[NEW] 5 องค์กรรัฐ -เอกชน จับมือติดตั้งทุ่นกักขยะลอยน้ำพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า กันไหลผ่านปากแม่น้ำเจ้าพระยาลงทะเล | ปิ่นสักก์ สุรัสวดี – POLLICELEE

ปิ่นสักก์ สุรัสวดี: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

พื้นที่คุ้งบางกระเจ้า ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา จ.สมุทรปราการ ประกอบไปด้วย 6 ตำบล และพื้นที่จำนวนกว่า 13,000 ไร่ มีจุดเด่นในด้านความหลากหลายทางชีวภาพและสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการยกย่องเป็น The Best Urban Oasis of Asia จากนิตยสาร Time ในปี 2006 และเป็นปอดของคนกรุงเทพฯ แต่ชุมชนคุ้งบางกระเจ้าต้องเผชิญหน้ากับปริมาณขยะจำนวนมหาศาลที่ไหลผ่านจากแม่น้ำเจ้าพระยาและถูกพัดเข้าสู่พื้นที่ริมฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณหมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ทำให้มีการติดตั้งทุ่นกักขยะเพื่อเป็นโครงการนำร่องในการกักเก็บและลดปริมาณขยะที่เข้าสู่พื้นที่

เมื่อวานนี้ (17 มิถุนายน 2562) หน่วยงานรัฐและเอกชน ประกอบด้วยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา, สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาสมุทรปราการ ในสังกัด กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม, องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง จังหวัดสมุทรปราการ และบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงภายใต้โครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะ (BOOM) รวม 250 เมตร บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ในพื้นที่ตำบลบางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3 เพื่อร่วมมือจัดการปัญหาขยะลอยน้ำในบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่คุ้งบางกระเจ้า และปริมาณขยะพลาสติกไหลลงทะเลซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศ พร้อมกับมอบเรือยนต์เก็บขยะและทุ่นกักขยะที่บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) ได้ให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง เพื่อใช้ในการจัดการกับขยะในบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา พื้นที่คุ้งบางกระเจ้า

ทุ่นกักลดปริมาณขยะได้ 80%

นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ประเทศไทยติดอันดับ 6 ที่ปล่อยขยะพลาสติกลงสู่ท้องทะเลมากที่สุดของโลก (จากการสำรวจของเจนนา อาร์ แจมเบ็ก ผู้ช่วยศาตราจารย์ด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยจอร์เจีย สหรัฐ อเมริกา) เนื่องจากไทยมีขยะจำนวนมากที่ยังมีการบริหารจัดการไม่ดี ทำให้มีขยะตกค้างจำนวนมาก

โดยข้อมูลปี 2561 ขยะมูลฝอยในไทยมีปริมาณ 27.40 ล้านตัน คิดเป็นคนไทยสร้างขยะ 1.13 กิโลกรัมต่อคนต่อวัน และในจำนวนนี้มีการนำไปกำจัดอย่างถูกต้อง 11.70 ล้านตัน นำไปรีไซเคิล 8.62 ล้านตัน ขยะที่เหลือ 7.18 ล้านตันกำจัดไม่ถูกต้อง และปล่อยให้เกิดการปนเปื้อนออกสู่สิ่งแวดล้อม กลายเป็นแหล่งกำเนิดของขยะทะเล ซึ่งสัดส่วน 80% ของขยะทะเลมาจากพื้นที่บนบกไหลผ่านแม่น้ำลงสู่ทะเล กระทบสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะการตายของสัตว์ทะเลหายากและทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง

การติดตั้งทุ่นกักขยะจะช่วยดักขยะที่ถูกพัดพามายังบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าบริเวณพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า และป้องกันขยะไหลลงสู่ท้องทะเลได้ โดยผลการศึกษาของกรมฯ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน พบว่า ขยะทะเลลอยน้ำที่ไหลผ่านปากแม่น้ำที่ความลึก 2 เมตร ในช่วงน้ำลงบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยามีปริมาณ 1,425 ตันต่อปี ซึ่งส่วนหนึ่งสร้างปัญหาแก่คนในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้าจากการระบายน้ำจากคลองบางนา คลองบางอ้อ คลองพระโขนง และขยะจากเรือลากจูงทราย เรือขนส่ง ที่มาจอดหยุดพักรอน้ำขึ้น-น้ำลง บริเวณตำบลบางน้ำผึ้งก่อนที่จะลอยทะลักเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา

