[Update] คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณและจิตวิญญาณความเป็นครู-Flip eBook Pages 1 – 50 | จารุ วั ฒ น์ ไว ศ ยะ – POLLICELEE

จารุ วั ฒ น์ ไว ศ ยะ: คุณกำลังดูกระทู้

ส มุ ด ร ว บ ร ว ม ร า ย ง า น

คุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ
และ

จิ ต วิ ญ ญ า ณ ค ว า ม เ ป น ค รู

ผศ.ดร.ฐิติพร พิชญกุล

นักศึ กษาชันปที 1/2563
สาขาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

คาํ นํา

รายงานเลมนี้จดั ทําข้นึ เพ่อื เป็นสว นหน่ึงของรายวชิ า ETP105 เพ่อื
ศึกษาเก่ียวกบั คณุ ธรรม จริยธรรม และจิตวิญญาณความเป็นครู โดยคณะ
ผจู ัดทําหวงั วา รายงานเลมนี้จะเป็นประโยชนกับผอู า น หรอื นักศึกษา ที่
กาํ ลงั หาขอมลู เก่ียวกบั คุณธรรม จริยธรรม และจิตวิญญาณความเป็นครู
หากมีขอ แนะนําหรอื ขอผิดพลาดประการใด คณะผูจัดทาํ ขอน อมรบั ไวและ
ขออภัยมา ณ ท่นี ี้ดวย

คณะผจู ดั ทํา

สารบัญ

เร่อื ง หน า

คาํ นํา 2

สารบัญ 3

จรรยาบรรณบุคลากรทางการศึกษา 4

จรรยาบรรณสาํ หรบั ครู 5

จรรยาบรรณสําหรับผูบรหิ ารการศึกษา 9

จรรยาบรรณสาํ หรบั ผบู รหิ ารสถานศกึ ษา 16

จรรยาบรรณสาํ หรับศกึ ษานิเทศก 21

จิตวญิ ญาณความเป็นครู 31

ความหมายและองคป ระกอบของจติ วิญญาณความเป็นครู 31

อดุ มการณความเป็นครู 39

การพัฒนาจติ วญิ ญาณของความเป็นครู 55

ปัญหาการขาดจิตวญิ ญาณความเป็นครู 65

มุมมองทางจติ วญิ ญาณของตา งประเทศ 74

การเป็นแบบอยางทด่ี สี าํ หรับครู 86

การมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม สําหรบั ครู 100

ปัญหาและพฤตกิ รรมเบี่ยงเบนจากจรยิ ธรรมวชิ าชีพครู 107

คานิยมของครู 128

ความหมายของคา นิยมและคา นิยมพ้นื ฐาน 129

คานิยมทคี่ วรมี 133

อิทธพิ ลที่ทําใหเ กดิ คานิยมความสาํ คัญของคานิยม 134

งานวจิ ยั ทเ่ี กี่ยวของกับคานิยมของครใู นตา งประเทศและครูไทย 144

กฎหมายเก่ยี วกับครู 147

กฎหมายไทยและววิ ฒั นาการการศึกษา 148

สถานศึกษา 151

หนวยงานทกี่ าํ กบั ดูแลเกีย่ วกับครู 156

ใบอนญุ าตปฏิบัตกิ ารสอนและใบประกอบวชิ าชีพ 161

บทลงโทษทางวนิ ัย 164

สภาพการณการพัฒนาวชิ าชพี ครู รอบรู ทันสมัย และทนั ตอการเปลยี่ นแปลง 167

ปัจจยั ทมี่ อี ิทธพิ ลตอ การพัฒนาวิชาชีพครู 176

หลักสูตรการผลิตครู 183

การพัฒนาวิชาชพี ครู 198

แนวทางการพฒั นาวชิ าชีพครู 200

จรรยาบรรณ
บุคลากร

ทางการศึกษา

จรรยาบรรณครู

มีทังหมด5ด้าน ได้แก่

• จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ตั ว เ อ ง
• จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ วิ ช า ชี พ
• จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร
• จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ร่ ว ม ป ร ะ ก อ บ

วิ ช า ชี พ
•จรรยาบรรณต่อสั งคม

จรรยาบรรณตอตนเอง

ข้อที1 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
ต้องมีวินั ยในตนเอง พัฒนาตนเอง
ด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสั ยทัศน์
ใ ห้ ทั น ต่ อ ก า ร พั ฒ น า ท า ง วิ ท ย า ก า ร
เศรษฐกิจ สั งคม และการเมืองอยู่
เสมอ

จรรยาบรรณตอวิชาชีพ

ข้อที 2 ผู้ประกอบวิชาชีพทาง
การศึ กษาต้องรัก ศรัทธา ซือสั ตย์
สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ
แ ล ะ เ ป น ส ม า ชิ ก ที ดี ข อ ง อ ง ค์ ก ร วิ ช า ชี พ

จรรยาบรรณตอผูรับบริการ

ข้อที 3 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศึ กษา ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่
ช่วยเหลือ ส่ งเสริมให้กําลังใจแก่ศิ ษย์
และผู้รับบริการตามบทบาทหน้ าทีโดย
เสมอหน้ า

จรรยาบรรณตอผูรับบริการ

ข้อที 4 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
ต้องส่ งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ
และนิ สั ยทีถูกต้องดีงามแก่ศิ ษย์
และผู้รับบริการ ตามบทบาทหน้ าทีอย่าง
เต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิใจ

ข้อที 5 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
ต้ อ ง ป ร ะ พ ฤ ติ ป ฏิ บั ติ ต น เ ป น แ บ บ อ ย่ า ง ที ดี
ทังทางกาย วาจา และจิตใจ

ข้อที 6 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
ต้องไม่กระทําตนเปนปฏิปกษ์ ต่อความ
เจริญทางกายสติปญญา จิตใจ อารมณ์
และสั งคมของศิ ษย์ และผู้รับบริการ

ข้อที 7 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
ต้ อ ง ใ ห้ บ ริ ก า ร ด้ ว ย ค ว า ม จ ริ ง ใ จ แ ล ะ เ ส ม อ
ภ า ค โ ด ย ไ ม่ เ รี ย ก รั บ ห รื อ ย อ ม รั บ ผ ล
ประโยชน์ จากการใช้ตําแหน่ งหน้ าที
โ ด ย มิ ช อ บ

จรรยาบรรณตอผูรวมประกอบอาชีพ

ข้อที 8 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
พึ ง ช่ ว ย เ ห ลื อ เ กื อ กู ล ซึ ง กั น แ ล ะ กั น อ ย่ า ง
สร้างสรรค์ โดยยึดมันในระบบคุณธรรม
ส ร้ า ง ค ว า ม ส า มั ค คี ใ น ห มู่ ค ณ ะ

จรรยาบรรณตอสังคม

ข้อที 9 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึ กษา
พึงประพฤติปฏิบัติตนเปนผู้นํ าใน
การอนุรักษ์ และพัฒนาเศรษฐกิจ สั งคม
ศาสนา ศิ ลปวัฒนธรรมภูมิปญญา
สิ งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ ของ
ส่ วนรวม และยึดมันในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษั ตริย์
ท ร ง เ ป น ป ร ะ มุ ข

ผูบริหารการศึกษา

จรรยาบรรณผู้บริหารการศึ กษา

1.จรรยาบรรณต่อตนเอง

1.1 พึงประพฤติปฏิบัติตนเปนแบบ
อย่างทีดี และพัฒนาตน ให้มีคุณธรรม
มี สุขภาพดีทังกายและจิตรวมทังเพิมพูน
ค ว า ม รู ้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ใ น ก า ร บ ริ ห า ร ง า น

1.2 พึงอุทิศตนเพือหน้ าที มีความเสี ย
สละ และมีความกล้าหาญทางจริยธรรม

1.3 พึงมีความซือสั ตย์ต่อตนเอง

2.จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ

2.1 พึงซือสั ตย์ต่อวิชาชีพ
2.2 พึงใช้วิชาชีพในการบริหารจัดการ
ด้วยความซือสั ตย์สุจริต
2.3 พึงละเว้นการทาํ ธุ รกิจทีอาศั ยอํานาจ
หน้ าทีของตนเพือประโยชน์ ในกิจการนั น

3.จรรยาบรรณตอผูรับบริการ

3.1 พึงซือสั ตย์ต่อผู้รับบริการรักษา
ความลับและผลประโยชน์ ในทางทีถูก
ข อ ง ผู้ รั บ บ ริ ก า ร

3.2 พึงละเว้นการแสวงหาผลประโยชน์
อั น มิ ช อ บ แ ล ะ ใ ห้ บ ริ ก า ร ด้ ว ย ค ว า ม เ ส ม อ
ภาค ไม่ใช้อภิสิ ทธิ

3.3 พึงให้ความสําคัญแก่ผู้รับบริการ
บริหารงานเพือผลประโยชน์ ของผู้รับ
บริการ มิใช่เพือผลประโยชน์
ของตนเอง

4.จรรยาบรรณตอบุคลากรในองคการ

4.1 พึงมีความยตุ ิธรรม มีใจเปนกลาง
ไม่เลือกปฏิบัติด้วยอคติ
4.2 พึงบรหิ ารคนด้วยระบบคุณธรรม
ไม่เล่นพรรคเล่นพวก
4.3 พึงรกั ษาความสามัคคี ปฏิบัติต่อบุคลากร
ด้วยหลักการและเหตุผล

5. จรรยาบรรณตอองคการ
ชุมชน และสังคม

5.1 พึงให้ความสําคัญและมีความจงรัก
ภั ก ดี ต่ อ อ ง ค์ ก า ร

5.2 พึงดูแลรักษาและใช้ทรัพยากรส่ วน
รวมขององค์การ ย่างประหยัด คุ้มค่า
และมีประสิ ทธิภาพ

5 . 3 พึ ง ส ร้ า ง ค ว า ม เ ข้ ม แ ข็ ง แ ก่ ชุ ม ช น
และสร้างสั นติภาพ สั นติสุขให้เกิดขึนใน
สั งคม

พระราชบัญญั ติการศึ กษาแห่ งชาติ
พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ ความหมายผู้บริหารการ
ศึ กษาไว้ว่า
“ บุ ค ล า ก ร วิ ช า ชี พ ที รั บ ผิ ด ช อ บ ก า ร บ ริ ห า ร
การศึ กษานอกสถานศึ กษาตังแต่ระดับ
เขตพืนทีการศึ กษาขึ นไป”

ตามความหมายข้างต้น หมายถึง
กระทรวงศึ กษาธิการ และ สํานั กงาน
เลขาธิการคุรุ สภาสํานั กงานภายใต้สั งกัด
กระทรวงศึ กษาธิการ มีดังนี

1.สํานั กงานคณะกรรมการการศึ กษา
ขันพืนฐาน (สพฐ)

2.สํานั กงานปลัดกระทรวงศึ กษาธิการ
(สป)

3.สํานั กงานคณะกรรมการการ
อาชีวศึ กษา (สอศ)

4.สํานั กงานเลขาธิการสภาการศึ กษา
5.สํานั กงานคณะกรรมการการ
อุดมศึ กษา (สกอ)

สรุ ปมติการประชุมคณะกรรมการการ
อุดมศึ กษา(กกอ.)ครังที 4/2553 เมือวันที
1 เมษายน 2553เรือง มาตรการทางกฎหมาย
เกียวกับหลักเกณฑ์ต่างๆทีส่ งเสริมคุณธรรม
จริยธรรมทางวิชาการในระบบอุดมศึ กษา

