[NEW] ไปอยู่ต่างประเทศ 7 ช่องทาง ที่จะทำให้เรามีโอกาส อยู่อาศัย เรียนต่อและทำงาน | ข่าว ต่าง ประเทศ ที่ น่า สนใจ – POLLICELEE

ข่าว ต่าง ประเทศ ที่ น่า สนใจ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

สำหรับใครที่อยากเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในต่างประเทศสักครั้งหนึ่งในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา คนที่เพิ่งเรียนจบ หรือคนในวัยทำงาน การได้ลองใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้น มีข้อดีมากมายที่เราไม่ควรพลาด เช่น การได้ฝึกภาษาไปในตัว มีโอกาสได้ท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ช่วยเปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้วัฒนธรรมที่แตกต่างออกไปจากเดิม ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ๆ และยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเรียนและการทำงานให้กับตนเอง อีกด้วย อ่าน.. ช่องทาง ไปอยู่ต่างประเทศ

Table of Contents

7 ช่องทาง ไปอยู่ต่างประเทศ

เรียนต่อ ทำงาน

จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใคร ๆ ต่างก็อยากมีโอกาสไปอยู่ต่างประเทศ และในบทความนี้ แคมปัส-สตาร์ ก็มีโอกาสดี ๆ ที่ทำให้น้อง ๆ ได้มีโอกาสไปสัมผัสการใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศมาฝากกันด้วย โดยแบ่งรายละเอียดออกเป็นแต่ละวัย ได้แก่ นักเรียน (ชั้นมัธยม) นิสิต-นักศึกษา และวัยทำงาน อย่ารอช้า!! มาดูกันเลย

ไปอยู่ต่างประเทศ

นักเรียน (ชั้นมัธยม)

1. โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน

สำหรับน้อง ๆ นักเรียนชั้นมัธยมนั้น ก็มีโปรแกรมฮิตในการเดินทางไปเรียนต่อกันอยู่หลายโครงการกันด้วยกัน เช่น โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่จะรับน้อง ๆ อายุระหว่าง 15-18 ปี และมีเกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 2.00 ขึ้นไป ทั้งนี้ข้อกำหนดและรายละเอียดต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับแต่ละโครงการด้วย น้อง ๆ จะต้องศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อน จะได้ไม่พลาดโอกาสดี ๆ ในการเรียนต่อต่างประเทศกันนะจ๊ะ พร้อมกับมีประเทศให้ได้เลือกไปแลกเปลี่ยนกันมากมาย เช่น ญี่ปุ่น, อเมริกา, ฝรั่งเศส, แคนาดา, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น

โครงการนักเรียนแลกเปลี่ยน นอกจากน้อง ๆ ได้เดินทางไปเรียนรู้การเรียนการสอนในต่างประเทศแล้ว น้อง ๆ ยังจะได้เรียนรู้วัฒนธรรม เรียนรู้ภาษา และได้เพื่อนใหม่อีกมากมายด้วย ซึ่งในปัจจุบันก็มีโครงการจากหลากหลายเอเจนซี่มาให้น้อง ๆ ได้เลือกกัน เช่น AFS, YFU, EF, MPLC, BWK และ Edudee เป็นต้น หากน้อง ๆ สนใจโครงการไหนก็ไปศึกษารายละเอียดให้ดีและเตรียมตัวกันพร้อมได้เลยค่ะ ลุย!!!

นิสิต-นักศึกษา

น้อง ๆ นิสิต-นักศึกษา เรียกได้ว่ามีหลายช่องทางด้วยกัน ในการเดินทางไปเปิดประสบการณ์ในต่างประเทศ และข้อกำหนดหรือกฏเกณฑ์ก็แตกต่างกันไปตามเอเจนซี่ต่าง ๆ โดยน้อง ๆ จำเป็นที่จะต้องสอบถามข้อมูล ศึกษารายละเอียด และเตรียมตัวให้ดี เช่น

2. Work and Travel

Work and Travel เป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมในประเทศต่าง ๆ เช่น อเมริกา สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และฝรั่งเศส เป็นต้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้เดินทางไปฝึกภาษาในสถานการณ์จริง เรียนรู้ความเป็นอยู่ และฝึกวิชาชึพตามฤดูกาลในช่วงปิดภาคเรียนใหญ่ประมาณ 3-4 เดือน โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ซึ่งน้อง ๆ จะได้ฝึกความอดทน ฝึกความเป็นผู้ใหญ่ รวมถึงวิธีการเอาตัวรอด อีกด้วย

ทั้งนี้งานที่น้อง ๆ จะได้ทดลองทำนั้นมีความหลากหลาย เช่น งานในร้านอาหาร โรงแรรม รีสอร์ต สวนสนุก และขายของที่ระลึก ฯลฯ เอเจนซี่สำหรับโครงการ Work and Travel มีหลายที่ด้วยกัน เช่น ieo, Warantex, American Learning, PST Center, Click Work and Travel เป็นต้น

7 ช่องทาง ที่จะทำให้เรามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ

3. Work and Study

Work and Study เป็นโครงการทำงานและเรียนไปด้วยในต่างประเทศ ซึ่งมีประเทศให้น้อง ๆ ได้เลือกกันอย่างมากมาย เช่น แคนาดา, สิงคโปร์ และออสเตรเลีย เป็นต้น คอร์สเรียนก็มีให้น้อง ๆ ได้เลือกเรียนเยอะเช่นกัน โดยระยะเวลานั้นก็จะมีตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 2 ปี ไม่ว่าจะเป็นการเรียนต่อด้านอาหาร บริหารธุรกิจ และการจัดการด้านการบริการ ฯลฯ ส่วนงานที่น้อง ๆ สามารถทำไปได้ด้วยนั้น เช่น พนักงานเสิร์ฟ, พนักงานล้างจาน, พนักงานสปา และพนักงานต้อนรับ เป็นต้น เอเจนซี่สำหรับโครงการ Work and Study เช่น ieo, TSAB (Thai Study Abroad Consultant), Advice for you ฯลฯ

