[NEW] 27 ประโยค บอกว่า “ไม่เข้าใจ ภาษาอังกฤษ” ที่พลาดมากถ้าไม่รู้ | พูด ไม่ เก่ง ภาษา อังกฤษ – POLLICELEE

พูด ไม่ เก่ง ภาษา อังกฤษ: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ถ้าคุณคิดว่า การบอกว่า ฉันไม่เข้าใจ เป็นภาษาอังกฤษ พูดได้แบบเดียวคือ I don’t understand คุณก็พลาดประโยคอื่น ๆ ที่มีความหมายเหมือนกันไปหลายประโยคเลยค่ะ

การพูดว่า ไม่เข้าใจ ในภาษาอังกฤษนั้น มีอยู่หลายประโยค หลายวลี และหลายสำนวนเลยค่ะ แต่มันแค่อาจจะไม่ได้แปลได้ตรงตัวขนาดนั้น เราก็เลยไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า

แต่วันนี้เบญได้รวบรวมมาให้ถึง 27 ประโยคเลยค่ะ ที่มีความหมายว่าฉันไม่เข้าใจ ภาษาอังกฤษ มาให้คุณเก็บไว้ไปฝึกพูด ใช้กับฝรั่งตอนที่คุยกัน เบญเชื่อเลยว่า เค้าจะต้องอึ้งแน่ ๆ ว่าคุณรู้ประโยคพวกนี้

และจริง ๆ แล้วประโยคพวกนี้ ก็เป็นประโยคที่เราได้ยินบ่อยค่ะ แต่เราอาจจะแค่ไม่เคยคิดว่า ในบริบทนี้ มันแปลว่าไม่เข้าใจนะ แต่หลังจากอ่านโพสต์ของวันนี้แล้ว รับรองว่าเราจะเข้าใจแน่นอนจ้า

ประโยคที่เบญเอามาฝากวันนี้ เป็นแค่ประโยคแค่เสี้ยวเล็ก ๆ ของประโยคภาษาอังกฤษทั้งหมดที่เราควรรู้ ถ้าอยากเก่งภาษาอังกฤษนะคะ

แต่ถ้าคุณสนใจประโยคภาษาอังกฤษหัวข้ออื่น ๆ ที่ใช้ได้จริงใจชีวิตประจำวันแบบนี้ เบญขอแนะนำคอร์สฝึกประโยคภาษาอังกฤษทั่วไป ให้คุณได้ไปฝึกเพิ่มกันด้วยค่ะ

คอร์สนี้มีชื่อว่า Glossika.com เป็นคอร์สที่เน้นประโยคภาษาอังกฤษจริง ๆเน้นให้เราฝึกพูดตาม และฝึกหูของเราให้ชินกับสำเนียงเข้าของภาษาค่ะ

ลองเรียนกับ Glossika ฟรีเลยแค่คลิกเดียว >>

หรืออ่านรีวิวเรียนกับคอร์ส Glossika เพิ่มเติมได้เลยนะคะ รับรองว่า Glossika จะช่วยให้การพูด-ฟังประโยคภาษาอังกฤษของคุณไปอีกเลเวลนึงแน่นอนค่ะ

แต่ถ้าคุณพร้อมที่จะเรียนประโยคภาษาอังกฤษ ฉันไม่เข้าใจ ที่เบญเอามาฝากกันแล้ววันนี้ ก็ไปเริ่มฝึกอ่าน และทำความเข้าใจพร้อม ๆ กันเลยจ้า…

Table of Contents

1. I don’t understand it.

2. I can’t understand.

สองประโยคแรกนี้ เป็นประโยคที่เราคุ้นหูกันอยู่แล้ว ที่มีคำว่า understand ที่แปลว่าเข้าใจอยู่ด้วย แต่เราสามารถเพิ่มดีกรีความดราม่าเข้าไปได้นะคะ

โดยการใส่คำว่า at all ข้างหลังสุด เพื่อบอกว่า ฉันไม่เข้าใจเลยสักนิด เช่น

I don’t understand you at all. ฉันไม่เข้าใจคุณเลยสักนิด

I can’t understand this at all. ฉันไม่เข้าใจสิ่งนี้เลยสักนิด

อย่าลืมลองเอาคำว่า at all ไปในข้างหลังประโยค ไม่เข้าใจ ตามนี้ดูนะคะ ทำให้ประโยคดูมีสีสันขึ้นค่ะ อิอิ

ข้างล่างนี้จะเป็นประโยคที่ไม่ได้แปลตรงตัวว่า ไม่เข้าใจ ในภาษาอังกฤษนะคะ แต่หลายประโยค เป็นวลีภาษาอังกฤษที่แปลทีละคำไม่ได้ ต้องอยู่ด้วยกันเป็นประโยค แต่ก็มีความหมายว่า ไม่เข้าใจ ภาษาอังกฤษเหมือนกันค่ะ

ถ้าประโยคไหนที่มีความหมายเบื้องหลังน่าสนใจ เบญจะเขียนคำอธิบายความหมายไว้ให้ใต้ประโยคด้วยนะคะ คุณจะได้เข้าใจเวลาที่เอาไปใช้จริงว่า ความหมายลึก ๆ ของมันคืออะไร พร้อมแล้วไปดูด้วยกันเลยจ้า

3. I don’t get it.

get เป็นอีกคำที่มีแปลว่า เข้าใจค่ะ ซึ่งแปลตรงตัวว่า ได้รับ ซึ่งจริง ๆ แล้วในข้อนี้ สามารถแปลได้ทั้งสองอย่าง ที่พูดถึงสิ่งของ ถ้าฉันยังไม่ได้รับมันนะ หรือถ้าในบริบทที่พูดถึงความเข้าใจ จะแปลว่า ฉันไม่เข้าใจ ค่ะ