“มาตรา 279ของรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรไทย พุทธศั กราช 2550ว่าด้วย
เจ้าหน้ าทีของรัฐทุกประเภทจัดทาํ ประมวล
จริยธรรมเปนแนวทางในการปฏิบัติหน้ าทีตาม
กฎหมายส่ งเสริมและสนั บสนุนให้การบริหาร
ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น เ ป น ไ ป อ ย่ า ง โ ป ร่ ง ใ ส แ ล ะ ต ร ว จ
ส อ บ ไ ด้ ต า ม ห ลั ก ธ ร ร ม า ภิ บ า ล เ ป น ก ล ไ ก สํ า คั ญ
ใ น ก า ร บ ริ ห า ร ส ร้ า ง แ น ว ร่ ว ม เ พื อ ป อ ง กั น ป ร า ม
ป ร า ม ก า ร ทุ จ ริ ต แ ล ะ ป ร ะ พ ฤ ติ มิ ช อ บ ใ น ร ะ บ บ
ร า ช ก า ร โ ด ย รั ฐ ธ ร ร ม นู ญ กํา ห น ด ใ ห้ ก า ร
ป ร ะ พ ฤ ติ ผิ ด จ ร ร ย า บ ร ร ณ อ า จ ถู ก ล ง โ ท ษ ท า ง
วินั ยหรือถูกถอดถอนจากตําแหน่ งได้คุณธรรม
และจริยธรรมเปนส่ วนหนึ งของวินั ยข้าราชการ
ใ น แ ต่ ล ะ ป ร ะ เ ภ ท แ ล ะ อ า จ ถู ก ถ อ ด ถ อ น อ อ ก จ า ก
ตําแหน่ งได้”

มาตรฐานของจรรยาบรรณ
ท่ีพึงมีในสถาบันอุดมศึกษา

( ๑ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ต น เ อ ง
( ๒ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ วิ ช า ชี พ
( ๓ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น
(๔)จรรยาบรรณต่อหน่ วยงาน
( ๕ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า
( ๖ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ใ ต้ บั ง คั บ บั ญ ช า
( ๗ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ร่ ว ม ง า น
(๘)จรรยาบรรณต่อนิ สิ ตนั กศึ กษา
แ ล ะ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร
( ๙ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ป ร ะ ช า ช น
(๑๐)จรรยาบรรณต่อสั งคม

มาตรฐานของจรรยาบรรณ
ท่ีพึงมีในสถาบันอุดมศึกษา

( ๑ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ต น เ อ ง
( ๒ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ วิ ช า ชี พ
( ๓ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ก า ร ป ฏิ บั ติ ง า น
(๔)จรรยาบรรณต่อหน่ วยงาน
( ๕ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า
( ๖ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ใ ต้ บั ง คั บ บั ญ ช า
( ๗ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ร่ ว ม ง า น
(๘)จรรยาบรรณต่อนิ สิ ตนั กศึ กษา
แ ล ะ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร
( ๙ ) จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ป ร ะ ช า ช น
(๑๐)จรรยาบรรณต่อสั งคม

จรรยาบรรณผูบริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารสถานศึ กษา หมายถึง บุคลากร
วิชาชีพทีรับผิดชอบการบริหารสถานศึ กษา
แต่ละแห่งของรัฐและเอกชน “ผู้บริหาร
การศึ กษา” หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพ
ทีรับผิดชอบการบริหารการศึ กษานอก
สถานศึ กษาตังแต่ระดับเขตพืนที
การศึ กษาขึนไป

มาตรฐานวิชาชีพผูบริหารสถานศึกษา

มาตรฐานความรู้และประสบการณ์ วิชาชีพ
– มี คุ ณ วุ ฒิ ไ ม่ ตา ก ว่ า ป ริ ญ ญ า ต รี ท า ง ก า ร
บริหารการศึ กษาหรือเทียบเท่าหรือคุณวุฒิ
อืนทีคุรุ สภารับรอง

มาตรฐานประสบการณ์ วิชาชีพ
-มีประสบการณ์ ด้านปฏิบัติการสอนมา
แล้วไม่น้ อยกว่า 5 ป
-มีประสบการณ์ ด้านปฏิบัติการสอนและ
ต้องมีประสบการณ์ ในตําแหน่ งหัวหน้ า
หมวด/ หัวหน้ าสาย /หัวหน้ างาน / ตํา
แหน่ งบริหารอืนๆ
ในสถานศึ กษามาแลวไม่น้ อยกว่า 2 ป

การบริหารดานวิชาการ

– ก า ร บ ริ ห า ร จั ด ก า ร เ รี ย น รู ้ ผู้ เ รี ย น เ ป น
สํ า คั ญ

-หลักการและรู ปแบบการพัฒนา
ห ลั ก สู ต ร

– ก า ร พั ฒ น า ห ลั ก สู ต ร ท้ อ ง ถิ น

การบริหารดานธุรการ
การเงิน พัสดุ และอาคารสถานท่ี

– ส า ม า ร ถ จั ด ร ะ บ บ ง า น ส า ร บ ร ร ณ ไ ด้
อย่างมีประสิ ทธิภาพ

– ส า ม า ร ถ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ง บ ป ร ะ ม า ณ อ
ย่ า ง ถู ก ต้ อ ง แ ล ะ เ ป น ร ะ บ บ

การบริหารกิจการนักเรียน

– ส า ม า ร ถ บ ริ ห า ร จั ด ก า ร ใ ห้ เ กิ ด กิ จ ก ร ร ม
ก า ร พั ฒ น า ผู้ เ รี ย น

– สามารถบริหารจัดการให้เกิดงาน
บ ริ ก า ร ผู้ เ รี ย น

การบริหารจัดการเทคโนโลยี
สารสนเทศ

– ส า ม า ร ถ ใ ช้ แ ล ะ บ ริ ห า ร เ ท ค โ น โ ล ยี
สารสนเทศเพือการศึ กษาและการ
ป ฏิ บั ติ ง า น ไ ด้ อ ย่ า ง เ ห ม า ะ ส ม

– ส า ม า ร ถ ป ร ะ เ มิ น ก า ร ใ ช้ เ ท ค โ น โ ล ยี ส า ร
สนเทศเพือนํ ามาปรับปรุ งการบริหาร
จั ด ก า ร

จรรยาบรรณวิชาชีพผูบริหาร
สถานศึกษา

– จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ต น เ อ ง
1. ผู้บริหารสถานศึ กษา ต้องมีวินั ยใน
ตนเอง และมีวิสั ยทัศน์ ทีดี

– จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ วิ ช า ชี พ
2. ผู้บริหารสถานศึ กษา ต้องรัก ศรัทธา
ซือสั ตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ

– จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ รั บ บ ริ ก า ร
3.ผู้บริหารสถานศึ กษา
ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่ ง
เสริม ให้กําลังใจแก่ศิ ษย์
4. ผู้บริหารสถานศึ กษา
ต้องส่ งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และ
นิ สั ยทีถูกต้องดีงามแก่ศิ ษย์
5. ผู้บริหารสถานศึ กษา ต้องประพฤติตน
เ ป น แ บ บ อ ย่ า ง ที ดี
6. ผู้บริหารสถานศึ กษา ต้องไม่กระทาํ ตน
เปนปฏิปกษ์ ต่อความเจริญทางกายสติ
ป ญ ญ า จิ ต ใ จ
7. ผู้บริหารสถานศึ กษา ต้องให้บริการ
ด้ ว ย ค ว า ม จ ริ ง ใ จ แ ล ะ เ ส ม อ ภ า ค

– จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ร่ ว ม ป ร ะ ก อ บ
วิ ช า ชี พ
8. ผู้บริหารสถานศึ กษา พึงช่วยเหลือ
เ กื อ กู ล ซึ ง กั น แ ล ะ กั น อ ย่ า ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์
โดยยึดมันในระบบคุณธรรม สร้าง
ค ว า ม ส า มั ค คี ใ น ห มู่ ค ณ ะ

-จรรยาบรรณต่อสั งคม
9. ผู้บริหารสถานศึ กษาพึงประพฤติ
ปฏิบัติตนเปนผู้นํ าในการอนุรักษ์ และ
พัฒนาเศรษฐกิจ สั งคม ศาสนา ศิ ลป
วัฒนธรรม ภูมิปญญา สิ งแวดล้อม
รักษาผลประโยชน์ ของส่ วนรวมและยึด
มั น ใ น ก า ร ป ก ค ร อ ง ร ะ บ อ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย
อันมีพระมหากษั ตริย์ทรงเปนประมุข

ศึกษานิเทศก

ศึ กษานิ เทศก์
คือ ผู้ทาํ หน้ าทีนิ เทศ แนะนํ า ชีนํ ากระตุ้น
ให้ครู แลผู้บริหารสถานศึ กษาให้เกิดความ
รู้ความตระหนั กและมีทักษะในการบริหาร
จั ด ก า ร ก า ร เ รี ย น ก า ร ส อ น

การนิ เทศแบบเก่า
ใ ช้ อํา น า จ ต ร ว จ ต ร า ต ร ว จ เ ยี ย ม โ ร ง เ รี ย น
เพือตรวจสอบวิธีปฏิบัติงานครู สั งเกต
พฤติกรรมการแสดงออกของนั กเรียนและ
การทาํ งานของครู โดยส่ วนรวมทังหมด
เน้ นหนั กในการใช้พระเดช(คําสั ง)
มากกว่าการใช้พระคุณ (แนะนํ า)

การนิ เทศแบบใหม่
เน้ นการยอมรับนั บถือความคิดของคนอืน
ก า ร ร ะ ด ม ค ว า ม คิ ด ร่ ว ม มื อ ป ร ะ ส า น ง า น ใ น
การดําเนิ นงานการศึ กษาเรียกการนิ เทศ
แ บ บ ป ร ะ ช า ธิ ป ไ ต ย คื อ ก า ร ค ว บ คุ ม
พฤติกรรมนานั ปการของตนเองไว้มิให้มี
การกระทาํ ใดๆ ทีคิดค้นพฤติกรรมของ
ผู้ อื น

ประวัติหนวยศึกษานิเทศก

พ.ศ.2441 เจ้าหน้ าทีระดับสูงด้าน
การจัดการศึ กษาแต่งตังบุคคลไปทาํ
หน้ าทีควบคุมและประเมินผลการจัด
การศึ กษาของหัวเมืองต่างๆ

พ.ศ.2443 มีการแต่งตังตําแหน่ งเจ้า
พนั กงานผู้ตรวจแขวงเพือตรวจการ
ปฏิบัติงานของครู และทดสอบความรู้
ของนั กเรียนโดยเฉพาะ

พ.ศ.2475 ซึงเปนปทีมีกาเปลียนแปลง
การปกครองมาเปนระบอบ
ประชาธิปไตย และได้เปลียนชือตําแหน่ ง
จ า ก ผู้ ต ร ว จ แ ข ว ง ม า เ ป น ผู้ ต ร ว จ ก า ร อี ก
ครังหนึ ง

พ.ศ2491 องค์การการศึ กษาศิ ลป-
วั ฒ น ธ ร ร ม ส ห ป ร ะ ช า ช า ติ เ ส น อ รั ฐ บ า ล
ไทยให้จัดตังหน่ วยSUPERVISOR
ทาํ หน้ าทีสนั บสนุนงานด้านวิชาการของ
โรงเรียนโดยตรง

พ.ศ.2495 กรมวิสามัญศึ กษา
ได้จัดอบรมศึ กษานิ เทศก์ของตนเอง
ขึนครังแรกเมือวันที 19 ธันวาคม 2495
จากนั นคําว่า“ศึ กษานิ เทศก์” ก็เกิดขึน
แต่ยังไม่มีระเบียบ กฎหมาย ทีชัดเจน
กํา ห น ด ภ า ร กิ จ

พ.ศ.2497 กรมสามัญศึ กษาได้ขอจัดตัง
หน่ วยศึ กษานิ เทศก์โดยมีสํานั กงานส่ วน
ก ล า ง ตั ง อ ยู่ ที อ า ค า ร ชั ว ค ร า ว ข อ ง
โรงเรียนพญาไท และได้รับอนุมัติให้จัด
ตังขึนได้เมือวันที 12 กรกฎาคม 2497

พ.ศ. 2500 กระทรวงศึ กษาธิการได้
อนุมัติให้แต่งตังศึ กษานิ เทศก์ฝายสามัญ
ประจําจังหวัดและแต่งตังศึ กษานิ เทศก์
ประจําภาคขึน 12ภาคการศึ กษา

พ.ศ. 2509 ศึ กษานิ เทศก์ไม่ได้โอนตาม
แต่จัดจังหน่ วยศึ กษานิ เทศก์จังหวัดขึน
หน่ วยศึ กษานิ เทศก์กรมสามัญศึ กษา
รับผิดชอบการมัธยมศึ กษาและประถม
ศึ กษา

