้นชื่อว่ากฎหมายก็แก้ไข ปรับปรุง ยกเลิกได้เสมอ
คนที่เคยเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 มีเยอะแยะ รวมทั้งรอยัลลิสต์ด้วย

มาตรา 112 ไม่ได้เท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ยกเลิกมาตรา 112 ไม่เท่ากับล้มสถาบันพระมหากษัตริย์

ตรงกันข้ามการยกเลิกมาตรา 112 จะช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์ด้วย

ขณะเดียวกัน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนักโทษคดี ม.112 ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ระบุาว่า

“ทักษิณ ชินวัตร ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ

ทักษิณ ชินวัตร แสดงความคิดเห็นว่า มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาของคนในกระบวนการยุติธรรม แล้วขอให้ทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นใหม่ ถวายความจงรักภักดีให้ถูกต้อง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหา โดยที่ไม่รู้

ทักษิณ อาจลืมไปแล้วว่า อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทยเต็มที่ในช่วงวิกฤตของพรรค โดนกล่าวหามาตรา 112 จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนต้องไปตายอยู่ต่างแดน อีกคนหนึ่งที่ช่วยงานทักษิณและพรรคเพื่อไทยเต็มที่ ก็คือ จักรภพ เพ็ญแข ก็ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนตัวเองต้องหลบภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง ที่ปกป้องทักษิณ ทุกลมหายใจของเขา ส.ส.สุนัย จุลพงษ์ศธร ก็ต้องระเห็จไปอยู่อเมริกา ด้วยถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 และอีกหลายต่อหลายคนที่ถูกเข่นฆ่าเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกล้มเจ้า

คุณงามความดีที่ประชาชนชื่นชมอาจกลายค่าเป็นศูนย์ได้จากความคิดเขลาๆ เยี่ยงนี้

แล้วที่บอกว่า ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหานั่นนะ ลืมไปแล้วไช่ใหม ที่ว่า พรรคเพื่อไทย หัวใจ คือประชาชน แล้วก็ลืมไปแล้วใช่ไหมกับสโลแกนที่ว่า ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” (จากสยามรัฐออนไลน์)

ทั้งนี้ เนื่องจากวานนี้ (2 พ.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ต่อกรณีการเเสนอให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา112 โดยระบุว่า

“2-3 วันนี้ ได้ฟังดรามาเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้ง

ผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัว หรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือ Abuse of Power เพื่อหวังผล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อนสนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)

ฉะนั้น ปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่างๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกัน

ถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ ม.112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็กๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญ

เพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกว่ายกเลิกมาตรา 112 เพราะอารมณ์โกรธ จากอารมณ์โกรธ หรือบางคนก็ต้องการจะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกมาตรา112 ไม่เอาเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนมันมี Yes and No แต่ขณะเดียวกันนั้น การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า และการจัดระเบียบให้เป็นระเบียบเสียจะดีกว่า…

แน่นอน, สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ มากกว่าที่ “ทักษิณ” แสดงความเห็นก็คือ

การละเมิดกฎหมายอาญา “ม.112” หรือ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จนทำให้มีการทำผิดกฎหมาย ม.112 ไม่ใช่อยู่ๆ จะเกิดการกลั่นแกล้ง หรือ ยัดคดี ม.112 กับใครต่อใครมากมาย อย่างที่เห็นว่า มีอยู่จำนวนมากในเวลานี้

แต่เริ่มต้นมาจากความพยายาม “ล้มล้างสถาบันฯ” ตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่เรียกกันว่า “แดงล้มเจ้า” โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักการเมืองบางพวกหนุนหลัง

จนมีม็อบสามนิ้ว โดยการสนับสนุนของนักวิชาการกลุ่มเดิม และนักการเมืองกลุ่มเดิม เรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบันฯ” และมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการละเมิดกฎหมาย ม.112 เกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากการปราศรัยโจมตีสถาบันโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง การเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เผาทำลายสัญลักษณ์ของสถาบัน การปลุกปั่นยุยง รวมทั้งนักการเมืองบางคนโจมตีวัคซีนรัฐบาล แต่โยงไปพาดพิงสถาบัน ฯลฯ

