[Update] กสิกรไทยแนะ 7 กลยุทธ์ลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอ มองหุ้น Cyclical-Infrastructure และ Private Asset น่าสนใจ – THE STANDARD | ภาวะ หุ้น ไทย – POLLICELEE

ภาวะ หุ้น ไทย: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ ‘BACK TO GROWTH AS WE KNOW IT?’ ว่า KBank Private Banking และ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจไพรเวตแบงก์จากสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงมีมุมมองบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอีกหลายไตรมาสและหลายปีต่อจากนี้ แม้ว่านักลงทุนยังมีความกังวลจากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว แต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น (Stagflation) จาก 7 เหตุผลสนับสนุนหลัก ได้แก่

 

  1. เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มก่อนโควิด อัตราการเติบโตกลับสู่ระดับปกติ วัฏจักรกลับสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของการฟื้นตัวที่จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวอย่างเร็วและแรงย่อมตามด้วยการเติบโตในอัตราที่ชะลอเพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ

 

  1. จุดสูงสุดของโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยสายพันธุ์เดลตากระทบจีนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากกว่า ในขณะที่สหรัฐฯ ที่มีการฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลง ก็ได้รับผลกระทบในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการจ้างงานในกลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม ที่ก่อนหน้านี้ที่อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนตำแหน่งต่อเดือน แต่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเหลือ 0 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าโลกเรากำลังเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ต่อจากนี้ 

 

  1. พื้นฐานภาคธุรกิจแข็งแกร่ง กำไรสูงกว่าคาด บริษัทมีความสามารถในการลงทุน จ้างงาน ในขณะที่มีความต้องการใช้จ่ายรออยู่ กำไรของบริษัทในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับในยุโรปและบางประเทศในเอเชีย แน่นอนว่าการที่บริษัทมีกำไรสูงจะช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานให้แข็งแกร่ง ค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่ปรับสูงขึ้น นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทมีกำไรสูงก็อาจจะนำไปสู่การลงทุนที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ภาคการบริโภคยังได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่อั้นไว้ (Pent-up Demand) โดยการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนโควิด และต่อจากนี้จะเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเป็นการใช้จ่ายด้านบริการแทน

 

  1. นโยบายการคลังขนานใหญ่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ อาจจะใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาเสร็จสิ้น แต่ด้วยมูลค่าแผนการลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราจะเห็นการกระตุ้นจากภาครัฐฯ ในลักษณะเดียวกันนี้ในญี่ปุ่น ภายใต้นายกฯ คนใหม่ และยุโรป ภายใต้รัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่หลังการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเราจะเห็นการลงทุนของรัฐบาลทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาสต่อจากนี้

 

  1. ความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลง สาเหตุที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มาจากปัจจัยชั่วคราว และเป็นผลมาจากฐานต่ำในช่วงวิกฤตปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ เงินเฟ้อก็ไม่เกิดขึ้นในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากยอดปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงการกู้ยืมเงินจากภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนไม่ได้เร่งตัวขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพระยะยาว หนุนจากตลาดแรงงาน ค่าจ้าง และค่าเช่าที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ จึงจะไม่กดดันธนาคารกลางให้รีบขึ้นดอกเบี้ย

 

  1. การปรับลดการสนับสนุน จากนโยบายการเงินจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีความยืดหยุ่น หากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลงหรือไม่เป็นไปตามคาด ธนาคารกลางยังมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนการลดการซื้อสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้ Lombard Odier คาดว่า Fed จะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ในปี 2022 และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยนโยบายการเงินที่จะยังไม่เข้มงวดอย่างรวดเร็วก็จะยังหนุนเศรษฐกิจต่อไปได้

 

  1. จีนมีศักยภาพด้านการเงินและการคลังเพียงพอในการใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง แม้ว่าในช่วงหลังจะมีประเด็นผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande และการออกมาตรการควบคุมบริษัทเอกชนของทางการจีนที่กดดันตลาด แต่ Lombard Odier เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ (Hard Landing) เนื่องจากทางการจีนยังมีเครื่องมืออีกมากที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจจีนชะลอลงแบบ ‘Soft Landing’ แทน

 

ด้าน ตรีพล ภูมิวสนะ Managing Director-Private Banking Business Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโตช้าลง เพื่อเข้าสู่การขยายตัวในระดับปกติ หลังจากฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ ธนาคารได้แนะนำ 7 กลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงนี้ไว้ ดังนี้  

 

