[NEW] 14 อันดับหนังทำเงิน ที่ได้รางวัลออสการ์ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม | รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม – POLLICELEE

รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

               โดยส่วนใหญ่แล้วหนังที่ไปกวาดรางวัลใหญ่ๆ บนเวทีออสการ์มักจะเป็นหนังสายรางวัลที่มีช่อมะกอกประดับบนโปสเตอร์แสดงถึงคุณภาพของหนังที่มีรางวัลจากเทศกาลต่างๆ เป็นเครื่องพิสูจน์ และหนังเหล่านี้ก็เป็นขวัญใจของนักวิจารณ์และคะแนนจาก IMDB หรือ Rottentomatoes ก็ค่อนข้างสูง แต่ในทางตรงกันข้าม หนังเหล่านี้ก็ไม่ได้มุ่งเน้นความบันเทิงหรือหวังผลทางการตลาดเท่าใดนัก พูดตรงๆ ก็คือไม่ใช่หนังสนุกเอาใจคนดูนั่นแหละ นี่คือรูปแบบของหนังส่วนใหญ่แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกเรื่องจะเป็นเช่นนี้ ก็มีบ้างเช่นกัน ที่หนังกวาดรางวัลใหญ่รวมถึง “ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” แล้วก็เป็นหนังที่คนดูชื่นชอบสามารถทำรายได้แบบถล่มทลาย กวาดทั้งเงินทั้งรางวัล เรียกว่าไปในทิศทางเดียวกันได้ เป็นหนังที่ดูสนุกแล้วก็มีคุณภาพถูกใจทั้งคนดูทั้งนักวิจารณ์ บทความนี้ผู้เขียนเลยหยิบยกหนังเหล่านี้มาให้ดูกันว่ามีเรื่องอะไรบ้าง 15 อันดับแรกของหนังที่คว้าออสการ์”ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม” แล้วยังทำเงินมหาศาล มีการปรับตัวเลขรายได้ใหม่ตามสภาวะเงินเฟ้อแล้วมาจัดอันดับให้ดูใหม่ด้วย เพราะตัวเลขค่าตั๋วในอดีตกับปัจจุบันต่างกันมากครับ

 

อันดับที่ 1 Gone with the Wind (1939)

ผู้กำกับ : วิคเตอร์ เฟลมมิ่ง
นักแสดง : คลาร์ก เกเบิล , วิเวียน ลีห์
ความยาว : 3 ชั่วโมง 58 นาที
ชนะออสการ์ 8 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 199 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 1,850 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : อีกหนึ่งหนังยิ่งใหญ่ตลอดกาล เล่าเรื่องราวความรักท่ามกลางสงครามกลางเมืองในอเมริกา สการ์เล็ตต์ โอฮารา หญิงรูปงามที่หลงรักแอชลีย์ แต่เขาก็เลือกที่จะแต่งงานกับ เมลานีย์ ญาติของตัวเอง สการ์เล็ตต์ ก็ยังไม่ตัดใจจากแอชลีย์แม้เธอจะแต่งงานไปอีกหลายครั้งก็ตาม ชีวิตเธอต้องผ่านสภาวะลำบากมากมายที่เป็นผลจากสงคราม เธอต่อสู้กับทุกอุปสรรคเพื่อจะไปให้ถึงชีวิตที่สุขสบายอย่างที่เธอคาดหวังไว้ แต่มันก็ไม่เป็นดังฝัน ตามชื่อเรื่องภาษาไทยว่า “วิมานลอย”

 

อันดับที่ 2 The Sound of Music (1965)

ผู้กำกับ : โรเบิร์ต ไวส์
นักแสดง : จูลี่ แอนดรูว์ , คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ , เอเลนอร์ ปาร์คเกอร์
ความยาว : 2 ชั่วโมง 54 นาที
ชนะออสการ์ 3รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม  , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 159 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 1,300 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : มาเรียหญิงสาวผู้มีความมุ่งมั่นจะเป็นแม่ชี แต่คุณแม่อธิการเห็นว่าเธอยังไม่พร้อม จึงให้เธอเป็นแม่ชีฝึกหัดไปก่อน แล้วก็มอบหมายงานให้เธอไปเป็นพี่เลี้ยงดูแลเด็กๆ 7 คนของ บารอน เก-ออร์ก ฟอน แทรพพ์ กัปตันเรือผู้เกษียณอายุราชการ ที่ต้องดูแลลูกๆ ด้วยตนเองหลังจากภรรยาเสียชีวิตไปแล้ว 7 ปี สภาพครอบครัวของกัปตันบารอน ตึงเครียดมากเพราะเขาเอาระเบียบทหารมาใช้กับลูกๆ ใครไม่ปฏิบัติตามก็จะโดนลงโทษ มาเรียปรับแก้บรรยากาศภายในบ้านด้วยการนำดนตรีเข้ามาผ่อนคลาย พาเด็กๆ ไปร้องเพลงภายนอกบ้านที่แวดล้อมด้วยทิวทัศน์สวยงามของทะเลสาบและเทือกเขาของออสเตรีย ทำให้มาเรียชนะใจเด็กๆ และกัปตันบารอนที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับเศรษฐีนีชาวเวียนนา แต่มาแต่งงานกับเธอแทน

