[Update] การหันเหคดี โดยใช้มาตรการพิเศษแทน การดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้อง | มาตรา 86 อาญา – POLLICELEE

มาตรา 86 อาญา: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีภารกิจสำคัญในการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพ
เด็ก เยาวชน ผู้เยาว์และครอบครัวที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และส่งเสริมการใช้กระบวนการยุติธรรม
ทางเลือกและมาตรการอื่นๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเบี่ยงเบนคดีเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดออก
จากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ถือเป็นการลบรอยมลทินและเป็นการให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนได้
กลับตัวเป็นคนดี สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง
การใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาและการหันเหคดี (Diversion) เป็นการใช้กระบวนการ
ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (RestorativeJustice) มีจุดมุ่งหมายไปที่การผันเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมทาง
อาญา โดยให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเบี่ยงเบนคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้น
สอบสวนตลอดจนชั้นก่อนฟ้อง มีกรอบแนวทางปฏิบัติสำคัญ 2 ประการ คือ
1. ข้อกำหนดทางกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
2. ข้อกำหนดในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ (United Nations Convention on
the Rights of the Child : UNCRC) ซึ่งเป็นอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ให้
สัตยาบันแล้วในปี พ.ศ. 2535
กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เป็นแนวคิดที่มองว่าการกระทำผิดอาญาก่อให้เกิดผลกระทบ
ความเสียหาย ทำลายสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลและความสมานฉันท์ในสังคม จึงจำเป็นต้องมีการเยียวยา
ฟื้นฟูด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้รับการชดเชยเยียวยาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งจะช่วยให้ผู้กระทำผิดได้
มองเห็นมูลเหตุและผลกระทบอันเกิดจากการกระทำของตนเองและได้แสดงความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
และยังเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ชุมชนในสาเหตุเบื้องหลังของอาชญากรรมอันจะช่วยส่งเสริมให้เกิดสวัสดิ
ภาพของชุมชนและการป้องกันอาชญากรรมอีกด้วย
หลังจากที่กรมพินิจฯ จัดทำโครงการ “การเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในเด็ก
และเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่ง
สหประชาชาติ (UNICEF) ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน – ธันวาคม 2559 มีการจัดทำคู่มือการ
ปฏิบัติงานมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 มาตรา 86 ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขและให้
ความสำคัญต่อการเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา โดยการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน
/ได้รับ..
2
ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคืนสู่สังคมโดยไม่ถูกดำเนินคดี นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนและการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหาย จากการดำเนิน
มาตรการดังกล่าว ทำให้เกิดเครือข่ายในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ อัยการฝายคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลเยาวชนและครอบครัว และสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะต้องสร้างความเข้าใจต่อกระบวนการใช้มาตรการพิเศษที่แตกต่างกัน โดย
การจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้และแนวทาง รวมไปถึงการหาแนวทางปฏิบัติที่ดีเพื่อประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงเป็นที่มาของการดำเนิน
โครงการ “การเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรมระยะที่ 2” โดยมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในการประชุม
ดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน รวมถึงสร้างการรับรู้ถึงกระบวนการ
มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องให้กับสาธารณชน การประเมินผลจากการนำมาตรการ
พิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องไปใช้ และการหาแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ร่วมกันใน
การประสานความร่วมมือในการจัดทำแผนตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องต่อไป
ในการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด รองผู้
บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ เจ้าหน้าที่ประสาน
การประชุมแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ตามมาตรการพิเศษแทน
การดำเนินคดีอาญา จำนวน 40 จังหวัดทั่วประเทศ และหลังจากนี้จะได้มีการจัดประชุมทบทวนการใช้
มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องและนิเทศกำกับติดตามพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด จัด
ประชุมนำเสนอผลการปฏิบัติงานการใช้มาตรการพิเศษฯ และเครือข่ายความร่วมมือ 40 จังหวัด การจัดทำวีดี
ทัศน์สารคดีชีวิตเด็กและเยาวชนจากโครงการฯ การประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ ตลอดจนการรวบรวมสรุป
ข้อมูลและจัดทำรายงานผลต่อผู้เกี่ยวข้องและสรุปผลการดำเนินกิจกรรมโครงการเพื่อนำเสนอผู้บริหารต่อไป
โดยความมุ่งหวังว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจ สามารถนำหลักการใช้มาตรการพิเศษฯ ไปใช้ได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษฯ มากขึ้น ลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาล และคาดหวัง
ถึงการมีแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการนำมาตรการพิเศษฯ ดังกล่าวไปใช้ อีกทั้งให้สาธารณชน
รับรู้ถึงกระบวนการดังกล่าว ที่สำคัญเราคาดหวังว่าเด็กและเยาวชนจะได้รับโอกาสในการกลับตนเป็นคนดีไม่
กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ลดความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะได้รับความรุนแรงจากการเข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรม

[Update] การหันเหคดี โดยใช้มาตรการพิเศษแทน การดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้อง | มาตรา 86 อาญา – POLLICELEE

กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มีภารกิจสำคัญในการพิทักษ์คุ้มครองสิทธิและสวัสดิภาพ
เด็ก เยาวชน ผู้เยาว์และครอบครัวที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และส่งเสริมการใช้กระบวนการยุติธรรม
ทางเลือกและมาตรการอื่นๆ ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเบี่ยงเบนคดีเด็กและเยาวชนที่กระทำความผิดออก
จากกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ถือเป็นการลบรอยมลทินและเป็นการให้โอกาสแก่เด็กและเยาวชนได้
กลับตัวเป็นคนดี สามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อีกครั้ง
การใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาและการหันเหคดี (Diversion) เป็นการใช้กระบวนการ
ยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ (RestorativeJustice) มีจุดมุ่งหมายไปที่การผันเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรมทาง
อาญา โดยให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเบี่ยงเบนคดีเด็กและเยาวชนออกจากกระบวนการยุติธรรม ตั้งแต่ชั้น
สอบสวนตลอดจนชั้นก่อนฟ้อง มีกรอบแนวทางปฏิบัติสำคัญ 2 ประการ คือ
1. ข้อกำหนดทางกฎหมาย ได้แก่ พระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
2. ข้อกำหนดในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กของสหประชาชาติ (United Nations Convention on
the Rights of the Child : UNCRC) ซึ่งเป็นอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้ให้
สัตยาบันแล้วในปี พ.ศ. 2535
กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์เป็นแนวคิดที่มองว่าการกระทำผิดอาญาก่อให้เกิดผลกระทบ
ความเสียหาย ทำลายสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคคลและความสมานฉันท์ในสังคม จึงจำเป็นต้องมีการเยียวยา
ฟื้นฟูด้วยการเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้รับการชดเชยเยียวยาจากผลกระทบที่เกิดขึ้นซึ่งจะช่วยให้ผู้กระทำผิดได้
มองเห็นมูลเหตุและผลกระทบอันเกิดจากการกระทำของตนเองและได้แสดงความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้น
และยังเป็นการสร้างความเข้าใจแก่ชุมชนในสาเหตุเบื้องหลังของอาชญากรรมอันจะช่วยส่งเสริมให้เกิดสวัสดิ
ภาพของชุมชนและการป้องกันอาชญากรรมอีกด้วย
หลังจากที่กรมพินิจฯ จัดทำโครงการ “การเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในเด็ก
และเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม” ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากองค์การทุนเพื่อเด็กแห่ง
สหประชาชาติ (UNICEF) ซึ่งได้ดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน – ธันวาคม 2559 มีการจัดทำคู่มือการ
ปฏิบัติงานมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา ให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว
และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 มาตรา 86 ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขและให้
ความสำคัญต่อการเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญา โดยการเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชน
/ได้รับ..
2
ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและคืนสู่สังคมโดยไม่ถูกดำเนินคดี นับเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของกระบวนการยุติธรรมเด็กและเยาวชนและการคุ้มครองเยียวยาผู้เสียหาย จากการดำเนิน
มาตรการดังกล่าว ทำให้เกิดเครือข่ายในการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานตำรวจ
แห่งชาติ อัยการฝายคดีเยาวชนและครอบครัว ศาลเยาวชนและครอบครัว และสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชน ซึ่งแต่ละหน่วยงานจะต้องสร้างความเข้าใจต่อกระบวนการใช้มาตรการพิเศษที่แตกต่างกัน โดย
การจัดประชุมเพื่อสร้างการรับรู้และแนวทาง รวมไปถึงการหาแนวทางปฏิบัติที่ดีเพื่อประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงเป็นที่มาของการดำเนิน
โครงการ “การเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในเด็กและเยาวชนที่เข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรมระยะที่ 2” โดยมีการจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการไปเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งในการประชุม
ดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจที่ตรงกัน รวมถึงสร้างการรับรู้ถึงกระบวนการ
มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องให้กับสาธารณชน การประเมินผลจากการนำมาตรการ
พิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องไปใช้ และการหาแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ร่วมกันใน
การประสานความร่วมมือในการจัดทำแผนตามมาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องต่อไป
ในการประชุมดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย อัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัด รองผู้
บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดที่รับผิดชอบงานด้านการสอบสวน ผู้อำนวยการสถานพินิจฯ เจ้าหน้าที่ประสาน
การประชุมแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และเครือข่ายความร่วมมือในการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู ตามมาตรการพิเศษแทน
การดำเนินคดีอาญา จำนวน 40 จังหวัดทั่วประเทศ และหลังจากนี้จะได้มีการจัดประชุมทบทวนการใช้
มาตรการพิเศษแทนการดำเนินคดีอาญาในชั้นก่อนฟ้องและนิเทศกำกับติดตามพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด จัด
ประชุมนำเสนอผลการปฏิบัติงานการใช้มาตรการพิเศษฯ และเครือข่ายความร่วมมือ 40 จังหวัด การจัดทำวีดี
ทัศน์สารคดีชีวิตเด็กและเยาวชนจากโครงการฯ การประเมินผลสัมฤทธิ์โครงการ ตลอดจนการรวบรวมสรุป
ข้อมูลและจัดทำรายงานผลต่อผู้เกี่ยวข้องและสรุปผลการดำเนินกิจกรรมโครงการเพื่อนำเสนอผู้บริหารต่อไป
โดยความมุ่งหวังว่าจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความเข้าใจ สามารถนำหลักการใช้มาตรการพิเศษฯ ไปใช้ได้
อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น มีการเพิ่มการใช้มาตรการพิเศษฯ มากขึ้น ลดปริมาณคดีขึ้นสู่ศาล และคาดหวัง
ถึงการมีแนวทางปฏิบัติที่ดี (Best Practice) ในการนำมาตรการพิเศษฯ ดังกล่าวไปใช้ อีกทั้งให้สาธารณชน
รับรู้ถึงกระบวนการดังกล่าว ที่สำคัญเราคาดหวังว่าเด็กและเยาวชนจะได้รับโอกาสในการกลับตนเป็นคนดีไม่
กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก ลดความเสี่ยงที่เด็กและเยาวชนจะได้รับความรุนแรงจากการเข้าสู่กระบวนการ
ยุติธรรม