สิ่งเหล่านี้ จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งของรัฐบาล ที่อยู่ๆ ก็เอา ม.112 ไปยัดเยียด ซึ่งถ้าไม่พาดพิงสถาบันฯ ก็ไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการที่ศาลฯไม่ให้ประกัน ก็เป็นที่รู้กันว่า เคยให้ประกันแล้วหลายครั้ง แต่มีการทำผิดซ้ำ จึงไม่ให้ประกัน เพื่อไม่ให้ไปทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะการไปละเมิดสถาบัน ซึ่งถ้าใครเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย ติดตามข่าวสารที่เป็นกลางทางการเมือง ก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดดี

ดังนั้น ต่อให้มีการพูดคุย ประเด็นก็จะยังอยู่ที่ การปฏิรูปสถาบันฯ และยกเลิก ม.112 จะเอาอย่างไร??? เพราะมันเป็นข้อเรียกร้อง ที่พวกสามนิ้วประกาศมาตลอดว่าจะไม่ลดเพดาน

“ทักษิณ” พูดง่าย เพราะตัวเองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ พูดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เอาใจทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หรือ ต่อให้ “สภาฯ” จะนำไปสู่การแก้ไข ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เพราะอย่าลืมว่า ประเด็นคือ “ปฏิรูปสถาบัน” และคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน แล้วนักการเมือง ส.ส.จะฟังใคร ประชาชน หรือ ขบวนการสามนิ้ว ลองคิดดู

เรื่องนี้ “ทักษิณ” ก็แค่หวัง “กินรวบ” คะแนนนิยมอย่างฉลาดเหลือร้ายจากทุกฝ่ายเท่านั้นเอง แต่โทษทีมีคนรู้ทัน!?