 

อันดับที่ 3 Titanic (1997)

ผู้กำกับ : เจมส์ คาเมรอน
นักแสดง : ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ , เคต วินสเล็ต , บิลลี่ เซน
ความยาว : 3 ชั่วโมง 14 นาที
ชนะออสการ์ 11 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , แต่งกายยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม , ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม , เทคนิคพิเศษทางด้านภาพยอดเยียม , เทคนิคพิเศษทางด้านเสียงยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 659 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 1,244 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : จากโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของมนุษยชาติเมื่อปี 1912 เรือยักษ์ที่ประกาศก้องว่าจะไม่มีวันอับปางแต่ก็ล่มลงพร้อมกับคร่าชีวิตผู้โดยสารไป 1,514 ราย หนังหยิบยกเหตุการณ์มาเล่าใหม่บนจอภาพยนตร์พร้อมกับเสริมเรื่องราวโรแมนซ์ปนน้ำเน่าของแจ๊ค ดอว์สัน ศิลปินไส้ยากจนกับ โรส ดีวิตต์ ลูกสาวมหาเศรษฐีที่โดนจับคลุมถุงชนกับชายที่เธอไม่ได้รัก กลายเป็นเรื่องราวรักสามเส้าที่มีฉากหลังเป็นเหตุระทึกครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ที่โลกไม่มีวันลืม

 

อันดับที่ 4 Ben-Hur (1959)

ผู้กำกับ : วิลเลียม ไวเลอร์
นักแสดง : ชาร์ลตัน เฮสตัน , แจ๊ค ฮอว์คกินส์ , สตีเฟน บอยด์
ความยาว : 3 ชั่วโมง 32 นาที
ชนะออสการ์ 11 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , แต่งกายยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม , เทคนิคพิเศษทางด้านภาพยอดเยียม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 74 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 900 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : อภิมหาอมตะนิรันด์กาลหนังคลาสสิกฮอลลีวู้ด ที่ไม่น่าจะเอามารีเมคให้เสียคุณค่าเลยจริงจริ๊ง และเป็นหนังที่กวาดออสการ์ไปถึง 11 รางวัล  เรื่องราวของเพื่อนรักหักเหลียมโหด ระหว่าง เบนเฮอร์ และ เมสซาล่า ที่ฝ่ายหลังเป็นทหารโรมันและจับเพื่อนที่เป็นชาวยิวส่งไปเป็นทาสในเรือ เบนเฮอร์ต้องผจญภัยไปต่างแดนและพาตัวเองกลับมาสู่บ้านเกิดอีกครั้งในฐานะนักรบ เขาท้าประลองรถศึกกับเมซซาล่า และเป็นฝ่ายกำชัยได้กลับมาอยู่กับครอบครัวอีกครั้ง เนื้อหหนังพาดพิงเรื่องราวในคัมภีร์ไบเบิ้ลอยู่มาก มีฉากที่เยซูโดนตรึงกางเขน ช่วยสร้างเสียงกล่าวขวัญในวันที่ได้ออกฉาย

 

อันดับที่ 5 The Sting (1973)

ผู้กำกับ : จอร์จ รอย ฮิลล์
นักแสดง : พอล นิวแมน , โรเบิร์ต เรดฟอร์ด , โรเบิร์ต ชอว์
ความยาว : 2 ชั่วโมง 9 นาที
ชนะออสการ์ 7 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม , เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 156 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 818 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : การรวมพลังครั้งสำคัญของ 2 ดาราสุดฮอตในยุคนั้น โรเบิร์ต เรดฟอร์ด และ พอล นิวแมน , โรเบิร์ต รับบทเป็น ฮุกเกอร์ นักต้มตุ๋นระดับหางแถว แต่ดันพลาดท่าไปหลอกเอาเงินมาเฟียใหญ่ลอนเนแกน ทำให้มาเฟียใหญ่รู้สึกเสียหน้า ผลคือ ลูเธอร์ เพื่อนร่วมวีรกรรมของฮุคเกอร์โดนตามเก็บ ฮุคเกอร์หนีตายไปหา กอนดอร์ฟ บทของพอล นิวแมน ทั้งคู่ร่วมกันวางแผนครั้งใหญ่ในการเอาคืน ลอนเนแกน หนังเต็มไปด้วยแผนการล่อหลอกที่สลับซับซ้อนและสมจริง สมกับเป็นหนังแห่งวงการมิจฉาชีพนักต้มตุ๋นที่ยังไม่มีใครทำได้เทียบเท่า