  1. คงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาถูก (Value) และหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) ทาง Lombard Odier แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฏจักร และมีราคาถูก ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดี และแนวโน้มบอนด์ยีลด์ขาขึ้น จะช่วยหนุนหุ้น Cyclical และหุ้น Value ให้ไปได้ต่อ ซึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่จะได้ประโยชน์จากหุ้นกลุ่มนี้ คือ ยุโรป

 

  1. หุ้นยุโรปจะให้ผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิดปีที่แล้ว หุ้นยุโรปฟื้นตัวล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าหุ้นยุโรปจะยังปรับตัวขึ้นได้ต่อจากนี้ จาก 1. Sentiment หลังการเลือกตั้งในเยอรมนี ซึ่งจะสนับสนุนหุ้นยุโรปและค่าเงินยูโร แต่อาจมีการออกพันธบัตรเยอรมันเพิ่ม ซึ่งจะกดดันราคา ทั้งนี้ รัฐบาลผสมที่มีพรรค Greens อยู่ จะช่วยผลักดันการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 2. แผนการปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) ที่จะสร้างโอกาสการลงทุนมากมาย 

 

  1. ยังคงระมัดระวังในพันธบัตรรัฐบาล Lombard Odier คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดสินทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในเดือนธันวาคมนี้จนถึงมิถุนายน 2022 เราจึงมองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นสู่ระดับ 2.25% ในเดือนมิถุนายน 2022 จากระดับอ้างอิงตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ 1.69% และระดับปัจจุบันที่ 1.5%

 

  1. การลงทุนในจีนจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น จากประเด็นเรื่อง Evergrande หากเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกันสูญเสียเงินต้นทั้งหมดก็ตาม จากการประเมินของ Lombard Odier ภาคธนาคารจีนมีความแข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande ได้ กรณีฐาน เรามองว่ารัฐบาลจีนมีเครื่องมือเพียงพอที่จะช่วยพยุงบริษัทเพื่อไม่ให้ส่งกระทบในวงกว้าง และ Evergrande จะไม่ซ้ำรอยวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส โดยตราสารหนี้จีนทั้งพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนบริษัทที่มีความแข็งแกร่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยตราสารหนี้จีนให้ผลตอบแทนมากกว่าตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีอายุเท่ากันถึง 1.5% ถือว่าสูงมากในภาวะดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงค่าเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย 

 

  1. มองสินทรัพย์นอกตลาดในการเพิ่มเติมผลตอบแทนให้สูงขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกกับสภาพคล่องที่ต่ำ แต่ความท้าทายของสินทรัพย์ในตลาดจะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนได้หลายปี โดยเฉลี่ยระยะยาว หุ้นนอกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 2.7%

 

  1. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้ประโยชน์จากเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 นอกจากนั้น เม็ดเงินลงทุนเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนุนจากแผนการลงทุนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านราคาของโครงสร้างพื้นฐานยังขึ้นมาน้อยกว่าตลาดหุ้น ทำให้เราคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ในระยะข้างหน้า

 

  1. การลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นผลดีในระยะยาว จากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ฉบับล่าสุด เลขาธิการสหประชาชาติได้ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับมนุษยชาติ และการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ปลายปีนี้ จะมีการหารือประเด็นนี้เพิ่มเติม เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทที่สามารถปรับตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต เพราะความเสี่ยงของการไม่ปรับตัว นอกจากจะทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องด้วย

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

[Update] กสิกรไทยแนะ 7 กลยุทธ์ลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอ มองหุ้น Cyclical-Infrastructure และ Private Asset น่าสนใจ – THE STANDARD | ภาวะ หุ้น ไทย – POLLICELEE

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ ‘BACK TO GROWTH AS WE KNOW IT?’ ว่า KBank Private Banking และ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจไพรเวตแบงก์จากสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงมีมุมมองบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอีกหลายไตรมาสและหลายปีต่อจากนี้ แม้ว่านักลงทุนยังมีความกังวลจากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว แต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น (Stagflation) จาก 7 เหตุผลสนับสนุนหลัก ได้แก่

 

  1. เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มก่อนโควิด อัตราการเติบโตกลับสู่ระดับปกติ วัฏจักรกลับสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของการฟื้นตัวที่จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวอย่างเร็วและแรงย่อมตามด้วยการเติบโตในอัตราที่ชะลอเพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ

 

