[Update] กสิกรไทยแนะ 7 กลยุทธ์ลงทุนท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่เริ่มชะลอ มองหุ้น Cyclical-Infrastructure และ Private Asset น่าสนใจ – THE STANDARD | สรุป ภาวะ ตลาดหุ้น ไทย – POLLICELEE

สรุป ภาวะ ตลาดหุ้น ไทย: คุณกำลังดูกระทู้

จิรวัฒน์ สุภรณ์ไพบูลย์ Private Banking Group Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาออนไลน์ ในหัวข้อ ‘BACK TO GROWTH AS WE KNOW IT?’ ว่า KBank Private Banking และ Lombard Odier พันธมิตรทางธุรกิจไพรเวตแบงก์จากสวิตเซอร์แลนด์ ยังคงมีมุมมองบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกในอีกหลายไตรมาสและหลายปีต่อจากนี้ แม้ว่านักลงทุนยังมีความกังวลจากการที่ภาวะเศรษฐกิจโลกเริ่มชะลอตัว แต่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้น (Stagflation) จาก 7 เหตุผลสนับสนุนหลัก ได้แก่

 

  1. เศรษฐกิจฟื้นตัวกลับเข้าสู่แนวโน้มก่อนโควิด อัตราการเติบโตกลับสู่ระดับปกติ วัฏจักรกลับสู่สภาวะที่มั่นคงขึ้น เศรษฐกิจโลกกำลังเข้าสู่เฟสใหม่ของการฟื้นตัวที่จะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น เพราะการฟื้นตัวอย่างเร็วและแรงย่อมตามด้วยการเติบโตในอัตราที่ชะลอเพื่อเข้าสู่ภาวะปกติ

 

  1. จุดสูงสุดของโควิดสายพันธุ์เดลตาได้ผ่านพ้นไปแล้ว โดยสายพันธุ์เดลตากระทบจีนและกลุ่มประเทศเกิดใหม่มากกว่า ในขณะที่สหรัฐฯ ที่มีการฉีดวัคซีนมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อรายใหม่และผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาลลดลง ก็ได้รับผลกระทบในตลาดแรงงาน โดยเฉพาะการจ้างงานในกลุ่มท่องเที่ยวและการโรงแรม ที่ก่อนหน้านี้ที่อัตราการจ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 5 แสนตำแหน่งต่อเดือน แต่ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาเหลือ 0 ตำแหน่ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าโลกเรากำลังเดินหน้าไปยังเป้าหมายที่ถูกต้อง ด้วยการเร่งฉีดวัคซีนในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ต่อจากนี้ 

 

  1. พื้นฐานภาคธุรกิจแข็งแกร่ง กำไรสูงกว่าคาด บริษัทมีความสามารถในการลงทุน จ้างงาน ในขณะที่มีความต้องการใช้จ่ายรออยู่ กำไรของบริษัทในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เช่นเดียวกับในยุโรปและบางประเทศในเอเชีย แน่นอนว่าการที่บริษัทมีกำไรสูงจะช่วยสนับสนุนตลาดแรงงานให้แข็งแกร่ง ค่าจ้างก็มีแนวโน้มที่ปรับสูงขึ้น นำไปสู่การบริโภคที่เพิ่มขึ้น และการที่บริษัทมีกำไรสูงก็อาจจะนำไปสู่การลงทุนที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ ภาคการบริโภคยังได้รับอานิสงส์จากอุปสงค์ที่อั้นไว้ (Pent-up Demand) โดยการจับจ่ายใช้สอยสินค้าในสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงกว่าก่อนโควิด และต่อจากนี้จะเปลี่ยนแรงขับเคลื่อนเป็นการใช้จ่ายด้านบริการแทน

 

  1. นโยบายการคลังขนานใหญ่ยังสนับสนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานสหรัฐฯ อาจจะใช้เวลานานกว่าจะได้รับการอนุมัติจากสภาเสร็จสิ้น แต่ด้วยมูลค่าแผนการลงทุนหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะเป็นแรงหนุนสำคัญต่อเศรษฐกิจ นอกจากนี้ เราจะเห็นการกระตุ้นจากภาครัฐฯ ในลักษณะเดียวกันนี้ในญี่ปุ่น ภายใต้นายกฯ คนใหม่ และยุโรป ภายใต้รัฐบาลเยอรมนีชุดใหม่หลังการเลือกตั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าเราจะเห็นการลงทุนของรัฐบาลทั่วโลกอย่างต่อเนื่องในอีกหลายไตรมาสต่อจากนี้

