[NEW] | january effect คือ – POLLICELEE

january effect คือ: คุณกำลังดูกระทู้

การวิจัยกับการการวิเคราะห์งบการเงิน

การที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในอดีต ทำให้สามารถพยากรณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ ทฤษฎีทางการบัญชีแบ่งเป็น 3 ยุค

  1. Classical approach

     

    งานวิจัยตั้งแต่ช่วงต้น ๆ จนถึงปี

     

    1960s ( 1960-1969) Mid

     

    กลางปีคือ

     

    1965

     

    พยามพัฒนาหาว่างบการเงินหรือการบัญชีควรจะแสดงข้อมูลอย่างไรจึงจะเหมาะสม

  2. Market – based accounting research

– มีการหา empirical Test มากขึ้น (การทดสอบเชิงประจักษ์จากข้อมูล) จะมุ่งเน้นไปที่ปฏิกิริยาทางการตลาดที่มีต่อข้อมูลทางการบัญชีที่รายงานออกไป

– จะศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างกำไรทางการบัญชีกับผลตอบแทนของตลาด( Market Return)ซึ่งอยู่ในบทบาทของข้อมูลทางการบัญชี

  1. Positive approach (

    ทฤษฎีเชิงบวก

    )

     

    ต่างจาก

     

    Market – based 2

     

    ทาง

  2. มุ่งเน้นศึกษาการตอบสนองของตลาดภายใต้ภาวะการต่าง ๆ ที่มีผลต่อการบริหารของกิจการซึ่งส่งผลให้งบการเงินแตกต่างกันไปด้วย

การทดสอบPositive accounting Theory (ทฤษฎีเชิงบวก)

  1. management Compensations

    การบริหารจัดการ

  2. Debt Covenants

    การฝ่าฝืนข้อตกลงเงื่อนไขของหนี้

  3. Regulatory environment

    ผลมาจากภาวะแวดล้อมของผู้ออกกฎ

  4. มุ่งเน้นศึกษาปฏิกิริยาของผู้บริหารที่มีต่อการตัดสินใจและวิธีการเลือกวิธีการทางการบัญชีว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

ทำไมต้องรู้ว่าผลการวิจัยเป็นอย่างไร

  1. ข้อมูลในรายงานทางการเงินที่ออกมาเปลี่ยนแปลงไปตามผลของงานวิจัยทางการบัญชี

    (

    งบการเงินที่ออกมาเป็นไปตามผลของงานวิจัย

    )

  2. งานวิจัยทางการบัญชีทำให้มองได้อย่างลึกซึ้งถึงประโยชน์ของข้อมูลในงบการเงิน

Classical approach การศึกษางานวิจัยยุคที่ 1 พบว่า

– Normative ควรทำในลักษณะปกติคือ ควรจะเป็นอย่างนี้ แบบนี้

– กิจการควรมี True Picture อย่างไร คือการลงบัญชีโดยการอ้างอิงจากหลักฐานที่มีอยู่

– Price ควรใช้ Current Cost หรือ Replacement Cost หรือHistorical Cost

– ในยุคนี้ยังไม่มีการทดสอบ ตรวจสอบ เกี่ยวกับปฏิกิริยาของผู้ใช้ต่องบการเงิน ยังไม่มีใครทดสอบว่าปฏิกิริยาของผู้ใช้เป็นอย่างไร

– ใช้เทคนิค Ratioในการวิเคราะห์ราคาหุ้น

– ยังไม่มีการทดสอบใด ๆ

Market – based accounting research การศึกษางานวิจัยยุคที่2 พบว่า

– เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบทบาททางการบัญชีซึ่งมีผลกระทบต่องานวิจัยอย่างมาก ๆ ให้กำเนิด

– Efficient Market hypothesis ( สมมติฐานด้านประสิทธิภาพของตลาด)ตลาดจะเป็นตลาดที่มีประสิทธิภาพถ้าราคาหลักทรัพย์นั้นถูกสะท้อนจากข้อมูลที่มีอยู่