พ.ศ. 2510 กรมวิสามัญศึ กษาได้จัด
ตังศูนย์ฝกอบรมครู ขึนภายในบริเวณ
โรงเรียนสามเสนวิทยาลัยหน่ วย
ศึ กษานิ เทศก์กรมวิสามัญศึ กษาจึงย้ายไป
ประจําทีศูนย์ฝกอบรมแห่งนี ในปต่อมา

พ.ศ. 2519 โดยได้กําหนดความมุ่ง
หมายของงานนิ เทศการศึ กษาหน้ าทีของ
ศึ กษานิ เทศก์ การบริหารงานของ
หน่ วยศึ กษานิ เทศก์รวมทังได้กําหนด
คุณสมบัติและอัตรากําลังของหน่ วย
ศึ กษานิ เทศก์ไว้อย่างชัดเจน ทัง
ศึ กษานิ เทศก์กรมศึ กษานิ เทศก์เขต
และศึ กษานิ เทศก์จังหวัด
พ.ศ. 2523 ตราพระราชบัญญัติการประถม
ศึ กษาแห่งชาติ
โอนโรงเรียนประถมศึ กษากลับมาสั งกัด
สํานั กงานคณะกรรมการการประถมศึ กษา
แห่งชาติ (สปช.) และโอนศึ กษานิ เทศก์
กรมสามัญศึ กษาบางส่ วนมาอยู่จนปต่อมา
ออกระเบียบกระทรวงศึ กษาธิการ

พ.ศ.2524 ว่าด้วยศึ กษานิ เทศก์สั งกัด
สปช.แบ่งหน่ วยศึ กษานิ เทศก์เปน 3 ระดับ
คือ ระดับ สปช.ระดับจังหวัดและระดับ
อําเภอบรรจุแต่งตังตําแหน่ งศึ กษานิ เทศก์
ทัง 3 ระดับมีบทบาทหน้ าทีนิ เทศการเรียน
ก า ร ส อ น อ ย่ า ง ชั ด เ จ น

พ.ศ.2542 แล้วมีการยุบรวมศึ กษานิ เทศก์
มาประจําอยู่สํานั กงานเขตพืนทีการศึ กษา

พ.ศ. 2546 โดยยกเลิกหน่ วย
ศึ กษานิ เทศก์ทุกสั งกัดทุกส่ วนให้ไปอยู่ใน
โครงสร้างการบริหารเขตพืนทีการศึ กษา
เรียกว่ากลุ่มนิ เทศติดตาม และประเมินผล
การจัดการศึ กษามีการกําหนดมาตรฐาน
ตําแหน่ งศึ กษานิ เทศก์ลักษณะงานทีปฏิบัติ
ชัดเจนศึ กษานิ เทศก์หรือกลุ่มนิ เทศติดตาม
ก็ต้องไปอยู่เขตพืนทีการศึ กษาทังหมด

พ.ศ.2560 ได้มีการปรับโครงสร้างการ
บริหารอีกครังให้กลับมามีศึ กษานิ เทศก์ทัง
ส่ วนกลาง สํานั กงานศึ กษาธิการจังหวัด
และสํานั กงานเขตพืนทีการศึ กษา
( ป ร ะ ถ ม – มั ธ ย ม )

พ.ศ.2562 ให้ศึ กษานิ เทศก์รู้เท่าทันถึง
ก า ร เ ป ลี ย น แ ป ล ง ข อ ง ยุ ค ส มั ย ใ ห ม่
จึ ง มี ก า ร อ บ ร ม เ พื อ พั ฒ น า ต น เ อ ง จ า ก
สมาคมศึ กษานิ เทศก์แห่งประเทศไทยภาย
ใ ต้ หั ว ข้ อ ก า ร ป ร ะ ชุ ม วิ ช า ก า ร เ พื อ พั ฒ น า
วิชาชีพศึ กษานิ เทศก์ระหว่างวันที 16-17
สิ งหาคม 2562 มีศึ กษานิ เทศก์จากทัว
ประเทศ จํานวน 413 คน เข้าร่วม

มาตรฐานวิชาชีพศึกษานิเทศก

1 . ม า ต ร ฐ า น ค ว า ม รู ้ แ ล ะ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์
วิ ช า ชี พ

– มีคุณวุฒิไม่ตากว่าปริญญาโททางการ
ศึ กษา หรือเทียบเท่าหรือคุณวุฒิอืนทีคุรุ
ส ภ า รั บ ร อ ง โ ด ย มี ค ว า ม รู ้

– ผ่านการฝกอบรมหลักสูตรการนิ เทศ
การศึ กษา ทีคณะกรรมการคุรุ สภารับรอง
2.มาตรฐานการปฏิบัติงานศึ กษานิ เทศก์

-มุ่งมันพัฒนาผู้รับการนิ เทศให้ลงมือ
ป ฏิ บั ติ กิ จ ก ร ร ม จ น เ กิ ด ผ ล ต่ อ ก า ร พั ฒ น า
อย่างเต็มศั กยภาพ

-พัฒนาและใช้นวัตกรรมการนิ เทศการ
ศึ กษาจนเกิดผลงานทีมีคุณภาพสูงขึนเปน
ลํา ดั บ

-ตัดสิ นใจปฏิบัติกิจกรรมการนิ เทศการ
ศึ กษาโดยคํานึ งถึงผลทีจะเกิดแก่ผู้รับการ
นิ เทศ

-จัดกิจกรรมการนิ เทศการศึ กษาโดยเน้ น
ผลถาวรทีเกิดแก่ผู้รับการนิ เทศ

-พัฒนาแผนการนิ เทศให้สามารถปฏิบัติ
ไ ด้ เ กิ ด ผ ล จ ริ ง

– ป ฏิ บั ติ กิ จ ก ร ร ม ท า ง วิ ช า ก า ร เ กี ย ว กั บ ก า ร
พัฒนาการนิ เทศการศึ กษา

– ป ฏิ บั ติ ต น เ ป น แ บ บ อ ย่ า ง ที ดี
-เปนผู้นํ าและสร้างผู้นํ าทางวิชาการ
– แ ส ว ง ห า แ ล ะ ใ ช้ ข้ อ มู ล ข่ า ว ส า ร ใ น ก า ร
พั ฒ น า
– ร่ ว ม พั ฒ น า ง า น กั บ ผู้ อื น อ ย่ า ง ส ร้ า ง ส ร ร ค์
– ส ร้ า ง โ อ ก า ส ใ น ก า ร พั ฒ น า ง า น ไ ด้ ทุ ก
ส ถ า น ก า ร ณ์
-รายงานผลการนิ เทศการศึ กษาได้อย่าง
เปนระบบ

มาตรฐานการปฏิบัติตนของศึกษานิเทศก
(จรรยาบรรณวิชาชีพศึกษานิเทศก)

1.จรรยาบรรณต่อตนเอง หมายถึง
ศึ กษานิ เทศก์ต้องมีวินั ยในตนเองพัฒนา
ตนเองด้านวิชาชีพบุคลิกภาพและวิสั ยทัศน์
ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ
สั งคมในปจจุบัน
2.จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ หมายถึง
ศึ กษานิ เทศก์ ต้องรัก ศรัทธา ซือสั ตย์สุจริต
รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และ เปนสมาชิกทีดีของ
อ ง ค์ ก ร วิ ช า ชี พ
3.จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ หมายถึง
ศึ กษานิ เทศก์ ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่
ช่วยเหลือ ส่ งเสริมให้กําลังใจแก่ผู้รับบริการ
และต้องปฏิบัติตนเปนแบบอย่างทีดี ทังทาง
กาย วาจา และจิตใจ
4 . จ ร ร ย า บ ร ร ณ ต่ อ ผู้ ร่ ว ม ป ร ะ ก อ บ วิ ช า ชี พ
หมายถึง ศึ กษานิ เทศก์พึงช่วยเหลือเกือกูลซึง
กันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมันใน
ระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ

5.จรรยาบรรณต่อสั งคม หมายถึง
ศึ กษานิ เทศก์พึงประพฤติปฏิบัติตน
เปนผู้นํ าในการอนุรักษ์ และพัฒนา
สั งคม ศาสนา ศิ ลปวัฒนธรรม
ภูมิปญญา สิ งแวดล้อม และยึดมันใน
การปกครองระบอบประชาธิปไตย

จติ วิญญาณความเป็ นครู

จดั ทาโดย
นายณรงค์ศักด์ิ ธระปราบ รหัสนักศึกษา 63121840031
นางสาววิภวาณี คาศรี รหัสนกั ศึกษา 63121840039
นางสาวนภัสฑร ศรีระทัต รหัสนกั ศึกษา 63121840048
นางสาวณัชชา เพียรอุดม รหัสนกั ศึกษา 63121840049
นางสาวนิศานาถ มะโนลัย รหัสนักศึกษา 63121840058

สาขาวชิ าคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์

เสนอ
ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.ฐิตพิ ร พชิ ญกุล

รายงานเล่มน้ีเป็ นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาวชิ าคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณ
และจิตวญิ ญาณความเป็ นครู (ETP105)
ภาคเรียนท่ี 1 / 2563

มหาวิทยาลยั ราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถมั ภ์

3

จติ วิญญาณความเป็ นครู

ความหมายและองค์ประกอบของจติ วญิ ญาณความเป็ นครู
1 จิตวญิ ญาณความเป็นครู

จติ วญิ ญาณความเป็นครู ฟังแลว้ เหมอื นคาาพดู ง่าย ๆ แต่แฝงไวด้ ว้ ยความรบั ผดิ ชอบต่อ
หนา้ ทีเ่ ปี่ ยมไปดว้ ยความรู้ ความสามารถ คณุ ธรรมจริยธรรม พร้อมจะอทุ ิศตนเพื่อพฒั นา
ทรพั ยากรของประเทศ คือ เยาวชนใหเ้ ป็นคนดี คนเก่ง และมคี วามสุขให้สอดคลอ้ งกบั นโยบาย
ทสี่ ่งเสริมการศกึ ษาไทย ซ่ึงปัจจุบนั การศึกษาเร่ืองจติ วญิ ญาณความเป็นครู ไมค่ อ่ ยมกี ารศกึ ษา
เทา่ ทีค่ วร หรืออาจจะมบี า้ ง แต่ก็ยงั มีนอ้ ยมาก โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในสาขาดา้ นการศกึ ษาน้นั ยงั
มีอีกหลายสาขาทขี่ าดแคลนและมีความจาเป็นตอ่ การศึกษา เพราะการศึกษาเป็นพ้นื ฐานของ
การพฒั นาทรัพยากรมนุษยข์ องประเทศและยงั เป็นกลไกเชื่อมโยงถงึ โครงสร้างการพฒั นาดา้ น
อืน่ ๆ อกี ดว้ ย
1.1ความหมาย

คาว่า “จิตวิญญาณ” มาจากคาว่า “จิต” และ “วิญญาณ” โดยสรุปหมายถึงสิ่งที่อยู่ใน ตนเอง
ทาให้เป็ นบุคคลข้ึน เป็ นความรู้แจง้ ความรู้สึกตวั จิตใจ นกั วิชาการไดจ้ าแนกความหมาย ของจิต
วิญญาณไวเ้ ป็น 3 ประการ

1. ความเป็ นเอกตั ตาหรือปัจเจกบุคคล หมายถึง ความเป็ นตวั ตนทมี่ ีลกั ษณะ เฉพาะ ของแต่
ละบคุ คล ซ่ึงเกิดจากการหยง่ั รู้นาไปสู่การปฏิบตั ิและการเกิดศรัทธาในเร่ืองใดเรื่องหน่ึง (ศุภลกั ษณ์
ทดั ศรี และอารยา พรายแยม้ , 2554)

2. ความมีคุณค่าสูงส่ง หมายถึง ปัญญาหลกั การของชีวิต เช่น ความดีบุญกุศล คุณธรรม
จริยธรรม การรูจ้ กั ผิดชอบชว่ั ดีมจี ิตใจสูงข้ึน (สมหวงั พธิ ิยานุวฒั น์, 2558)

3. ความเป็ นนามธรรม หมายถึง โครงสร้างหน่ึงของมนุษย์ที่นอกเหนือจากร่างกายและ
จิตใจ จบั ตอ้ งไม่ไดพ้ ฒั นามาจากความผูกพนั ดา้ นจิตใจของมนุษยก์ ับสิ่งแวดลอ้ ม เป็ นแหล่งของ
ความหวงั พลงั ใจท่ีเขม้ แข็ง เป็ นขุมพลงั ของชีวิตท่ีทาให้ประสบความสาเร็จและมีความสุข (พชั นี
สมกาลงั , 2556)