ชัดเจนมาก! “อัษฎางค์” โต้เดือด “ปิยบุตร” ยก 12 ข้อ หมดเวลาบิดเบือน ม.112 “สมยศ พฤกษาเกษมสุข” ชี้ “ทักษิณ” ตายน้ำตื้นอยู่เสมอ หลังขอ 2 ฝ่ายเลิกดรามา ชิงกินรวบคะแนน อ้าง กม.ไม่เป็นปัญหา แนะดึงคนเห็นต่างมาพูดคุยกันน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง วันนี้ (3 พ.ย.) นายอัษฎางค์ ยมนาค นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า“12 ข้อ ม.112 หมดเวลาบิดเบือนหมดเวลาปั่นราษฎร์ล้มล้างสถาบันฯ ด้วยการเรียกร้องให้ยกเลิก ม.112 เพื่อจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ของพรรคเพื่อดูไบและก้าวไม่ไปไหนไกล• 1 มาตรา 112 เป็นเครื่องมือในการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่เครื่องมือในการกำจัดคู่ต่อสู้ทางการเมือง• 2 กฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐนั้น ไม่ได้มีเฉพาะประเทศไทย แต่มีใช้ในทุกประเทศ ทั้งที่ปกครองแบบราชอาณาจักรที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือปกครองแบบสาธารณรัฐ ที่มีประธานาธิบดี ก็ล้วนมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐทั้งนั้น• 3 โดยเฉพาะสถาบันพระมหาพระมหากษัตริย์ จะไม่สามารถไปดำเนินคดีกับใครได้ จึงต้องมีกฎหมายที่ไม่ให้ใครล้วงละเมิดสถาบันฯ• 4 พระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมือง คือ พระองค์ท่านไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่นักการเมืองไปดึงท่านให้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วยการให้ร้ายป้ายสี• 5 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐ คนไทย หรือคนต่างด้าวไม่ว่ากระทำในหรือนอกราชอาณาจักรก็ต้องรับโทษ• 6 จะยกเลิก ม.112 แล้วให้พระมหากษัตริย์ไปใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนประชาชนทั่วไปไม่ได้ เนื่องจากพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ ไม่ใช่บุคคลธรรมดา• 7 ผู้ที่เห็นว่า ม.112 มีปัญหา คือ ผู้ที่จุดมุ่งหวังจะทำลายความมั่นคงของชาติเพราะความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐเราจึงตัองมี ม.112 ไว้เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อปกปกป้องความมั่นคงของชาติดังนั้น ผู้ที่ต้องการทำลาย ม.112 คือ ผู้ที่ต้องการทำลายความมั่นคงของชาติ• 8 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับเรื่อยมามีข้อที่กล่าวว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้”• 9 ความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทยอยู่ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า“ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี”• 10 เป็นเรื่องเข้าใจง่ายมาก และปฏิบัติตามได้ง่ายมาก ที่จะทำให้ไม่กระทำผิดหรือถูกดำเนินคดีด้วย ม.112 โดยการละเว้นการกระทำเพียง 3 ข้อเท่านั้น คือ- ไม่…หมิ่นประมาท- ไม่…ดูหมิ่น- ไม่…แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์• 11 ดังนั้น, ต่อให้ ม.112 กำหนดโทษให้จำคุกร้อยปี พันปี แต่ถ้าไม่มีใครคิดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ก็ไม่มีวันถูกดำเนินคดี• 12 เห็นได้ชัดว่า ผู้ที่เดือดร้อนกับ ม.112 คือ ผู้ที่พยายามจะฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยความตั้งใจจะหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายเพราะพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นความมั่นคงของชาติ จึงพยายามจะทำลายพระมหากษัตริย์ เพื่อทำลายความมั่นคงของชาติ (จากสยามรัฐออนไลน์)ขณะที่ ก่อนหน้านี้ (31 ต.ค.) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นกลุ่มหัวหอกในการเสนอยกเลิก ม.112 และ ปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงวิธีตอบข้อโต้แย้ง 7 ข้อ โดยสาระสำคัญระบุว่าข้อโต้แย้ง : มาตรา 112 ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ที่ว่า “องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้”ตอบ : มาตรา 112 คือ ความผิดทางอาญา เป็นคนละเรื่องกับมาตรา 6 ซึ่งเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญมาตรา 6 ในรัฐธรรมนูญเป็นการรับรองสถานะของกษัตริย์ในทางหลักการว่า “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” รัฐธรรมนูญพูดถึงตำแหน่งแห่งที่ของสถาบันต่างๆ มิใช่การลงโทษทางอาญาการจะทำให้พระมหากษัตริย์ “เป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้” กษัตริย์ต้องดำรงสถานะเป็นกลางทางการเมือง ไม่ใช้อำนาจบริหารโดยแท้ แต่มีรัฐมนตรีผู้ใช้อำนาจเป็นคนรับผิดชอบแทนข้อโต้แย้ง : ประเทศไหนๆ ก็มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (lèse-majesté)ตอบ : แน่นอนว่า หลายประเทศมีกฎหมายคุ้มครองประมุขของรัฐ แม้แต่ในประเทศที่เป็นสาธารณรัฐมีประธานาธิบดีเป็นประมุขก็มีกฎหมายหมิ่นประมาทประมุขของรัฐ บางประเทศไม่มีเลย หรือมีแต่ไม่ได้ใช้เลยสำหรับประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ จริงๆ แล้วมีประเทศที่ไม่มีกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลย ตัวอย่างเช่น ญี่ปุ่น ส่วน สหราชอาณาจักร ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทแบบบุคคลธรรมดาและมีโทษปรับ บางประเทศมีกฎหมาย แต่ไม่ได้นำมาใช้ หรือหากใช้มีโทษเบา หรือใช้เพียงโทษปรับ เช่น เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ เดนมาร์ก นอร์เวย์ สวีเดน ส่วนในประเทศไทยมีอัตราโทษสูง และนำมาใช้เป็นเครื่องมือจำกัดสิทธิเสรีภาพข้อโต้แย้ง : คนธรรมดายังมีโทษหมิ่นประมาท กษัตริย์ซึ่งเป็นประมุขของรัฐยิ่งต้องมีตอบ : หากจะอธิบายแบบนี้ว่าในเมื่อบุคคลธรรมดา มีกฎหมายหมิ่นประมาท ดังนั้น ก็โต้แย้งได้ว่าการคุ้มครองความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ก็ใช้กฎหมายหมิ่นประมาทเหมือนบุคคลธรรมดาก็ได้ ส่วนถ้าหากเห็นความสำคัญของตำแหน่งประมุขของรัฐก็อาจเขียนเป็นบทเพิ่มโทษได้ อย่างไรก็ตาม การให้โทษของประมุขของรัฐแตกต่างจากบุคคลธรรมดาก็ต้องไม่แตกต่างจนมากเกินไปข้อโต้แย้ง : ขนาดมาตรา 112 มีโทษแรง ยังมีคนละเมิดกฎหมายขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?ตอบ : การนำคนที่ถูกกล่าวหาว่าหมิ่นประมาทไปดำเนินคดี ให้ศาลพิพากษาติดคุก ไม่ได้ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด แต่การพูดคุยถกเถียงกันด้วยเหตุผลอย่างเปิดเผยและปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกยกตัวอย่างกรณีบุคคลธรรมดา หากมีใครมาด่าว่าเรา เราก็ไปฟ้องหมิ่นประมาท ให้ศาลลงโทษ หากเขาติดคุก เขาก็ไม่ได้รักเรามากกว่าเดิม ต่อให้เขามาขอขมาให้หยุดดำเนินคดี แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนๆ นั้น จะชอบหรือชื่นชอบเรา เพียงแต่กฎหมายบังคับให้เขาต้องสยบยอมเท่านั้นแทนที่จะคิดว่า “โทษแรงยังขนาดนี้ ถ้าไม่มีจะขนาดไหน?” ต้องเปลี่ยนใหม่เป็นการยกเลิกมาตรานี้แล้วทำให้คนแต่ละรุ่นเข้าใจกัน ที่ทุกอย่างรุนแรงมากขึ้น เพราะมีการนำคดีไปยัดใส่กันเสรีภาพในการแสดงออกให้คนได้พูดคุยดีเบตถกเถียงกันด้วยเหตุผลในพื้นที่ปลอดภัยต่างหาก คือ ทางออกให้คนในสังคมเข้าใจกันมากขึ้นข้อโต้แย้ง : ถ้าไม่ทำผิด ไม่เห็นต้องกลัว ถ้าไม่อยากติดคุก ก็ไม่ต้องทำผิดกฎหมายตอบ : คนที่เป็นเหยื่อของมาตรา 112 จำนวนมาก หลายเรื่องไม่ผิดกฎหมายเลย แต่ก็ถูกดำเนินคดี จนเสียเงิน เสียทอง เสียเวลา เสียโอกาสในชีวิตไปมหาศาลดังนั้น เหตุผลนี้ใช้ไม่ได้ เพราะแม้ไม่ได้ทำผิด ก็โดนมาตรา 112 อยู่ดี เช่น การวิจารณ์การจัดหาวัคซีน, กรณีพูดถึงสุนัขทรงเลี้ยง, คุณแม่ของจ่านิวพิมพ์คำว่า “จ้า”, การวิจารณ์อย่างสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ, พูดถึงเรื่องประวัติศาสตร์เกี่ยวกับสมเด็จพระนเรศวร หรือ รัชกาลที่ 4 แม้ไม่เข้าองค์ประกอบความผิดก็ถูกตั้งข้อหาดำเนินคดี เนื่องจากมาตรา 112 ถูกใช้เกินขอบเขตไปมาก จนหาบรรทัดฐานไม่เจอ ประชาชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายมาตรานี้ไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าอะไรผิดหรือไม่ผิดข้อโต้แย้ง : บ้านเมืองกำลังลำบากจะมายกเลิกมาตรา 112 ทำไม แก้ปัญหาปากท้องได้หรือ?