“การติดตั้งทุ่นกักขยะเป็นการช่วยแก้ไขปัญหาขยะตั้งแต่ต้นทาง และลดปริมาณขยะไหลสู่ทะเลได้ถึง 80% ของขยะทะเลที่มีแหล่งกำเนิดจากพื้นที่บนบกไหลผ่านปากแม่น้ำไหลสู่ทะเล และยังได้ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตโดยเฉพาะการตายของสัตว์ทะเลหายาก ซึ่งกรมฯ ได้นำขยะที่เก็บได้มาทำการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการลดผลกระทบด้านต่างๆ โดยเฉพาะผลกระทบที่จะเกิดต่อทรัพยากรและระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งเพื่อศึกษาประสิทธิภาพของทุนกักขยะซึ่งเป็นรูปแบบนำร่องเพื่อพิจารณาขยายผลในพื้นที่อื่นๆ อีกด้วย” นายปิ่นสักก์กล่าว

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนจัดการขยะลอยน้ำในพื้นที่อื่นต่อเนื่องโดยยังมีแม่น้ำอีกกว่า 100 สาย คลองย่อยอีกกว่า 700 คลองในประเทศไทย แต่ขณะนี้ติดตั้งทุ่นกักขยะได้เพียง 10 กว่าคลอง

โครงการนำร่องสร้างพื้นฐานสุขภาวะที่ดี

นางสาวดุษฎี ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯให้ความสำคัญในการดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นพื้นฐานหนึ่งของการมีสุขภาวะที่ดีหรือ well-being โดยได้สนับสนุนโครงการจัดการขยะลอยน้ำบริเวณปากแม่น้ำโดยทุ่นกักขยะ ที่บางน้ำผึ้ง ที่มีส่วนช่วยในการลดปริมาณขยะที่ลอยจากฝั่งออกสู่ทะเล และช่วยสัตว์ทะเลที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการกินขยะ

“บริษัทฯ ได้มีกิจกรรมที่เสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของชาวบ้านในบางน้ำผึ้งในหลายด้านมาก่อนหน้านี้ ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ การดูแลห้องอาหารในโรงเรียนให้มีความสะอาด จัดให้มีรถพยาบาลประจำ และได้เห็นว่าขยะคือสิ่งที่มีผลต่อสุขภาวะของชาวบ้าน จึงได้ร่วมมือกับ อบต.บางน้ำผึ้ง กับหน่วยงานรัฐในโครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะ ซึ่งหวังว่าจะลดขยะได้ระดับหนึ่ง และเป็นความร่วมมือที่น่าจะจุดประกายความสนใจจากคนทั่วไปไม่ให้ทิ้งขยะลงน้ำด้วย เป็นโครงการนำร่องและคาดว่าจะเป็นโครงการต้นแบบและมีความต่อเนื่องให้กับชุมชน” นางสาวดุษฎีกล่าว

นางสาวดุษฎีกล่าวว่า บริษัทฯ ตระหนักถึงปัญหาขยะที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น และให้ความสำคัญต่อระบบนิเวศอย่างมาก จึงมีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินโครงการ โดยสนับสนุนทุ่นกักขยะพร้อมติดตั้งในพื้นที่ อบต.บางน้ำผึ้ง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 3 ความยาวรวม 150 เมตร รวมทั้งมอบเรือยนต์จัดเก็บขยะจำนวน 1 ลำให้ อบต.บางน้ำผึ้ง ใช้เป็นสาธารณประโยชน์ในการจัดเก็บขยะ เพื่อลดปริมาณขยะลอยน้ำลงสู่ทะเลและพื้นที่บางกระเจ้า ที่มีผลต่อระบบนิเวศและเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาสภาพแวดล้อม