4. Work and Holiday

Work and Holiday ในปัจจุบันโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ให้กับเยาวชนไทยเป็นอย่างดี ซึ่งโครงการนี้มีเพียงปีละครั้งเท่านั้น โดยผู้ที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะต้องมีอายุ 18-30 ปี พร้อมด้วยผลคะแนนสอบทางด้านภาษาอังกฤษ เช่น IELTS ไม่ต่ำกว่า 4.5 หรือคะแนน TOEFL ฯลฯ น้อง ๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่เว็บไซต์ต่าง ๆ เช่น www.thaiwahclub.com เป็นต้น

5. ทุนการศึกษาหรือทุนแลกเปลี่ยน

ทุนการศึกษาหรือทุนแลกเปลี่ยน นับว่าเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น้อง ๆ หลายคนเลือกที่จะเดินทางไปด้วยทุนต่าง ๆ เช่น ทุนครึ่งจำนวน, ทุนจำนวนเต็ม, ทุนให้เปล่า, ทุนรัฐบาล และทุนอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ทุน ก.พ. จากรัฐบาลไทย, ทุน EF, ทุน Full Bright จากอเมริกา, ทุน Chevening จากอังกฤษ, ทุน Endeavour Awards จากออสเตรเลีย และทุน DAAD จากเยอรมัน เป็นต้น

7 ช่องทาง ที่จะทำให้เรามีโอกาสเดินทางไปต่างประเทศ

วัยทำงาน

สำหรับคนที่เรียนจบแล้ว หรืออยู่ในวัยทำงานที่อยากจะเปิดโอกาสให้กับตนเองได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ในต่างประเทศดูบ้าง ก็มีหลายช่องทางด้วยที่จะทำให้เราได้ทำตามความฝันของเรา เช่น

6. โครงการออแพร์ (AuPair)

โครงการออแพร์ (AuPair) เป็นโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับครอบครัวในต่างแดน ที่เราสามารถเลือกไปได้ในหลายประเทศ เช่น เยอรมัน, เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, แคนาดา, อเมริกา, เดนมาร์ก ฯลฯ ซึ่งจะมีโครงการพี่เลี้ยงเด็กในต่างแดนให้เราได้เลือกกันนั่นเอง โดยมีรายได้เป็นรายสัปดาห์ เหมาะสำหรับคนที่อยากจะลองไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพราะมีรายได้ แถมยังมีโอกาสได้เดินทางท่องเที่ยวในที่แปลกใหม่ และที่สำคัญเรายังได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้น ๆ จากคนในท้องถิ่น ได้เรียนรู้ภาษาจากเข้าของภาษาจริง ๆ อีกด้วย น้อง ๆ เข้ามาดูรายละเอียดกันได้เลย www.american-learning.com

7. Work on Cruise

Work on Cruise หรือทำงานบนเรือสำราญ เหมาะสำหรับผู้ที่มีใจรักในงานด้านบริการ มีอายุระหว่าง 21-35 ปี รายได้ค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว แต่เราก็ต้องใช้ความอดทนสูงเหมือนกันในทำงานบนเรือสำราญ ซึ่งถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสกับผู้คนมากมายจากหลายประเทศ หลากหลายวัฒนธรรมจากทั่วโลก รับรองได้เลยว่าเราจะได้ทั้งเรียนรู้ภาษา ได้เพื่อนใหม่ และประสบการณ์ใหม่ ๆ อีกมากมาย

โดยตำแหน่งงานที่เปิดรับนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท สำหรับคนที่สนใจสมัครทำงานบนเรือสำราญจะต้องมีประสบการณ์ด้านการทำงานด้านบริการมาก่อน และในปัจจุบันก็มีโรงเรียน/มหาวิทยาลัยเปิดสอนหลักสูตรสำหรับผู้ที่สนใจโดยเฉพาะ ได้แก่ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยพะเยา, Study Abroad Plus, IEO Study Abroad เป็นต้น ส่วนบริษัทที่เปิดโอกาสให้คนทำงานบนเรือสำราญนั้นก็มีหลายบริษัทด้วยกัน เช่น CTI Bangkok ฯลฯ

ข้อมูลจาก : www.scholarship.in.th, ภัคสรกัญญ์ ทองคำ (iPrice)

บทความที่น่าสนใจ

[NEW] 19 เทศกาลน่าเที่ยวจากทั่วโลก ที่ต้องเห็นกับตาสักครั้ง | ข่าว ต่าง ประเทศ ที่ น่า สนใจ – POLLICELEE

19 เทศกาลน่าเที่ยวจากทั่วโลก ที่ต้องไปเห็นเองกับตาสักครั้ง

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

          

ช่วงเทศกาลหรืองานรื่นเริง นอกจากจะสร้างความสุขให้กับผู้คนแล้ว มันยังเป็นเสมือนวันที่ทุกคนจะได้มาอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ได้เห็นและเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น เทศกาลลอยกระทงหรือเทศกาลสงกรานต์ในบ้านเรา ที่นอกจากคนไทยเราจะได้รับความสุขแล้ว นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่ได้มาสัมผัสก็คงจะรู้สึกแบบนั้นเช่นกัน และเพื่อเป็นการเปิดโลกกว้างด้านการท่องเที่ยว กระปุกดอทคอมจึงได้รวบรวม 19 เทศกาลน่าเที่ยวทั่วโลก จากเว็บไซต์ distractify มาบอกเล่ากัน ซึ่งแต่ละเทศกาลนั้นควรค่าแก่การไปเห็นกับตาสักครั้งจริง ๆ ค่ะ