แต่เราก็เพิ่มความดราม่าเข้าไปในประโยคนี้ได้เหมือนกันค่ะ (เบญชอบดราม่า อิอิ) ก็คือการใส่คำว่า just เข้าไปหลังประธาน เช่น

I just don’t get it. ฉันนี่ไม่เข้าใจเลย

He just doesn’t get it. เขานี่ไม่เข้าใจเลยนะ

4. I still don’t get it.

ประโยคนี้จะเหมือนกับประโยคข้างบนเลยค่ะ แต่เราเพิ่มคำว่า still ซึ่งมีความหมายว่า อยู่เลย/ยัง…อยู่ ใช้ในการสนทนาที่เราอาจจะบอกเค้าไม่แล้วว่าไม่เข้าใจ และเค้าพยายามอธิบายให้ฟัง แต่เราก็ยังไม่เข้าใจค่ะ เช่น

I said it 3 times and he still doesn’t get it! ฉันพูดไปตั้ง 3 ครั้ง แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจ

5. I cant’ figure it out.

ถ้าแปลตรงตัวของประโยคนี้ จะเป็นประมาณว่า ฉันยังคิดมันไม่ออกเลย / ฉันยังหาคำตอบเรื่องนี้ไม่ได้เลย แบบว่าสิ่งที่เราพูดถึงเป็นเหมือนโจทย์หรือคำว่า แต่เราก็ยังไม่เข้าใจ และยังแก้ไม่ได้ค่ะ

6. I have no clue.

7. I have no idea.

ประโยคที่ 6 และ 7 นี้ จะเป็นประโยคที่มีความหมายคล้าย ๆ กับว่าฉันไม่รู้ แต่เราก็สามารถใช้ในบริบทที่พูดถึงว่าเราไม่เข้าใจได้ค่ะ โดยที่เราสามารถใส่สิ่งที่เราไม่เข้าใจไว้ข้างหลังประโยคนี้ได้ เช่น

I have no clue what he’s talking about. ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเขากำลังพูดถึงอะไร

He has no idea why I’m doing this to him. เขาไม่เข้าใจเลยว่า ฉันทำแบบนี้กับเขาทำไม

You have no idea what I just said. คุณไม่เข้าใจเลย ว่าฉันเพิ่งพูดอะไรไป

ป.ล. ถ้าประธานเป็น I, you, we, they หรือ พหูพจน์ ให้ใช้ have นะคะ แต่ถ้าประธานเป็น he, she, it หรือ เอกพจน์ ให้ใช้ has จ้า

ส่วนใหญ่เรื่องที่ไม่เข้าใจ ที่ต่อหลังประโยค จะขึ้นด้วย คำเริ่มคำถาม what, where, when, why, how จ้า

8. It makes no sense to me.

9. It doesn’t make any sense.

10. It’s a mystery to me!

ข้อนี้แปลรวม ๆ ประมาณว่า มันเป็นเหมือนปริศนาสำหรับฉัน ก็คือว่าเราไม่เข้าใจมันเลยนั่นเอง

11. What’s the point?

มาดูข้อนี้กันค่ะ คุณอ่านแล้วอาจจะบอกว่า แล้วมันเกี่ยวกับว่าไม่เข้าใจยังไง จริง ๆ แล้วมันเป็นประโยคที่พูดถึงว่า สรุปเธอหมายถึงอะไร ทำไปทำไม พูดไปทำไม

แต่ความหมายลึก ๆ ในบริบท ก็คือ ฉันไม่เข้าใจ ประมาณนั้นค่ะ เช่น

What’s the point of saying this? ฉันไม่เข้าใจ ว่าพูดไปทำไม

What’s the point of being nice to you? ฉันไม่เข้าใจ ว่าฉันจะทำดีกับเธอไปทำไม

ซึ่งมันก็จะไม่ได้แปลตรงตัวขนาดนั้น ไม่ต้องใช้ of และสิ่งที่พูดถึงข้างหลังก็ได้ ก็จะเป็นประโยคที่ประมาณว่า เวลามีคนทำอะไร หรือพูดอะไร แล้วเราไม่เข้าใจ ก็ใช้คำพูดนี้ได้

12. Can I ask why?

13. Could you explain it, please?

ประโยคข้อที่ 12, 13 เป็นประโยคคำถามในสิ่งที่เราไม่เข้าใจ และเราอยากจะขอให้เค้าอธิบายอีกรอบ ซึ่งก็เป็นการที่เราบอกเค้าแล้วค่ะ ว่าฉันไม่เข้าใจ เรื่องที่เกิดขึ้น หรือสิ่งที่คุณเพิ่งพูดไป

14. It’s over my head.

15. It’s completely beyond me!

ข้อ 12 และ 13 นี้แปลว่า มันลอยข้ามหัวฉันไปเลย / มันเกินความเข้าใจของฉัน แปลว่าเราไม่เข้าใจนั่นแหละค่ะ แบบมันไม่ได้เข้ามาในความเข้าใจในสมองหรือความคิดของฉันเลย มันอาจจะยาก หรือซับซ้อนเกินไป เช่น

Japanese is so hard and it’s completely beyond me! ภาษาญี่ปุ่นยากมากเลย และมันเกินความเข้าใจของฉันไปเลย

16. What are you on about?

นี่เป็นอีกประโยคนึงที่เป็นเหมือนคำถาม แต่มีความหมายว่า ฉันไม่เข้าใจว่าคุณพูดอะไรอยู่ สำหรับเบญแล้ว รู้สึกว่าประโยคนี้ค่อนข้างแรงค่ะ

เพราะฉะนั้นถ้าคุณเอาไปใช้ อาจจะต้องระวังโทนเสียง และดูสถานการณ์นิดนึง ว่าเหมาะสมหรือเปล่า