4

วิญญาณความเป็ นครูเป็ นคุณลกั ษณะที่แสดงทางด้านพฤติกรรมส่วนตัวและพฤติกรรม
ส่วนรวมเป็ นท่ีประจกั ษ์แกส่ ังคมและเป็นที่ยอมรับในการปฏิบตั ิหนา้ ที่ครูดว้ ยคณุ ธรรม จริยธรรม
และความปรารถนาทีจ่ ะพฒั นาศษิ ยต์ ามศกั ยภาพพรอ้ มกบั ตระหนกั ถึงการพฒั นาองค์ รวมดว้ ยความ
เสียสละ มีความคิดสรา้ งสรรคเ์ ป็ นแบบอย่างที่ดีของสงั คมและเป็ นผูม้ ีจิตใจใฝ่ ตอ่ การศกึ ษา พฒั นา
ตนเองสอดรับกบั แนวคิดสุทศั น์สังคะพนั ธ์ (สุทศั น์ สังคะพนั ธ์, 2558)การ 34 | Journal of MCU
Nakhondhat Vol.6 No.1 (January – March 2019) ปฏิรูปคุณภาพการศึกษาเป็ นส่วนหน่ึง ที่จะตอ้ ง
ให้ความสาคญั กบั การยกระดบั คุณภาพของครู ซ่ึงถือไดว้ า่ เป็นองคป์ ระกอบสาคญั ทส่ี ุดอีกประการ
หน่ึงในระบบการศกึ ษา ท้งั น้ีเนื่องจากครูมี ความสาคญั ในการใชก้ ลวิธีทางการศกึ ษาทีห่ ลากหลายท่ี
จะทาให้ผเู้ รียนมีความรู้ วิทยาการใน การช่วยฝึกใหม้ ที กั ษะชานาญการเฉพาะดา้ น เพือ่ นาประกอบ
อาชีพรวมท้งั ปลูกฝังใหผ้ เู้ รียนไดร้ ู้ คุณค่าของศลิ ปวฒั นธรรมและประเพณีของชาตติ ลอดจนมีความ
สานึกและความรบั ผดิ ชอบใน การรักษาความมน่ั คง ความมีเสถียรภาพและเอกราชของประเทศชาติ
ซ่ึงครูถอื ว่าเป็นวชิ าชีพท่ี มอี งคป์ ระกอบสาคญั คือ เป็นวิชาชีพทีใ่ หบ้ ริการแก่สังคมในลกั ษณะแบบ
จาเฉพาะเจาะจงดว้ ย การใชก้ ระบวนการแห่งปัญญาในการให้บริการ มีวธิ ีการศึกษาอบรมใหค้ วามรู้
กวา้ งขวางลึกซ้ึง โดยใช้ระยะเวลายาวนานพอสมควร ให้มีเสถียรภาพในการใชว้ ิชาชีพน้ัน ๆ ตรง
ตามมาตรฐาน วิชาชีพมีจรรยาบรรณวิชาชีพ และมีสถาบันแห่งวิชาชีพเป็ นศูนย์กลางในการ
สร้างสรรค์ จรรโลง ความเป็ นมาตรฐานวิชาชีพ (ศกั ด์ิไทย สุรกิจบวร, 2557) คาว่า “ จิตวิญญาณ ”
น้นั ท่าน ผศ.ดร.จุมพล พลู ภทั รชีวนิ อธิบายไวว้ า่
“ หน่ึง จติ วญิ ญาณเป็นเรื่องภายในแลว้ ก็เป็ นเรื่องส่วนบคุ คลตอ้ งปฏบิ ตั เิ องจึงจะรู้ จึงจะเขา้ ใจ สอง
จติ วิญญาณ เป็นเร่ืองภายนอก เก่ียวขอ้ ง เช่ือมโยง หรือสมั พนั ธ์กบั สังคมกบั วฒั นธรรม สี่จิตวญิ ญาณ
เป็นเรื่องทเี่ ก่ียวกบั ศาสนา ไม่เก่ียวกบั ศาสนา และเหนือศาสนา ” คาว่า “ครู” น้นั หมายถึง ผูส้ ่งั สอน
ศิษย,์ ผถู้ ่ายทอดความรูใ้ หแ้ ก่ศษิ ย4์ ดงั น้นั เม่ือ รวมเขา้ ดว้ ยกนั เป็นคาว่า “จิตวิญญาณครู” จึงหมายถึง
จิตสานึก ความคิด ทศั นคติพฤติกรรมการแสดงออกที่ดี ลุ่มลึกสงบเยน็ เป็ นประโยชน์ตามกรอบ
ของจริยธรรม คณุ ธรรม ค่านิยม จารีตประเพณี วฒั นธรรม และความคาดหวงั ของสงั คม อนั เป็นองค์
รวมธาตุแทข้ องบุคคลผใู้ ฝ่รู้ คน้ หา สร้างสรรค์ ถ่ายทอด ปลกู ฝัง และเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีของสังคม ซ่ึง

5

มีข้ึนไดใ้ นทุกคนไม่เฉพาะผูท้ ี่ประกอบอาชีพครูเท่าน้นั กล่าวโดยสรุปว่า จิตวิญญาณความเป็ นครู
หมายถึง บุคคลผูม้ ีความรัก ความศรัทธาใน วิชาชีพความเป็ นครูมีจิตใจมุ่งมน่ั ต้งั ใจปฏิบตั ิหน้าที่
ของตนความภาคภมู ิใจในความเป็ นครู พฒั นาตนเอง มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ทนั ตอ่ เหตกุ ารณ์ รกั และ
ศรัทธาในวิชาชีพครู มคี วาม เสียสละ มีคณุ ธรรม จริยธรรม พร้อมจะการถา่ ยทอดความรู้ให้แก่ศิษย์
มีความมุง่ มน่ั ในการ พฒั นาเด็กและเยาวชนและประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งทดี่ ีแก่ศิษยแ์ ละสังคม

1.2 ครูทด่ี ี
คุณลักษณะของครูที่ดีน้ันมีผู้กล่าวไวห้ ลายท่าน ในหลายโอกาส พระบาทสมเด็จพระ

เจา้ อยหู่ ัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดารัสพระราชทานแก่ครูอาวุโส ประจาปี พ.ศ. 2522 ซ่ึงมี
ขอ้ ความที่แสดงถึงคุณลกั ษณะท่ีดีของครูท่ีดีไวด้ งั น้ี “ ครูท่ีแทน้ ้นั เป็ นผูก้ ระทาแต่ความดี คือตอ้ ง
ขยนั และอุตสาหะพากเพียร เอ้ือเฟ้ื อเผื่อแผ่ และเสียสละ ตอ้ งหนักแน่น อดกล้นั และอดทน ตอ้ ง
รกั ษาวินยั สารวมระวงั ความประพฤตแิ ละ ปฏิบตั ติ นให้อยใู่ นระเบียบแบบแผนท่ดี ีงาม ตอ้ งปลกี ตวั
ปลกี ใจจากความสะดวกสบาย และความ สนุกรื่นเริงทีไ่ มส่ มควรแก่เกียรติภูมิของตน ตอ้ งมน่ั ใจให้
มน่ั คงและแน่วแน่ ตอ้ งซ่ือสัตย์ รักษา ความจริงใจ ตอ้ งเมตตา หวงั ดี ตอ้ งวางใจเป็นกลาง ไม่ปล่อย
ไปตามอานาจอคติ ตอ้ งอบรมปัญญา ให้เพ่ิมพูนสมบูรณ์ข้ึน ท้งั ในดา้ นวิทยาการ และความฉลาด
รอบรูใ้ นเหตแุ ละผล ” (คุรุสภา, 2524 : 3) พระพุทธทาสภกิ ขุ ( 2530 : 1-27 ) ไดบ้ รรยายเรื่องธรรมะ
สาหรับครูระหว่าง วนั ที่ 4-9 กนั ยายน 2527 ณ สวนโมกขพลาราม จงั หวดั สุราษฎร์ธานี ซ่ึงมีความ
บางตอนแสดงถงึ คณุ ลกั ษณะของครูทีด่ ีไวด้ งั น้ี “ครูในฐานะทไี่ ดร้ บั การยกยอ่ งว่ าเป็นปชู นียบุคคล
ควรกอร์ปดว้ ยคุณธรรมของครู คอื เปิ ด ประตทู างวญิ ญาณของโลกท่ีปิ ดดว้ ยอวชิ ชาให้ออกมาสู่แสง
สว่าง และอิสรภาพทางจติ มีลกั ษณะ สูงส่งในแงค่ ุณธรรม มีหนา้ ที่พฒั นามนุษยใ์ ห้เป็นในทางที่ถูก
ทกุ วิถีทาง มจี ติ ใจเป่ี ยมดว้ ยเมตตา กรุณาและปัญญา ทาบญุ คณุ และมปี ระโยชน์แก่โลกอยา่ งมหาศาล
โดยไดร้ บั ประโยชน์ตอบแทน เพยี งเล้ยี วชีวิตได้ ครูตอ้ งสร้างเดก็ ให้มสี ติปัญญา มีเหตผุ ล ช่วยให้เขา
หลุดพน้ จากสัญชาตญิ าณ อย่างสัตว์ สามารถสร้างบา้ นสร้างชาติและสังคมโลก เป็ นพุทธมามกะที่
สมบรู ณ์ รูจ้ กั รับผดิ ชอบชว่ั ดี เชื่อฟังบิ ดามารดา และใหเ้ ขารูจ้ กั วา่ “ไท” (อิสระจากกิเลส) “มชั ฌิม”

6

(ทางสายกลางอริยมรรค) “โชคดี” (ทาดีทางกาย วาจา ใจ) “เกียรติ” (รู้ว่าตนเองไดท้ าดีถูกตอ้ ง มี
คณุ คา่ ควรแก่การ ภาคภมู ิใจ พระราชนนั ทมนุ ี (2525 : 3-4) ไดน้ าหลกั ธรรมในพทุ ธศาสนาเก่ียวกบั
พระกรุณาธิคุณของ พระพุทธเจ้า ซ่ึงแสดงถึงคุณลักษณะของผู้อบรมสั่งสอนท่ีเป็ นเลิศ ดังน้ี
“พระพุทธศาสนา ถือว่าความสัมพนั ธ์ระหว่างผู้ สอนและผูเ้ รียน น้นั อยใู่ นฐานะเป็ นกลั ยา นิมิตร
คือเป็ น ผูช้ ่วยเหลือ แนะนาผูเ้ รียนให้ดาเนินก้าวหน้าไปในมรรคแห่งการฝึ กอบรม ซ่ึงมี ลกั ษณะ 7
ประการดงั น้ี คือ ปิ โย คือ กระทาตนให้เป็นท่ีน่ารัก เป็ นที่น่าไวว้ างใจ ครุ คือ น่า เคารพทาให้ศษิ ย์
เกิดความอบอนุ่ ภาวนิโย คอื น่ายกยอ่ ง ทรงคณุ ความรู้ ภมู ปิ ัญญาอยา่ งแทจ้ ริง วตั ตา คอื รู้จกั ระเบยี บ
แบบแผน ท้งั กายและวาจา วจั นกั นโม คือ อดทนตอ่ พฤตกิ รรมของศิษย์ คมั ภรี ันญกะถงั กตั ตา คือ มี
ความสามารถช้ีแจงเร่ืองต่าง ๆ ท่ีลึกซ้ึงได้ โนจตั ถาเน นิโยชะเย คือ ไม่ชกั จูงศิษยไ์ ปในทางท่ีเสื่อม
เสีย ” คณะกรรมการขา้ ราชการครู (2529 : 12) จดั ประชุมสัมมนา เร่ือง การปฏิรูปการฝึกหดั ครู ตาม
โครงการพฒั นาศึกษาอาเซี่ยน เม่ือวนั ที่ 24-27 ธันวาคม 2524 และไดส้ รุปลักษณะของครูที่พึง
ประสงค์ ไวด้ งั น้ี