1. โฮลี่ เฟสติวัล (Holi (Festival of Colours), Hindu World)

           เทศกาล Holi หรือ Festival of Colours จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอินเดียและประเทศทั่วโลกที่มีชาวฮินดูอาศัยอยู่ เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิและเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตใหม่ แม้ว่าจะไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก แต่ดูเหมือนว่าชาวฮินดูและนักท่องเที่ยวทุกคนจะพร้อมใจกันมาสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน ที่สำคัญมันยังเป็นเทศกาลที่ไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะกันด้วย นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของประเทศอินเดียที่นอกจากจะสร้างความครื้นเครงให้ผู้คนในประเทศแล้ว ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียว

2. วินเทอร์ ไลท์ เฟสติวัล, คุนาวะ, ประเทศญี่ปุ่น (Winter Light Festival, Kuwana City, Japan)


3. เวนิสคาร์นิวัล (Carnevale, Venice, Italy)

           ในปี ค.ศ. 1162 เวนิสได้รับชัยชนะจากการสู้รบ ประชาชนจึงได้รวมตัวกันเฉลิมฉลองบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (San Marco Square) กระทั่งทุกวันนี้ที่ได้ถือเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี และมีจุดเด่นที่ขบวนพาเหรดที่ทุกคนในขบวนจะต้องสวมหน้ากากและการแต่งกายที่เต็มไปด้วยสีสัน นับเป็นเทศกาลรื่นเริงในอิตาลีที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับขบวนพาเหรดสุดตระการตา ดนตรีสด และกิจกรรมต่าง ๆ

4. เทศกาล Up Helly Aa Fire, เชตแลนด์, ประเทศสกอตแลนด์ (Up Helly Aa Fire Festival, Shetland, Scotland)


ภาพจาก

ภาพจาก uphellyaa

           เทศกาล Up Helly Aa Fire เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยการเฉลิมฉลองทางด้านประวัติศาสตร์ด้วย โดยการเฉลิมฉลองจะเริ่มจากการเดินขบวนในช่วงระหว่างวัน ส่วนในช่วงกลางคืนจะมีการจุดคบเพลิงแล้วโยนใส่เรือไวกิ้งจำลอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของชาติในสมัยก่อนด้วย

5. เทศกาลปามะเขือเทศ, ประเทศสเปน (La Tomatina, Bunol, Spain)

ภาพจาก Iakov Filimonov / shutterstock.com

           ตามตำนานเล่าว่าในปี ค.ศ. 1945 มีชาวบ้านได้ขว้างปาผักเข้าไปในป่าแต่เกิดพลาดโดนกันเอง จึงกลายเป็นความสนุกสนานกระทั่งเกิดเป็นเทศกาลสำคัญอย่างทุกวันนี้ โดยเทศกาลปามะเขือเทศจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่ Bunol ในเมืองบาเลนเซีย

6. เทศกาลบอลลูนนานาชาติ, เมืองแอลบูเคอร์คี, สหรัฐอเมริกา (Albuquerque International Balloon Festival, USA)

ภาพจาก FloridaStock / shutterstock.com


7. เทศกาลเบิร์นนิ่งแมน, รัฐเนวาดา, สหรัฐอเมริกา (Burning Man, Nevada, USA)

           เทศกาลเบิร์นนิ่งแมนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบริเวณที่โล่งกว้างในรัฐเนวาดา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองด้านความเจริญของศิลปะและวัฒนธรรม โดยจะมีศิลปินได้สร้างรูปปั้นขนาดยักษ์กว่า 12 รูป แต่ละรูปมีความสูงกว่า 100 ฟุตทีเดียว และเมื่อถึงเวลาค่ำคืนขณะที่ดนตรีบรรเลงก็ได้มีการเริ่มจุดไฟเผารูปปั้นเหล่านั้น ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมเทศกาลดังกล่าวถึง 50,000 คน

8. เทศกาลลอยโคม, ประเทศจีน (Lantern Festivals, China)

           เทศกาล Lantern มีมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 ของเดือนแรกในปฏิทินตามฉบับของจีน ซึ่งแต่เดิมนั้นทั้งชาวจีนและเวียดนามได้ร่วมกันสืบทอดเทศกาลนี้ โดยการปล่อยโคมลอยนับพันบริเวณวัด กระทั่งปัจจุบันมันจะกลายเป็นประเพณียอดฮิตที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเห็นกับตาสักครั้ง ความงดงามของโคมลอยที่ส่องสว่างแข่งกันแสงดาวบนท้องฟ้านับพัน ช่างเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย อีกทั้งมันยังแฝงไปด้วยความหมายที่สื่อถึงการปล่อยเรื่องไม่ดีในอดีตให้ลอยไปกับโคม แล้วพร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่ที่สุกสกาวอีกครั้ง

9. เทศกาลการ์มา, ประเทศออสเตรเลีย (Garma Festival – Australia)