ซึ่งข้อมูลที่มีอยู่มาจาก Set Information โดยการแบ่งข้อมูลออกเป็น 3 ระดับ

  1. ถ้าสะท้อนข้อมูลในอดีตแสดงว่าตลาดนั้นมีประสิทธิภาพในระดับ

     

    Weak form

    2. ถ้าประกาศกำไรแล้วมีผลต่อราคาตลาดแสดงว่าตลาดนั้นมีประสิทธิภาพในระดับ Semi strong form

    3. ถ้าราคาตลาดได้สะท้อนข้อมูลที่มีไว้แล้วสถานการณ์จะเป็นอย่างไรไม่มีผลต่อการกำหนดราคา คือไม่สามารถที่จะทำกำไรผิดปกติได้แสดงว่าตลาดนั้นมีประสิทธิภาพในระดับ Strong form

* ของประเทศไทยและต่างประเทศอยู่ในระดับ Weak formและ Semistrong form แต่จากงานวิจัยต่างประเทศ พบว่า บางฉบับ Weak formบางฉบับ Semistrong form ยังหาข้อสรุปไม่ได้แต่ตลาดบอกว่า Support Weak form กับSemistrong form

  • *

     

    อะไรก็ตามที่ยังไม่ได้มีการทดสอบเรียกว่า 

    hypothesis (

    สมมติฐาน

    )

  • *

     

    ถ้ามีการทดสอบแล้วเรียกว่า

     

    Theory (

    ทฤษฎี

    )

Modern Portfolio Theory

  • CAPM

     

    ตัวแบบการกำหนดราคาหุ้น

อัตราผลตอบแทนของกิจการย่อมมีผลต่ออัตราผลตอบแทนของตลาด ความเสี่ยงย่อมมีผลต่อค่าชดเชยความเสี่ยง

  • CAPM

     

    กับ

     

    MPT

     

    มีผลต่อการพัฒนาทฤษฎีทางการบัญชีโดย

     

    CAPM

     

    กับ

     

    MPT

     

    ไปช่วยในการวัดปฎิกริยาในการวัด

    Market Return

     

    กับ

     

    Earnings

     

    ซึ่งเรียกงานวิจัยในกลุ่มนี้ว่า

    Market based Research

     

    โดยได้แบ่งงานวิจัยออกเป็น

     

    3

     

    กลุ่มหลัก

  1. Test EMH

    กับ

    Classical approach

  2. Test of the Information Content

    คุณค่าของข้อมูลทางการบัญชี

  3. Tast Earning /Return Relationship

    ความสัมพันธ์ระหว่างกำไรกับผลตอบแทน

จากการทดสอบพบว่า

กลุ่มที่ 1 สมัยก่อนเชื่อว่า Value จากการ Test of EMH Vs Mechanistic hypothesis จะมีมูลค่าของกิจการตามหน้างบการเงิน งบการเงินมาอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ไม่มีความรู้ไม่รู้จะปรับอย่างไร

กลุ่มที่ 2 EMS ยึดว่าราคาต้องสะท้อนมาจากราคาตลาดที่มีประสิทธิภาพ (Information available) ตามหลัก EMH ซึ่งInformation EMH แบ่งเป็น 3 Class แต่ตามมาตรฐานการบัญชียึดตาม Financial Statement

กลุ่มที่ 3 ผลจากการทดสอบพบว่าราคาหุ้นต้องมีการIncrease or decrease

* ทางการบัญชีเชื่อว่าถ้าวิธีการบัญชีเปลี่ยน Stock Price ก็ควรเปลี่ยน แต่ EMH ไม่เห็นด้วย

Ball and Brown Study (1968)ได้ศึกษา

  • ศึกษาถึงความสัมพันธ์ของ

     

    Price

     

    มีความสัมพันธ์กับ

     

    Earning

    อย่างไร

     

    (Price

     

    เทียบกัน

     

    2

     

    งวดเรียกว่า

     

    Return)

    พบว่าถ้ามี

    Good new (

     

    ข่าวดี

     

    )

     

    เกี่ยวกับ

     

    Accounting Earning

     

    แสดงว่ามีอัตราผลตอบแทนที่เกินปกติในทางบวกถือว่าเป็นข่าวดี แต่ ในทางตรงข้ามถ้า

     