1. มีความเป็ นครู คือ ทาตนเองเป็ นตวั อย่างท่ีดี มีเมตตาปราณี รักอาชีพครู ใฝ่ รู้ โลก ทศั น์
กวา้ ง รับผิดชอบต่อหน้าที่ยอมรบั การเปลี่ยนแปลง มีวุฒิภาวะ ยตุ ิธรรม มีชีวิตท่ีสงบ และ เรียบงา่ ย
มีบทบาทในการช่วยเหลือชุมชนมากข้ึน

2. มคี วามรูใ้ นดา้ นต่อไปน้ี คอื
2.1 วิชาเฉพาะอยา่ งลึกซ้ึงเหมาะสมกบั ระดบั การศกึ ษาท่จี ะสอน
2.2 วิชาครู วิทยาการการจดั การ จิตวิทยา ที่เก่ียวขอ้ งกบั การเรียนการสอน การวิจยั การ

ประเมินผล
2.3 ความรู้ทว่ั ไป โดยเฉพาะเร่ืองการส่งเสริมศลิ ปะวฒั นธรรม และการอนุรักษ์ ธรรมชาติ

3. มคี วามสามารถในวธิ ีสอน วธิ ีอบรมและการพฒั นาการเป็นผนู้ า ผตู้ าม และ ผปู้ ระสานงาน
ที่ดีโดยได้รับการฝึ กปฏิบัติเหมาะสมจนเกิดเป็ นทักษะ ฝ่ ายพฒั นาข้าราชการครู กองวิชาการ
บริหารงานบุคคล คณะกรรมการขา้ ราชการครู (2529 : 1) ไดก้ าหนดคุณลกั ษณะของครูท่ีสามารถ

7

ปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพไวด้ งั น้ี คือ “สอนดี มรี ะเบยี บ เพียบคุณธรรม นาสงั คม” พร้อมกบั
การกาหนดคณุ ลกั ษณะดงั กล่าว เพือ่ พฒั นาวนิ ยั และจริยธรรมสาหรบั ขา้ ราชการครู 6 เรื่อง คือ

1. การปฏบิ ตั ิการสอนที่มคี ณุ ภาพ : ตรงเวลา
2. การปฏิบตั ิการสอนที่มีคณุ ภาพ : การแสดงหาทางใหม่ ๆ ในการเรียนการสอน
3. การปฏบิ ตั กิ ารสอนทีม่ ีคณุ ภาพ : การคานึงถงึ ผลที่จะเกิดกบั ผเู้ รียน
4. การปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บของทางราชการ
5. การประพฤตเิ ป็นแบบอยา่ งที่ ดี
6. การมงุ่ มน่ั ในการทาประโยชนแ์ กส่ ังคม
1.2.1ครูทด่ี ีตอ้ งมี 3 สุ( สุแปลวา่ ดี )
1.สุวชิ าโน = มคี วามรูด้ ี
2.สุสาสโน = สอนดี มีเทคนิคดี มกี ารเตรียมการทีด่ ี
3.สุปฏปิ ัณโน = มีความประพฤติดี
1.2.2ครูที่ดีตอ้ งมี4เตม็ ( เตม็ หมายถงึ มจี ติ ใจทมุ่ เทให้ศิษยเ์ ต็มท่ี )
1.สอนให้เตม็ หลกั สูตร
2.สอนให้เตม็ เวลา
3.สอนดว้ ยความเต็มใจ
4.สอนดว้ ยความสามารถ
1.2.3คุณสมบตั ิที่ดีของครู 7 ประการ
1.ประพฤตติ วั ให้เป็นที่รกั
2.มใี จหนกั แน่นทาตนใหน้ ่ายาเกรง
3.อบรมตนเองเสมอ
4.ฉลาดสอน ฉลาดพูด
5.อดทนต่อถอ้ ยคาล่วงเกิน
6.พูดเร่ืองลึกซ้ึงให้เขา้ ใจลกึ ซ้ึงได้

8

7.ไม่ชกั นาศษิ ยไ์ ปในทางเสียหาย

2 องคป์ ระกอบจติ วญิ ญาณความเป็นครู
จากเอกสารและผลการวิจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งจิตวญิ ญาณความเป็นครูมีองคป์ ระกอบและตวั บง่ ช้ีจิต

วิญญาณความเป็นครูดงั น้ี
2.1.องคป์ ระกอบดา้ นการพฒั นาตนเอง

-การใฝ่หาความรู้ เพ่อื พฒั นาตนเองอยเู่ สมอ
-มรความขยนั หมน่ั เพียรแสวงหาความรูใ้ หม่
2.2องคป์ ระกอบดา้ นความเมตตาในการปฏิบงิ าน
-การยอมรบั ความแตกต่างทางวฒั นธรรม ความคิด และความเช่ือ
-การสนบั สนุนความคิดริเร่ิมในทางท่ถี ูกตอ้ งของเพอ่ื นร่วมงาน
2.3องคป์ ระกอบดา้ นความคิดริเร่ิม สร้างสรรค์
-มีการติดตามและประเมินผลผเู้ รียนในรูปแบบที่หลากหลาย
-การแกไ้ ข ปรับปรุง ขอ้ บกพร่องท่เี กิดข้นึ จากการเรียนการสอน
-การแสวงหาแนวทาง วธิ ีการปรับปรุงท่รี ะบผดิ ชอบอยเู่ สมอ
-มีความกลา้ มุ่งมนั่ ในการกระทาสิ่งต่างๆ ดว้ ยวธิ ีการท่แี ตกตา่ งจากเดิม
2.4องคป์ ระกอบดา้ นการปฏบิ ตั ติ ามจรรยาบรรณวิชาชีพ
-การให้ความร่วมมอื ในกิจการของสถาบนั เป็นอยา่ งดี
-การอทุ ศิ ตนเพ่ือประโยชนต์ ่อวิชาชีพครู
-การให้เกียรติแกผ่ ูร้ ่วมวิชาชีพครู
2.5องคป์ ระกอบดา้ นวิริยะ อุตสาหะ
-มีความขยนั ต้งั ใจในการทางานทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย
-มคี วามกระตือรือร้นในการทางาน
-ปฏิบตั งิ านการสอนตรงเวลาเสมอ

9

2.6องคป์ ระกอบดา้ นความเมตตากรุณา
-มคี วามปรารถนาดีต่อศษิ ย์
-มคี วามเมตตาตอ่ ศิษย์
-มีความเอ้อื เฟ้ื ออาทรตอ่ ศษิ ย์

2.7องคป์ ระกอบดา้ นความซ่ือสัตยต์ อ่ วิชาชีพ
-ตอ้ งปฏบิ ตั ศิ ษิ ยท์ กุ คนดว้ ยความเสมอภาค

2.8องคป์ ระกอบดา้ นความดี
-มคี วามสุภาพออ่ นโยน
-มีความเสียสละ

2.9องคป์ ระกอบดา้ นความรกั ศรัทธา ศรัทธาในวิชาชีพ
-มคี วามรกั ในวชิ าชีพครูย่งิ กว่าชีพใด
-มีความมุ่งมนั่ ต้งั ใจมาเป็นครูเป็นอนั ดบั แรก

2.10องคป์ ระกอบดา้ นการปฏิบตั กิ ารสอน
-การคิดคน้ วธิ ีการจดั การเรียนการสอนใหม้ ปี ระสิทธิภาพมากข้นึ

3 จรรยานามาแห่งจิตวิญญาณ
คาว่าวิญญาณของความเป็ นครู หรือว่า จิตใจเจตนารมณ์ของความเป็ นครู ท่ีสูงที่สุด คงจะ

เป็นการอบรมส่ังสอนให้ เด็กมจี ติ วิญญาณของความเป็ นผูร้ ู้ เป็นเด็กที่สวา่ งไสว แจม่ แจง้ เจริญงอก
งามข้ึน ในดา้ นความคดิ สตปิ ัญญา สิ่งท่ีจะทาให้เดก็ นกั เรียน หรือผเู้ รียนมคี ุณภาพชีวิตที่ดีไดน้ ้นั ครู
ควรเป็ นครูด้วยใจจริง ควรจะตอ้ งยึดถือและปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพครู ปฏิบัติให้เกิด
ความสัมพนั ธก์ บั มาตรฐานของวชิ าชีพ ซื่อมีความสาคญั และความจาเป็น “ครูมอื อาชีพ มิใช่เพยี งแต่
มีอาชีพครู” ก็เป็นครูมืออาชีพในดา้ นพ้ืนฐานท่ีเกิดจากตน ควรจะตอ้ งมี ลกั ษณะทีจ่ ะตอ้ งพึงปฏิบตั ิ
ใหเ้ กิดเป็นจิตวิญญาณในความเป็นครู ครูตอ้ งมี ฉันทะ ต่ออาชีพครูเป็นพ้นื ฐาน เพ่ือใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับ
ความรู้ความสามารถที่ถา่ ยทอดจากผสู้ อนอยา่ งเติมท่ี ครูตอ้ งมคี วามเมตตา ต่อผเู้ รียนและบุคคลรอบ

10

ขา้ งเป็ นพ้ืนฐาน เพื่อให้การปฏิบตั ิตน และผูอ้ ่ืนมีความสุข ครูตอ้ งมีความเป็ นกลั ยาณมิตร พร้อม
เสมอทีจ่ ะช่วยเหลือผูอ้ ่ืนดว้ ยจิตใจท่บี ริสุทธ์ิ หากปฏบิ ตั ิพ้นื ฐานไดด้ งั ทกี่ ลา่ วมาน้ีกเ็ ชื่อ ความเป็นจิต
วิญญาณแห่งความเป็ นครูมืออาชีพ ก็จะเกิดข้นึ เป็ นแน่ ดงั น้นั จิตวิญญาณความเป็ นครูควรจะตอ้ ง
ปลูกฟังจากจิตใจของผูท้ ่ีเป็นแม่พิมพ์ ของชาติก่อน ควรมีจิตใจพ้ืนฐาน รักท่ีจะประกอบอาชีพการ
สอนให้ผูท้ ่ไี ม่รู้ จะตอ้ งไปสู่แห่งจดุ หมาย คอื การมอี งคค์ วามรูใ้ หไ้ ด้ ดว้ ยจิตใจทไ่ี มย่ อ่ ทอ้ ท้งั จติ ใจท่ี
บริสุทธ์ิ เน้ือแท้ หัวใจของความเป็ นครูอยู่ท่ีจิตใจพ้ืนฐานที่มี ความต้ังมนั่ จะส่ังสอนผูเ้ รียนให้มี
ความรู้ โดยมีความเป็ นกลั ยาณมิตร ต่อผูเ้ รียน อีกท้งั สนับสนุนส่งเสริม ตนเองให้เกิดการเรียนรูใ้ น
สิ่งใหม่ๆทม่ี ีการเปล่ียนแปลงอยตู่ ลอด เวลา ตามยคุ โลกาภิวฒั น์จรรยานามาแห่งจิตวิญญาณ
จิตวิญญาณจาเป็นจะตอ้ งรู้จกั กบั พ้ืนฐานขอ้ ตกลงทถี่ ือเป็นจริยธรรมทางสงั คมของความเป็ นครูท่เี รา
เรียกกันว่า “จรรยาบรรณครู” ซ่ึงตามหลกั จรรยาบรรณครู พ.ศ.2539 ระบุเอาไวอ้ ย่างชัดเจน 9
ประการดงั น้ี