           เทศกาลการ์มา จัดโดยชนเผ่า Yolngu ของประเทศออสเตรเลีย โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทางการ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเทศกาลการ์มาจะเป็นการแสดงการเต้น ขับร้อง ศิลปะ และท่วงท่าการรำธงบนพื้นทราย นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันความรู้และวัฒนธรรมของชนเผ่าด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเข้าชมกันได้ทุกคนนะคะ เพราะผู้ที่จะเข้าร่วมงานได้จะต้องเป็นผู้ที่ถูกเชิญเท่านั้น

10. เทศกาลพระอาทิตย์, ประเทศเปรู (Inti Raymi (Festival of the Sun) – Peru)

           ชนเผ่าอินคาได้มีการเดินขบวนพาเหรดเพื่อบูชาเทพแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นอีกเทศกาลสำคัญของชนเผ่า นอกจากนี้ยังถือเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ร่วมก่อตั้งชนเผ่าอินคาด้วย ซึ่งคุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับการแต่งการตามแบบฉบับของชนเผ่าที่จัดมาแบบเต็ม ๆ และยังมีการแต่งเป็นเทพเจ้าแบบจำลองด้วย

11. เทศกาลหิมะที่ซัปโปะโระ, ประเทศญี่ปุ่น (The Sapporo Snow Festival – Japan)

ภาพจาก shot / shutterstock.com

           เทศกาลหิมะเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 โดยเด็กมัธยมชาวญี่ปุ่นได้ช่วยกันปั้นหิมะจนกลายเป็นประติมากรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สวนโอโดะริจนผู้คนให้ความสนใจอย่างมากและมันก็กลายเป็นเทศกาลอันน่าสนใจในเวลาต่อมา แต่ทว่าเทศกาลดังกล่าวก็ได้ถูกระงับไปพักหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดก็พบว่าเหล่าทหารและประชาชนได้ร่วมกันปั้นและแกะสลักหิมะให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและเพิ่มความอลังการมากขึ้นด้วยขนาดและรูปร่างที่สวยงาม และมันก็กลับมาเป็นเทศกาลสุดรื่นเริงอีกครั้งกระทั่งทุกวันนี้

12. เทศกาลช้าง, เมืองชัยปุระ, ประเทศอินเดีย (Elephant Festival, Jaipur, India)

           ช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นสัตว์สำคัญของประเทศอินเดีย ซึ่งในทุก ๆ ปีก็จะมีการจัดเทศกาลช้างขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม โดยมีการแต่งองค์ทรงเครื่องช้างด้วยผ้าและเครื่องประดับ จากนั้นก็เป็นการเดินขบวนของช้างไปตามจุดต่าง ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะคุณจะได้หัวเราะไปกับการแข่งขันโปโลน้ำของช้าง การชักกะเย่อ และการแข่งขันอื่น ๆ ด้วย

13. วันแห่งความตาย, ประเทศเม็กซิโก (Day of the Dead – Mexico)

ภาพจาก sunsinger / shutterstock.com

           Dia De Los Muerto หรือวันแห่งความตาย ถือเป็นวันหยุดของชาวเม็กซิกัน ที่ทุกคนจะรวมใจกันอธิษฐานและสวดมนต์ถึงบรรดาครอบครัวหรือเพื่อนที่ล่วงลับให้ไปสู่สุคติ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนของประชาชนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและขนนกคล้ายกับอินเดียแดง และมีการเขียนหน้าหรือใส่หน้ากากรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ด้วย

14. ไวท์ ไนท์ เฟสติวัล, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, ประเทศรัสเซีย (White Nights Festival – Saint Petersburg, Russia)

ภาพจาก De Visu / shutterstock.com

           ไวท์ ไนท์ เฟสติวัล เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองและระบบคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง โดยจะจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่มีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบางประเทศของทวีปยุโรป นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นเรือใบสีแดงที่ล่องในแม่น้ำซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล อีกทั้งยังมีการจุดพลุดอกไม้ไฟ และแสงไฟเลเลอร์ที่สาดส่องท่ามกลางแม่น้ำด้วย

15. เทศกาลอิเล็คทริค ฟอเรสต์ มิวสิค เฟสติวัล, มิชิแกน (Electric Forest Music Festival, Rothbury, Michigan)

           Electric Forest Music Festival เป็นเทศกาลที่จะทำให้คุณตื่นตาไปกับแสงไฟหลากสีท่ามกลางป่าไม้ ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดให้คุณได้สัมผัสถึงความชิลสุด ๆ แต่จะว่าไปมันก็โรแมนติกไม่เบาเลย ที่สำคัญผู้ที่แวะเวียนมาเที่ยวชมยังได้ทำบุญไปในตัวด้วย เพราะรายได้บางส่วนนั้นเขาจะนำไปบริจาคให้กับหมู่บ้านยากไร้ด้วยค่ะ

16. เทศกาลแกะสลักทรายนานาชาติ, ประเทศโปรตุเกส (International Sand Sculpture Festival, Portugal)

           ถือเป็นการแสดงผลงานการแกะสลักทรายกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลย ซึ่งในแต่ละปีจะมีศิลปินกว่า 60 คน ที่ใช้ทรายมากกว่า 35,000 ตัน ในการสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นเอกให้เป็นรูปร่างรูปทรงต่าง ๆ อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็น รูปคนดัง, ภาพการ์ตูน, ภาพล้อเลียน, สัตว์ ที่สำคัญยังงดงามและสมจริงสุด ๆ ด้วยนะ

17. เทศกาลป่าฝน เวิลด์ มิวสิค เฟสติวัล, กูชิง, บอร์เนียว (Rainforest World Music Festival, Kuching, Borneo)