 

อันดับที่ 6 The Godfather (1972)

ผู้กำกับ : ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา
นักแสดง : มาร์ลอน แบรนโด , อัล ปาชิโน , เจมส์ คาน
ความยาว : 2 ชั่วโมง 55 นาที
ชนะออสการ์ 6 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 135 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 724 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : จากนิยายคลาสสิกของมาริโอ พูโซ สู่ภาพยนตร์คลาสสิกตลอดกาลของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา และเป็นหนังมาเฟียทีดีทีสุดตลอดกาลที่เป็นผลผลิตของฮอลลีวู้ด อีกทั้งบท ดอนวิโต คอร์ลีโอเน ก็กลายเป็นบทที่ดีที่สุดที่มาร์ลอน แบรนโด ได้เคยฝากภาพความทรงจำเอาไว้

 

อันดับที่ 7 Forrest Gump (1994)

ผู้กำกับ : โรเบิร์ต เซเมกคิส
นักแสดง : ทอม แฮงค์ส , โรบิน ไรต์ , แกรี่ ซินิส
ความยาว : 2 ชั่วโมง 55 นาที
ชนะออสการ์ 6 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เทคนิคพิเศษทางด้านภาพยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 330 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 722 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : หนังในดวงใจหลาย ๆ คน ที่ทำให้ ฟอเรสต์ กัมพ์ กลายเป็นตัวละครที่คนดูรักมากคนหนึ่ง เป็นหนังที่ให้ทั้งข้อคิด ความบันเทิง และความประทับใจในความใสซื่อบริสุทธิ์ จากเด็กเอ๋อที่มีไอคิวเพียงแค่ 75 และเป็นโปลิโอ กลับลุกขึ้นมาทำสิ่งยิ่งใหญ่มากมาย เป็นแรงบันดาลใจให้คนมากมายมีกำลังใจและลุกขึ้นสู้ ทั้งการวิ่งระยะไกล เป็นทหารผ่านศึก เป็นแชมป์ปิงปองระดับโลก สร้างประโยคฮิตให้กลายเป็นสติกเกอร์ ได้เข้าพบประธานาธิบดีหลายรุ่น เป็นตัวละครที่ทอม แฮงค์ส ฝากการแสดงไว้อย่างน่าจดจำ สมควรกับออสการ์ตัวที่สองที่เขาได้รับ

 

อันดับที่ 8 Around the World in Eighty Days (1956)

ผู้กำกับ : ไมเคิล แอนเดอร์สัน
นักแสดง : เดวิด นีเวน , เชอร์ลีย์ แม็คเลน , คานตินฟลาส
ความยาว : 2 ชั่วโมง 55 นาที
ชนะออสการ์ 5 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 42 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 593 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : จากนิยายคลาสสิกของจูลส์ เวิร์น ที่เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1872 และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์และทีวีซีรีส์มาแล้วหลายรอบ รอบล่าสุดสร้างออกมาปี 2004 ได้แจ็คกี้ ชาน และ สตีฟ คูแกน มารับบทนำ แต่เวอร์ชั่นที่ประสบความสำเร็จสุดคือเวอร์ชั่นนี้ปี 1956 ที่คว้าออสการ์ไปถึง 5 รางวัล เรื่องราวของมหาเศรษฐีที่รับท้าพนันจากเพื่อน ๆ ว่าเขาสามารถเดินทางรอบโลกด้วยบอลลูนได้ในระยะเวลาต่ำกว่า 80 วัน ด้วยวงเงินพนัน 27,000 เหรียญ ซึ่งจำนวนเงินขนาดนี้นับว่ามหาศาลมากในยุคนั้น และถ้าเขาแพ้พนันนั่นจะส่งผลกระทบต่อสภาวะการเงินของเขาอย่างหนัก

 

อันดับที่ 9 The Greatest Show on Earth (1952)