ตอบ : ปัญหาของประเทศ สังคม ประชาชนมีหลายเรื่อง สามารถทำทุกเรื่องพร้อมกันหมดได้ ไม่มีความจำเป็นต้องเจาะจงทำเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้นการเสนอให้ยกเลิกมาตรา 112 ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ให้ทำเรื่องอื่นๆ ทั้งแก้ปัญหาโควิด-19 เศรษฐกิจ ปากท้อง สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ทำพร้อมกันหมดได้ข้อโต้แย้ง : การยกเลิก-แก้ 112 = ล้มเจ้าตอบ : มาตรา 112 เป็นกฎหมายมาตราหนึ่ง ดังนั้น ขึ้นชื่อว่ากฎหมายก็แก้ไข ปรับปรุง ยกเลิกได้เสมอคนที่เคยเสนอให้แก้ไขมาตรา 112 มีเยอะแยะ รวมทั้งรอยัลลิสต์ด้วยมาตรา 112 ไม่ได้เท่ากับสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้น ยกเลิกมาตรา 112 ไม่เท่ากับล้มสถาบันพระมหากษัตริย์ตรงกันข้ามการยกเลิกมาตรา 112 จะช่วยรักษาสถาบันกษัตริย์ด้วยขณะเดียวกัน นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย นักเคลื่อนไหวทางการเมือง อดีตนักโทษคดี ม.112 ก็ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Somyot Pruksakasemsuk ระบุาว่า“ทักษิณ ชินวัตร ตายน้ำตื้นอยู่เสมอทักษิณ ชินวัตร แสดงความคิดเห็นว่า มาตรา 112 ไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นปัญหาของคนในกระบวนการยุติธรรม แล้วขอให้ทั้งสองฝ่าย เริ่มต้นใหม่ ถวายความจงรักภักดีให้ถูกต้อง ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหา โดยที่ไม่รู้ทักษิณ อาจลืมไปแล้วว่า อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ที่ทำงานให้พรรคเพื่อไทยเต็มที่ในช่วงวิกฤตของพรรค โดนกล่าวหามาตรา 112 จนต้องลี้ภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนต้องไปตายอยู่ต่างแดน อีกคนหนึ่งที่ช่วยงานทักษิณและพรรคเพื่อไทยเต็มที่ ก็คือ จักรภพ เพ็ญแข ก็ถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 จนตัวเองต้องหลบภัยไปต่างแดน อีกคนหนึ่ง ที่ปกป้องทักษิณ ทุกลมหายใจของเขา ส.ส.สุนัย จุลพงษ์ศธร ก็ต้องระเห็จไปอยู่อเมริกา ด้วยถูกกล่าวหาตามมาตรา 112 และอีกหลายต่อหลายคนที่ถูกเข่นฆ่าเพราะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกล้มเจ้าคุณงามความดีที่ประชาชนชื่นชมอาจกลายค่าเป็นศูนย์ได้จากความคิดเขลาๆ เยี่ยงนี้แล้วที่บอกว่า ไม่ให้เจ้านายต้องถูกครหานั่นนะ ลืมไปแล้วไช่ใหม ที่ว่า พรรคเพื่อไทย หัวใจ คือประชาชน แล้วก็ลืมไปแล้วใช่ไหมกับสโลแกนที่ว่า ประชาชนคิด เพื่อไทยทำ” (จากสยามรัฐออนไลน์)ทั้งนี้ เนื่องจากวานนี้ (2 พ.ย.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊ก Thaksin Shinawatra ต่อกรณีการเเสนอให้แก้ไขหรือยกเลิก กฎหมายอาญามาตรา112 โดยระบุว่า“2-3 วันนี้ ได้ฟังดรามาเกี่ยวกับเรื่องมาตรา 112 จากทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยในการที่จะแก้ไขหรือยกเลิก ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรีมา และผ่านการปรึกษาในเรื่องมาตรา 112 มาหลายครั้งผมขอเล่าเป็นประสบการณ์ มาตรา 112 มีมานานตั้งแต่สมัยจอมพลสฤษฎ์ น่าจะประมาณปี 2500 ตัวกฎหมายเองไม่เคยเป็นปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทุกวันนี้ มันเกิดจากการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง เพราะว่าบุคคลในกระบวนการยุติธรรมอาจจะเกิดจากความกลัว หรืออาจจะเกิดจากความอยากแสดงความจงรักภักดีโดยไม่ยึดหลักนิติธรรม แล้วเกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิด หรือ Abuse of Power เพื่อหวังผลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางรัฐบาล เพื่อหวังผลทางการเมือง เลยทำให้เกิดความไม่พอใจ และยิ่งใช้มากก็ยิ่งเกิดความไม่พอใจมาก ซึ่งในสมัยก่อนสนง.