  1. จุดสูงสุดของโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยสายพันธุ์เดลตากระทบจีนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากกว่า ในขณะที่สหรัฐฯ ที่มีการฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลง ก็ได้รับผลกระทบในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการจ้างงานในกลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม ที่ก่อนหน้านี้ที่อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนตำแหน่งต่อเดือน แต่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเหลือ 0 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าโลกเรากำลังเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ต่อจากนี้ 

 

  1. พื้นฐานภาคธุรกิจแข็งแกร่ง กำไรสูงกว่าคาด บริษัทมีความสามารถในการลงทุน จ้างงาน ในขณะที่มีความต้องการใช้จ่ายรออยู่ กำไรของบริษัทในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับในยุโรปและบางประเทศในเอเชีย แน่นอนว่าการที่บริษัทมีกำไรสูงจะช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานให้แข็งแกร่ง ค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่ปรับสูงขึ้น นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทมีกำไรสูงก็อาจจะนำไปสู่การลงทุนที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ภาคการบริโภคยังได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่อั้นไว้ (Pent-up Demand) โดยการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนโควิด และต่อจากนี้จะเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเป็นการใช้จ่ายด้านบริการแทน

 

  1. นโยบายการคลังขนานใหญ่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ อาจจะใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาเสร็จสิ้น แต่ด้วยมูลค่าแผนการลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราจะเห็นการกระตุ้นจากภาครัฐฯ ในลักษณะเดียวกันนี้ในญี่ปุ่น ภายใต้นายกฯ คนใหม่ และยุโรป ภายใต้รัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่หลังการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเราจะเห็นการลงทุนของรัฐบาลทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาสต่อจากนี้

 

  1. ความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลง สาเหตุที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มาจากปัจจัยชั่วคราว และเป็นผลมาจากฐานต่ำในช่วงวิกฤตปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ เงินเฟ้อก็ไม่เกิดขึ้นในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากยอดปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงการกู้ยืมเงินจากภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนไม่ได้เร่งตัวขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพระยะยาว หนุนจากตลาดแรงงาน ค่าจ้าง และค่าเช่าที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ จึงจะไม่กดดันธนาคารกลางให้รีบขึ้นดอกเบี้ย

 

  1. การปรับลดการสนับสนุน จากนโยบายการเงินจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีความยืดหยุ่น หากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลงหรือไม่เป็นไปตามคาด ธนาคารกลางยังมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนการลดการซื้อสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้ Lombard Odier คาดว่า Fed จะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ในปี 2022 และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยนโยบายการเงินที่จะยังไม่เข้มงวดอย่างรวดเร็วก็จะยังหนุนเศรษฐกิจต่อไปได้

 

  1. จีนมีศักยภาพด้านการเงินและการคลังเพียงพอในการใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง แม้ว่าในช่วงหลังจะมีประเด็นผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande และการออกมาตรการควบคุมบริษัทเอกชนของทางการจีนที่กดดันตลาด แต่ Lombard Odier เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ (Hard Landing) เนื่องจากทางการจีนยังมีเครื่องมืออีกมากที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจจีนชะลอลงแบบ ‘Soft Landing’ แทน

 

ด้าน ตรีพล ภูมิวสนะ Managing Director-Private Banking Business Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโตช้าลง เพื่อเข้าสู่การขยายตัวในระดับปกติ หลังจากฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ ธนาคารได้แนะนำ 7 กลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงนี้ไว้ ดังนี้  

 

  1. คงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาถูก (Value) และหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) ทาง Lombard Odier แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฏจักร และมีราคาถูก ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดี และแนวโน้มบอนด์ยีลด์ขาขึ้น จะช่วยหนุนหุ้น Cyclical และหุ้น Value ให้ไปได้ต่อ ซึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่จะได้ประโยชน์จากหุ้นกลุ่มนี้ คือ ยุโรป

 

  1. หุ้นยุโรปจะให้ผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิดปีที่แล้ว หุ้นยุโรปฟื้นตัวล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าหุ้นยุโรปจะยังปรับตัวขึ้นได้ต่อจากนี้ จาก 1. Sentiment หลังการเลือกตั้งในเยอรมนี ซึ่งจะสนับสนุนหุ้นยุโรปและค่าเงินยูโร แต่อาจมีการออกพันธบัตรเยอรมันเพิ่ม ซึ่งจะกดดันราคา ทั้งนี้ รัฐบาลผสมที่มีพรรค Greens อยู่ จะช่วยผลักดันการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 2. แผนการปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) ที่จะสร้างโอกาสการลงทุนมากมาย 