ผู้กำกับ : ซีซิล บี. เดอร์มิลล์
นักแสดง : เจมส์ สจ๊วต , ชาร์ลตัน เฮสตัน , เบ็ตตี้ ฮัตตัน
ความยาว : 2 ชั่วโมง 32 นาที
ชนะออสการ์ 8 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 36 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 550 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : เนื้อหาที่ละม้ายกับหนัง The Greatest Showman หนังฮิวจ์ แจ็คแมน ที่เพิ่งเข้าฉาย เพราะเกี่ยวกับธุรกิจละครสัตว์เช่นเดียวกัน แต่เรื่องนี้เล่าถึง แบรด เบอร์เด็น ผู้จัดการละครสัตว์ที่ต้องการเพิ่มยอดขายให้กับโชว์ของ ตัวเองในฤดูกาลใหม่นี้ ด้วยการเพิ่มฉากเสียงตายในโชว์ห้อยโหน ในท่าที่ยากแบบไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน และเรื่องราวของ บัตตอนตัวตลกที่ไม่เคยให้ใครได้เห็นใบหน้าจริงที่ปราศจากเมคอัพของเขา เป็นตัวละครที่มีเบื้องหลังอันลึกลับ

 

อันดับที่ 10 My Fair Lady (1964)

ผู้กำกับ : จอร์จ คูเกอร์
นักแสดง : ออเดรย์ เฮ็ปเบิร์น , เร็กซ์ แฮร์ริสัน , สแตนลีย์ ฮอลโลว์เวย์
ความยาว : 2 ชั่วโมง 50 นาที
ชนะออสการ์ 8 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 72 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 550 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : ฮิกกินส์ ศาสตราจารย์ทางภาษาศาสตร์จอมขี้โอ่ รับคำท้าจากเพื่อนๆ ว่าเขาสามารถแปลงโฉม เอไลซ่า สาวขายดอกไม้ผู้ยากจนให้พูดสำเนียงอังกฤษและเฉิดฉายกลายเป็นเจ้าหญิงไปปรากฏตัวในงานสังคมชั้นสูงจนไม่มีใครดูออกได้ เอไลซ่า ผ่านการฝึกอย่างเข้มงวด ผ่านไป 6 เดือน เอไลซ่า กลายร่างเป็นหญิงสูงศักดิ์สง่างามและพาตัวเองเข้าไปปรากฏโฉมในงานเลี้ยง แม้แต่ศิษย์เก่าของฮิกกินส์ยังคิดว่าเธอเป็นเจ้าหญิง แม้แต่ราชินียังขอให้เธอไปเต้นรำเปิดฟลอร์กับเจ้าชาย สุดท้ายฮิกกินส์ก็สามารถเอาชนะคำท้าจากเพื่อนๆ ได้สำเร็จ แต่หลังงานเลี้ยงจบลง เอไลซ่า จะทำอย่างไรต่อกับชีวิต เธอจะกลับไปใช้ชีวิตเป็นสาวยากจนขายดอกไม้เช่นเดิมหรือ

 

อันดับที่ 11  West Side Story (1961)

ผู้กำกับ : เจอโรม รอบบินส์ , โรเบิร์ต ไวส์
นักแสดง : นาตาลี วู้ด , ริชาร์ด เบย์เมอร์ , จอร์จ ชาคิริส
ความยาว : 2 ชั่วโมง 33 นาที
ชนะออสการ์ 10 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , เครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 44 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 514 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : หนังเพลงที่ดัดแปลงมาจาก โรมิโอ – จูเลียต นิยายคลาสสิก แปลงมาเป็นเรื่องราวระหว่างแก๊งวัยรุ่นข้างถนน แก๊งไวท์เจ็ต มี ริฟฟ์ เป็นหัวหน้าแก๊ง และ เปอร์โตริกันชาร์ค มีเบอร์นาโดเป็นหัวหน้าแก๊ง ทั้ง 2 แก๊งห้ำหั่นกันแย่งพื้นที่ปกครองบนถนน แต่แล้ว โทนี่ เพื่อนสนิทของริฟฟ์ ก็ไปตกหลุมรักกับมาเรีย น้องสาวของ เบอร์นาโด ทั้งคู่แอบคบหากัน ขณะเดียวกันทั้ง 2 แก๊งก็นัดปะทะกันใต้ทางด่วน มาเรียขอร้องให้โทนี่ไปยุติศึกครั้งนี้ แต่ก็กลับกลายเป็นต้นกำเนิดของเหตุเศร้าสลด

 

อันดับที่ 12 Lawrence of Arabia (1962)