17. I can’t make head or tail of it.

18. I can’t get my head around it!

19. I can’t wrap my head around it!

20. I fail to understand

21. It beats me.

ข้อนี้พูดถึงเวลาที่เราไม่เข้าใจบางสถานการณ์ หรือการกระทำบางอย่าง เช่น

It beats me how Harry got this job. ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ว่าแฮร์รี่ได้งานนี้ได้ยังไง

What beats me is why she talks with Jenny. สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจเลยจริง ๆ ก็คือทำไมเขาถึงคุยกับเจนนี่

นี่เป็นอีกหนึ่งประโยคที่จะมาพร้อมกับ why, how และ why ค่ะ ตามหลัง และพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

22. It’s all Greek to me.

Greek ในที่นี้ หมายถึงภาษากรีกค่ะ ในความหมายของประโยคนี้ก็คือว่า ฉันไม่เข้าใจเลย มันเหมือนภาษากรีกสำหรับฉัน ก็คือภาษาที่เราไม่รู้จักค่ะ (แต่ไม่แน่ใจว่าใช้ได้กับคนที่พูดภาษากรีกได้หรือเปล่านะคะ อิอิ)

23. None the wiser

ความหมายในข้อนี้ก็คือ ไม่ได้เข้าใจมากขึ้นกว่าก่อนเลย และถ้าเมื่อก่อนไม่เข้าใจ ตอนนี้ก็ไม่เข้าใจค่ะ เช่น

It’s been months, and he’s still none the wiser about the true cause of the accident. มันผ่านมาหลายเดือนแล้ว แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าอุบัติเหตุนั้นเกิดจากอะไร

เป็นประโยคที่พูดเดี่ยว ๆ เลยไม่ได้ค่ะ ต้องใส่เหตุการณ์ที่ไม่เข้าใจลงไปด้วย

24. What’s going on?

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย! ประโยคนี้จะแปลเป็นไทยประมาณนี้ค่ะ พูดถึงการแสดงความไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็จะเป็นประโยคคำถามค่ะ

25. What’s so funny about it?

อันนี้เป็นอีกประโยคคำถามภาษาอักฤษ ที่พูดถึงว่าเราไม่เข้าใจกับสถานการณ์นี้ ในประโยคนั้นจะแปลว่า มันตลกตรงไหนหรอ และมันเป็นได้ทั้งคำถามที่จริงใจ แบบเราไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามันตลกตรงไหน

หรือมันก็สามารถเป็นประโยคที่พูดประชดได้ เมื่อเราไม่เห็นด้วยว่ามันตลกค่ะ และคุณก็เปลี่ยนคำว่า funny เป็นคำอื่นได้นะคะ เช่น

What’s so sad about it? มันน่าเศร้าตรงไหนหรอ

What’s so special about it? มันพิเศษตรงไหนหรอ

ซึ่งเราใส่จะกับประโยคอื่น ๆ ที่แปลว่าไม่เข้าใจไปข้างหน้าด้วยก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่มีคนฟังก็เข้าใจอยู่แล้วค่ะว่า เราไม่เข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น

26. Why not?

ประโยคนี้จะแปลตรงตัวเลยค่ะว่า ทำไมล่ะ พูดถึงในสถานการณ์ที่คนที่คุยกับเราพูดประโยคปฏิเสธ และเราไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเลือกแบบนั้น หรือคิดแบบนั้นค่ะ เช่น

Q: I’m not going to the party tonight. ฉันไม่ไปงานปาร์ตี้คืนนี้นะ

A: Why not? ทำไมล่ะ

และก็สามารถเปลี่ยนคำว่า not เป็นอย่างอื่นได้ด้วยค่ะ เช่น me, him, you, her เป็นต้น ก็จะหมายความว่า ฉันไม่เข้าใจ ทำไมต้องเป็นฉัน ตัวอย่างประโยคเช่น

Q: Boss said you’re going to Bangkok tomorrow. หัวหน้าบอกว่าเธอต้องไปกรุงเทพพรุ่งนี้

A: Why me? ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะ

หรือจะเป็นในแนวประโยคคำถามแบบปฏิเสธก็ได้ค่ะ โดยเป็นการรวมกันของทั้งสองประโยคข้างบน เช่น

Q: Shes’ going to pick up my husband from the airport. เขาจะไปรับสามีฉันที่สนามบิน

A: Really? Why not you? จริงหรอ ทำไมเธอไม่ไปล่ะ

เป็นอีกประโยคนึงที่ใช้แทนคำว่า ฉันไม่เข้าใจได้ แต่ก็ยังมีความหมายเหมือนเดิมค่ะ อย่าลืมของเอาไปใช้ดูนะคะ

27. This is as clear as mud to me.

ข้อนี้พูดถึง mud ที่แปลว่าโคลนค่ะ และก็พูดถึงคำว่า clear ที่แปลว่าชัดเจน หรือใส และในประโยคนี้แปลว่า มันใสเหมือนโคลนเลยแหละ

เบญชอบประโยคนี้มาก เพราะว่าฟังแล้วค่อนข้างตลก และก็ทำให้เราเห็นภาพเลย ว่าเวลาเราไม่เข้าใจเป็นยังไง บวกความประชดประชันนิดหน่อย

แต่โดยความหมายรวม ๆ และก็คือบอกว่าเราเข้าไม่เข้าใจค่ะ เราไม่เห็นภาพเลย เพราะว่าพยายามมองผ่านโคลนไรงี้ เป็นอีกประโยคที่น่ารัก และเปรียบเทียบได้กวนดีค่ะ อิอิ