 

  1. ยังคงระมัดระวังในพันธบัตรรัฐบาล Lombard Odier คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดสินทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในเดือนธันวาคมนี้จนถึงมิถุนายน 2022 เราจึงมองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นสู่ระดับ 2.25% ในเดือนมิถุนายน 2022 จากระดับอ้างอิงตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ 1.69% และระดับปัจจุบันที่ 1.5%

 

  1. การลงทุนในจีนจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น จากประเด็นเรื่อง Evergrande หากเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกันสูญเสียเงินต้นทั้งหมดก็ตาม จากการประเมินของ Lombard Odier ภาคธนาคารจีนมีความแข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande ได้ กรณีฐาน เรามองว่ารัฐบาลจีนมีเครื่องมือเพียงพอที่จะช่วยพยุงบริษัทเพื่อไม่ให้ส่งกระทบในวงกว้าง และ Evergrande จะไม่ซ้ำรอยวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส โดยตราสารหนี้จีนทั้งพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนบริษัทที่มีความแข็งแกร่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยตราสารหนี้จีนให้ผลตอบแทนมากกว่าตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีอายุเท่ากันถึง 1.5% ถือว่าสูงมากในภาวะดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงค่าเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย 

 

  1. มองสินทรัพย์นอกตลาดในการเพิ่มเติมผลตอบแทนให้สูงขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกกับสภาพคล่องที่ต่ำ แต่ความท้าทายของสินทรัพย์ในตลาดจะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนได้หลายปี โดยเฉลี่ยระยะยาว หุ้นนอกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 2.7%

 

  1. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้ประโยชน์จากเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 นอกจากนั้น เม็ดเงินลงทุนเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนุนจากแผนการลงทุนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านราคาของโครงสร้างพื้นฐานยังขึ้นมาน้อยกว่าตลาดหุ้น ทำให้เราคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ในระยะข้างหน้า

 

  1. การลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นผลดีในระยะยาว จากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ฉบับล่าสุด เลขาธิการสหประชาชาติได้ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับมนุษยชาติ และการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ปลายปีนี้ จะมีการหารือประเด็นนี้เพิ่มเติม เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทที่สามารถปรับตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต เพราะความเสี่ยงของการไม่ปรับตัว นอกจากจะทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องด้วย

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP


ปีแห่งการปรับตัว การปรับพอร์ตตั้งแต่เกิดโควิด ทำอะไรไปบ้าง? (คุณนิ้วโป้ง)


▶️ ปีแห่งการปรับตัว การปรับพอร์ตตั้งแต่เกิดโควิด ทำอะไรไปบ้าง? (คุณนิ้วโป้ง)
คลิกลิงค์เพื่อรับชม (ฉบับเต็ม) https://youtu.be/Y89Mx6Zc2QE
รายการ : Money Plus Special (101164)
ผู้ให้สัมภาษณ์ : คุณอธิป กีรติพิชญ์ (คุณนิ้วโป้ง)
ตำแหน่ง : นักลงทุนสายปัจจัยพื้นฐาน , วิทยากรการลงทุนตลาดหลักทรัพย์ และเจ้าของแฟนเพจ นิ้วโป้ง Fundamental VI
ดำเนินรายการโดย : คุณยุทธนา กระบวนแสง
หุ้น MoneyPlus นิ้วโป้งFundamentalVI
MoneyPlusByYuthana MoneyPlusSpecial
Yutcareyou ไม่ใช่เซียนก็เรียนรู้ได้ ลงทุน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

ปีแห่งการปรับตัว การปรับพอร์ตตั้งแต่เกิดโควิด ทำอะไรไปบ้าง? (คุณนิ้วโป้ง)

หุ้นไทยวันนี้ I TNN ชั่วโมงทำเงิน I 04-11-64


หุ้นไทยวันนี้กับคุณสรพล วีระเมธีกุล / ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย
หุ้น หุ้นสหรัฐ หุ้นยุโรป หุ้นเอเชีย หุ้นไทย หุ้นจีน หุ้นเด่น หุ้นแนะนำ
ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

หุ้นไทยวันนี้ I TNN ชั่วโมงทำเงิน I 04-11-64

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 3 พ.ย. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,611.92 จุด (5.97 จุด/0.37%) มูลค่าการซื้อขาย 8.5 หมื่นลบ. SET แกว่งตัวในกรอบแคบๆ ช่วงเช้า ก่อนร่วงลงแดนลบช่วงบ่าย แรงขายมาจากกลุ่มพลังงาน ICT ขนส่ง แรงซื้อมาจากกลุ่มธนาคาร อิเล็กฯ ค้าปลีก ด้านตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับลดลง นลท. ยังรอผลการประชุม Fed ในวันนี้