ผู้กำกับ : เดวิด ลีน
นักแสดง : ปีเตอร์ โอทูล , อเล็กซ์ กินเน็ส , แอนโธนี ควินน์
ความยาว : 3 ชั่วโมง 36 นาที
ชนะออสการ์ 7 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , ถ่ายภาพยอดเยี่ยม , กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม , บันทึกเสียงยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 45 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 508 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : หนังกึ่งชีวประวัติของ โธมัส เอ็ดเวิร์ด ลอเรนซ์ ผู้มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ลอเรนซ์ เป็นทหารอังกฤษประจำอยู่ในไคโร ด้วยเป็นผู้มีความรู้เกี่ยวกับชนเผ่าเรร่อนในคาบสมุทรอาหรับ เลยถูกนายทหารส่งไปให้เป็นผู้ประสานงานระหว่างอังกฤษกับเจ้าชายไฟซาลผู้นำของอาหรับ ไม่นานนักความรู้ความสามารถของลอเรนซ์ก็สร้างความประทับใจจากเจ้าชายได้  เขาสามารถเข้าได้ถึงพวกชนเผ่าต่างๆ และใช้กลยุทธ์แบบกองโจร สามารถเอาชนะพวกเติร์กและขับไล่ออกไปจากคาบสมุทรได้สำเร็จ

 

อันดับที่ 13 Rocky (1976)

ผู้กำกับ : จอห์น จี.อวิลด์เซน
นักแสดง : ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน , ทาเลีย ไชร์ , เบิร์ต ยัง
ความยาว : 2 ชั่วโมง
ชนะออสการ์ 3 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 117 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 505 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : หนังแจ้งเกิดซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาเป็นคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เอง ทางสตูดิโอขอซื้อบทภาพยนตร์จากเขา 350,000 เหรียญ แม้ในขณะนั้นเขายังไม่มีผลงานแสดงเลย แต่เขาก็ปฏิเสธว่าถ้าจะสร้าง Rocky ต้องให้เขารับบทนำเท่านั้น สุดท้ายซิลเวสเตอร์ ก็เป็นร็อคกี้ บัลโบ นักเลงรับจ้างทวงหนี้ผู้มีใจรักในกีฬาชกมวย แล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาหาเขา เมื่ออพอลโล ครีด นักมวยแชมป์รุ่นเฮฟวี่เวท มาเยี่ยมเยียนฟิลาเดเฟีย แล้วเปิดโอกาสให้นักมวยมวยท้องถิ่นมาขึ้นสังเวียนกับเขาได้ เป็นโอกาสเดียวของร็อคกี้ ที่ต้องการแจ้งเกิดในวงการมวยด้วยการเอาชนะแชมป์โลกอย่างอพอลโล ครีด ให้ได้

 

อันดับที่ 14 The Best Years of Our Lives (1946)

ผู้กำกับ : วิลเลียม ไวเลอร์
นักแสดง : เมียนา ลอย , ดานา แอนดรูว์ , เฟรดดิค มาร์ช
ความยาว : 2 ชั่วโมง 50 นาที
ชนะออสการ์ 7 รางวัล : ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , ผู้กำกับยอดเยี่ยม , นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม , นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม , ตัดต่อภาพยอดเยี่ยม , บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม , เพลงประกอบยอดเยี่ยม
รายได้ก่อนปรับค่าเงิน 24 ล้านเหรียญ : รายได้หลังปรับค่าเงิน 504.9 ล้านเหรียญ

เรื่องราวเกี่ยวกับ : หนังสดุดีวีรกรรมของทหารผ่านศึก เล่าเรื่องราวผ่านชีวิตของ 3 ทหารผ่านศึก ที่สภาพชีวิตทางสังคมแตกต่างกัน รายหนึ่งเป็นผู้บริหารธนาคารที่เกิดข้อสังสัยถึงความภักดีจากพนักงานว่ายังเหมือนเดิมไหม กับเจ้านายที่เพิ่งกลับจากสงคราม , อีกรายเป็นชนชั้นแรงงานธรรมดา มือทั้ง 2 ข้างไหม้ระหว่างรบ มีปัญหาที่จะประคองชีวิตแต่งงานและทำงานให้ได้อย่างเดิม รายสุดท้ายชายหนุ่มที่เกิดข้อสงสัยว่าคู่หมั้นยังรักเขาอยู่จริงไหม หรือว่าทีคบอยู่นี่ก็เพราะสงสาร

[NEW] รางวัลออสการ์ (คืออะไร หมายถึง ความหมาย) | รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม – POLLICELEE