ถ้าประโยคข้างบนนี้เป็นประโยชน์กับคุณ ก็อย่าลืมคอมเม้นบอกกันไว้บ้างนะคะ หรือว่ามีประโยคไหนอีกที่คุณเคยได้ยิน แล้วเบญไมไ่ด้เขียนไว้ในลิสต์นี้ ก็มาแบ่งปันกันได้เลยจ้า

อย่าลืมไปหาคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ไว้ฝึกคำศัพท์และประโยคภาษาอังกฤษเพิ่มเติมนะคะ จะได้พัฒนาภาษาอังกฤษของเราไปเรื่อย ๆ และไม่ย่ำอยู่กับที่ สู้ ๆ จ้า 🙂

[Update] 13 เทคนิค ช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วภายใน 3 เดือน | พูด ไม่ เก่ง ภาษา อังกฤษ – POLLICELEE

การสื่อสารมีความสำคัญเป็นอย่างมากเมื่อเราเรียนภาษาอังกฤษ ในการสื่อสารจะมีทั้งการฟังและพูด เพื่อสร้างบทสนทนาและสามารถโต้ตอบได้อย่างเข้าใจ แต่ปัญหาของผู้เรียนส่วนใหญ่จะเจอในการสื่อสารคือฟังได้แต่ตอบไม่ได้ พูดไม่ออก เรียนไปตั้งนานแต่ไม่เห็นการพัฒนา ทำให้รู้สึกว่าเรียนไปก็เสียเวลาไปเปล่า ๆ ดังนั้นวันนี้ทาง EngBreaking.co.th จะเปิด 13 เทคนิค ช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วภายในสามเดือน จริงหรือไม่ ? ต้องดู !

1.เปลี่ยนจากการคิดเป็นภาษาไทยเป็นคิดเป็นภาษาอังกฤษก่อนพูดทุกครั้ง

ถ้าผู้เรียนคนใดอยากพูดภาษาอังกฤษเก่ง เราต้องคิดเป็นภาษาอังกฤษก่อน เช่น เมื่ออยากจะพูดกับเพื่อนว่า

  • นานแล้วไม่เจอเธอเลย สบายดีไหม ?

เราจะคิดเป็นประโยคภาษาอังกฤษที่มีความหมายเดียวกันคือ

  • “Hi, Long time no see, How are you?”

จากนั้นลองคิดเกี่ยวกับคำตอบที่จะได้รับ ฝึกคิดตั้งแต่ประโยคสั้น ๆ ก่อน ถึงจะลองฝึกคิดประโยคยาว ตั้งแต่ง่ายจนถึงยากเพื่อท้าทายตัวเอง และเป็นการฝึกฝนที่จะช่วยได้หลายอย่าง ในการพัฒนาภาษาอังกฤษของคุณเอง เช่น การโต้ตอบเร็วขึ้นเพราะจะไม่ต้องแปลหรือคิดเป็นภาษาไทยก่อนพูดเหมือนเดิม และสามารถเดาไว้ก่อนคำถามหรือคำตอบที่คุณอาจจะเจอในแต่ละกรณี ทำให้ตอนที่เราสื่อสารกับใครเราก็มั่นใจ พูดได้เร็วเพราะสมองได้ฝึกและคุ้นเคยกับศัพท์หรือประโยคเหล่านั้นอยู่แล้ว

Eng Breaking แนะนำวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษ

2.ต้องกล้าพูดภาษาอังกฤษ

ผู้เรียนบางคนชอบคิดว่าเมื่อเราเรียนแกรมมาเก่งแล้วเราถึงจะพูดก็ได้ แต่ความคิดแบบนี้ผิดมากเพราะตอนที่เราพูด ไม่จำเป็นที่ต้องพูดให้ถูกไวยากรณ์ 100% และถ้าเราไม่ฝึกพูดบ่อยและยิ่งมีความล่าช้าในการฝึกพูด ทำให้เกิดความไม่มั่นใจเมื่อต้องพูด เราคิดว่าเราจะพูดได้นะเพราะเราเคยเรียนศัพท์และไวยากรณ์นั้นไปแล้ว แต่เราไม่เคยได้ฝึกพูดจริง ๆ เมื่อถึงเวลาใช้งาน พอถึงเวลากลับพูดไม่ออก ดังนั้นอย่าลังเลในการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ต้องกล้าพูด กล้าท้าทายตัวเอง ถึงจะเก่งได้

3. ต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษในหลายกรณีที่แตกต่างกัน

“Use It or Lose It” เป็นสำนวนอังกฤษที่มีความหมายว่า สิ่งใดไม่ได้ใช้ กำลังก็จะลูญหาย คุณค่าก็จะลดลง เช่นเดียวกันกับการฝึกฝนเรียนภาษาอังกฤษ หากไม่มีการนำออกมาใช้พัฒนา ความสามารถที่มีก็จะหายไปในที่สุด ดังนั้นต้องหมั่นเติมความรู้อยู่เสมอ เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะให้ไม่ถูกลดทอนไปและใช้งานไม่ได้ในที่สุด

หมั่นฝึกพูดให้หลากหลายและบ่อยขึ้น ถ้าเรียนรู้คำศัพท์มามากมาย แต่ไม่ทำไปใช้งาน การพัฒนาก็ไม่เกิดขึ้น ควรที่จะรู้จักการเรียนรู้ในรูปแบบอื่น ๆ เปิดรับสิ่งใหม่ ๆ ที่มากขึ้น รู้จักการท้าทาย อย่ากลัวกับการเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ เพราะสิ่งที่ทำให้เกิดความไม่ก้าวหน้า ส่วนหนึ่งก็เกิดมาจากความกลัวที่จะก้าวข้ามมานั่นเอง