    Bad new (

     

    ข่าวร้าย

     

    )

     

    ก็จะ

     

    negative Return

Information Content Studies จะวัดเกี่ยวกับ

* Market Reaction กับ Earnings ที่ประกาศ ถ้ามีการประกาศกำไร Price ต้องขยับ Abnormal Returnsหมายความว่าReturn เกิดการแกว่งตัวผิดปกติและการแกว่งตัวสอดคล้องกับผลกำไร

  • * accounting Information

     

    มีผลต่อการประกาศกำไรซึ่งเหวี่ยงไปจาก

     

    Expected Earning

Relationship Between Earnings and Stock

Return การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างEarnings and Stock โดยได้ทำการศึกษา 3 ตัว

  1. Accounting Variable

     

    ตัวแปรทางการบัญชี

  2. Market Variable

     

    ตัวแปรด้านตลาด

  3. Test of the Relationship between the good news / bad news parameter and abnormal return

ตัวแปรข่าวดี ข่าวร้าย กับ Abnormal return

Positive Accounting Research สำหรับใช้อธิบายและ Predict

– เป็นกลุ่มการวิจัยช่วงสุดท้ายคือช่วงปฏิบัติ

– เป็นการอธิบายวิธีการปฏิบัติทางการบัญชีว่ามีผลต่องบการเงินอย่างไร

– Positive Accounting Theory มีไว้เพื่ออธิบายพฤติกรรมของฝ่ายบริหารคือพฤติกรรมที่ทำแล้วมีผลต่อรายงานทางการบัญชี ไม่ใช่พฤติกรรมทั่วไป

ทำไมผู้บริหารจึงมีพฤติกรรมต่าง ๆ ด้วย Positive Accounting Theory จึงเริ่มด้วยการอธิบายถึง บุคคล 2 กลุ่ม คือ ตัวการ(Agent) กับ ตัวแทน (Possible)

  • ทฤษฎีนี้เชื่อว่าคนมีแรงจูงใจเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองจริงไหม?

  • ผู้บริหารจะพยามทำให้มูลค่าของกิจการเพิ่มมากขึ้นตามผลประโยชน์ของตัวเอง

  • บทบาทตัวเลขทางการบัญชีจะมาเป็นตัวที่ใช้วัดความสัมพันธ์ระหว่าง

     

    ตัวการ กับ ตัวแทน ซึ่งมีความสำคัญที่เรียกว่า

     

    contracting process

Positive Theory โดยปกติจะTest 3 กลุ่ม ใหญ่ ๆ

  1. Bonus Plan hypothesis

    ถ้ากำไรสูงก็จะดันกำไรให้ต่ำลง ถ้ากำไรต่ำลงก็จะดันกำไรให้สูงขึ้นเพื่อ ฺ

    Bonus

    หรือถ้าต่ำมาก ๆ ก็จะล้างบาง

  2. มีการกำหนดทิศทางให้ผู้กู้โดยการกำหนดสัดส่วน

  • 3. Political Process hypothesis

     

    พูดถึงโดยปกติในอุตสาหกรรมบางอุตสาหกรรมมีกำไรค่อนข้างมากกิจการพวกนี้มักจะถูกจับตาโดยทางการ ถ้าทำกำไรมากเกินไป จะถูกตั้งคำถามว่า ทำไมถึงมีกำไรมากขนาดนี้ ต้องมีการกระจายรายได้ โดยเครื่องมือที่กระจายรายได้คือภาษี

Empirical Research มีการประเมินถึงจุดที่สำคัญถึงสิ่งที่ค้นพบจากงานวิจัย กึ่งกลางระหว่างวิวัฒนาการจากผลการวิจัยพบว่า

  • แสดงให้เห็นว่ามีข้อบกพร่องและจุดอ่อนของ

     

    Market bats Research

     

    มุมมองของนักบัญชีเน้นแต่

     

    Bata

     

    ที่ออกมาว่า

     

    Sing

    ไม่

     

    Sing

     

    โดยค่า

     

    Sic

     

    ดูจาก ค่า

     