ตำรวจแห่งชาติ จะมีคณะกรรมการพิจารณาเรื่องที่ร้องเรียนขึ้นมาว่าเป็นเรื่องของการจงใจที่จะละเมิดมาตรา112 จริงหรือเปล่า และจำนวนคดีก็มีน้อย และทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาทางอาญา (Due Process of Law)ฉะนั้น ปัญหาก็น้อย แต่ช่วงนี้ปัญหาเยอะมาก ยิ่งใช้อีกฝ่ายหนึ่งก็มีความโกรธเคืองแล้วก็ไปโทษกันต่างๆ นานา ซึ่งผมเคยบอกแล้วว่า รัฐบาลน่าจะจับเข่าคุยกับกลุ่มเยาวชนที่เห็นต่างในทุกวันนี้ เราก็จะได้แนวทางที่อยู่ร่วมกันระหว่างคนในวัยที่ต่างกันถ้าจะเริ่มติดกระดุมใหม่ที่ติดผิดเม็ด ก็โดยการที่ปรับกระบวนการในการดำเนินคดีของ ม.112 เสียใหม่ ให้เหมือนในอดีตที่ทำอย่างเป็นระบบระเบียบ ไม่กลั่นแกล้ง ไม่หาเรื่อง แล้วก็ปล่อยผู้ถูกกล่าวหาให้ได้รับการประกันและใช้กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไป และพูดคุยกับเด็กๆ จะได้เข้าใจตรงกัน เราจะอยู่ร่วมกันต้องมีกติกา กติกาอะไรที่มันยอมรับกันได้ทุกฝ่ายเป็นเรื่องสำคัญเพราะฉะนั้นก่อนที่จะบอกว่ายกเลิกมาตรา 112 เพราะอารมณ์โกรธ จากอารมณ์โกรธ หรือบางคนก็ต้องการจะยกเลิกโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่ยกเลิกมาตรา112 ไม่เอาเด็ดขาด ซึ่งแน่นอนมันมี Yes and No แต่ขณะเดียวกันนั้น การพูดคุยกันน่าจะดีกว่า และการจัดระเบียบให้เป็นระเบียบเสียจะดีกว่า…แน่นอน, สิ่งที่จำเป็นจะต้องทำความเข้าใจ มากกว่าที่ “ทักษิณ” แสดงความเห็นก็คือการละเมิดกฎหมายอาญา “ม.112” หรือ หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ จนทำให้มีการทำผิดกฎหมาย ม.112 ไม่ใช่อยู่ๆ จะเกิดการกลั่นแกล้ง หรือ ยัดคดี ม.112 กับใครต่อใครมากมาย อย่างที่เห็นว่า มีอยู่จำนวนมากในเวลานี้แต่เริ่มต้นมาจากความพยายาม “ล้มล้างสถาบันฯ” ตั้งแต่สมัยคนเสื้อแดงบางกลุ่ม ที่เรียกกันว่า “แดงล้มเจ้า” โดยมีกลุ่มนักวิชาการ นักการเมืองบางพวกหนุนหลังจนมีม็อบสามนิ้ว โดยการสนับสนุนของนักวิชาการกลุ่มเดิม และนักการเมืองกลุ่มเดิม เรียกร้อง “ปฏิรูปสถาบันฯ” และมีการชุมนุมเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีการละเมิดกฎหมาย ม.112 เกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากการปราศรัยโจมตีสถาบันโดยบิดเบือนข้อเท็จจริง การเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์จำนวนมาก การเผาพระบรมฉายาลักษณ์ เผาทำลายสัญลักษณ์ของสถาบัน การปลุกปั่นยุยง รวมทั้งนักการเมืองบางคนโจมตีวัคซีนรัฐบาล แต่โยงไปพาดพิงสถาบัน ฯลฯสิ่งเหล่านี้ จึงไม่ใช่การกลั่นแกล้งของรัฐบาล ที่อยู่ๆ ก็เอา ม.112 ไปยัดเยียด ซึ่งถ้าไม่พาดพิงสถาบันฯ ก็ไม่ผิดกฎหมาย รวมทั้งการที่ศาลฯไม่ให้ประกัน ก็เป็นที่รู้กันว่า เคยให้ประกันแล้วหลายครั้ง แต่มีการทำผิดซ้ำ จึงไม่ให้ประกัน เพื่อไม่ให้ไปทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะการไปละเมิดสถาบัน ซึ่งถ้าใครเป็นคนไทย อยู่ในประเทศไทย ติดตามข่าวสารที่เป็นกลางทางการเมือง ก็จะรู้เรื่องราวทั้งหมดดีดังนั้น ต่อให้มีการพูดคุย ประเด็นก็จะยังอยู่ที่ การปฏิรูปสถาบันฯ และยกเลิก ม.112 จะเอาอย่างไร??? เพราะมันเป็นข้อเรียกร้อง ที่พวกสามนิ้วประกาศมาตลอดว่าจะไม่ลดเพดาน“ทักษิณ” พูดง่าย เพราะตัวเองไม่ใช่คนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ พูดเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง เอาใจทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หรือ ต่อให้ “สภาฯ” จะนำไปสู่การแก้ไข ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว เพราะอย่าลืมว่า ประเด็นคือ “ปฏิรูปสถาบัน” และคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการปฏิรูปสถาบัน แล้วนักการเมือง ส.ส.จะฟังใคร ประชาชน หรือ ขบวนการสามนิ้ว ลองคิดดูเรื่องนี้ “ทักษิณ” ก็แค่หวัง “กินรวบ” คะแนนนิยมอย่างฉลาดเหลือร้ายจากทุกฝ่ายเท่านั้นเอง แต่โทษทีมีคนรู้ทัน!?