👍🏻 หุ้นที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง
DELTA (+5.77%) ฟื้นตัวขึ้นหลังจากแกว่งพักตัวมานานกว่า 1 เดือน
BJC (+3.01%) ยังได้แรงหนุนจากการเปิดเมือง ราคาหุ้นยัง Laggard
HENG (+7.64%) ผบห.ระบุไตรมาส 3/64 พอร์ตสินเชื่อขยายตัวดี เร่งขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ สคบ.คุมดอกเบี้ยเช่าซื้อไม่กระทบ
SIRI (+3.15%) เปิดตัว 4 คอนโดใหม่ Q4/64 มูลค่า 2.7 พันลบ. ขานรับสัญญาณบวกตลาดฟื้น
SVT (+10.89%) พุ่งแรงหลังหลุด Cash Balance วันแรก
NCH (+8.86%) ผบห.ระบุรายได้นิวไฮรอบ 5 ปี ได้รับปัจจัยบวกผ่อนคลายหลักเกณฑ์ LTV
MJD (+6.88%) รับดีมานด์ฟื้น รัฐคลายล็อกเมือง เดินหน้าดีลธุรกิจสุขภาพเทคโนโลยี คาดชัดเจนกลางปี 2565
HTECH (+4.92%) ผบห.คาดรายได้ปีนี้โต 10% ดีมานด์ฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้น ปีหน้า EV Car ช่วยต่อยอด
NOVA (+3.92%) SSP ลงทุนกว่า 170 ลบ. ซื้อหุ้นแบบ PP 9.64% ดึงเป็นพันธมิตรต่อยอดธุรกิจพลังงานทดแทน
👎🏻 หุ้นที่ปรับลดลงแรง
TTA (12.27%) PSL (6.86%) RCL (2.99%) ดัชนี BDI ปรับลง 9 วันติด
VPO (7.96%) CPI (7.52%) ถูกขายทำกำไรจากเก็งกำไรราคาปาล์มขึ้นแรง
SKN (12.41%) VNG (4.66%) ถูกขายทำกำไรจากเก็งกำไรงบ 3Q64 คาดออกมาดี

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 3 พ.ย. 2564

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 2 ส.ค. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,525.11 จุด (+3.19 จุด/+0.21%) มูลค่าการซื้อขาย 6.6 หมื่นลบ. SET แกว่งตัวกรอบแคบสลับบวกลบทั้งวันก่อนที่จะปิดบวกช่วงท้าย ตลาดยังไร้ปัจจัยหนุน ทั้งยังมีแรงกดดันจากการขยายระยะเวลา lockdown ออกไปอีก 14 วัน ทางด้านจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ยังสูงที่ 17,970 ราย ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปรับเพิ่มขึ้นจากแรงซื้อกลับ แม้ว่าดัชนี Caixin/Markit PMI ภาคการผลิต ก.ค.ของจีน จะทำระดับต่ำสุดในรอบ 15 เดือน
💸 กลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง😄 คือ กลุ่มพลังงาน ปิโตรฯ ขนส่ง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงแรง😭 คือ กลุ่มการเงิน ค้าปลีก
👍🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงบวก
DOHOME (+4.42%) คาดกำไร 2Q64 จะทำสถิติสูงสุด SSSG โต 30% ยอดขายรวมโต 40% ราคาเหล็กทรงตัวสูงหนุนมาร์จิ้นโตต่อ
TTA (+7.64%) PSL (+3.00%) RCL (+2.61%) คาดงบ 2Q64 โตเด่น ค่าระวางเรือปรับขึ้น
APURE (+16.67%) คาดกำไร 2Q64 โตแรง ผ่านจุดต่ำสุดใน 1Q64 ไปแล้ว คาดปี 6465 โตต่อเนื่อง หนุนจากตลาดตปท.
ITD (+7.00%) NWR (+10.99%) เก็งกำไรชนะงานประมูลรถไฟทางคู่สายเด่นชัยเชียงรากเชียงของ ส่วน UNIQ (+6.56%) เก็งกำไรชนะงาน สายบ้านไผ่นครพนม ประกาศภายใน ส.ค.นี้
TFI (+4.17%) เปิดสายการผลิต BOPP คาดสิ้นปี 64 สร้างกำลังการผลิตได้ 70% และเตรียมเปิดสายกี่ผลิต CPP ในไตรมาสที่ 4 ปี 64
LPH (+6.98%) คาดผลงานไตรมาส 2 โต เร่งปิดดีลซื้อโรงพยาบาลนอกตลาดหุ้น 1 แห่ง
ILINK (+6.12%) ชนะประมูลรวด ลงนาม 3 สัญญาต่อเนื่อง ดัน Backlog พุ่งทะลุ 1,300 ล้านบาท
👎🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงลบ
JTS (6.15%) ถูกขายต่อเนื่อง หลังแจ้งข่าว บ.ย่อย JasTel เข้าลงทุนในธุรกิจเหมืองบิตคอยน์ มูลค่า 156.7 ลบ. ส่วน JAS (5.41%)
AAV (7.56%) BA (2.56%) ต้องประกาศหยุดบินเพิ่มอีก 1 เดือน รับภาครัฐขยายมาตรการสกัดโควิด
CHAYO (8.40%) คาดงบ 2Q64 หดตัว QoQ และ YoY ทำจุดต่ำสุดของปี จากค่าใช้จ่ายสำรองหนี้เพิ่มขึ้น
ANAN (9.14%) หลังศาลปกครองเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้าง แอชตัน อโศก เตรียมใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษา
ROJNA (5.15%) ผบห. ระบุร่วมทุน EVLOMO ลงทุนโรงงานแบตเตอรีล่าช้าหลังโควิดกระทบ หากสถานการณ์ดีขึ้นจะกลับมาพิจารณาลงทุนต่อหรือไม่
TRUBB (5.06%) ผถห. อนุมัติบริษัทย่อย \”เวิลด์เฟล็กซ์\” เข้าตลาดหุ้น พร้อมอนุมัติเพิ่มทุน 340.74 ล้านหุ้น ขาย ROPP พร้อมแจก TRUBBW2