           เป็นอีกเทศกาลที่คอดนตรีห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับดนตรีสดหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นร็อค, ป๊อบ, แจ๊ส หรืออะคูสติก เรียกว่าเอาใจทุกคอเพลงทุกแนวดนตรีเลย และศิลปินที่มาเล่นก็เป็นศิลปินชื่อดังจากทั่วโลกด้วย ไฮไลท์เด็ดก็คงจะอยู่ที่การได้ผ่อนคลายด้วยเสียงดนตรีท่ามกลางขุนเขาและป่าฝน ได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมฮัมเพลงไป อะไรจะมีความสุขไปกว่านี้อีก โดยในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คนทีเดียว

18. เทศกาล Cascamorras, ประเทศสเปน (Cascamorras, Spain)

           Guadix และ Baza เป็นสองเมืองที่ตั้งอยู่ในกรานาดา กล่าวกันว่าเมื่อ 500 กว่าปีก่อนสองเมืองนี้เคยเป็นทั้งมิตรและศัตรู โดย Cascamorras คนงานชาว Guadix ได้เข้าไปขุดพบของล้ำค่าในเมือง Baza และเขาพยายามที่จะนำมันกลับมายังเมืองของตน กระทั่งถูกจับได้และกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตระหว่างสองเมืองในที่สุด หลังจากนั้นไม่นานผู้คนส่วนใหญ่อยากให้ทั้งสองเมืองกลับมาเป็นมิตรกันดังเดิม จึงได้อธิษฐานอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และก็ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นทั้งสองเมืองก็กลับมารักกันเช่นเดิม และก็ได้จัดเทศกาลรื่นเริงขึ้นโดยการเพ้นท์และสาดหมึกสีดำใส่กันอย่างสนุกสนาน

19. เทศกาลแกลสตันบูรี, ประเทศอังกฤษ (Glastonbury, England)

           แกลสตันบูรี เป็นเทศกาลดนตรีและการแสดงบนผืนหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพบว่าในปี ค.ศ. 2003 มีการบันทึกจำนวนผู้ร่วมงานได้ถึง 135,500 คนเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาต้องการชมศิลปินชื่อก้องโลกเล่นสดบนเวทีอย่างวง Arctic Monkeys และวง Rolling Stones นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโชว์ต่าง ๆ ทั้งภาพยนตร์, คณะตลก และการแสดงละครสัตว์ด้วย

          

เรียกว่าแต่ละประเทศหรือแต่ละท้องถิ่นก็มีเทศกาลที่น่าสนใจที่เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสสักครั้ง ซึ่งนอกจากความสนุกสนานที่จะได้รับแล้ว เรายังจะได้เรียนรู้ถึงประเพณี วัฒนธรรม และความเชื่อของประเทศนั้น ๆ ด้วย และอย่าลืมว่าไม่ว่าเราจะไปแวะเวียนไปท่องเที่ยวที่ใด ก็อย่าลืมที่จะเคารพวัฒนธรรมและความเชื่อของท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วยนะคะ ทั้งนี้ก็เพื่อการเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีที่ไม่ว่าจะแวะเวียนไปอีกสักกี่ครั้งพวกเขาก็ยังต้อนรับเราอยู่เสมอ