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80-89


ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8089
หมวด 5 การพยายามกระทำผิด
หมวด 6 ตัวการและผู้สนับสนุน
มาตราที่สำคัญ
มาตรา 80 พยายามกระทำผิด
มาตรา 81 พยายามไม่บรรลุผลอย่างแน่แท้
มาตรา 82 ยับยั้งกลับใจ
มาตรา 83 ตัวการ
มาตรา 84 ผู้ใช้
มาตรา 85 ผู้โฆษณาประกาศให้กระทำผิด
มาตรา 85/1 ผู้ถูกใช้ให้ข้อมูลสำคัญ
มาตรา 86 ผู้สนับสนุน
มาตรา 87 กระทำเกินขอบเขตที่ใช้
มาตรา 88 ผู้ใช้,ผู้สนับสนุนเข้าขัดขวาง
มาตรา 89 เหตุส่วนตัว,เหตุลักษณะคดี

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80-89

กฎหมายอาญามาตรา 83,84,86


กฎหมายอาญามาตรา 83,84,86

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51-58


ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 5158
ส่วนที่ 3 วิธีเพิ่มโทษ ลดโทษ และการรอการลงโทษ
มาตราที่สำคัญ
มาตรา 56 การรอการลงโทษ
มาตรา 58 การบวกโทษ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 51-58

คำบรรยายเนติบัณฑิต สมัย 73 ภาค1 กฎหมายอาญาภาคทั่วไป มาตรา 1-58 และ 107-208 ภาคปกติ ครั้งที่1


คำบรรยายเนติบัณฑิต สมัย 73 ภาค1 กฎหมายอาญาภาคทั่วไป มาตรา 1-58 และ 107-208  ภาคปกติ ครั้งที่1

ประมวลกฎหมายอาญา (แก้ไขถึงปี 2564)|เฉพาะมาตราสำคัญที่ออกสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา


แก้ไขถึงฉบับที่28ปี2564 เรื่องความผิดฐานทำให้แท้งลูก มาตราออกสอบเนติ สมัยที่51ถึง73 มาตราออกสอบอัยการผู้ช่วย ปี2541ถึง2563 มาตราออกสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา ปี2551ถึง2563

ประมวลกฎหมายอาญา (แก้ไขถึงปี 2564)|เฉพาะมาตราสำคัญที่ออกสอบ เนติ อัยการ ผู้พิพากษา

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ มาตรา 86 อาญา

Leave a Comment