อบต.จัดการแก้ปัญหาต่อเนื่อง

นายสำเนาว์ รัศมิทัต นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้ง เปิดเผยว่า ปัญหาขยะที่เกิดขึ้นในคุ้งบางกระเจ้าส่วนใหญ่เป็นขยะที่ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยาจากการระบายน้ำจากคลองบางนา บริเวณข้างวัดบางนานอก คลองบางอ้อ คลองพระโขนง และขยะจากเรือลากจูงทราย เรือขนส่ง ที่มาจอดหยุดพักรอน้ำขึ้น-น้ำลง บริเวณตำบลบางน้ำผึ้ง ก่อนที่จะลอยทะลักเข้ามาในแม่น้ำสาธารณะ จนบ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณรอบแม่น้ำเจ้าพระยาต้องทำตาข่ายกันขยะไม่ให้ลอยเข้าใต้ถุนบ้าน ซึ่งจุดที่ขยะพัดเข้าติดปริมาณมาก คือ พื้นที่หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 2 หมู่ที่ 3

“ขยะลอยน้ำมีปริมาณมาก โดยเฉพาะ 6 ตำบลในพื้นที่กระเพาะหมู ซึ่งเป็นจุดที่แออัดที่สุด ราว 50-60 กิโลกรัมต่อวัน ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ที่ผ่านมาต้องติดตั้งตาข่ายกันขยะกันเอง รวมทั้งชาวบ้านในบางน้ำผึ้งได้งดใช้กล่องใส่อาหารที่ทำจากโฟมมาระยะหนึ่งแล้ว แต่โครงการจัดการขยะลอยน้ำด้วยทุ่นกักขยะเป็นการจัดการขยะลอยน้ำรูปแบบใหม่ ซึ่งคาดว่าน่าจะได้ผลดีขึ้นและเป็นการแก้ไขปัญหาขยะลอยน้ำต่อเนื่องของ อบต.บางน้ำผึ้ง” นายสำเนาว์กล่าว

โดยบริเวณหมู่ที่ 1 ติดตั้งทุ่นกักขยะขนาด 100 เมตร โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด สำหรับหมู่ที่ 2 ติดตั้งทุ่นกักขยะขนาด 50-60 เมตร โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่วนหมู่ที่ 3 ติดตั้งทุ่นกักขยะขนาด 100 เมตร โดยการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง 50 เมตร และจากบริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) 50 เมตร

นายสำเนาว์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ 2 ปี อบต.บางน้ำผึ้งมีค่าใช้จ่ายในการจัดการกับขยะลอยน้ำจำนวนสูงมาก จึงได้ลงทุนซื้อเครื่องคัดแยกขยะมูลค่า 3.5 ล้านบาทเพื่อลดค่าใช้จ่าย และเครื่องคัดแยกขยะนี้ทำให้ อบต.สามารถจัดการกับขยะลอยน้ำได้ดีขึ้น โดยสามารถคัดขยะเปียก มีเครื่องอัดเป็นขยะแห้งที่นำไปผลิตน้ำ EM ผลิตก๊าซส่งให้โรงเรียนในพื้นที่ใช้งานประกอบอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ผลิตปุ๋ยคอกสำหรับการเกษตร เป็นการแก้ไขปัญหาขยะลอยน้ำครบวงจร

นอกจากนี้ กำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหาขยะที่ทิ้งจากเรือลากจูงทราย เรือขนส่งที่มาจอดหยุดพักรอน้ำขึ้น-น้ำลง หรือเรือโยง โดยอาจจะจัดจุดจอดเรือให้ใหม่

[Update] สรุปมติครม. 17 ส.ค. 64 แต่งตั้ง-โยกย้าย ครบทุกตำแหน่งที่นี่!! | ปิ่นสักก์ สุรัสวดี – POLLICELEE

You May Also Like

Cannot copy content of this post

Javascript not detected. Javascript required for this site to function. Please enable it in your browser settings and refresh this page.


#ม็อบ14พฤศจิกา64 เผาหุ่นฟางจำลอง ที่แยกปทุมวัน


ชมคลิปอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่ https://thestandard.co/video/
———————————————
THE STANDARD : STAND UP FOR THE PEOPLE
สำนักข่าวที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารในแนวทางสร้างสรรค์
THE STANDARD Website : http://www.thestandard.co
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth
Twitter : https://twitter.com/thestandardth
Ig : @thestandardth.ig
TheStandardco TheStandardth StandUpforThePeople

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

#ม็อบ14พฤศจิกา64 เผาหุ่นฟางจำลอง ที่แยกปทุมวัน

ทช.​ ร่วมเสวนา \”กองทุน​ มาเรียม​ เพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง\”