 

  1. ความกังวลในเรื่องเงินเฟ้อผ่อนคลายลง สาเหตุที่เงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา มาจากปัจจัยชั่วคราว และเป็นผลมาจากฐานต่ำในช่วงวิกฤตปีที่แล้ว ซึ่งปัจจัยชั่วคราวเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป นอกจากนี้ เงินเฟ้อก็ไม่เกิดขึ้นในตลาดสินเชื่อ เนื่องจากยอดปล่อยสินเชื่อจากธนาคาร รวมถึงการกู้ยืมเงินจากภาคครัวเรือนและบริษัทเอกชนไม่ได้เร่งตัวขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพระยะยาว หนุนจากตลาดแรงงาน ค่าจ้าง และค่าเช่าที่สูงขึ้นจะค่อยๆ ปรับสูงขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปตามวัฏจักรเศรษฐกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้านี้ จึงจะไม่กดดันธนาคารกลางให้รีบขึ้นดอกเบี้ย

 

  1. การปรับลดการสนับสนุน จากนโยบายการเงินจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และมีความยืดหยุ่น หากตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณอ่อนแรงลงหรือไม่เป็นไปตามคาด ธนาคารกลางยังมีความยืดหยุ่นในการชะลอแผนการลดการซื้อสินทรัพย์ได้ ทั้งนี้ Lombard Odier คาดว่า Fed จะเริ่มลดการซื้อสินทรัพย์ในปี 2022 และเริ่มขึ้นดอกเบี้ยในปี 2023 อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยนโยบายการเงินที่จะยังไม่เข้มงวดอย่างรวดเร็วก็จะยังหนุนเศรษฐกิจต่อไปได้

 

  1. จีนมีศักยภาพด้านการเงินและการคลังเพียงพอในการใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะตกต่ำอย่างรุนแรง แม้ว่าในช่วงหลังจะมีประเด็นผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande และการออกมาตรการควบคุมบริษัทเอกชนของทางการจีนที่กดดันตลาด แต่ Lombard Odier เชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ (Hard Landing) เนื่องจากทางการจีนยังมีเครื่องมืออีกมากที่ช่วยหนุนเศรษฐกิจได้ ทั้งนโยบายการเงินและนโยบายการคลัง เพื่อที่จะสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจจีนชะลอลงแบบ ‘Soft Landing’ แทน

 

ด้าน ตรีพล ภูมิวสนะ Managing Director-Private Banking Business Head ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า จากมุมมองต่อเศรษฐกิจโลกที่กำลังเติบโตช้าลง เพื่อเข้าสู่การขยายตัวในระดับปกติ หลังจากฟื้นตัวอย่างรวดเร็วก่อนหน้านี้ ธนาคารได้แนะนำ 7 กลยุทธ์การลงทุนสำหรับช่วงนี้ไว้ ดังนี้  

 

  1. คงมุมมองบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้นที่มีราคาถูก (Value) และหุ้นกลุ่มวัฏจักร (Cyclical) ทาง Lombard Odier แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มวัฏจักร และมีราคาถูก ตั้งแต่ช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวแรกๆ ซึ่งถือว่าเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังคงดี และแนวโน้มบอนด์ยีลด์ขาขึ้น จะช่วยหนุนหุ้น Cyclical และหุ้น Value ให้ไปได้ต่อ ซึ่งหนึ่งในภูมิภาคที่จะได้ประโยชน์จากหุ้นกลุ่มนี้ คือ ยุโรป

 

  1. หุ้นยุโรปจะให้ผลตอบแทนที่ดีและยั่งยืน ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตโควิดปีที่แล้ว หุ้นยุโรปฟื้นตัวล่าช้ากว่าภูมิภาคอื่นๆ ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าหุ้นยุโรปจะยังปรับตัวขึ้นได้ต่อจากนี้ จาก 1. Sentiment หลังการเลือกตั้งในเยอรมนี ซึ่งจะสนับสนุนหุ้นยุโรปและค่าเงินยูโร แต่อาจมีการออกพันธบัตรเยอรมันเพิ่ม ซึ่งจะกดดันราคา ทั้งนี้ รัฐบาลผสมที่มีพรรค Greens อยู่ จะช่วยผลักดันการลงทุนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ 2. แผนการปฏิรูปสีเขียวของยุโรป (European Green Deal) ที่จะสร้างโอกาสการลงทุนมากมาย 