รางวัลออสการ์

รางวัลออสการ์, รางวัลออสการ์ หมายถึง, รางวัลออสการ์ คือ, รางวัลออสการ์ ความหมาย, รางวัลออสการ์ คืออะไร

รางวัลออสการ์

“รางวัลออสการ์” (Oscar)  หรือ “อคาเดมี อวอร์ดส์” (Academy Awards) 

เป็นงานแจกรางวัลของอเมริกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกภาพยนตร์ โดยสถาบันที่มีชื่อว่า The Academy of Motion Picture Arts and Sciences (AMPAS) หรือ ชื่อภาษาไทย สถาบันศิลปะภาพยนตร์และวิทยาการ   เป็นรางวัลทางภาพยนตร์ที่ถือกันว่าเป็นสากลและเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1929 การจัดงานปีแรกสุดนี้ จัดที่ Blossom Room โรงแรม Roosevelt ที่ Los Angeles พิธีกรคือ Douglas Fairbanks กับ William C. de Mille   

          งานมอบรางวัลออสการ์มีการมอบรางวัลในหลายๆสาขา เช่น รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม(Best Actor) รางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม(Best Actress) รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม(Best Picture) เป็นต้น

          สำหรับสถานที่จัดงาน หลังจากย้ายไปย้ายมาตามโรงแรมหลายแห่ง ในที่สุด ทางผู้จัดงานตกลงใจปักหลักจัดงานกัน ที่โรงหนัง Grauman”s Chinese Theatre ในปี 1944 ก่อนขยับย้ายมายังสถานที่ที่ใหญ่กว่าคือ Shrine Auditorium ปี 1947     ปี 1950-1959 สถาบันเลือกใช้โรงหนัง RKO Pantage Theatre เป็นสถานที่จัดงาน หลังจากนั้นก็ย้ายมาจัดกันที่ Santa Monica Civic Auditorium  จนกระทั่งปี 1969 ก็ย้ายไปใช้ที่ Dorothy Chandler Pavilion จนกระทั่งปี 2000

           ในช่วงที่จัดงานที่ Dorothy Chandler Pavilion ก็มีการสลับไปจัดงานที่ Shrine Civic Auditorium และ Los Angeles County Music Center บ้างบางครั้ง หลังสุด นับจากปี 2001 เป็นต้นมา งานแจกรางวัลตุ๊กตาทองจัดขึ้นที่ Kodak Theatre

ที่มาของชื่อรางวัลออสการ์

ที่มาของชื่อรางวัลออสการ์นั้น ไม่มีประวัติที่แน่ชัด แต่อย่างไรก็ตามได้มีการสันนิษฐานไว้ดังนี้

  • Bette Davis นางเอกดาราภาพยนตร์ได้กล่าวอ้างว่าเธอได้ตั้งชื่อ Oscar ตามชื่อสามีคนแรกของงเธอที่ชื่อ Harmon Oscar Nelson 
  • อีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง มาจากหนึ่งในพนักงานและเลขาฯของผู้บริหารของสถาบันที่ชื่อ Magaret Herrick ผู้ซึ่งได้ชมการมอบรางวัลในปี 1931 และได้เห็นรูปปั้นบนถ้วยรางวัลซึ่งทำให้เธอนึกถึงลุง Oscar  ของเธอ ภายในสถาบันก็เลยเรียกกันอย่างนั้น เพราะฟังดูมีตัวมีตน ไม่สูงส่งจนเรียกไม่ถนัดอย่าง Academy Awards ซึ่งชื่อ Oscar นี้ ก็เลยกลายเป็นชื่อที่เรียกกันเองเป็นการภายใน จนกระทั่งปี 1934   Walt Disney ใช้ชื่อ “Oscar” นี้เรียกรางวัล Academy ในการกล่าวหลังได้รับรางวัล คนทั่วไปจึงเริ่มใช้ตาม จนในที่สุดทางสถาบันเองก็ยอมรับชื่อ “Oscar” นี้ให้เป็นชื่อเล่นอย่างเป็นทางการของ Academy Awards ในปี 1939