1.ครูตอ้ งรักและเมตตาศษิ ย์ โดยใหค้ วามเอาใจใส่ ช่วยเหลอื ส่งสริม
2. ครูตอ้ งอบรมส่ังสอน ฝึ กฝน สร้างเสริมความรู้ ทกั ษะ และนิสัยท่ีถกู ตอ้ งดีงามให้แก่ศิษย์
เต็มความสามารถ
3.ครูตอ้ งประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ งทีด่ ีแกศ่ ิษยท์ ้งั ทางกาย วาจาและใจ
4.ครูตอ้ งไม่กระทาตนเป็นปฏปิ ักษต์ อ่ ความเจริญ ทางกาย สตปิ ัญญา จิตใจ อารมณ์สงั คมต่อ
ศษิ ย์
5.ครูตอ้ งไมแ่ สวงหาประโยชน์อนั เป็นอามสิ สินจากศิษย์
6.ครูยอ่ มพฒั นาตวั เองท้งั ในดา้ นวิชาการ ดา้ นบุคลลกิ ภาพ และวสิ ัยทศั น์
7.ครูยอ่ มรักและศทั ราในวิชาชีพครูและเป็นสมาชิกท่ดี ีขององคก์ รวชิ าชีพครู
8.ครูถึงช่วยเหลอื เก้ือกลู ครูและชุมชนในทางสรา้ งสรรค์
9.ครูพึงประพฤติ ปฏบิ ตั ิตนเป็นผนู้ าในทางอนุรกั ษ์ พฒั นาภูมิปัญญาและวฒั นธรรมไทย
ดงั น้นั จิตวิญญาณความเป็นครูตอ้ งปลกู ฝังจากจิตใจของผูท้ เี่ ป็นแมพ่ ิมพ์ ขิงชาติ ควรมีจติ ใจพ้นื ฐาน
รักทจี่ ะประกอบอาชีพการสอนให้ผทู้ ี่ไม่รู้ จะตอ้ งไปสู่แห่งจดุ หมาย คือการมีองคค์ วามรู้ให้ได้ ดว้ ย

11

จติ ใจท่ไี ม่ยอ่ ทอ้ ท้งั จิตใจบริสุทธ์เน้ือแท้ หวั ใจของความเป็นครูอยทู่ ี่จติ ใจพ้นื ฐานที่มี ความต้งั หมนั่
จะสง่ั สอนผูเ้ รียนให้มีความรู้ โดยมีความเป็นกลั ยาณมิตร ต่อผูเ้ รียน อีกท้งั สนบั สนุนส่งเสริม ตนเอง
ใหเ้ กิดการเรียนรูใ้ นสิ่งใหม่ๆทีม่ ีการเปลี่ยนแปลงอยตู่ ลอดเวลา

อุดมการณ์ความเป็ นครู
ความหมายของอุดมการณ์

ราชบณั ฑติ ยสถาน ไดใ้ ห้ความหมายวา่ “อุดมการณ์หมายถึงอุดมคตอิ นั สูงส่งทจ่ี งู ใจมนุษย์
ให้พยายามบรรลถุ งึ นน่ั คอื ถา้ ใครยดึ ถืออดุ มการณ์ใดแลว้ ปฏิบตั ไิ ดต้ ามอุดมการณน์ ้นั ๆ กจ็ ะทาให้
บุคคลน้นั ดาเนินไปสู่จุดหมายปลายทางอยา่ งสมบูรณ์”
ก๊ดู (Good) ไดใ้ ห้ความหมายของคาว่า อดุ มการณ์หมายถงึ อุดมคตคิ วามเช่ือหลกั เกณฑห์ รือเป็น
ผลรวมของอดุ มคติ ความเชื่อ หรือหลกั เกณฑต์ ่างๆซ่ึงบคุ คล กลุ่มบุคคลหรือสังคมไดย้ ืดถอื ปฏบิ ตั ิ

วิชาชีพครูเป็นวิชาชีพทีต่ อ้ งอาศยั ความเช่ือ อุดมการณ์ หรือจติ วญิ ญาณของความเป็นครู
คอ่ นขา้ งสูง
เน่ืองจากวชิ าชีพครูมคี ่าตอบแทนต่า รายไดน้ อ้ ยเม่อื เทียบกบั วชิ าชีพอน่ื ผทู้ ่ีมาสมคั รเรียนและ
ประกอบวิชาชีพครูจงึ ถือไดว้ า่ เป็นผเู้ สียสละ มีอุดมการณท์ แ่ี น่วแน่และอยากจะประกอบอาชีพครู

สรุปความหมายของอุดมการณ์
อดุ มการณ์ คอื ระบบความเชื่อซ่ึงนามากาหนดไวเ้ ป็นเกณฑเ์ พื่อให้ทกุ คนยึดถอื เป็นแนวปฏิบตั ิ ให้
บรรลเุ ป้าหมาย หรือเพอ่ื ความเจริญกา้ วหนา้ ในชีวติ ของตน

อดุ มการณท์ ่ดี ีของครู
ครูเป็นบคุ คลท่มี ีความสาคญั ทสี่ ุดในวงการศกึ ษา เพราะเป็นผูท้ ีก่ อ่ ใหเ้ กิดองคค์ วามรู้ อนั จะ

เป็นประโยชน์ต่อสังคม และโลก นอกจากน้นั ยงั เป็นผูม้ อี ิทธิพลต่อการสรา้ งบณั ฑติ อยา่ งมาก
บณั ฑติ จะมีความคิดทด่ี ี มวี ิธีการวเิ คราะห์อยา่ งถูกตอ้ ง และมรี ะบบระเบยี บในการปฏบิ ตั งิ าน
ตลอดจนการพฒั นาบุคลิกภาพเชิงวิชาการ เชิงวิชาชีพ ซ่ึงควรไดร้ บั การปลูกฝังอบรมจากครูผสู้ อน

12

และบคุ ลิกภาพของครู ยอ่ มส่งผลไปสู่บณั ฑิตดงั คากลา่ วท่ีว่า “อยากรูว้ ่าตวั ครูเป็นฉันใด จงดไู ดจ้ าก
ศษิ ยท์ ่ีสอนมา” (ม.ล. ปิ่ น มาลากลุ )

ครูจงึ จาเป็นตอ้ งพฒั นาจติ สานึกของความเป็นครู เพราะครูหรืออาจารย์ จาเป็นตอ้ งมี
ขอ้ กาหนดอยใู่ นใจ เพือ่ ใหม้ ีหลกั ในการดารงตนใหเ้ ป็นครู

สิ่งแรกท่ีควรจะพฒั นากค็ ือ การสรา้ งคุณธรรมหรือครุธรรมใหเ้ กิดข้ึน ซ่ึงความเป็นจริง
น้นั “ครุธรรม” คอื ธรรมสาหรับครู เป็นสิ่งทีค่ รูหลายทา่ นทราบ และไดป้ ฏิบตั ิแลว้ แตก่ ็มีอกี หลาย
ท่านทที่ ้งั ไมท่ ราบและไม่ปฏบิ ตั ิ
ครุธรรมเป็นส่ิงทีจ่ าเป็นมากสาหรบั การดาเนินอาชีพครูอนั เป็นอาชีพที่มเี กียรติเป็นอาชีพที่คนทวั่ ไป
ยกยอ่ ง และถือวา่ เป็นอาชีพที่สาคญั ในการพฒั นาสังคมหรือประเทศชาติ ครูที่ขาดครุธรรมจะ
เปรียบเสมือนเรือทข่ี าดหางเสือ ดงั น้นั การจะพาศษิ ยไ์ ปสู่จดุ หมายปลายทางอยา่ งถกู ตอ้ ง ยอ่ มเป็น
ส่ิงทีท่ าไดย้ ากอยา่ งแน่นอน

ท่านพุทธทาสกล่าวอยเู่ สมอว่า “ธรรม” คือ หนา้ ท่ี ผทู้ ี่มธี รรมะคือผทู้ ่ปี ฏิบตั หิ นา้ ท่ีอยา่ งดี
แลว้ ครุธรรมจงึ เป็น “หนา้ ทส่ี าหรับครู” ซ่ึงครูส่วนใหญ่ทุกคนยอ่ มทราบดีว่า “หนา้ ทข่ี องครู กค็ ือ
การอบรมสั่งสอนศษิ ย”์ แตก่ ารอบรมสง่ั สอนศษิ ยข์ องครูแต่ละคนก็มีการปฏิบตั ิทีแ่ ตกต่างกนั ครู
บางคนก็อาจจะคิดวา่ หนา้ ทีข่ องครู คอื สอนวชิ าการที่ตนไดร้ ับมอบหมายให้สอน แต่อกี หลาย ๆ
คนก็คิดวา่ ครูควรทาหนา้ ท่ีคนให้เป็นคนทส่ี มบรู ณ์นอกเหนือจากการสอนวชิ าการ ความคดิ ที่
แตกตา่ งกนั ไม่ใช่เร่ืองแปลกในสงั คมมนุษย์ ดงั น้ัน จงึ เป็นหนา้ ทข่ี องครูที่จะตอ้ งพจิ ารณาเลอื ก
หนา้ ที่ท่ีตนเห็นวา่ ถูกตอ้ งสมบูรณท์ ่สี ุดของการมอี าชีพครู เพราะความเป็นจริงน้นั ครูมไิ ดส้ อนแต่
หนงั สืออยา่ งเดียว แตต่ อ้ งสอนคน ให้เป็นบณั ฑิตท่สี มบูรณด์ ว้ ย

การทค่ี รูจะปฏบิ ตั หิ นา้ ของครูอยา่ งเต็มศกั ด์ิศรีและเตม็ ความภาคภมู ไิ ดน้ ้นั ครูจาเป็นตอ้ งมี
หลกั ยดึ เพือ่ นาตนไปสู่สิ่งท่สี ูงสุดหรือเป็นอดุ มคติของอาชีพ นน่ั กค็ อื การมอี ดุ มการณ์ครู อดุ มการณ์
ครู มีหลกั การทจ่ี ะยึดไวป้ ระจาใจทกุ ขณะทปี่ ระกอบภารกิจของครูมอี ยู่ 5 ประการ ดงั น้ี

เตม็ รู้ เต็มใจ เต็มเวลา เตม็ คน เตม็ พลงั

13

เตม็ รู้ คอื มคี วามรูบ้ ริบรู ณ์
อาชีพครูเป็นอาชีพท่ีตอ้ งถ่ายทอด อธิบายใหค้ วามรูแ้ ก่คน ดงั น้นั ครูทุกคนจะตอ้ งเป็นผูท้ ท่ี า

ใหต้ นเองน้นั บริบูรณ์ หรือเตม็ ไปดว้ ยความรู้ ครูควรจะทาใหบ้ ริบรู ณใ์ นตวั ครูประกอบดว้ ย
ความรู้ 3 ประการ คือ

1. ความรูด้ า้ นวิชาการและวชิ าชีพ ครูควรเสาะแสวงหาความรู้ รวบรวมขอ้ มูลโดยการอา่ น
การฟัง และพยายามนาประสบการณ์ใหม่ ๆ เพอ่ื มาถา่ ยทอดใหผ้ เู้ รียนของตนไดเ้ กิดความรู้ท่ี
ทนั สมยั ดงั น้นั ครูจะตอ้ งแสวงหาความรูท้ ีเ่ ป็นประโยชนแ์ ละเหมาะสมให้ผเู้ รียน เรียนอยา่ ง
ครบถว้ นเหมาะสมตามระดบั ความรูน้ ้นั

2. ความรูเ้ ร่ืองโลก ครูควรมีความรูแ้ ละประสบการณ์ชีวติ อยา่ งเพยี งพอ เพ่ือสามารถอธิบาย
บอกเลา่ ถา่ ยทอด ทศั นคติ ความเชื่อ วฒั นธรรม ประเพณีท่ีดีงามของชาติ ของสงั คมไปสู่ศิษย์ ครู
ควรเขา้ ใจชีวิตอยา่ งเพียงพอทจ่ี ะให้คาแนะนา คาสงั่ สอน เพอื่ ใหศ้ ษิ ยไ์ ดด้ าเนินชีวติ ท่ีดีในอนาคตได้
ดงั น้นั นอกเหนือจากตาราวิชาการ ครูแสวงหาความรู้รอบตวั ดา้ นอ่ืน ๆ ใหบ้ ริบรู ณ์โดยเฉพาะความ
เป็นไปของระเบยี บ ประเพณี สงั คม วฒั นธรรม

3. ความรูเ้ ร่ืองธรรมะ ครูควรมีส่ิงยึดเหน่ียวในจติ ใจ เพ่อื ทจี่ ะสามารถอบรมสง่ั สอนใหศ้ ิษยม์ ี
ความคิดท่ดี ี มคี วามประพฤติดี ไม่ว่าครูจะนับถอื ศาสนาใดก็ตาม ทกุ ศาสนามจี ุดหมายเดียวกนั คอื มุ่ง
ให้คนเป็นคนดี ครูทมี่ ีความรูด้ า้ นธรรมะจะสามารถหยิบยกเร่ืองธรรมะมาเป็นอุทาหรณ์ สาหรบั ส่งั
สอนศิษยไ์ ด้ เช่น จะสอนให้ศิษยป์ ระสบผลสาเร็จดา้ นการศกึ ษา เล่าเรียนไดด้ ี ก็ยกหัวขอ้ ธรรมะ
อยา่ งอิทธิบาท 4 คอื