เทศกาล Holi หรือ Festival of Colours จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในอินเดียและประเทศทั่วโลกที่มีชาวฮินดูอาศัยอยู่ เพื่อเป็นการต้อนรับฤดูใบไม้ผลิและเป็นการเฉลิมฉลองชีวิตใหม่ แม้ว่าจะไม่มีพิธีกรรมทางศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องมากนัก แต่ดูเหมือนว่าชาวฮินดูและนักท่องเที่ยวทุกคนจะพร้อมใจกันมาสาดผงสีใส่กันอย่างสนุกสนาน ที่สำคัญมันยังเป็นเทศกาลที่ไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะกันด้วย นับเป็นอีกหนึ่งสีสันของประเทศอินเดียที่นอกจากจะสร้างความครื้นเครงให้ผู้คนในประเทศแล้ว ยังดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มากทีเดียวเทศกาล Winter Light Festival จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่เมืองคุนาวะ จังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่แสงไฟจากหลอดไฟ LED กว่า 7 ล้านดวง ที่ส่องประกายหลากสีสันในสวนพฤกษาศาสตร์ Nabana no Sato ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยการใช้พลังการแสงอาทิตย์ สมกับเป็นประเทศแห่งเทคโนโลยีจริง ๆ ซึ่งเทศกาล Winter Light Festival จะจัดขึ้นเป็นเวลากว่า 4 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่กลางเดือนพฤศจิกายนถึงกลางเดือนมีนาคม ใครที่มาญี่ปุ่นก็อย่าลืมแวะเวียนมาเที่ยวกันบ้างนะคะ รับรองว่ามันจะเป็นอีกเทศกาลที่จะทำให้คุณตื่นตาตื่นใจแน่นอนในปี ค.ศ. 1162 เวนิสได้รับชัยชนะจากการสู้รบ ประชาชนจึงได้รวมตัวกันเฉลิมฉลองบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (San Marco Square) กระทั่งทุกวันนี้ที่ได้ถือเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองสุดยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี และมีจุดเด่นที่ขบวนพาเหรดที่ทุกคนในขบวนจะต้องสวมหน้ากากและการแต่งกายที่เต็มไปด้วยสีสัน นับเป็นเทศกาลรื่นเริงในอิตาลีที่จะทำให้คุณเพลิดเพลินไปกับขบวนพาเหรดสุดตระการตา ดนตรีสด และกิจกรรมต่าง ๆเทศกาล Up Helly Aa Fire เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการสิ้นสุดเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ นอกจากนี้ยังแฝงไปด้วยการเฉลิมฉลองทางด้านประวัติศาสตร์ด้วย โดยการเฉลิมฉลองจะเริ่มจากการเดินขบวนในช่วงระหว่างวัน ส่วนในช่วงกลางคืนจะมีการจุดคบเพลิงแล้วโยนใส่เรือไวกิ้งจำลอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมาของชาติในสมัยก่อนด้วยตามตำนานเล่าว่าในปี ค.ศ. 1945 มีชาวบ้านได้ขว้างปาผักเข้าไปในป่าแต่เกิดพลาดโดนกันเอง จึงกลายเป็นความสนุกสนานกระทั่งเกิดเป็นเทศกาลสำคัญอย่างทุกวันนี้ โดยเทศกาลปามะเขือเทศจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันพุธสุดท้ายของเดือนสิงหาคมที่ Bunol ในเมืองบาเลนเซียงานรื่นเริงนี้เริ่มครั้งแรกในปี ค.ศ. 1972 ซึ่งเป็นการปล่อยบอลลูน 13 ลูกขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบสถานีวิทยุ 770 AM KOB Radio ซึ่งเป็นที่น่าตื่นใจไปทั่วทั้งเมือง จนกระทั่งมันได้กลายเป็นเทศกาลที่สร้างความบันเทิงให้กับผู้มาเยือนไม่น้อย การได้แชะภาพบอลลูนขนาดใหญ่หลากสีสันจำนวน 750 ลูก ค่อย ๆ ขึ้นสู่ท้องฟ้า ความงดงามตระการตาแบบนี้จะทำให้คุณลืมไปเลยว่า หลังจบงานคุณจะมีอาการปวดเมื่อยต้นคอแน่นอน !!เทศกาลเบิร์นนิ่งแมนจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบริเวณที่โล่งกว้างในรัฐเนวาดา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองด้านความเจริญของศิลปะและวัฒนธรรม โดยจะมีศิลปินได้สร้างรูปปั้นขนาดยักษ์กว่า 12 รูป แต่ละรูปมีความสูงกว่า 100 ฟุตทีเดียว และเมื่อถึงเวลาค่ำคืนขณะที่ดนตรีบรรเลงก็ได้มีการเริ่มจุดไฟเผารูปปั้นเหล่านั้น ซึ่งแต่ละปีจะมีผู้เข้าชมเทศกาลดังกล่าวถึง 50,000 คนเทศกาล Lantern มีมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในวันที่ 15 ของเดือนแรกในปฏิทินตามฉบับของจีน ซึ่งแต่เดิมนั้นทั้งชาวจีนและเวียดนามได้ร่วมกันสืบทอดเทศกาลนี้ โดยการปล่อยโคมลอยนับพันบริเวณวัด กระทั่งปัจจุบันมันจะกลายเป็นประเพณียอดฮิตที่นักท่องเที่ยวอยากจะมาเห็นกับตาสักครั้ง ความงดงามของโคมลอยที่ส่องสว่างแข่งกันแสงดาวบนท้องฟ้านับพัน ช่างเป็นภาพที่งดงามเหนือคำบรรยาย อีกทั้งมันยังแฝงไปด้วยความหมายที่สื่อถึงการปล่อยเรื่องไม่ดีในอดีตให้ลอยไปกับโคม แล้วพร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่ที่สุกสกาวอีกครั้งเทศกาลการ์มา จัดโดยชนเผ่า Yolngu ของประเทศออสเตรเลีย โดยได้รับการสนับสนุนอย่างดีจากทางการ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสืบสานและอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเทศกาลการ์มาจะเป็นการแสดงการเต้น ขับร้อง ศิลปะ และท่วงท่าการรำธงบนพื้นทราย นอกจากนี้ยังมีการแบ่งปันความรู้และวัฒนธรรมของชนเผ่าด้วย แต่ก็ใช่ว่าจะสามารถเข้าชมกันได้ทุกคนนะคะ เพราะผู้ที่จะเข้าร่วมงานได้จะต้องเป็นผู้ที่ถูกเชิญเท่านั้นชนเผ่าอินคาได้มีการเดินขบวนพาเหรดเพื่อบูชาเทพแห่งดวงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นอีกเทศกาลสำคัญของชนเผ่า นอกจากนี้ยังถือเป็นการรำลึกถึงบรรพบุรุษที่ร่วมก่อตั้งชนเผ่าอินคาด้วย ซึ่งคุณจะตื่นตาตื่นใจไปกับการแต่งการตามแบบฉบับของชนเผ่าที่จัดมาแบบเต็ม ๆ และยังมีการแต่งเป็นเทพเจ้าแบบจำลองด้วยเทศกาลหิมะเริ่มตั้งแต่ปี ค.