 

  1. ยังคงระมัดระวังในพันธบัตรรัฐบาล Lombard Odier คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดสินทรัพย์ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน ในเดือนธันวาคมนี้จนถึงมิถุนายน 2022 เราจึงมองว่าบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นสู่ระดับ 2.25% ในเดือนมิถุนายน 2022 จากระดับอ้างอิงตลาดซื้อขายล่วงหน้าที่ 1.69% และระดับปัจจุบันที่ 1.5%

 

  1. การลงทุนในจีนจะให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น จากประเด็นเรื่อง Evergrande หากเผชิญสถานการณ์ที่เลวร้ายสุดที่หนี้ที่ไม่มีหลักประกันสูญเสียเงินต้นทั้งหมดก็ตาม จากการประเมินของ Lombard Odier ภาคธนาคารจีนมีความแข็งแกร่งพอที่จะทนทานต่อการผิดนัดชำระหนี้ของ Evergrande ได้ กรณีฐาน เรามองว่ารัฐบาลจีนมีเครื่องมือเพียงพอที่จะช่วยพยุงบริษัทเพื่อไม่ให้ส่งกระทบในวงกว้าง และ Evergrande จะไม่ซ้ำรอยวิกฤตเลห์แมน บราเธอร์ส โดยตราสารหนี้จีนทั้งพันธบัตรรัฐบาล และหุ้นกู้เอกชนบริษัทที่มีความแข็งแกร่งเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่น่าสนใจเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว โดยตราสารหนี้จีนให้ผลตอบแทนมากกว่าตราสารหนี้สหรัฐฯ ที่มีอายุเท่ากันถึง 1.5% ถือว่าสูงมากในภาวะดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงค่าเงินหยวนมีแนวโน้มแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐอีกด้วย 

 

  1. มองสินทรัพย์นอกตลาดในการเพิ่มเติมผลตอบแทนให้สูงขึ้น แม้ว่าจะต้องแลกกับสภาพคล่องที่ต่ำ แต่ความท้าทายของสินทรัพย์ในตลาดจะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว สำหรับนักลงทุนที่สามารถลงทุนได้หลายปี โดยเฉลี่ยระยะยาว หุ้นนอกตลาดสามารถให้ผลตอบแทนมากกว่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ถึง 2.7%

 

  1. การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้ประโยชน์จากเงินทุนที่ไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง และนโยบายภาครัฐ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2010 นอกจากนั้น เม็ดเงินลงทุนเร่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หนุนจากแผนการลงทุนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ด้านราคาของโครงสร้างพื้นฐานยังขึ้นมาน้อยกว่าตลาดหุ้น ทำให้เราคาดว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ในระยะข้างหน้า

 

  1. การลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นผลดีในระยะยาว จากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ฉบับล่าสุด เลขาธิการสหประชาชาติได้ย้ำว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับมนุษยชาติ และการประชุม COP26 ที่เมืองกลาสโกว์ปลายปีนี้ จะมีการหารือประเด็นนี้เพิ่มเติม เราเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าบริษัทที่สามารถปรับตัวกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจะให้ผลตอบแทนที่ดีในอนาคต เพราะความเสี่ยงของการไม่ปรับตัว นอกจากจะทำให้โลกร้อนขึ้นแล้ว ยังมีความเสี่ยงจากการถูกฟ้องร้องด้วย

 

 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH

Twitter: twitter.com/standard_wealth
Instagram: instagram.com/thestandardwealth
Official Line: https://lin.ee/xfPbXUP