1.พอใจในการศกึ ษา รกั และสนใจในวชิ าทตี่ นเรียน
2.มีความเพยี รทจ่ี ะเรียน ไม่ยอ่ ทอ้
3.เอาใจใส่ในบทเรียน การบา้ น รายงาน
4. หมน่ั ทบทวนอยเู่ สมอ
ถา้ ศิษยเ์ ขา้ ใจและนาไปปฏิบตั ไิ ดก้ ย็ อ่ มทาใหศ้ ษิ ยป์ ระสบความสาเร็จในการศกึ ษานอกจากท่ี
ครูจะตอ้ งทาตนใหบ้ ริบูรณด์ ว้ ยธรรมะเพ่ือไปสอนศิษย์ ครูก็จะไดร้ ับประโยชน์จากการศกึ ษาธรรมะ
เพื่อให้ครูไมห่ วนั่ ไหวตอ่ กิเลส อนั ทาใหจ้ ติ ของครูตอ้ งเป็นทกุ ขเ์ ศร้าหมอง ครูกย็ อ่ มจะเบกิ บานและ
ไดร้ บั ความสุขท่ีจะไดส้ อนคนในเรื่องต่าง ๆ อีกดว้ ย การศึกษาธรรมะจงึ จาเป็นสาหรบั อาชีพครู

14

เตม็ ใจ คือ ความมใี จเป็นครู
พทุ ธศาสนาถอื วา่ “ใจน้นั แหละเป็นใหญ่ ทกุ ส่ิงทกุ อยา่ งเกิดจากใจท้งั น้นั ” ดงั น้นั คนจะเป็น

ครูทม่ี ีอดุ มการณ์จาเป็นตอ้ งสร้างใจ ให้เป็ นใจท่ีเตม็ บริบูรณด์ ว้ ยการ มีใจเป็นครู การทาใจให้เต็มน้นั
มี มีความหมาย 2 ประการคอื
ใจครู การทาใจใหเ้ ตม็ บริบรู ณ์ น้นั จะตอ้ งถึงพรอ้ มดว้ ยองคป์ ระกอบดงั น้ี

1. รกั อาชีพ ครูตอ้ งมีทศั นคติทีด่ ีตอ่ อาชีพ เห็นว่าอาชีพครูมีประโยชน์ มีเกียรติ มีกศุ ล ไดบ้ ุญ
ไดค้ วามภมู ิใจ และพอใจทจี่ ะสอนอยเู่ สมอ พยายามทีจ่ ะแสวงหาวธิ ีสอนที่ดเี พ่ือศิษย์

2. รกั ศิษย์ มีใจคิดอยากใหศ้ ิษย์ พน้ จากส่ิงทไี่ มพ่ ึงปรารถนา ครูตอ้ งมีใจนึกอยากใหท้ ุกคนมี
ความสุข พยายามช้ีแนะหนทางสู่ความสาเร็จและความสุขใหแ้ ก่ศิษย์
ยนิ ดีหรือมีมทุ ิตาจิต เมือ่ เหน็ ศษิ ยป์ ระสบความกา้ วหนา้ ในชีวติ ความรกั ศิษยย์ อ่ มทาใหค้ รูสามารถ
ท่มุ เทและเสียสละเพ่อื ศิษยไ์ ด้

ใจสูง ครูควรพยายามทาใจให้สูงส่ง มจี ติ ใจทดี่ ีงาม การจะวดั ใจเราว่าสูงหรือไม่ มีขอ้ ทลี่ องถาม
ตวั เองไดห้ ลายประการ เช่น

1. ทางานอยทู่ ใ่ี ด ท่านมกั จะดา่ ว่านินทา เจา้ นายแห่งน้นั หรือดูถกู สถาบนั หรือเปล่า
2. ทา่ นมกั จะคดิ วา่ เพอ่ื น ๆ ร่วมงานของทา่ นนิสัยไมด่ ีส่วนใหญ่หรือเปล่า
3. ทาไมท่านก็ทาดี แตเ่ จา้ นายไม่เหน็
4. ทาไมคนอ่นื ๆ จึงโงแ่ ละเลว
5. ทา่ นยอมไมไ่ ดท้ จ่ี ะใหค้ นอืน่ ดีกว่า เพราะท่านคดิ วา่ ท่านดีกวา่ คนอ่ืน
6. ทาไมท่ที างานของทา่ น จึงเอาเปรียบทา่ นและกีดกนั ทา่ นตลอด
การทาจิตใจใหส้ ูง ก็คอื การทมี่ องเหน็ คุณค่าของมนุษยโ์ ลกและการคิดทจ่ี ะสร้างสรรค์ให้
โลกมแี ต่สิ่งทด่ี ีงาม มองโลกและคนในแงด่ ีใจกวา้ ง ยอมรบั ขอ้ ดีและขอ้ เสียของตนเองและคนอน่ื ไม่
คิดวา่ ตนเองฉลาด หรือเก่งกวา่ ผูใ้ ด ไมค่ ิดวา่ ตนเองดกี วา่ คนอืน่ คดิ เสมอวา่ จะช่วยให้คนมคี วามรู้มี
ความคดิ และความประพฤตปิ ฏิบตั ทิ ่ีดี คิดอยา่ งเป็นธรรมวา่ ตนเองมขี อ้ บกพร่องเช่นกนั

15

เต็มเวลา คือ การรบั ผดิ ชอบ การท่มุ เทเพอื่ การสอน
ครูท่ีมอี ุดมการณ์ จะตอ้ งใชช้ ีวิตครูอยา่ งเต็มเวลาท้งั 3 ส่วน คือ
1. งานสอน ครูตอ้ งใชเ้ วลาในการเตรียมการสอนอยา่ งเต็มท่ี วางแผนการสอนคน้ ควา้ หา

วธิ ีการทจ่ี ะสอนศษิ ยใ์ นรูปแบบต่าง ๆ และในขณะทดี่ าเนินการสอนตอ้ งสอนให้ครบตามเวลาท่ี
กาหนด เขา้ สอนตรงเวลา เลิกสอนใหต้ รงเวลา

2. งานครู นอกเหนือไปจากการสอน ครูตอ้ งใหเ้ วลาแก่งานดา้ นต่าง ๆ เช่น งานธุระการ งาน
บริหาร บริการและงานท่จี ะทาใหส้ ถาบนั กา้ วหนา้

3. งานนกั ศกึ ษา ให้เวลา ให้การอบรม แนะนาสั่งสอนศิษย์ เม่ือศษิ ยต์ อ้ งการคาแนะนา หรือ
ตอ้ งการความช่วยเหลือ ไมว่ ่าในเวลาทางานหรือนอกเวลาทางาน ครูควรมีเวลาให้ศิษย์

เตม็ คน คือ การพฒั นาตนเองให้มีความเป็นมนุษยท์ ่ีสมบูรณ์
การพฒั นาตนเองใหม้ ีความเป็นมนุษยท์ ่ีสมบูรณโ์ ดยท่คี รูเป็นแม่พิมพห์ รือพอ่ พมิ พท์ ี่คนใน

สงั คมคาดหวงั ไวส้ ูง และมอี ทิ ธิพลตอ่ ผเู้ รียนมาก ครูจึงจาเป็นทต่ี อ้ งมีความบริบรู ณ์ในความเป็น
มนุษยท์ ้งั ร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม ครูจึงควรสารวมกาย วาจา ใจให้มีความมน่ั คงเป็นแบบอยา่ งท่ี
ดีงามในการแสดงออกท้งั ในและนอกหอ้ งเรียน การทีจ่ ะทาให้ตนเองเป็นคนทเ่ี ตม็ บริบรู ณไ์ ด้ คนผู้
น้นั ควรเป็นคนท่ีดีมคี วามคิดที่ถูกตอ้ งเหน็ สิ่งท่ดี ีงามถกู ตอ้ ง มกี ารพดู ท่ดี ี มกี ารงานทดี่ ี มีการดาเนิน
ชีวิตทดี่ ี ปฏบิ ตั กิ ารถูกตอ้ ง หมน่ั คิด พิจารณาตนเอง เพ่อื หาทางแกไ้ ขป้ รับปรุงตนเองให้มคี วาม
บริบูรณอ์ ยเู่ สมอ

เต็มพลงั คือ การทุ่มเทพลงั สตปิ ัญญาและความสามารถเพอ่ื การสอน
ครูจะตอ้ งใชค้ วามสามารถอยา่ งเตม็ ที่ ทุม่ เทไปเพอ่ื การสอน เพอ่ื วชิ าการ เพ่อื ศิษย์ ครูตอ้ ง

อุทิศตนอยา่ งเตม็ ที่ ทางานอยา่ งไมค่ ดิ ออมแรง เพอ่ื ผลงานทีส่ มบรู ณน์ ้นั ก็คอื การป้ันศิษยใ์ หม้ ี
ความรูค้ วามประพฤตงิ ดงาม เป็นทีพ่ งึ ประสงคข์ องสงั คม
ครูที่มหี ลกั ยึดไปครบเตม็ 5 ประการน้ี ยอ่ มเป็นครูทม่ี ีครุธรรม ท่ีพรอ้ มจะเป็นผชู้ ้ีทางแห่งปัญญา ช้ี
ทางแห่งชีวติ และช้ีทางแห่งสงั คมในอนาคตไดเ้ ป็นอยา่ งดี ดงั น้นั ครูควรสร้างอดุ มการณค์ รู เพ่ือ
ความกา้ วหนา้ ของสังคมไทย และการพฒั นาวชิ าชีพครู

16

อดุ มการณ์ของจติ วิญญาณความเป็นครูพึงควรประพฤตติ ามหลกั ปฏบิ ตั ิ
ต้งั ตนอยใู่ นธรรม 5 ประการของผแู้ สดงธรรม
1. จดั กระบวนการเรียนรู้ใหม้ ีข้นั ตอนถกู ลาดบั
2. จบั จุดสาคญั มาขยายให้เขา้ ใจเหตผุ ล
3. ต้งั จิตเมตตาสอนดว้ ยความปรารถนาดี
4. ไม่มีจิตเพ่งเลง็ มุง่ เหน็ แก่อามิส
5. วางจิตตรงไม่กระทบตนและผอู้ น่ื
ครูทดี่ ีตอ้ งมี 4 รู้
1. รู้จกั รัก
2. รูจ้ กั ให้
3. รูอ้ ภยั
4. รู้เสียสละ
ครูท่ดี ีตอ้ งมี 5 ว.
1. วนิ ยั
2. วิชา
3. วิธี
4. วจิ ารณญาณ
5. เวลา

ลกั ษณะของครูดีตามอดุ มการณข์ องจิตวญิ ญาณความเป็นครู
เป็นครูท่สี มบรู ณ์ (perfect) เทา่ ที่คนทีเ่ ป็นครูจะทาได้ ถา้ ผใู้ ดสามารถบรรลคุ วามสมบรู ณใ์ น

ระดบั ท่ีไม่มคี วามจาเป็นจะตอ้ ง ปรับปรุงส่ิงใดอีกแลว้ น้นั คือ คนท่ไี ด้ ชื่อวา่ เป็นครูทีส่ มบูรณต์ าม
อดุ มคตนิ นั่ เอง ควรมคี ุณลกั ษณะดงั ตอ่ ไปน้ี คือ

17

1. มคี วามรอบรู้ (Being Knowledgeable) หมายถงึ เป็นผมู้ ีความรู้ ความเขา้ ใจ ในวชิ าการตา่ ง
ๆ ท่ี ไดศ้ กึ ษาเลา่ เรียนมาจากมหาวิทยาลยั เป็นอยา่ งดี และมคี วามแม่นยาใน วิชาทจี่ ะสอน

2. มีอารมณข์ นั (Being Humorous) หมายถึง เป็นผมู้ ีความสามารถแสดง ความรู้สึกในสิ่งที่
ทาให้ ขาขนั หรือทาให้การสอนสนุกสนาน