ศ. 1950 โดยเด็กมัธยมชาวญี่ปุ่นได้ช่วยกันปั้นหิมะจนกลายเป็นประติมากรรมสุดยิ่งใหญ่ที่สวนโอโดะริจนผู้คนให้ความสนใจอย่างมากและมันก็กลายเป็นเทศกาลอันน่าสนใจในเวลาต่อมา แต่ทว่าเทศกาลดังกล่าวก็ได้ถูกระงับไปพักหนึ่งในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดก็พบว่าเหล่าทหารและประชาชนได้ร่วมกันปั้นและแกะสลักหิมะให้เป็นรูปร่างต่าง ๆ อย่างสนุกสนานและเพิ่มความอลังการมากขึ้นด้วยขนาดและรูปร่างที่สวยงาม และมันก็กลับมาเป็นเทศกาลสุดรื่นเริงอีกครั้งกระทั่งทุกวันนี้ช้างถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นสัตว์สำคัญของประเทศอินเดีย ซึ่งในทุก ๆ ปีก็จะมีการจัดเทศกาลช้างขึ้นในช่วงเดือนมีนาคม โดยมีการแต่งองค์ทรงเครื่องช้างด้วยผ้าและเครื่องประดับ จากนั้นก็เป็นการเดินขบวนของช้างไปตามจุดต่าง ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะคุณจะได้หัวเราะไปกับการแข่งขันโปโลน้ำของช้าง การชักกะเย่อ และการแข่งขันอื่น ๆ ด้วยDia De Los Muerto หรือวันแห่งความตาย ถือเป็นวันหยุดของชาวเม็กซิกัน ที่ทุกคนจะรวมใจกันอธิษฐานและสวดมนต์ถึงบรรดาครอบครัวหรือเพื่อนที่ล่วงลับให้ไปสู่สุคติ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนของประชาชนที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและขนนกคล้ายกับอินเดียแดง และมีการเขียนหน้าหรือใส่หน้ากากรูปแบบต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีการเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ด้วยไวท์ ไนท์ เฟสติวัล เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองและระบบคอมมิวนิสต์สิ้นสุดลง โดยจะจัดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่มีปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์เที่ยงคืน ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในบางประเทศของทวีปยุโรป นอกจากนี้คุณยังจะได้เห็นเรือใบสีแดงที่ล่องในแม่น้ำซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของเทศกาล อีกทั้งยังมีการจุดพลุดอกไม้ไฟ และแสงไฟเลเลอร์ที่สาดส่องท่ามกลางแม่น้ำด้วยElectric Forest Music Festival เป็นเทศกาลที่จะทำให้คุณตื่นตาไปกับแสงไฟหลากสีท่ามกลางป่าไม้ ถือเป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีดนตรีสดให้คุณได้สัมผัสถึงความชิลสุด ๆ แต่จะว่าไปมันก็โรแมนติกไม่เบาเลย ที่สำคัญผู้ที่แวะเวียนมาเที่ยวชมยังได้ทำบุญไปในตัวด้วย เพราะรายได้บางส่วนนั้นเขาจะนำไปบริจาคให้กับหมู่บ้านยากไร้ด้วยค่ะถือเป็นการแสดงผลงานการแกะสลักทรายกลางแจ้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกเลย ซึ่งในแต่ละปีจะมีศิลปินกว่า 60 คน ที่ใช้ทรายมากกว่า 35,000 ตัน ในการสร้างสรรค์ประติมากรรมชิ้นเอกให้เป็นรูปร่างรูปทรงต่าง ๆ อย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็น รูปคนดัง, ภาพการ์ตูน, ภาพล้อเลียน, สัตว์ ที่สำคัญยังงดงามและสมจริงสุด ๆ ด้วยนะเป็นอีกเทศกาลที่คอดนตรีห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ที่ซึ่งคุณจะได้สัมผัสกับดนตรีสดหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นร็อค, ป๊อบ, แจ๊ส หรืออะคูสติก เรียกว่าเอาใจทุกคอเพลงทุกแนวดนตรีเลย และศิลปินที่มาเล่นก็เป็นศิลปินชื่อดังจากทั่วโลกด้วย ไฮไลท์เด็ดก็คงจะอยู่ที่การได้ผ่อนคลายด้วยเสียงดนตรีท่ามกลางขุนเขาและป่าฝน ได้นั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ พร้อมฮัมเพลงไป อะไรจะมีความสุขไปกว่านี้อีก โดยในแต่ละปีจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 30,000 คนทีเดียวGuadix และ Baza เป็นสองเมืองที่ตั้งอยู่ในกรานาดา กล่าวกันว่าเมื่อ 500 กว่าปีก่อนสองเมืองนี้เคยเป็นทั้งมิตรและศัตรู โดย Cascamorras คนงานชาว Guadix ได้เข้าไปขุดพบของล้ำค่าในเมือง Baza และเขาพยายามที่จะนำมันกลับมายังเมืองของตน กระทั่งถูกจับได้และกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตระหว่างสองเมืองในที่สุด หลังจากนั้นไม่นานผู้คนส่วนใหญ่อยากให้ทั้งสองเมืองกลับมาเป็นมิตรกันดังเดิม จึงได้อธิษฐานอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และก็ไม่น่าเชื่อว่าหลังจากนั้นทั้งสองเมืองก็กลับมารักกันเช่นเดิม และก็ได้จัดเทศกาลรื่นเริงขึ้นโดยการเพ้นท์และสาดหมึกสีดำใส่กันอย่างสนุกสนานแกลสตันบูรี เป็นเทศกาลดนตรีและการแสดงบนผืนหญ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1970 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังพบว่าในปี ค.ศ. 2003 มีการบันทึกจำนวนผู้ร่วมงานได้ถึง 135,500 คนเลยทีเดียว นั่นก็เป็นเพราะพวกเขาต้องการชมศิลปินชื่อก้องโลกเล่นสดบนเวทีอย่างวง Arctic Monkeys และวง Rolling Stones นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีโชว์ต่าง ๆ ทั้งภาพยนตร์, คณะตลก และการแสดงละครสัตว์ด้วย