สาขารางวัลออสการ์ในปัจจุบัน

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • ผู้กำกับ (Best Director) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • นักแสดงนำฝ่ายชาย (Best Actor) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • นักแสดงนำฝ่ายหญิง (Best Actress) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • นักแสดงสมทบฝ่ายชาย (Best Supporting Actor) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 ถึงปัจจุบัน
  • นักแสดงสมทบฝ่ายหญิง (Best Supporting Actress) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1936 ถึงปัจจุบัน
  • บทภาพยนตร์ดั้งเดิม (Best Original Screenplay) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1940 ถึงปัจจุบัน
  • บทภาพยนตร์ดัดแปลง (Best Adapted Screenplay) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • ภาพยนตร์อะนิเมชั่น (Best Animated Feature) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 2001 ถึงปัจจุบัน 
  • กำกับศิลป์ (Best Art Direction) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • ถ่ายภาพ (Best Cinematography) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1928 ถึงปัจจุบัน
  • ออกแบบเครื่องแต่งกาย (Best Costume Design) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 ถึงปัจจุบัน
  • สารคดีเรื่องยาว (Best Documentary Feature)
  • สารคดีเรื่องสั้น (Best Documentary Short Subject)
  • ตัดต่อ (Best Film Editing) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1935 ถึงปัจจุบัน
  • ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศ (Best Foreign Language Film) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1947 ถึงปัจจุบัน
  • แต่งหน้า (Best Makeup) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1981 ถึงปัจจุบัน
  • เพลงประกอบ (Best Original Song) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934 ถึงปัจจุบัน
  • ดนตรีประกอบ (Best Original Score) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1934 ถึงปัจจุบัน
  • ภาพยนตร์สั้นการ์ตูน (อะนิเมชั่น) (Best Animated Short Film) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 ถึงปัจจุบัน
  • ภาพยนตร์สั้นเหตุการณ์ (ไลฟ์แอ๊กชั่น) (Best Live Action Short Film) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 ถึงปัจจุบัน เสียง (Best Sound Mixing) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1930 ถึงปัจจุบัน
  • ตัดต่อเสียง (Best Sound Editing) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1963 ถึงปัจจุบัน
  • เอฟเฟ็กต์ภาพ (Best Visual Effects) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939 ถึงปัจจุบัน

รางวัลพิเศษ

  • รางวัลเกียรติยศ (Academy Honorary Award) มอบแด่ผู้มีผลงานดีเด่นในวงการ – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ.1928 ถึงปัจจุบัน
  • รางวัลความสำเร็จเกียรติยศ (Academy Special Achievement Award) มอบแด่ผู้มีผลงานดีเด่นในวงการ
  • รางวัลความสำเร็จทางเทคนิค และ วิทยาศาสตร์ (Academy Award, Scientific or Technical) – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ.1931 ถึงปัจจุบัน
  • รางวัลเอิร์ฟวิง จี. ธัลเบิร์ก (The Irving G. Thalberg Memorial Award) สำหรับผู้อำนวยการสร้างดีเด่น – มีการมอบรางวัลตั้งแต่ปี ค.ศ.1938 ถึงปัจจุบัน
  • รางวัลมนุษยธรรม ฌีน เฮอร์โชลต์ (The Jean Hersholt Humanitarian Award)สำหรับผู้ทำงานด้านมนุษยธรรม
  • รางวัลกอร์ดอน อี ซอว์เยอร์ (Gordon E. Sawyer Award)

เว็บไซต์ทางการ   www.oscars.org  และ  www.oscars.com

รูปปั้นรางวัลออสการ์

          รูปปั้นรางวัลออสการ์มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “Academy Award of Merit”  มีลักษณะตัวรางวัลเป็นรูปอัศวิน crusade ถือดาบเอาปลายแหลมลงดิน ยืนอยู่บนล้อฟิล์ม 5 แฉก ซึ่งแต่ละแฉกแทนตัวแทนสมาชิก 5 สาขาหลักคือ นักแสดง เขียนบท กำกับการแสดง อำนวยการสร้าง และด้านเทคนิค

          รางวัลที่แจกในปัจจุบันทำจากโลหะประเภท pewter ที่เรียกว่า britannium (ดีบุก 93% พลวง 5% ทองแดง 2% โดยประมาณ) แล้วก็เคลือบทอง ส่วนฐานรางวัลเป็นหินอ่อนสีดำ รางวัลตุ๊กตาทองสูง 13.5 นิ้ว (34 ซ.ม.) หนัก 8.5 ปอนด์ (3.85 ก.ก.)  คนออกแบบรางวัลตุ๊กตาทองคือ Cedric Gibbons ผู้กำกับศิลป์ของ Metro-Goldwyn-Mayer   มี  George Stanley เป็นคนปั้นรูปต้นแบบด้วยดินเหนียว และ Alex Smith เป็นคนหล่อรูปรางวัลโดยใช้โลหะผสมดีบุก 92.5% กับทองแดง 7.5% รายละเอียดหลักของรางวัลไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยกเว้นฐานรางวัลที่มีการปรับเปลี่ยนบ้างเล็กๆน้อยๆ