4.เรียนพูดภาษาอังกฤษอย่างสร้างสรรต์

ไม่ว่าจะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาอะไรก็ตามถ้าเรามีความสร้างสรรค์ในการเรียน รู้จักประยุกต์การเรียน ถึงแม้จะเรียนคนเดียวแต่รู้จักออกแบบการเรียนให้ดูสนุกก็ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่อ เช่น ฝึกฝนกับกระจก หรือร้องเพลงตามศิลปินที่ชอบ

และในปัจจุบัน ก็มีแอปพลิเคชั่นมากมายที่ช่วยในการเรียนรู้ควบคู่ไปการสร้างความบันเทิง เช่น Tiktok ที่มักจะมีชาเลนจ์ คอนเทนต์ที่น่าสนใจที่อัปเดตอยู่เสมอ ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษดูไม่ยากและน่าเรียนมากขึ้น การเรียนรู้ไปกับเพื่อน ๆ ก็จะช่วยเพิ่มความสนุกได้มากขึ้น กับกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น บอร์ดเกม ที่เป็นที่นิยม หรือแอปพลิเคชั่นที่กล่าวไว้ข้างต้น ก็นำมาเล่นสนุกด้วยกันเป็นทีมได้เช่นกัน

ฝึกพูดภาษาอังกฤษถูกต้องสามารถเก่งได้ในสามเดือน

5.มีแหล่งข้อมูลภาษาอังกฤษที่ดี น่าเชื่อถือใช้ตลอดการเรียน

ตอนนี้เราสามารถหาได้ทุกอย่างได้ในอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Blog, Vlog, Youtube เว็บไซต์ต่าง ๆ แต่ก็ใช่ว่าแต่ละแหล่งจะเชื่อถือได้และได้ผล ดังนั้นก็ควรศึกษาแหล่งข้อมูลเหล่านั้นให้ดี ๆ ว่ามีประโยชน์จริง ๆ อย่างเว็บ EngBreaking.co.th ที่มีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษในแบบฉบับสมบูรณ์ รองรับผู้เรียนทุกระดับตั้งแต่ง่ายไปจนถึงยาก มีการจัดสรรเนื้อหาในบทเรียนให้เหมาะสมแก่ผู้เรียนแต่ละคน

6.เลียนแบบตามคนอื่นเป็นวิธีฝึกพูดภาษาอังกฤษที่ยอดเยี่ยม

ถ้าคุณชอบน้ำเสียงของใคร คุณสามารถเรียนตามเขาได้หรือเรียกได้ว่าวิธีการเลียนแบบตามคนอื่นที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษหลายคนที่เคยใช้และประสบความสำเร็จได้ การเรียนแบบนี้ง่ายมาก ๆ กับสามขั้นตอนคือ

  • ขั้นตอนที่หนึ่ง คุณต้องเลือกคนที่คุณชอบ มีน้ำเสียงดี ออกเสียงภาษาอังกฤษแบบชัดเจน
  • ขั้นตอนที่สอง พูดตามคำพูดของเขาแบบที่ละประโยคสั้นๆ 
  • ขั้นตอนที่สาม ปรับความเร็ว การขึ้นลงของเสียงตามคนพูดในวิดีโอ แล้วฝึกพูดตามประโยคยาวๆ ถ้าตอนแรกเราฟังก่อนแล้วพูดตาม แต่ถึงขึ้นตอนที่สามนี้เราลองพูดตามไปเลยเหมาะกับจังหวะ ถ้าขยันใช้วิธีแบบนี้เราจะสามารถเลียนสำเนียงต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่ว

7.ลองฝึกใช้วิธี Tongue Twisters แบบสนุกๆ เพื่อฝึกพูดไว

ในภาษาอังกฤษมักจะมีศัพท์ที่อ่านออกเสียงยาก แต่ผู้เรียนจะไม่ต้องกังวลอีกแล้วเพราะเรามีเทคนิคเพื่อช่วยให้คุณปรับการออกเสียงให้ดียี่งขึ้นที่ได้เรียกว่า “Tongue Twisters” ที่หมายถึงสิ่งที่ทำให้ลิ้นบิดเบี้ยว หรือจริงๆ ก็คือเจ้าสิ่งนี้มันทำให้ลิ้นของเราอ่อน พูดได้เพราะมากขึ้นนั้นเอง
คุณสามารถฝึกออกเสียงตามวิธี “Tongue Twisters” โดยการอ่านประโยคละสามถึงห้ารอบหรือจนถึงเมื่อไหร่รู้สึกว่าโอเคแล้วเพื่อฝึกทักษะการพูดของตัวเองให้ดีขึ้นดังนี้

  • How can a clam cram in a clean cream can? ที่หมายถึง “หอยตลับเข้าไปแออัดยัดกันอยู่ในกระป๋องครีมสะอาด ๆ ได้ยังไงกัน” ช่วยคุณแยกระหว่างการออกเสียง /kl/ กับ /kr/ 
  • Send toast to ten tense stout saints’ ten tall tents. ที่หมายถึง “เอาขนมปังอบไปส่งที่เต็นท์สูงสิบหลังของพวกนักบุญอวบอ้วนที่ดูเคร่งเครียดสิบคน” ช่วยคุณแยกระกว่างการออกเสียง /s/ กับเสียง /t/ ซึ่งเป็นพยัญชนะฐานฟันทั้งคู่
  • If Stu chews shoes, should Stu choose the shoes he chews? ที่หมายถึง “ถ้าสตูเคี้ยวรองเท้า มันก็ควรจะเลือกรองเท้าที่มันเคี้ยวหรือเปล่า” ช่วยคุณแยกระกว่างการออกเสียง sh กับ ch ให้ชัดเจน กับหลายประโยคที่ผู้เรียนสามารถเก็บเอาไว้ฝึกพูดภาษาอังกฤษที่บ้านได้เช่น
  • Can you can a can as a canner can can a can? ฝึกออกเสียง เสียง /k/
  • I wish to wish the wish you wish to wish, but if you wish the wish the witch wishes, I won’t wish the wish you wish to wish. ฝึกออกเสียง sh กับ ch 
  • Santa’s short suit shrunk. ฝึกเสียง s กับ sh ซึ่งเป็นเสียงประเภท sibilant ทั้งคู่
  • Big purple bags were bought by the big picky people from