วันที่​ 6​ ก.ค.62​ นายปิ่นสักก์​ สุรัสวดี​ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ (ทช.)​ ร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง​ \”กองทุน​ มาเรียม​ เพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง\” โดยมีนายลือชัย​ เจริญทรัพย์​ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง​ พร้อมด้วยผศ.ดร.​ ประเสริฐ​ ทองหนูนุ้ย​ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประมง​ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย​ วิทยาเขตตรัง​ ได้ให้เกียรติร่วมเสวนาในครั้งนี้​ พร้อมทั้งได้มีหน่วยงานทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน​ ประกอบด้วย​ กรม​ ทช.​ กรมอุทยานฯ​ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดตรัง กลุ่มโรงเลื่อยโรงอบสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย​ หอการค้าจังหวัดตรัง​ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย​ วิทยาเขตตรัง ชมรมกีฬาจักรยานจังหวัดตรัง สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย​ รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการ​ ผู้นำท้องถิ่น​ ผู้นำชุมชน​ กลุ่มอาสาสมัครผู้พิทักษ์ดุหยง นักเรียน​ และนักศึกษา​ เข้าร่วมรับฟังการเสวนา ณ​ ห้องประชุม​นคราบอลรูม​ 2 โรงแรมเรือรัษฎา​ อ.เมือง​ จ.ตรัง​
สำหรับการจัดตั้ง​ “กองทุนมาเรียม เพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรัง” เป็นความร่วมมือกันระหว่างกรม​ ทช.​ จังหวัดตรัง​ กรมอุทยานฯ​ และภาคเอกชน​ ในการร่วมกันดูแล รักษาพะยูนที่ได้บาดเจ็บ อีกทั้งจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเพื่อมาทำการรักษาพะยูนได้ทันท่วงที​ เพราะจังหวัดตรังเป็นถิ่นอาศัยของพะยูนฝูงใหญ่ที่สุดในประเทศ และวันพรุ่งนี้​ (7​ ก.ค.62)​ จะมีการจัดกิจกรรม​ “ปั่นปันน้ำใจ ให้พะยูนน้อย” โดยมีนายจตุพร​ บุรุษพัฒน์​ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง​ เป็นประธาน​ สำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานจะเริ่มต้นจากสถานีรถไฟกันตัง สิ้นสุดที่เกาะลิบง ซึ่งมีระยะทางทั้งสิ้น 31 กิโลเมตร ทั้งนี้​ ผู้สมัครเข้าร่วมปั่นจักรยานฯ จะได้รับเสื้อ “พะยูนน้อย” ราคาตัวละ 300 บาท ซึ่งค่าสมัครทั้งหมดจะนำเข้ากองทุนมาเรียมเพื่อการอนุรักษ์พะยูนตรังต่อไป

ทช.​ ร่วมเสวนา \

ทช. หารือ คกก. ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562


วันที่ 18 ม.ค. 2562 พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณาแผนการดำเนินงานเกี่ยวกับกฎกระทรวงในการกำหนดพื้นที่ป่าชายเลนอนุรักษ์ การสำรวจและติดตามประเมินสถานภาพทรัพยากรแนวปะการังของประเทศไทย รวมทั้งเรื่องสถานการณ์การป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งร่วมกับ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล ที่ผ่านมา และการบังคับใช้กฏหมายตามพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 โดยมีพลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการฯ เป็นผู้ดำเนินการตามวาระการประชุม ในการนี้ นายจเรศักดิ์ นันตะวงษ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง คณะกรรมการ และผู้แทนจากภาครัฐ ผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆ ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ คณะผู้บริหารจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้แทนจากกองทัพบก และกองทัพเรือ เข้าร่วมประชุมดังกล่าว ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ

ทช. หารือ คกก. ด้านทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2562

กรมอุทยานฯยันไม่ได้ทำงานล่าช้า เชื่อเอาผิดได้ – มั่นใจทีมงานตำรวจ 100 เปอร์เซ็นต์: Matichon TV