สมยศ พฤกษาเกษมสุข #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112


สมยศ พฤกษาเกษมสุข ราษฎรประสงค์ยกเลิก112

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

สมยศ พฤกษาเกษมสุข #ราษฎรประสงค์ยกเลิก112

สมยศ พฤกษาเกษมสุข ชีวิตของนักโทษ ม.112 กับการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด


สมยศ พฤกษาเกษมสุข อดีตนักสื่อสารมวลชนและนักกิจกรรม หนึ่งในจำเลยความผิดในคดีมาตรา 112 จากกรณีชุมนุมวันที่ 1920 กันยายน 2563 ‘ทวงคืนอำนาจปักหมุดราษฎร’ ถูกจองจำอีกครั้งหลังจากพ้นโทษมาแล้วในปี 2561 แต่เขายังยืนยันจะสู้ต่อ แม้รู้ว่าจะต้องถูกดำเนินคดีอีกครั้ง
.
ในการเบิกตัวเพื่อนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งล่าสุดที่ศาลอาญาวานนี้ (29 มีนาคม) สมยศขอให้ศาลช่วยบันทึกคำให้การว่า ตนเองมีอายุมากแล้ว เกรงว่าอาจจะสิ้นลมหายใจก่อนที่คดีจะสิ้นสุดลง สมยศกล่าวว่า ขอให้ศาลตัดสินโทษประหารชีวิตให้ตนเองเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด และย่นระยะเวลาการพิจารณาคดีให้คนอื่นได้เร็วขึ้น อีกทั้งประชาชนจะได้ไม่ต้องกังวลและออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อให้ปล่อยตัวตนเองจนต้องมีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและบาดเจ็บ
.
THE STANDARD มีโอกาสพูดคุยกับสมยศก่อนที่เขาจะถูกฝากขังระหว่างการพิจารณาคดีตามความผิดมาตรา 112 ในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนี่คือถ้อยคำของเขา
.
สัมภาษณ์: เอกพล บรรลือ
เรียบเรียงตัดต่อ: ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล
.
ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/
———————————————
THE STANDARD : STAND UP FOR THE PEOPLE
สำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์
THE STANDARD Website : http://www.thestandard.co
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth
Twitter : https://twitter.com/thestandardth
Ig : @thestandardth.ig
TheStandardco TheStandardth StandUpforThePeople

สมยศ พฤกษาเกษมสุข ชีวิตของนักโทษ ม.112 กับการต่อสู้ที่ยังไม่สิ้นสุด

สมยศ พฤกษาเกษมสุข เรียกร้องรัฐบาลเห็นความสำคัญของวันชาติ 24 มิถุนายน


24 มิ.ย. 62 สมยศ พฤกษาเกษมสุข จากกลุ่ม 24 มิถุนา ประชาธิปไตย กล่าวถึงความสำคัญของวันเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 และเรียกร้องรัฐบาลให้ความสำคัญกับวันดังกล่าวซึ่งเคยเป็นวันชาติ

สมยศ พฤกษาเกษมสุข เรียกร้องรัฐบาลเห็นความสำคัญของวันชาติ 24 มิถุนายน

ราษฎร Talk: เสียงจากผู้พิทักษ์นักสู้ สมยศ-ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข


ร่วมเป็นผู้สนับสนุนพวกเรา ผ่านบัญชีกสิกรไทย 0698975539 บริษัท สโป๊คดาร์ค จำกัด
สนับสนุนพวกเราแบบรายเดือนคลิกที่ลิงก์นี้เลยคร้าบ https://www.youtube.com/DailyTopicsTH/join
เพื่อให้เรามีกำลังในการผลิตเนื้อหาสาระแบบนี้ต่อไป
คณะราษฎร สมยศ มุมมองอนาคต

ราษฎร Talk:  เสียงจากผู้พิทักษ์นักสู้ สมยศ-ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก\”สมยศ พฤกษาเกษมสุข\” 11 ปี ผิดม.112


ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำคุก\

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ สมยศ พฤกษาเกษมสุข

Leave a Comment