[NEW] | สรุป ภาวะ ตลาดหุ้น ไทย – POLLICELEE

ค้นหา


📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 8 ก.พ. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,516.43 จุด (+19.82 จุด/+1.32%) มูลค่าการซื้อขาย 9.4 หมื่นลบ. SET ปรับขึ้นเหนือ 1500 จุด และยืนในแดนบวกได้ตลอดวัน เช่นเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาควันนี้ปรับขึ้นแทบทุกตลาด หนุนจากความคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ แม้จะต้องจับตาตลาดหุ้นจีนหลังทางการประกาศมาตรการต่อต้านผูกขาดตลาดฉบับใหม่ เพื่อควบคุม บ.เทคโนโลยียักษ์ใหญ่ ด้านสถานการณ์ COVID19 ในประเทศวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 186 ราย เป็นการระบาดในประเทศ 141 ราย ตรวจเชิงรุก 35 ราย ต่างประเทศ 10 ราย
💸 กลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง😄 คือ ธนาคาร ปิโตรฯ เกษตร ท่องเที่ยวโรงแรม ICT พลังงาน ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงแรง😭 คือ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกันฯ ของใช้บุคคลและเวชภัณฑ์
👍🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงบวก
IVL (+7.84%) หลังจาก ผบห. ประกาศเป้าหมายเพิ่ม EBITDA เป็นสองเท่าภายในปี 2566 หนุนจากธุรกิจ combined PET โครงการ Spindletop (IOD) และโครงการบริหารต้นทุน
SCB (+6.53%) KBANK (+6.52%) BBL (+5.28%) KKP (+5.24%) TMB (+4.35%) KTB (+4.10%) คาดได้ sentiment บวกหลังจากผลประกอบการมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว หลายธนาคารกำหนดเป้าหมายทางการเงินปีนี้ในทิศทางทีดีกว่าคาด
CENTEL (+5.08%) MINT (+7.14%) ปรับขึ้นต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่แล้ว หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มดีขึ้น และหุ้นโรงแรมคาดผลประกอบการ 4Q63 ฟื้นตัว QoQ ส่วนปี 64 คาดฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 63 หลังการแพร่ระบาดรอบ 2 ไม่ส่งผลกระทบรุนแรงนัก ภาครัฐมีการผ่อนคลาย
JMART (+8.43%) หลังจากขายหุ้น 49% ใน JFintech ให้กับบริษัทจากเกาหลีใต้ ทำให้บันทึกเป็นกำไรจากการขายเงินลงทุน และช่วยเพิ่มกระแสเงินสดเพียงพอต่อการลงทุนใหม่ๆ และลดโอกาสเพิ่มทุน
THCOM (+9.28%) หลังรายงานงบ 4Q63 พลิกขาดทุน QoQ แต่ดีขึ้น YoY ส่วนทั้งปี 63 มีกำไรสุทธิดีกว่าตลาดคาด และประกาศจ่ายเงินปันผล 0.20 บาทต่อหุ้น XD 18 ก.พ.
AAV (+6.30%) คาดงบ 4Q63 จะขาดทุนลดลง QoQ ส่วนปี 64 คาดขาดทุนลดลงจากปี 63 ทั้งยังมีประเด็นหนุนเรื่องซอฟต์โลนรออยู่
PSL (+4.55%) RCL (+2.20%) TTA (+4.13%) หลังจากดัชนี BDI เริ่มฟื้นตัว
BEC (+4.14%) คาดงบ 4Q63 พลิกมามีกำไร YoY และฟื้นตัวขึ้น QoQ หลังรายได้ฟื้นตัวตามเม็ดเงินโฆษณา
👎🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงลบ
DELTA (2.54%) ราคาหุ้นปรับลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 4
CBG (3.89%) ถูกขายทำกำไรหลังจากเก็งกำไรเรื่องงบและการปลดล็อกกัญชง
NRF (2.99%) ถูกขายทำกำไรหลังจากเก็งกำไรเรื่องการปลดล็อกกัญชง และถูกขยายเวลาติด Cash Balance ตั้งแต่ 8 25 ก.พ.
MAJOR (2.05%) คาดงบ 4Q63 พลิกมาขาดทุน YoY แต่ดีขึ้น QoQ ส่วน 1Q63 คาดแย่ลงทั้ง QoQ และ YoY