วันที่ 7 มี.ค. ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารศูนย์ปฎิบัติการป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติฯ บางเขน กรุงเทพมหานคร นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงถึงความคืบหน้าคดีการล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก และกรณีกรมอุทยานแห่งชาติฯ แจ้งความร้องทุกข์การครอบครองงาช้างแอฟริกาของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบมจ.อิตาเลียนไทยฯ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ
นายปิ่นสักก์ กล่าวว่า ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้รวบรวมพยานหลักฐานกว่า 1 เดือน เพื่อส่งมอบให้กับทางพนักงานสอบสวน โดยทางเราทำงานเป็นเนื้อเดียวกัน มีร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ชุดพญาเสือ และ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ซึ่งเรายืนยันว่า นายวิเชียร จะต้องไม่โดดเดี่ยว อยากให้สังคมสบายใจ ว่าไม่ต้องกังวลว่า ทางนายวิเชียรจะถูกกลั่นแกล้ง หาว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ทำหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนขึ้นแล้ว และตนก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ซึ่งผลออกมาแล้วพบว่า ไม่มีเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่
“กรมอุทยานแห่งชาติ ฯ ได้รวบรวมพยานหลักฐานกว่า 90 เปอร์เซ็น อาทิ การตรวจซากเนื้อเสือดำในหม้อซุป กระดูกท่อนขา จำนวน 2 ชิ้น ที่พบในที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่าเป็นเนื้อเสือดำตัวเดียวกัน ส่วนที่นายเปรมชัยอ้างว่าเป็นเนื้อเก้ง ผลพิสูจน์พบว่าเป็นเนื้อหมูป่า ชิ้นเนื้อที่อ้างว่าเป็นเนื้อไก่ฟ้าหลังเทา พบว่าเป็นไก่ฟ้าหลังขาว ขณะที่วัตถุพยานที่พบในที่เกิดเหตุ ได้แก่ มีดอีโต้ มีดทำครัว และมีเหน็บ รวมจำนวน 6 เล่ม จากการตรวจสอบแล้ว ปรากฎว่ามีดเหน็บ จำนวน 2 เล่ม พบดีเอ็นเอของเสือดำ ซึ่งเป็นเสือดำตัวดังกล่าว นอกจากนั้นยังมีหลักฐานที่พบเพิ่มเติมคือถุงสีดำ ที่ใส่ซากเสือดำในวันเกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้มีการส่งหลักฐานทั้งหมดให้กับทางพนักงานสอบสวน และทำการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม “
“ในส่วนกรณีการนำไฟฉายให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีความกังวลว่าจะทำให้นายวิเชียร ต้องโทษคดีหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบพบว่าใบปะหน้าที่นำไฟฉายมาให้ ผู้มอบคือนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการ กรมอุทยานฯ ไม่ใช่นายเปรมชัยและไฟฉายก็ไม่ได้มีมูลค่ามากมายเฉลี่ยอันละ 120 บาท และเป็นการให้เจ้าหน้าที่ตามปกติ จึงไม่ต้องกังวลว่านายวิเชียรจะมีความผิดในข้อหารับสินบน “

Official Matichon TV
ติดตามข่าวสารได้ใน
Web : http://www.matichon.co.th/default.php
Facebook : https://www.facebook.com/MatichonOnline
Instargram : https://instagram.com/matichononline
Twitter : https://twitter.com/matichononline
Google+ : https://plus.google.com/109225894671870773920/posts

กรมอุทยานฯยันไม่ได้ทำงานล่าช้า เชื่อเอาผิดได้ - มั่นใจทีมงานตำรวจ 100 เปอร์เซ็นต์: Matichon TV

ทช. – ASEAN Technical Meeting – (2562)


วันที่ 15 ม.ค. 2562 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จัดประชุมระดับอาเซียนเพื่อจัดทำร่างเอกสารผลลัพธ์ของการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียนสมัยพิเศษ ด้านขยะทะเล โดยมีนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน ในโอกาสนี้ Dr. Vong Sok. Head of the Environment Division พร้อมด้วยนายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนคณะผู้บริหารจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไน กัมพูชา อินโดนีเชีย ลาว มาเลเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และพม่า รวมถึงเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศ เข้าร่วมประชุมเพื่อจัดทำร่างเอกสารฯ รวมจำนวนทั้งสิ้นกว่า 50 คน ณ ห้องประชุม ชั้น 2 โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ จังหวัดภูเก็ต

ทช. - ASEAN Technical Meeting - (2562)

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ปิ่นสักก์ สุรัสวดี

Leave a Comment