LIVE : รายการ TNN World Today วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 เวลาข่าว 20.30-21.15 น.


เกาะติดสถานการณ์ข่าวต่างประเทศ
จีนสหรัฐฯ จับมือกัน! ร่วมมือแก้ปัญหาโลกร้อน
รัสเซียส่งเครื่องบินรบตระเวนเหนือน่านฟ้าเบลารุส
สหรัฐฯยุโรป อาการหนัก ติดเชื้อเสียชีวิต COVID19 ยังสูง!
จับตามหกรรมวันคนโสดจีน กวาดรายได้มหาศาล ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาล

อัพเดทข่าวไฮไลต์และบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ มาเป็นเพื่อนใน Line กับ TNN World คลิก https://lin.ee/LdHJXZt
ติดตาม TNN World ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้ที่
Website : https://bit.ly/TNNWorldWebsite
Youtube : https://bit.ly/TNNWorldTodayYouTube
TikTok : https://bit.ly/TNNWorldTikTok
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

LIVE : รายการ TNN World Today วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564  เวลาข่าว 20.30-21.15 น.

ต้องโดนถ้วนหน้า!! นักวิชาการ สื่อล้มเจ้า นักการเมือง เตรียมรับคดีหมิ่นศาล รธน. | ข่าวเด่น | TOP NEWS


ทักษิณเพื่อไทยเปิดประเทศTOPNEWS
ติดตามข่าวคลิปเด่นได้ที่ : https://bit.ly/TOPKhaodenxSubYT
.
ดาวน์โหลด APP : TOP NEWS : http://onelink.to/c68pbd
.
โฆษณาติดต่อ (คุณติ๊ก)
worarak@topnews.co.th
0816490178
.
ติดตามข่าวสารจากทางเราได้ จากทุกๆ ช่องทาง
กล่อง PSI, INFOSAT, GMMZ, IPM , CSAT, TIK , 3BB, TOT ช่องหมายเลข 77 , AIS ช่องหมายเลข 658
.
Website : https://www.topnews.co.th
FB : https://bit.ly/FBTOPTV
IG : https://bit.ly/IGTOPTV
Twitter : https://bit.ly/TWTOPTV
Line : https://bit.ly/LINExTOPTV

ต้องโดนถ้วนหน้า!! นักวิชาการ สื่อล้มเจ้า นักการเมือง เตรียมรับคดีหมิ่นศาล รธน. | ข่าวเด่น | TOP NEWS

\”ไบเดน\” ทุ่ม 1.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ฟื้นสหรัฐฯ : วิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ (15 ม.ค. 64)


ตั้งแต่เข้าสู่ปีใหม่ 2564 สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อโควิด19 เพิ่มขึ้นหลักแสนต่อวันและวิกฤตที่เกิดขึ้นย่ำแย่ลงอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าล่าสุดชาวอเมริกันอาจจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง เมื่อว่าที่ผู้นำประกาศนโยบายกอบกู้ประเทศ ติดตามสถานการณ์ข่าวได้ในรายการข่าวค่ำ มิติใหม่ทั่วไทย ชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/EveningNews

กด Subscribe
ติดตามรายการดีๆของช่อง ได้ที่ : http://shorturl.at/czXZ0
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBSFan
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
LINE : http://www.thaipbs.or.th/AddLINE
YouTube : http://www.youtube.com/ThaiPBS

\

ความขัดแย้งสหรัฐฯ – จีน ส่อเค้าบานปลายรบกวน : วิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ (8 ต.ค. 64)


แม้ว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงของทั้งสหรัฐอเมริกาและจีนได้เห็นพ้องให้จัดการประชุมระดับผู้นำผ่านระบบออนไลน์ภายในช่วงสิ้นปีนี้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับจีนดูเหมือนจะอยู่ในภาวะตึงเครียดอีกครั้ง ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ไปไกลแค่ไหน ชมย้อนหลังรายการข่าวค่ำมิติใหม่ ได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/EveningNews

กด Subscribe ติดตามรายการดี ๆ ของช่อง ได้ที่ : http://thaip.bs/YSBht5j
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBS
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
LINE : http://www.thaipbs.or.th/AddLINE
YouTube : http://www.youtube.com/ThaiPBS

ความขัดแย้งสหรัฐฯ - จีน ส่อเค้าบานปลายรบกวน : วิเคราะห์สถานการณ์ต่างประเทศ (8 ต.ค. 64)

จับตา“สงครามโลก”ครั้งที่3 เช็กพื้นที่เสี่ยง“ชนวนขัดแย้ง” | TNN ข่าวค่ำ | 14 ต.ค. 64


จากกรณีสื่อจีนออกมาเตือนว่าสงครามโลกครั้งที่ 3 อาจจะปะทุขึ้นได้ หลังจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศว่าจะต้องรวมชาติเพื่อให้ไต้หวันกลับมาสู่แผ่นดินแม่ รวมทั้งกองทัพจีนส่งเครื่องบินรบเข้าไปใกล้น่านฟ้าไต้หวัน และมีการซ้อมรบยกพลขึ้นบก ขณะที่ เรือบรรทุกเครื่องบินของอังกฤษกับสหรัฐฯและเรือรบญี่ปุ่น กำลังซ้อมรบครั้่งใหญ่ในทะเลฟิลิปปินส์ ทำให้สื่อตะวันตกวิเคราะห์จากพื้นที่ทั่วโลกที่มีความขัดแย้ง ซึ่งมีประมาณ10กว่าแห่ง ว่าเป็นพื้นที่เสี่ยง และอาจเกิดสงครามโลกครั้งที่3ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นชนวนขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

จับตา“สงครามโลก”ครั้งที่3 เช็กพื้นที่เสี่ยง“ชนวนขัดแย้ง” | TNN ข่าวค่ำ | 14 ต.ค. 64

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ข่าว ต่าง ประเทศ ที่ น่า สนใจ

Leave a Comment