    P-Value

     

    ซึ่งจริง ๆ แล้วอาจมีผลน้อยมากอาจแค่

     

    10%

     

    ควรทำเรื่องอื่นที่มีผลต่อการตัดสินใจทางเศรษฐกิจมากกว่านี้

  • Lev and Bemarad

     

    งานวิจัยควรมีการวิเคราะห์ให้มากขึ้นควรเน้นในเรื่องของ

     

    Valuation

     

    ให้มากขึ้น ควร

     

    Ran

     

    ที่

     

    Individual

    ให้มากขึ้นแทนที่จะ

     

    Ran

     

    ที่

     

    Portfolio basic

     

    ในเรื่องการวัด

    Earning / Return

  • ค่าเฉลี่ยกำไรในเวลาที่ตรวจสอบควรใช้

     

    Longer time horizons

  • ส่วนประกอบของ

     

    Earning

     

    ที่ใช้ในการทำวิจัยควรจะรวม

    Adjustments

     

    ด้วยเพราะจะทำให้การวิเคราะห์มีความหมายขึ้นเน้นรายการ

     

    Noncoring

     

    ด้วย

Market Anomalies or Market Abnormal

  • บางทีก็เกิดรายการผิดปกติเกิดขึ้นระหว่าง

     

    Earning / Return

  • เรียกปรากฏการณ์นี้ว่าJanuary Effect

     

    เช่นปกติแล้วเดือนมกราคมหุ้นจะขึ้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ

  • Size Effect

     

    พวกกิจการขนดเล็กย่อมมีผลตอบแทนที่ต่ำกว่า กิจการขนาดใหญ่ทั้ง ๆ ที่กำไรของบริษัทขนาดเล็กทำกำไรได้ดีกว่า แต่คนไม่ชอบอาจเป็นเพราะนักลงทุนชอบ

     

    Size Effect

     

    ใหญ่ๆ เพราะหมายถึง 

    Fundamental

  • กลุ่มที่มี

     

    P/E Ratio

     

    ต่ำ ๆ ก็มีแนวโน้มที่

     

    Earning / Return

     

    มีความสัมพันธ์ต่ำคือต่ำกว่าราคาตลาด

DeBondt and Thaler (1985)  พบว่าถ้าราคาหุ้นของบริษัทที่ผลการดำเนินงานไม่ดี 5 ปี  ก็จะอัตราผลตอบแทนที่ต่ำไปอีก 3 ปี เมื่อเทียบกับบริษัทที่มีผลการดำเนินงานดี  Lakonishok et al (1994)  เมื่อกิจการมีกำไรต่ำลง ราคาก็จะต่ำลงอย่างรวดเร็ว อัตราส่วน book to market  จะสูง

ทิศทางของงานวิจัยในปัจจุบัน จะพูดถึงหลักการของมูลค่ากิจการ การวิเคราะห์ fundamental  และมุ่งเน้นถึงพฤติกรรมของหุ้นต่อการตอบสนองกำไร  จะมองเน้นการพยากรณ์มากขึ้น  อาจจะมีงานวิจัยบน  ERC  มากขึ้น  ราคาสามารถใช้ในการพยากรณ์กำไรในอนาคต

บทความโดย : http://xn--12cfjb4gd5dd4a6b2cxaftl4pk4s.blogspot.com

[Update] สถิติบอกว่า … Sell in May and Go Away | january effect คือ – POLLICELEE

ประโยคนื้ เป็นประโยคเด็ดที่เราจะได้ยินในช่วงที่เข้าสู่เดือนพ.ค. ของทุกปี ซึ่งแปลเป็นไทยว่า ให้ขายในเดือนพ.ค. แล้วออกจากตลาดไปซะ หรือ ก็คือ ให้กอดเงินสด หรือไปถือสินทรัพย์เสี่ยงต่ำนั่นเอง

ก่อนจะไปดูสถิติในอดีตว่าจริงหรือไม่ เราไปดูกันก่อนว่า ที่มาของประโยคเด็ดประโยคนี้ มาจากอะไร