    Bilbao

    . ฝึกออกเสียง /b/ กับ /p/

8. เรียนรู้วลีแทนการเรียนรู้แต่ละคำ

การที่เราเรียนรู้เพิ่มวลีจะช่วยคุณในการพูดภาษาอังกฤษอย่างกล้วยๆ คำพูดจะออกมาแบบธรรมชาติมากขึ้น ดังนั้นเราควรทราบวลีที่ต่างชาติมักจะใช้กันบ่อยดังนี้

come up /kʌm/ with something แปลว่า ก่อให้เกิด, ปรากฏ
clean up /kliːn/ แปลว่า
ทำความสะอาด
come about  แปลว่า
สิ่งที่เกิดขึ้น
bring in something /brɪŋ/ แปลว่า
นำบางสิ่งบางอย่าง, เอามาให้
turn off /tɜːn/  แปลว่า ปิด
turn on something แปลว่า
เปิดบางสิ่งบางอย่าง
grow up /ɡrəʊ/  แปลว่า
โตขึ้น
keep up /kiːp/  แปลว่า
ทำต่อไป
look after /lʊk/ sb/sth แปลว่า
ดูแล
show up /ʃəʊ/ แปลว่า
แสดงขึ้นมา
stay behind /steɪ/  แปลว่า
อยู่ข้างหลัง
look up to sb แปลว่า
เคารพ
find out (something) /fɑɪnd/ แปลว่า
หา (บางสิ่งบางอย่าง)
wake up /weɪk/ แปลว่า 
ตื่นนอน

ยกตัวอย่างเช่น

:

What do you want to be when you grow up? แปลว่า คุณอยากเป็นอะไรเมื่อโตขึ้น?
How did you find out about the party? แปลว่า คุณทราบเกี่ยวกับปาร์ตี้ได้อย่างไร?
How many people showed up to the meeting? แปลว่า มีคนเข้าร่วมประชุมกี่คน

จากตัวอย่างดังนี้เราจะเห็นเลยว่าในภาษาอังกฤษเราก็มีหลากหลายวิธีเพื่อจะตั้งคำถามหรือตอบโดยการใช้ศัพท์หรือวลีที่เข้าใจได้ไม่ยาก โดยเฉพาะคำที่ต่างชาตินิยมกันใช้ เราควรทราบเพื่อเลียนแบบตามได้ถูก มีความก้าวหน้าสำหรับทักษะการพูดภาษาอังกฤษของตนเอง

9. ไม่หยุดการเก็บกศัพท์ใหม่

สำหรับการพูดภาษาอังกฤษถ้าเราไม่ขยันเสริมสร้างคลังคำศัพท์ของตัวเราเอง เราก็จะพูดไม่ได้แน่นอน เพราะตอนที่ขาดศัพท์จะฟังไม่เข้าใจสิ่งที่คนอื่นพูดว่าหมายความว่าอะไร จากการฟังไม่ออกก็ทำให้จะตอบไม่ได้ ดังนั้นถ้าอยากพูดเก่งนอกจากต้องฝึกฟังและหัดสำเนียงตามให้เก่ง นอกจากนี้ก็ต้องหมั่นเก็บตกศัพท์ใหม่ไปเรื่อย ๆ ยิ่งมีคลังศัพท์เยอะยิ่งใช้คำพูดได้ธรรมชาติและพูดได้คล่อง ได้ไวเหมือเจ้าของภาษา

10. ต้องพัฒนาทักษะการพูดของตัวเองอย่างต่อเนื่อง

อย่าพึ่งหยุดการพัฒนาในทักษะการพูดของตัวเองโดยคิดว่าเราสื่อสารได้แล้ว หรือแค่นั้นแค่นี้คือพอแล้ว เพราะสำหรับการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ เราต้องขยันอัปเดตศัพท์ใหม่ถ้าจากพื้นฐานเราพูดได้แล้วแต่เรื่องแกรมมายังไม่ค่อยมั่นใจ ถึงจุดใดจุดหนึ่งถ้าคุณอยากเป็นช่างพูด พูดเก่งคุณควรใช้เวลาเพิ่มสำหรับการเรียนรู้เกี่ยวกับ “part of speech” หรือเข้าใจกันง่ายๆ คือชนิดของศัพท์เพื่อได้รู้ว่าคำไหนเป็น คำนาม คำกริยา หรือ คำคุณศัพท์ เพื่อใช้ในการพูดหรือเขียนให้ถูก เพราะตอนสื่อสารทั่วไปคุณไม่ต้องใส่ใจแกรมมามาก แต่เมื่อคุณอยากสอบพูดแน่นอนว่าคุณต้องการทราบไวยากรณ์และเรียงศัพท์ให้ถูกถึงจะได้คะแนนสูงสุด คุณสามารถเข้า google translater หรือ youTube เพื่อดูวิธีการออกเสียงของศัพท์แต่ละคำที่คุณต้องการ ฝึกออกเสียงตามและตั้งประโยคกับศัพท์นั้นด้วยเพื่อจดจำได้ยาวนานขึ้น