SCBSResearch

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 8 ก.พ. 2564

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 21 มิ.ย. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,601.13 จุด (11.85 จุด/0.73%) มูลค่าการซื้อขาย 8.3 หมื่นลบ. SET ช่วงเช้าหลุดต่ำกว่า 1600 จุด ก่อนที่ช่วงบ่ายจะฟื้นขึ้นได้เล็กน้อยและปิดเหนือ 1600 จุดได้สำเร็จ แรงกดดันยังคงมาจากความกังวล Fed ส่งสัญญาณปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้อยู่ที่ 3,175 ราย ทางด้านตลาดหุ้นภูมิภาควันนี้ปรับลดลงทั้งภูมิภาค
💸 กลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง😄 คือ กลุ่มเครื่องจักร ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงแรง😭 คือ กลุ่มพลังงาน ขนส่ง ธนาคาร อิเล็กฯ อสังหาฯ ICT การเงิน
👍🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงบวก
THANI (+8.81%) ยังไม่พบประเด็นบวกอย่างมีนัยฯ คาดความต้องการสินเชื่อครึ่งปีหลังยังอยู่ในระดับสูง
STARK (+5.26%) เข้า FTSE SET Mid Cap Index มีผลวันนี้
XPG (+13.75%) ร่วมกับ SIRI ตั้ง AMC ซื้อสินทรัพย์มาบริหาร เตรียมขยายไปธุรกิจรับฝากขายที่ดิน
SITHAI (+12.88%) ผบห. คาดกำไร Q2 โตกว่าปีก่อน กำลังศึกษาธุรกิจเม็ดพลาสติก ต่อยอดใช้ในอุปกรณ์การแพทย์ – รถยนต์
RT (+5.47%) คาดไตรมาส 2/64 โตต่อเนื่อง มีงานที่ประมูลอยู่ระหว่างรอพิจารณาผลอีก 1,200 ลบ. ยื่นราคางานอุโมงค์รถไฟทางคู่เด่นชัยเชียงของคาดหวังราว 7.5 พันลบ.
GPI (+12.04%) ขยายงานต่อเนื่องในช่วง COVID19 งานรับจ้างพิมพ์และธุรกิจใหม่หนุนรายได้ครึ่งปีหลัง
SQ (+11.19%) ชนะประมูลงาน 2 สัญญาของ Hongsa Power รวมมูลค่า 4,587 ลบ.
👎🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงลบ
TSTH (7.18%) MILL (4.48%) TMT (5.50%) SAM (4.65%) ราคาเหล็กปรับลดลง
AS (4.24%) VGI (3.08%) ถูกขายทำกำไรหลังจากปรับขึ้นมามาก
AMANAH (3.57%) MTC (3.32%) BAY (3.08%) BBL (2.51%) bank และ nonbank กดดันจากรับนโยบายลดเพดานดอกเบี้ย ตาม ธปท. ต้องรับผลกระทบยอดปฏิเสธสินเชื่อเพิ่มสูงขึ้น