วลี “Sell in May and Go Away” เป็นความคิดที่มาจากภาษาอังกฤษเก่าพูดว่า “Sell in May and go away, and come on back on St. Leger’s Day.” วลีนี้หมายถึงประเพณีของขุนนางพ่อค้าและนายธนาคารที่จะออกจากเมืองลอนดอนและหลบฤดูร้อนออกไปใช้ชีวิตในที่อื่น และกลับมาค้าขายอีกรอบตอนวัน St. Leger’s Day ซึ่งเป็นช่วงที่มีเทศกาลแข่งม้าพันธุ์ดีที่จัดขึ้นในกลางเดือนก.ย. ของทุกปี

ทั้งนี้ วลีนี้ ถูกนำมาใช้ต่อเนื่องเมื่อทุนนิยมขยายอาณาเขตมายังสหรัฐฯ โดยพ่อค้าชาวอเมริกันและนักลงทุนในอดีต มีแนวโน้มที่จะใช้เวลาผ่อนคลายและมีความสุขกับครอบครัวเพิ่มขึ้นช่วงวันหยุดระหว่าง Memorial Day (ช่วงปลายเดือนพ.ค.ของทุกปี) และ Labor Day  (ต้นเดือนก.ย. ของทุกปี) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกับ Seasonality ที่เกิดขึ้นในฝั่งเกาะอังกฤษ มายาวนาน

แล้วผลต่อตลาดหุ้น มันเป็นอย่างไร?

ถ้าย้อนสถิติกลับไปตั้งแต่ปี 1950 ถึงปี 2013 ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ Dow Jones Industrial Average มีผลตอบแทนในช่วงเดือนพ.ค.- ต.ค. ลดลง หรือ ให้ผลตอบแทนที่น้อยกว่าช่วงตั้งแต่เดือนก.ย.ถึงเดือนเม.ย. ในปีถัดไป อย่างมีนัยยะสำคัญ

สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่า Sell In May and Go Away พอจะมีมูลความจริงในเชิงสถิติแฝงอยู่ประมาณหนึ่ง

แต่หากดูเฉพาะสถิตินับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปัจจุบัน กลับพบว่า ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยยะสำคัญของผลตอบแทนระหว่างช่วงเดือนพ.ค.-ต.ค. และ เดือนก.ย.-เม.ย. ซึ่งก็ตีความได้ว่า เหตุการณ์นี้ เริ่มไม่ได้มีผลกับตลาดหุ้นเหมือนกับในอดีตแล้ว

ทำไมในอดีต ช่วงเดือนพ.ค.- ต.ค. ถึงมีผลตอบแทนลดลง?

ถ้าจะอธิบายด้วยเหตุผลด้านอื่นๆ ที่ชัดก็คือ ช่วงเวลาดังกล่าว พบว่า ปริมาณการซื้อขายหุ้นลดลง สภาพคล่องลดลง เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนได้ทราบผลประกอบการไตรมาส 1 ซึ่งจะบอกทิศทางของบริษัทในช่วงที่เหลืออีก 3 ไตรมาสพอได้แล้ว และเป็นช่วงหลังจากที่บริษัทมีการจ่ายปันผลประจำปีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งโดยสรุปก็คือ ข่าวดีที่ตลาดรออยู่ ถูกปลดปล่อยออกมาแล้ว จึงเกิดเหตุการณ์ “Sell on Fact” ซึ่งเป็นการทำกำไรระหว่างทางและทำให้ราคาหุ้นมีการปรับตัวย่อตามลงมา

ตั้งแต่ปี 2014 ที่ผ่านมา ทำไมเหตุการณ์ Sell in May หายไป

หากมองดัชนี Dow Jones Industrial Average นับตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปีที่แล้ว หากดูเฉพาะเดือนพ.ค. พบว่า ตลาดยังคงวิ่งเดือนหน้าต่อเนื่อง และมีแค่ปี 2015 ปีเดียวที่ช่วงเดือนพ.ค.-ต.ค. ให้ผลตอบแทนติดลบ ซึ่งสาเหตุน่าจะเกิดจาก การเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างของรูปแบบธุรกิจในภาพรวม เมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีอิทธิพล ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังคงมีอย่างต่อเนื่อง และผลการดำเนินงานบริษัท มีรูปแบบของความเป็นฤดูกาลน้อยลง อีกเหตุผลหนึ่ง คือ การเข้ามาของ algorithm trading หรือ การซื้อขายหุ้นโดยใช้หุ่นยนต์ ทำให้ไม่จำเป็นอีกต่อไปที่นักลงทุนจะต้องมานั่งเฝ้าหน้าจอ เพื่อซื้อขายให้มีปริมาณสภาพคล่องมากเช่นเดียวกับในอดีต