11. เรียนจากทุกคน และหาเพื่อนใหม่เพื่อช่วยกันฝึกพูด

“Make a new friend” หรือเข้าใจได้ว่าการหาเพื่อนใหม่ผู้ที่ก็ชอบการเรียนภาษาอังกฤษเหมือนกับคุณ จะเป็นคนต่างชาติหรือเป็นคนไทยที่เก่งภาษาอังกฤษก็ได้ คุณสามารถเรียนรู้ตามวิธีการออกเสียงหรือวิธีการตั้งประโยคของเพื่อนคนเก่ง เป็นวิธีการฝึกทักษะการพูดได้เร็วอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผล

มีหลากหลายหัวข้อให้คุณกับเพื่อนสามารถหยิบมาใช้ สร้างเป็นบทสนทนากันเพื่อฝึกพูดภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่างเช่น

หัวข้อเกี่ยวกับ Hobbies ที่เสามารถถามตอบเกี่ยวกับเรื่องงานอดิเรกของเพื่อนหรือพูดเกี่ยวกับงานอดิเรกของเราเช่น

  • What are your hobbies?
  • Why do you like your hobbies so much?
  • How often do you do these hobbies?
  • How long have you been doing these hobbies, and how did you get started?

หัวข้อเกี่ยวกับ Work การทำงาน หรือที่ทำงานที่คุณสามารถเลือกถามตอบเกี่ยวกับ

  • What work do/did you do?
  • How do/did you like the work?
  • What is your dream job?
  • What is your general view about work? Why?

หัวข้อเกี่ยวกับ Shopping ใช้ในการเดินเล่นที่ตลาด หรืออยากหค้นหา ซื้ออะไรบางอย่างคุณสามรถฝึกพูดภาษาอังกฤษกับประโยคคำถามเหล่านี้

  • Do you enjoy shopping? Why/why not?
  • What is your favorite shop? Why?
  • In your city, where is a good place to go shopping?

ถ้าไม่มีสภาพแวดล้อมสำหรับการสื่อสารเลยส่งผลมให้พูดไม่เก่ง งั้นคุณลองหาหรือสร้างสภาพแวดล้อมเองโดยวิธีการลองหาเพื่อนสักคนที่เก่งภาษาอังกฤษเพื่อให้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษได้ดีขึ้น ยังมีหลากหลายหัวข้อที่เราสามารถเอามาใช้กันได้ไม่ยากเมื่อคุณมีการเตรียมพร้อมในหลากหลายหัวข้อทั้งศัพท์และวิธีการตั้งคำถามและตอบรับรองว่าเมื่อคุณพูดคุณจะพูดได้ไว เพราะได้ผ่านการฝึกใช้มาก่อน และฝึกคิดเป็นภาษาอังกฤษมาก่อนแล้ว

12. อยากพูดดีต้องฟังให้ดีก่อน (จริงไหม?)

คุณเชื่อไหมว่าถ้าเราฟังไม่ดีเราก็จะพูดไม่ดีเหมือนกัน ? เพราะตอนที่เราฟังไม่ออกเราก็จะโต้ตอบแบบมั่นใจไม่ได้ แถมฟังไม่ออกจะไม่รู้วิธีการออกเสียงของศัพท์ให้ถูกต้องโดยซ้ำ ดังนั้นทักษะการพูดกับฟังต้องการฝึกใช้กันบ่อยๆ ฝึกไปพร้อมกันถึงจะเก่งได้
วิธีการฝึกฟังดีๆ ที่ทำที่ไหนก็ได้คือ

การพูดเป็นหนึ่งในสี่ทักษะสำคัญมากในเรียนภาษาใดภาษาหนึ่ง

13. จดจำเทคนิคการตอบคำถาม / คำตอบจะฝังอยู่ในคำถามเสมอ

คุณรู้ไหมว่าทักษะการตอบที่ดีคือจับ Keyword และคำตอบจะมีอยู่ในคำถามตลอด ดังนั้นตอนที่เราสื่อสารเราควรตั้งใจฟังคำถามที่คนอื่นเขาถามเราว่าเป็นประเภทคำถามแบบไหน ถึงจะหาคำตอบที่ตรงกันอย่างเช่น

ถ้าเขาถามคำถามโดยคำแรกเป็น “Does he…” เราจะตอบเป็นแบบ Yes, He does.

หรือถามแบบ Can she…?  เราจะตอบเป็นแบบ  Yes, she can.

หรือถามแบบ  It is…? เราจะตอบเป็นแบบ   Yes, it is. ง่ายๆ ที่แค่เราตั้งใจและจับใจความหมายของคำถาม หรือประเภคของคำถามเราจะตอบได้ถูกต้องเสมอเป็นอย่างไรกันบ้างกับ 13 เทคนิค ช่วยให้คุณพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วภายในสามเดือนจาก Eng Breaking อย่าลืมกดติดตามเว็บไซต์ของเราเพื่อได้รับโปรโมชั่นคอรสเรียนดี ๆ แถมเคล็ดลับเด็ดต่าง ๆ เพื่อช่วยคุณพัฒนาทักษะในการใช้ภาษาอังกฤษของตัวเองให้ดีที่สุด Eng Breaking เชื่อว่าคุณทำได้แน่นอน ยินดีที่จะตอบทุกข้อสงสัยในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษกับผู้เรียนทั่วประเทศ

ความคิดเห็น 635 รายการ

 


เทคนิคลับ! เก่งอังกฤษง่ายๆแค่ 3 อาทิตย์ สไตล์แม็กซ์!! (สอนวิธีเก่งภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็วและสนุกมากๆ)