 


Oscars 2021: Yuh-Jung Youn wins Best Supporting Actress, first-ever Korean actor to win Oscar| ABC7


YuhJung Youn claimed the Oscar for best supporting actress Sunday night for her performance in \”Minari\” as a grandmother who moves from South Korea to live with her daughter’s farming family in Arkansas. For more visit:https://abc7.com/entertainment/yuhjungyounhasbecomethefirstkoreanactortowinanacademyaward/10538189/?fbclid=IwAR3zEhk4WuFP7x9UqcX7GJ3xu3YQXSeMjabtvCrbRaRunwT_HzKQU16yFR4

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

Oscars 2021: Yuh-Jung Youn wins Best Supporting Actress, first-ever Korean actor to win Oscar| ABC7

“เวียร์ ศุกลวัฒน์” ตื่นเต้น หนังมะลิลา มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้า ครั้งที่ 91


เป็นภาพยนตร์ไทยอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องลุกขึ้นปรบมือพร้อมกับแสดงความยินดี เพราะล่าสุดภาพยนตร์เรื่อง มะลิลา หนังรัก โรแมนติก ดราม่า ของชายหนุ่ม 2 คน ที่กำกับการโดยอนุชา บุญยวรรธนะ พร้อมนักแสดงนำอย่างหนุ่มเวียร์ ศุกลวัฒน์ และหนุ่มโอ อนุชิต ได้รับคัดเลือกจากสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ที่ลงมติเอกฉันท์แล้วว่าให้เรื่องมะลิลา เป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทยไปเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 91 ในสาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม
จะว่าไปก่อนหน้านี้เรื่อง มะลิลา ก็เคยคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม คิม จิซก อวอร์ด (Kim JiSeok Awards) จากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน (Busan International Film Festival 2017) มาแล้ว ก็ไม่รู้ว่าตัวนักแสดงนำของเรื่องอย่างหนุ่มเวียร์จะตื่นเต้นขนาดไหนที่ได้รับข่าวดีนี้ ต้องไปฟังจากปากเจ้าตัวกันค่ะ

รายการ oneบันเทิง ทุกวันจันทร์ศุกร์ เวลา 12:30น. ทางช่องone31
ติดตามข่าวสารได้ทาง
Facebook : one บันเทิง
Instagram : onebunterng
Youtube : Onebunterng
www.one31.net

“เวียร์ ศุกลวัฒน์” ตื่นเต้น หนังมะลิลา มีชื่อเข้าชิงรางวัลออสก้า ครั้งที่ 91

รายงานพิเศษ จับตาผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยม : เข้มข่าวค่ำ


ก็ต้องมาติดตามกันล่ะค่ะ ว่าการประกาศผลรางวัลออสการ์ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาบ้านเรา ใครจะเป็นผู้ชนะในสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น World Insight ยังคงเกาะติดบรรยากาศก่อนการประกาศผล โดยวันนี้เราจะพาคุณผู้ชมไปดูตัวเก็ง รางวัลอีก 2 สาขาใหญ่ที่เหลือ นั่นคือ นักแสดงนำชาย และหญิงยอดเยี่ยม ติดตามจากรายงาน ทีมข่าวต่างประเทศ

รายงานพิเศษ จับตาผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขานักแสดงนำยอดเยี่ยม : เข้มข่าวค่ำ

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมเข้าชิงออสการ์ 2015


รายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม เวทีออสการ์ ครั้งที่ 87
ชมสดๆได้ที่ http://www.tnnthailand.com/player.php
เกาะติดข่าวเด่นประจำวันได้ที่
http://www.tnnthailand.com
http://www.facebook.com/TNN24
http://twitter.com/tnnthailand
สถานีข่าวโทรทัศน์ TNN24 เป็นสถานีข่าวที่ถือหลักการของก­ารนำเสนอข่าวตรงประเด็น ทันทุกความจริง รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

รางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมเข้าชิงออสการ์ 2015

Sandra Bullock Wins Best Actress: 2010 Oscars


Sean Penn presents Sandra Bullock with the Best Actress Oscar for The Blind Side, featuring Michael Sheen, Forest Whitaker, Oprah Winfrey, Stanley Tucci and Peter Saarsgard, at the 82nd Academy Awards.

Sandra Bullock Wins Best Actress: 2010 Oscars

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ รางวัลออสการ์ สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม

Leave a Comment