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 2 ส.ค. 2564

(ตอนที่50 : เล่นหุ้นแบบนี้มีแต่\”ชนะ\”)


❤ทุกวันอังคารเวลา 19.00 (เริ่มตั้งแต่วันอังคารที่ 862564) ต่อจะ ZOOM สดๆ \”สอนมือใหม่เล่นหุ้นโดยเฉพาะ\” คอร์ส \”วางแผนเล่นหุ้นให้มือใหม่\” เริ่มต้นอย่างไร เปลี่ยนเงินหลักพัน กลายเป็นหลักล้าน!!
คอร์สนี้จะเป็นเข็มทิศในการเริ่มต้นให้มือใหม่❤ เพราะต่อรวบรวม Key Point สำคัญๆ!! ที่จะทำให้พวกเราเล่นหุ้นแล้วปลอดภัยและได้กำไรอย่างแน่นอน❤ ที่สำคัญต่อจะมีการวางแผนให้พวกเรา พิชิตเงินล้าน จากเงินตั้งต้นแค่หลักพัน
Subscribe แจ้งเตือนใน Youtube ไว้นะครับ จะได้ไม่พลาดการสอนสดๆจากต่อนะครับ 🙂
ZOOM รับได้จำนวนจำกัดครับผม
……………………………………………
📖 สำหรับใครที่ตั้งใจศึกษาแบบจริงจัง ต่อมีสอนเป็นคอร์สเรียนด้วยนะครับ
คอร์ส Basic 1 + Basic 2 คือ
✅ คอร์สที่มั่นใจว่าดีที่สุดสำหรับมือใหม่
✅ ฝึกให้ชำนาญจริงๆ
✅ สอนง่าย เริ่มจากศูนย์ก็สามารถเข้าใจได้
✅ สอนแต่แก่นที่สำคัญในการประสบความสำเร็จ

และสังคม ✨YClub✨ คือ “ที่สุดของการลงทุน” เราเจอจะกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ใน YClub จะช่วยกันหาหุ้นที่เป็นเพชรเม็ดงาม (หุ้นคุณภาพดีราคาไม่แพง) ที่จะสร้างความมั่งคั่งให้เราระยะยาว
……………………………………………
ช่องทางการสมัคร/ปรึกษาเรื่องการลงทุน
LINE: @ysocial (อย่าลืมใส่ @ กันนะครับ)
หรือกด link นี้ได้เลยครับ
https://lin.ee/f2MJLrw

สอนเล่นหุ้นมือใหม่ หุ้น ลงทุน

(ตอนที่50 : เล่นหุ้นแบบนี้มีแต่\

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ภาวะ หุ้น ไทย

Leave a Comment