แม็กซ์มีวิธีเก่งภาษาอังกฤษแบบง่ายๆ และสนุกๆมาบอกต่อครับ
รับร้องพูดและเก่งได้เลย แต่ต้องทำทุกวันนะ ทำให้สม่ำเสมอ
แม็กซ์เป็นกำลังใจให้นะครับ ^^
ขอขอบคุณร้านสวยๆ : ON TIME CUISINE ชั้น3 Siamdiscovery
maxedout สอนแต่งตัวผู้ชาย เก่งอังกฤษ
ติดตามกันครับ อัปเดททุกสัปดาห์!!
facebook : https://www.facebook.com/maxedoutstyle/
instagram : https://www.instagram.com/maxedout_style/?hl=th
: https://www.instagram.com/maxdetter_/?hl=th

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

เทคนิคลับ! เก่งอังกฤษง่ายๆแค่ 3 อาทิตย์ สไตล์แม็กซ์!! (สอนวิธีเก่งภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็วและสนุกมากๆ)

ทำไมคนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ | Brand Inside TALK


คนไทยเรียนภาษาอังกฤษมาหลายสิบปี แต่ทำไมพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เสียที 🤔
.
Brand Inside มีคำตอบ และมีทางออกที่เป็นกรณีศึกษาให้ด้วย
.
[Advertorial]
ดูเพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/2ERDvYN
Globish English 21stSkill BrandInsideTALK
\r
\r
เกี่ยวกับพวกเรา Brand Inside 🙂\r
\r
Brand Inside เกิดมาในยุคที่ภาคธุรกิจในประเทศไทยเริ่มมาถึงทางตัน เมื่อเศรษฐกิจที่อิงกับการส่งออกเริ่มไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ เศรษฐกิจโลกที่ซบเซาจนเป็นภาวะ new normal และการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและวิถีชีวิต เข้ามา disrupt โมเดลธุรกิจแบบที่ทำเหมือนเดิมมาหลายสิบปี จนการทำซ้ำแบบเดิมเริ่มไม่เวิร์คอีกต่อไป\r
\r
ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ภาคธุรกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัวครั้งยิ่งใหญ่ ตั้งแต่ระดับของวิธีคิด ไปจนถึงการนำไอเดีย ความสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการทำธุรกิจตั้งแต่ระดับพื้นฐาน\r
\r
Brand Inside มุ่งเป้าเป็นเว็บข่าวธุรกิจ ที่มีเป้าหมายอันยิ่งใหญ่คือการนำเสนอพลังของ New Economy เศรษฐกิจยุคใหม่ สู่กลุ่มผู้อ่านชาวไทยที่กำลังต้องการข้อมูลเหล่านี้ ภายใต้สโลแกน “ธุรกิจ คิดใหม่” ที่ต้องการสะท้อนจุดมุ่งหมายของเว็บไซต์\r
\r
โฟกัสของ Brand Inside จะมีเพียงแค่ 2 เรื่องใหญ่ๆ คือ การปรับตัวของธุรกิจเดิม และแนวคิดของธุรกิจใหม่ แต่จะครอบคลุมทุกวงการ ทุกอุตสาหกรรม รวมถึงนำเสนอแง่มุมของธุรกิจในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ การตลาด การเงิน การลงทุน ฯลฯ\r
\r
\r
❎ติดตามพวกเราเเละทีมงานของเราได้ที่นี่เลย❎\r
\r
✅ ติดตาม Brandinside : https://www.youtube.com/c/brandinside?sub_confirmation=1\r
\r
✅ ติดตามคลิปสาระดีๆจาก blognone ได้เช่นกัน https://www.youtube.com/user/blognone\r
\r
✅ ติดตามคลิปสนุกเเละมีสาระดีๆจาก Wongnai ได้เช่นกัน\r
https://www.youtube.com/user/WongnaiTV\r
\r
\r
\r
ติดต่อพวกเราทีม brandinside 😀\r
\r
ติดต่อกองบรรณาธิการ contact@brandinside.asia\r
\r
ติดต่อโฆษณา sales@blognone.com

ทำไมคนไทยพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ | Brand Inside TALK

ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง พูดให้ฝ.ยังอยากคุยด้วย?


ฉันพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง พูดให้ฝ.ยังอยากคุยด้วย?

คนเจียมตัว – SO COOL【OFFICIAL MV】


Digital Download :123 1000499 3
iTunes Download : http://goo.gl/zSe71m
KKBOX : http://kkbox.fm/3e0GtA
เพลง : คนเจียมตัว
ศิลปิน : SO COOL
คำร้อง : แสนคม สมคิด
ทำนอง : พรภพ จันทร์เจริญ
เรียบเรียง : วริศรา สาคเรศ
อัพเดทผลงานศิลปินที่คุณชื่นชอบได้ที่
http://www.facebook.com/gmmgrammyoffi…
http://www.youtube.com/user/gmmgrammy…
https://plus.google.com/+Gmmgrammyoff…
http://www.gmmgrammyofficial.blogspot…

คนเจียมตัว - SO COOL【OFFICIAL MV】

#ความรู้แม่มือใหม่ 4 เหตุผลที่เรียนทั้งชีวิตพูดอังกฤษไม่ได้ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ฝึกด้วยตัวเอง


คลิปใหม่ คลิก http://bit.ly/PRAEW\r
\r
Facebook : https://www.facebook.com/sherlynsmomme\r
Line : https://line.me/R/ti/p/%40praew\r
IG : https://www.instagram.com/praew.official\r
Youtube : http://bit.ly/ติดตามPRAEW\r
\r
เก่งอังกฤษ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง

#ความรู้แม่มือใหม่ 4 เหตุผลที่เรียนทั้งชีวิตพูดอังกฤษไม่ได้ อยากเก่งภาษาอังกฤษ ฝึกด้วยตัวเอง

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆLEATHER

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ พูด ไม่ เก่ง ภาษา อังกฤษ

Leave a Comment