SET Index ของไทย มีเหตุการณ์ Sell in May หรือไม่?

ย้อนกลับมาดูตลาดหุ้นไทย พบว่า 5 ปีที่ผ่านมา มี 2 ปีที่ตลาดหุ้นไทยผลตอบแทนติดลบในช่วงเดือนพ.ค.- ต.ค. ซึ่งก็แปลว่า จริงๆแล้ว Sell in May ไม่ได้เกิดกับตลาดหุ้นไทย ขึ้นอยู่กับปัจจัยที่เรากำลังเผชิญอยู่ ณ ช่วงเวลานั้นๆ

โดยสรุปคือ ปัจจัยตามฤดูกาล อย่างวลี Sell in May หรือ Santa Clause Rally , January Effect ในปัจจุบัน เริ่มไม่ได้มีอิทธิพลกับโลกการลงทุนเหมือนในอดีตแล้ว และถ้าดูจากเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น ส่วนหนึ่งก็เพราะพฤติกรรมตลาดที่เปลี่ยนไป และเทคโนโลยีที่เข้ามา ก็บีบให้นักลงทุนต้องมองการลงทุนในมุมใหม่ๆ และปรับตัวเช่นเดียวกัน

ที่มาบทความ: http://www.bangkokbiznews.com/blog/detail/647177


10 ข้อผิดพลาดการลงทุนกองทุนรวม


เจาะหุ้น 4 โมงเย็น 5 ม.ค. 59–January Effect คืออะไร และสงครามค่าเงินกับตลาดหุ้น


รายการเจาะหุ้น 4 โมงเย็น วันอังคาร ที่ 5 มกราคม 2559
ประเด็น \”January Effect คืออะไร และสงครามค่าเงินกับตลาดหุ้น\”
ดำเนินรายการโดย : ธนวรรณ ปันทะโชติ และ Super Trader Team
รับฟังได้ทาง FM 90.5 ทุกวันจันทร์ศุกร์ 16.0017.00 น.
ฟังรายการย้อนหลังรวมทั้งรายการอื่น ๆ ได้ทาง www.nationradio.co.th

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

เจาะหุ้น 4 โมงเย็น 5 ม.ค. 59--January Effect คืออะไร และสงครามค่าเงินกับตลาดหุ้น

The January Effect Explained


Be More Productive: https://skl.sh/33u3Qbl The January Effect provides us with a hypothesis governing the seasonal anomaly in the financial portfolios where prices take an exorbitant surge in the month of January. This effect creates a golden opportunity for the investors to buy stocks at lower prices in December, before the value increases.
Watch this video to know more about the phenomenon!
Like, share and subscribe for more such videos.
Economics januaryeffect stocks
Watch full money and economics playlist here : https://www.youtube.com/playlist?list=PLxTBqoegaU2Akc6IOaZCpeuJha74C96_U

Subscribe to Explified for more such videos!
References and Citations :
https://www.thestreet.com/investing/whatisthejanuaryeffect:~:text=The%20January%20Effect%20is%20a,the%20end%20of%20each%20year.
https://en.wikipedia.org/wiki/January_effect
https://riskmagazine.nl/article/20200101thejanuaryeffect
https://investingnews.com/daily/resourceinvesting/whatisthejanuaryeffect/
https://quantpedia.com/strategies/januaryeffectinstocks/

The January Effect Explained

Butterfly Effect คืออะไร?


Butterfly Effect คืออะไร?