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 21 มิ.ย. 2564

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 5 ต.ค. 2563


📈 SET Index ปิดที่ 1,242.99 จุด (+5.45 จุด/+0.44%) มูลค่าการซื้อขาย 3.9 หมื่นลบ. SET ปรับเพิ่มขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ โดย sentiment เชิงบวกมาจากอาการป่วยของ ปธน.ทรัมป์ดีขึ้น และเตรียมจะกลับมาทำงานที่ทำเนียบขาวอีกครั้ง และความคืบหน้ามาตรการกระตุ้นศก.สหรัฐ ขณะที่ประเด็นในประเทศ มีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง รมว.คลังคนใหม่แล้ว ทางด้านกระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป ก.ย. 0.7%YoY ส่วนสถานการณ์ COVID19 ในประเทศวันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 5 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจาก ตปท.
💸 วันนี้กลุ่มที่กระแสเงินไหลเข้าสุทธิ😄 คือ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง (TASCO) ค้าปลีก (BJC) ส่วนกลุ่มที่กระแสเงินไหลออกสุทธิ😭 คือ กลุ่มขนส่ง (AOT)
👍🏻หุ้นที่ปรับขึ้นแรงและมี Impact ต่อตลาดเชิงบวกในวันนี้ คือ CBG (+4.68%) โดยคาดว่า งบ 3Q63 จะโตโดดเด่นกว่า 20%YoY และขึ้นทำ New High หนุนจากยอดขายเติบโตทั้งในและต่างประเทศ ทั้ง Energy Drink และ Woody C+Lock ทางด้าน DOHOME (+3.33%) คาดงบ 3Q63 จะโตกว่า 40%YoY จาก SSSG ที่แข็งแกร่งของอุปสงค์ที่มาจาก subcontractors ขณะที่ TASCO (+4.49%) ส่วนหนึ่งเป็นการรีบาวด์หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวเล็กน้อย ขณะที่ผลการดำเนินงาน ทาง บ.ยืนยันโรงกลั่นมีน้ำมันดิบไปจนถึง 1Q64 ส่วน BEC (+3.96%) หลังจากมีการส่งละครช่อง 3 ออนแอร์พร้อมกับแอป WeTV และ 4 ประเทศช่วยขยายฐานผู้ชม หนุนผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น
👎🏻หุ้นที่ปรับลงแรงและมี Impact ต่อตลาดเชิงลบในวันนี้ คือ CKP (6.36%) ทั้งที่ไม่มีปัจจัยลบที่มีนัยฯ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการถูก short sell เนื่องจากราคาหุ้นปรีบขึ้นมาต่อเนื่องตั้งแต่ ก.ค. กว่า 40% เช่นเดียวกับ BANPU (3.13%) ถูกขายจากช่วงก่อนหน้าที่มีการเก็งกำไร ส่วนหุ้นอื่นที่ปรับลง เป็นหุ้นในกลุ่ม PF\u0026REIT เช่น CPNREIT (4.24%) WHART (2.10%) จากการสลับกลุ่มลงทุน
🖍 ทางด้านตลาดหุ้นยุโรป🇪🇺 (17.00 น.) ปรับเพิ่มขึ้นทุกตลาด เฉลี่ย +0.8% DJIAF🇺🇸 +0.7% Gold Spot💰 0.1% อยู่ที่ 1900 เหรียญ/ออนซ์ น้ำมันดิบ Brent⛽️ +3% อยู่ที่ 40.4 เหรียญ/บาร์เรล เงินบาทแข็งค่าอยู่ที่ 31.33 บาท/ดอลลาร์
SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 5 ต.ค. 2563

INFJ นิสัยที่หายากที่สุดในโลก | The rarest personality | คำนี้ดี EP.572


KND Studio ช่องยูทูบใหม่สำหรับคนที่ชอบเรียนรู้ภาษาอังกฤษโดยเฉพาะ เข้าไปกดซับฯ ได้ที่ https://bit.ly/kndstudio
ว่ากันว่า บุคลิกภาพ INFJ คือหนึ่งในนิสัยที่มีน้อยที่สุดในโลก นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลายๆ คนให้ความสนใจเยอะเป็นพิเศษ นิสัยแบบไหนกันนะที่ทำให้คนเหล่านี้ดูเหมือนจะหายากกว่าคนอื่นๆ หลังจากฟังแล้วคุณคิดว่าตัวเองตรงกับบุคลิกภาพแบบนี้หรือเปล่า หรือมีนิสัยตรงข้ามกับคนประเภทนี้ทั้งหมด อย่าลืมมาแชร์กันในคอมเมนต์กันนะ
สำหรับใครที่อยาก ศึกษาและลองทำแบบทดสอบหาบุคลิกภาพของตัวเอง สามารถทำได้ในลิงก์นี้เลย : https://www.16personalities.com/
––––––––––––––––––
Join KND Club! เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ Bilingual คอมมูนิตี้ที่
https://cutt.ly/7EseUvK
———————————————
ลิงก์เข้ากลุ่ม ‘ภาษาดี ชีวิตดี โดยคำนี้ดีพอดแคสต์’: https://www.facebook.com/groups/kndgroup/
Sources: https://introvertdear.com/news/infjparadoxesrarestpersonalitytype/
———————————————
รวมลิสต์ MBTI
KND EP.572: INFJ นิสัยที่หายากที่สุดในโลก https://bit.ly/39llpha
KND EP.589: ENFP + INFJ = Best Love Couples? https://bit.ly/3Cto19u
KNG EP.2: The secrets of INFP https://bit.ly/3Cn0bvQ
KND EP.624: INTP เนิร์ด เย็นชา จอมขบถ ผู้พร้อมแหกทุกกฎที่ขวางหน้า https://bit.ly/3nS7s2K
KND EP.728: ISFJ นิสัยที่พบได้มากที่สุดในโลก https://bit.ly/2XyrVz5
KND EP.741: ENTP ไทป์ซาตาน https://bit.ly/3zpuccv
———————————————
THE STANDARD PODCAST : EYEOPENING FOR YOUR EARS
พอดแคสต์จากสำนักข่าว THE STANDARD
Website : https://www.thestandard.co/podcast
SoundCloud: https://soundcloud.com/thestandardpodcast
Spotify : https://open.spotify.com/show/7o7TF3zfPyoydhWxtGSzLC?si=Nb_LuV8NS3C9mJ6ePdXLA
Twitter : https://twitter.com/TheStandardPod
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth/
INFJ คำนี้ดี TheStandardPodcast TheStandardco TheStandardth