What is JANUARY EFFECT? What does JANUARY EFFECT mean? JANUARY EFFECT meaning \u0026 explanation


✪✪✪✪✪ http://www.theaudiopedia.com ✪✪✪✪✪
What is JANUARY EFFECT? What does JANUARY EFFECT mean? JANUARY EFFECT meaning JANUARY EFFECT definition JANUARY EFFECT explanation.
Source: Wikipedia.org article, adapted under https://creativecommons.org/licenses/bysa/3.0/ license.
The January effect is a hypothesis that there is a seasonal anomaly in the financial market where securities’ prices increase in the month of January more than in any other month. This calendar effect would create an opportunity for investors to buy stocks for lower prices before January and sell them after their value increases. As with all calendar effects, if true, it would suggest that the market is not efficient, as market efficiency would suggest that this effect should disappear.
The effect was first observed around 1942 by investment banker Sidney B. Wachtel. He noted that since 1925, small stocks had outperformed the broader market in the month of January, with most of the disparity occurring before the middle of the month. It has also been noted that when combined with the fouryear US presidential cycle, historically the largest January effect occurs in year three of a president’s term.
The most common theory explaining this phenomenon is that individual investors, who are income taxsensitive and who disproportionately hold small stocks, sell stocks for tax reasons at year end (such as to claim a capital loss) and reinvest after the first of the year. Another cause is the payment of year end bonuses in January. Some of this bonus money is used to purchase stocks, driving up prices. The January effect does not always materialize; for example, small stocks underperformed large stocks in January 1982, 1987, 1989 and 1990.
Burton Malkiel, exdirector of The Vanguard Group, asserts that seasonal anomalies such as the January Effect are transient and do not present investors with reliable arbitrage opportunities. He sums up his critique of the January Effect by stating that \”Wall Street traders now joke that the “January effect” is more likely to occur on the previous Thanksgiving. Moreover, these nonrandom effects (even if they were dependable) are very small relative to the transaction costs involved in trying to exploit them. They do not appear to offer arbitrage opportunities that would enable investors to make excess risk adjusted returns.\”

What is JANUARY EFFECT? What does JANUARY EFFECT mean? JANUARY EFFECT meaning \u0026 explanation

Kapan bulan terbaik untuk Investasi Saham?


Bulan apa IHSG akan naik?
Bulan apa IHSG akan turun?
Berapa besar kenaikan di bulan tersebut?
Apakah benar bulan Desember IHSG selalu naik?
Kapan bulan terbaik investasi saham?
Kapan mulai investasi untuk investor saham pemula?
Fenomena Window Dressing bulan Desember
Fenomena January Effect
Fenomena Sell in May
Apa itu Beta Saham?
Apa kesalahan yg dilakukan investor saham pemula?
Mari Dukung Gerakan 1% Investor Indonesia
Yuk ajak teman2 yang belum investasi saham
Jika ANDA merasa video ini BERMANFAAT, bantu dukung dengan LIKE. SHARE. dan klik tombol SUBSCRIBE
Follow IG
https://www.instagram.com/real_belajar_saham/
Belajar Saham untuk Pemula
https://www.youtube.com/playlist?list=PL0t6j6qWN4Sh1o6ogeTcdXexqu_SkFFaQ

Kapan bulan terbaik untuk Investasi Saham?

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ january effect คือ

6 thoughts on “[NEW] | january effect คือ – POLLICELEE”

  1. Saya juga ingin ambil perhatian bahawa cara semburan untuk
    pertumbuhan rambut tidak hanya popular di kalangan wanita,
    tetapi juga lelaki. Sesungguhnya, sangat sering wakil-wakil
    seks yang lebih kuat mengalami keguguran rambut tidak kurang daripada wanita,
    oleh itu mereka juga memerlukan alat profesional seperti
    itu.

    Reply
  2. Büyük Göğüsler Porno Videolar. 12:01 meaty Mama Cassidy Exe pounding 2 very young penii
    87% 10346. 06:00 massive titty ladyboy great hand too oral sex 0% 4361.

    10:46 exactly some other uncontrollable mother that very needed roughly dic
    100% 7109. 08:50 Cleopatra gets nous from a slave gal 67% 4476.

    Reply

Leave a Comment