INFJ นิสัยที่หายากที่สุดในโลก | The rarest personality | คำนี้ดี EP.572

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 20 ก.ค. 2564


📈 SET Index ปิดที่ 1,538.86 จุด (17.15 จุด/1.10%) มูลค่าการซื้อขาย 9.3 หมื่นลบ. SET ร่วงแรงต่อเนื่องอีกวัน วันนี้เป็นวันแรกที่มีการยกระดับมาตรการ lockdown เข้มข้น ท่ามกลางจำนวนผู้ติดเชื้อยังพุ่งสูง โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้อยู่ที่ 11,305 ราย ขณะที่ตลาดหุ้นภูมิภาคอยู่ในแดนลบทั้งภูมิภาค นักลงทุนหวั่นโควิดกระทบศก.ฟื้นตัว รวมทั้งราคาน้ำมันร่วงหนักหลังจากกลุ่ม OPEC+ มีมติเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน
💸 กลุ่มที่ปรับเพิ่มขึ้นแรง😄 คือ กลุ่ม ICT ส่วนกลุ่มที่ปรับลดลงแรง😭 คือ กลุ่มพลังงาน ขนส่ง ธนาคาร ปิโตรฯ อาหาร อสังหาฯ
👍🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงบวก
MEGA (+5.26%) คาดกำไร 2Q64 โต YoY และ QoQ จากสินค้าสุขภาพ
APURE (+9.73%) เปิดตลาดส่งออกลูกค้าใหม่ได้เป็นจำนวนมากทั้งในยุโรปและสหรัฐ คาดว่ากำไรปกติของบริษัทจะโตต่อเนื่องสู่จุดสูงสุดใหม่ในปี 25642565
NEX (+8.97%) ลงทุน 300 ลบ. เปลี่ยนรถร่วม บขส.เป็นบัสไฟฟ้า สายแรก กรุงเทพโคราช เริ่ม ก.ย.นี้
7UP (+4.23%) ตัดขายธุรกิจโทรคมนาคมและการสื่อสาร เหตุต้องการมุ่งเน้นสาธารณูปโภคและพลังงาน
BPP (+3.41%) ลงทุนต่อยอดธุรกิจพลังงานต่อเนื่อง อยู่ระหว่างทำโปรเจ็กต์ใหญ่ในสหรัฐ เตรียม COD 3 โครงการในญี่ป่นุและเวียดนาม รวมกว่า 60 เมกะวัตต์
👎🏻 หุ้นที่มี impact ต่อตลาดเชิงลบ
CENTEL (3.20%) MINT (4.31%) AWC (4.50%) FN (5.52%) ILM (3.52%) DOHOME (2.83%) BA (3.74%) AAV (4.48%) AOT (2.93%) กระทบมาตรการยกระดับ lockdown เริ่มวันนี้
BCP (5.42%) IRPC (3.83%) TOP (3.61%) ESSO (3.27%) ราคาน้ำมันลงแรงกว่า 8% วานนี้
JTS (6.87%) ตลท.ให้ JTS ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขายcash balance 20 ก.ค. – 9 ส.ค.
THG (5.47%) หลังข่าวสธ.เซ็นซื้อไฟเซอร์ 20 ล้านโดสจากไบออนเทค
ILINK (8.33%) บอร์ด ILINK ให้ขายหุ้นที่ซื้อคืน 2.79% ผ่าน SET ตั้งแต่ 2 ส.ค.6421 ต.ค.66
NRF (6.50%) คาดกำไร 2Q64 ลดลง YoY จากต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น
KISS (3.48%) คาดกำไร 2Q64 ลดลง QoQ กิจกรรมการตลาดชะลอตัวลงและความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำ

SCBSResearch

📋 รับฟัง Podcast สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย 20 ก.ค. 2564

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ สรุป ภาวะ ตลาดหุ้น ไทย

Leave a Comment