3. มคี วามยืดหยนุ่ ผอ่ นปรน (Being Flexible) หมายถงึ เป็นผมู้ ีความสามารถใน การ
เปล่ยี นแปลง แกไ้ ขปรบั หรือเปลย่ี นวธิ ีการเรียนการสอนใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์

4. มวี ญิ ญาณความเป็นครู (Being Upbeat) หมายถงึ เป็นผมู้ คี วามรักในตวั เด็ก และยินดีเตม็
ใจใน ภารกิจทางการสอน

5. มีความซ่ือสัตย์ (Being Honest) หมายถึง เป็นผมู้ ีความซ่ือสตั ยส์ ุจริตต่อคน ทกุ คน ต่อ
หนา้ ทกี่ าร เรียนการสอน

6. มีความสามารถทาให้เขา้ ใจไดช้ ดั เจนและรวบรัด (Being Clear and Concise) หมายถึง
เป็นผมู้ ี ปฏิภาณไหวพริบดีหรือเป็นผมู้ คี วามสามารถในการใชภ้ าษาท้งั ภาษาพูดและภาษาเขียน
รวมท้งั การ แสดงออกทางภาษาทา่ ทาง หรือกริยาอาการ เพือ่ ใหเ้ กิดการ สื่อสารความหมายที่ถูกตอ้ ง

7. เป็นคนเปิ ดเผย (Being Open) หมายถึง เป็นผทู้ ีเ่ ตม็ ใจเปิ ดเผยเร่ืองราวให้ ผอู้ ื่นรับรูแ้ ละ
รูจ้ กั รบั ความคดิ ของผอู้ ่นื ดว้ ย

8. มีความอดทน (Being Patient) หมายถงึ เป็นผทู้ ่มี คี วามเพยี รพยายามหรือขยนั ขนั แข็งใน
การงาน

9. ทาตวั เป็นแบบอยา่ งท่ีดี (Being a Role Model) หมายถงึ เป็นผทู้ กี่ ระทาตนให้เป็น
แบบอยา่ งที่ดี งามแก่ศษิ ยแ์ ละสังคม ลูกศิษยต์ อ้ งมแี บบอยา่ งทถี่ ูกตอ้ งดีงามเพอื่ เป็น แนวทางในการ
ดารงชีวติ ของตน

10. สามารถนาความรูท้ างทฤษฎีไปปฏิบตั ไิ ด้ (Being Able to Relate Theory to Practice)
หมายถงึ เป็นผนู้ าเอาความรู้ท่ีไดร้ ับจากการศึกษาเลา่ เรียนในสถาบนั การศกึ ษาไปใชใ้ นโรงเรียนจริง
ๆ ให้เกิดผลอยา่ ง มีประสิทธิภาพซ่ึงบางคร้ังสภาพความจริงอาจจะไม่เหมือนกบั ทฤษฎีทเ่ี รียนมาครู
ตอ้ งสามารถประยกุ ต์ ทฤษฎีไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสม

18

11. มีความเชื่อมนั่ ในตนเอง (Being Self-Confident) หมายถึง การทดสอบตวั เอง และพฒั นา
ความ เช่ือมนั่ ในตนเอง โดยการสงั่ สมประสบการณต์ า่ ง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การสอน ให้มากที่สุด ครู
ตอ้ งเชื่อมน่ั ใน ส่ิงที่ตนสอนดว้ ย

12. มคี วามสามารถพเิ ศษในศิลปะและวทิ ยาการหลาย ๆ ดา้ น (Being Diversified) หมายถงึ
เป็นผู้ มีความสามารถพิเศษในหลาย ๆ ดา้ น เช่น การเขียนภาพระบายสี ดนตรี กีฬา ความรู้
เครื่องยนตก์ ลไก การ ใชค้ อมพิวเตอร์ หรืองานอดิเรกอ่นื ๆ ความรู้พิเศษเป็น ความสามารถ
เฉพาะตวั ทจ่ี ะชว่ ยใหผ้ ปู้ ระกอบ วชิ าชีพครูอาจจะตอ้ งใชเ้ พ่ือช่วยใหง้ านใน หนา้ ท่ีครูมปี ระสิทธิภาพ
ยง่ิ ข้นึ

13. แต่งกายเรียบรอ้ ย สะอาด สง่าผา่ เผย และมีสุขอนามยั ส่วนตวั ดี (Being Well Groomed
and Having Good Personal Hygiene) หมายถงึ การแตง่ กายสุภาพเรียบรอ้ ย สะอาดอยเู่ สมอ ใส่
เส้ือผา้ ถูกตอ้ งตาม กาลเทศะ และมีความเหมาะสมกบั การเป็นครู หรือ ตามรูปแบบทท่ี าง
สถานศึกษาไดก้ าหนดไว้ นอกจากน้ี สุขภาพทางร่างกายและจิตใจของครูก็ มีผลทาใหก้ ารสอน
ประสบความสาเร็จดว้ ย

ความสาคญั ของคณุ ธรรมท่คี รูท่มี อี ุดมการณข์ องจติ วิญญาณครูควรมี
ดา้ นตวั ครู

1.ทาให้ครูมีความเจริญกา้ วหนา้ และมนั่ คงในอาชีพ
2.ไดร้ ับการยกยอ่ งสรรเสริยจากบคุ ลลทว่ั ไปเป็นที่เคารพเช้ือฟังของศิษย์
3.อยใู่ นสงั คมอยา่ งมคี วามสุข
ดา้ นสถาบนั วิชาชีพ
1.ทาใหช้ ื่อเสียงของคณะครูเป็นทีศ่ รทั ธาเลอื มใสของปวงชน
2.งานวิชาชีพครุมคี วามเจริญกา้ วหนา้ เพราะครูทางานเต็มกาลงั มีความคดิ ริเริ่มสรา้ งสรรค์
3.สถาบนั การศกึ ษาไดร้ ับการพฒั นาอยา่ งเตม็ ท่ี
ดา้ นสงั คม/ชุมชน
1.สมาชิกของสงั คมเป็นคนดีมีคุณะรรมสูง รู้จกั สิทธิและหนา้ ท่ีอยา่ งถกู ตอ้ ง

19

2.สงั คมมสี ันตสิ ุข เพราะสมาชิกของสงั คมมีคุณธรรม
3.สังคมไดร้ บั การพฒั นาใหเ้ จริญกา้ วหนา้ อยา่ งรวดเดร็วในทกุ ๆดา้ น
ดา้ นความมน่ั คงของชาติ
1. สถาบนั ชาติ ศาสนา กษตั ริย์ มีความมน่ั คง เพราะประชาชนมีความรัก ความเขา้ ใจ และ
เหน็ ความสาคญั อยา่ งแทจ้ ริง
2.ขนบธรรมเนียมประเพณีและวฒั นธรรมของชาติมีความมน่ั คงถาวร

ตวั อยา่ งอุดมการณ์ของบคุ คลทมี่ ีจิตวิญญาณในความเป็นครูอยใู่ นตนเอง

จากครู Kruchay CHEMISTRY

ใครบางคนคนอยากเป็นครูเพราะเป็นอาชีพท่มี น่ั คง
ใครบางคนอยากเป็นครูเพราะไดท้ าผลงาน เล่อื นข้นั เงินเดือน
ใครบางคนอยากเป็นครูเพราะความกา้ วหนา้ ทางตาแหน่งดา้ นการบริหารงาน
ใครบางคนอยากเป็นครูเพยี งแคอ่ าศยั ว่าเป็นอาชีพทม่ี ีเกียรติ
ใครบางคนอยากเป็ นครูเพราะ……………………………………..

แต่ละคนอาจมีดว้ ยกนั หลายเหตผุ ลอยากทจ่ี ะเขา้ ใจและรบั รูไ้ ดข้ องคนทอี่ ยากมาเป็นครู
บางคนรกั และศรทั ธาในวชิ าชีพครูดว้ ยหวั ใจทีม่ แี ต่คาวา่ ให้ แต่อกี มุมหน่ึงของวิชาชีพเดียวกนั หวงั
กอบโกย อยากมีอยากไดจ้ ากวิชาชีพทเ่ี ป็นอยู่ ใคร่ครวญคิดดูให้ดีเสียกอ่ นวา่ อยากเป็นครูเพราะ
อะไร อยากเหน็ อนาคตเด็กไดเ้ ตบิ โตอยา่ งสวยงามมากกวา่ อยา่ งอื่นใช่หรือไม่ บางคนอยากเป็นครู
เพียงเพราะคากลา่ วยกยอ่ งวา่ มเี กียรติ มีศกั ด์ิมศี รีแต่กินไมไ่ ด้ เดินเลศิ หรูอยใู่ นวชิ าชีพทีม่ คี ุณคา่ แต่
จิตใจไมม่ คี าว่าครูอยใู่ นหัวจติ หวั ใจ ใชว้ ิชาชีพกอบโกยจนไมร่ ูจ้ กั คาว่าพอ จนลืมนึกไปวา่ ตนเองมา
เป็ นครูเพราะอะไร

20

แต่สาหรบั ขา้ พเจา้ อดุ มการณ์ในการมาเป็นครูเพราะ เป็นอาชีพท่ขี า้ พเจา้ ใฝ่ฝันมาต้งั แต่เดก็
อยากสอนหนงั สือใหค้ วามรูก้ บั เดก็ นกั เรียน ซ่ึงในปัจจุบนั น้ีไดม้ าทาหนา้ ทท่ี ีต่ นเองชอบมนั ทาให้เรา
อยากทามากข้นึ เร่ือย เพียงเพราะอยากเห็นความกา้ วหนา้ ของเด็กนกั เรียนที่ไดอ้ บรมสั่งสอน อยาก
เหน็ เด็กท่เี รารกั ไดเ้ ติบโตเป็นคนดี อยากเหน็ เดก็ ทีเ่ ราป้ันมากบั มือเป็นรูปเป็นร่าง แมจ้ ะรูส้ ึกเหนื่อย
และทอ้ บา้ ง แต่พอไดเ้ หน็ ความสาเร็จของนกั เรียนของเราท่ีไดเ้ พยี รพยายามอบรมส่ังสอน แมเ้ ด็กจะ
ฟังบา้ ง ไมฟ่ ังบา้ ง แต่เมือ่ นกั เรียนจบและหวนกลบั มานึกถึงคาสอนเรามนั ทาให้รู้สึกหัวใจพองโต
และอยากทจ่ี ะทาหนา้ ท่นี ้ีตอ่ ไป

“จะม่งุ มนั่ ต้งั ใจในหนา้ ที่ สอนศิษยใ์ หเ้ ป็นคนดีมีแก่นสาร
จะเป็นครูดว้ ยชีวติ จิตวิญญาณ สร้างสรรคง์ านการศกึ ษาให้กา้ วไกล
เป็นตาแหน่งครูผสู้ อนดว้ ยใจรัก พงึ ตระหนกั ความสาคญั ดว้ ยใจหมาย

เสียสละท้งั แรงใจและแรงกาย พฒั นาเยาวชนไทยทวั่ ธานี
เป็นแบบอยา่ งท่ดี ีแก่ผองศิษย์ คุณธรรมนาชีวิตให้สุขี

ปฏิบตั ติ นและงานดว้ ยชีวี สร้างศกั ด์ิศรีอดุ มการณ์ความเป็นครู”

“เตม็ ที่ เต็มเวลา เตม็ ความสามารถ”

21

ลักษณะของครูทมี่ ีจติ วิญญาณความเป็ นครู

เหนือส่ิงอ่ืนใด ขออญั เชิญพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัวภมู ิพลอดลุ ยเดช
ซ่ึ ง พ ร ะ ร า ช ท า น แ ก่ ค รู อ า วุ โ ส ป ร ะ จ า ปี พุ ท ธ ศั ก ร า ช 2522 เ มื่ อ วั น อั ง ค า ร
ท่ี 28 ตุลาคม พ.ศ.2523 (สานกั งานเลขาธิการครุ ุสภา, 2541) มขี อ้ ความเกี่ยวขอ้ งกบั ลกั ษณะครูท่ี
ดีตอนหน่ึงวา่ “ ครูทแ่ี ทจ้ ริงน้นั ตอ้ งเป็นผทู้ ก่ี ระทาแต่ความดี” คือ

– ตอ้ งหมนั่ ขยนั อตุ สาหะพากเพียร

– ตอ้ ง เอ้อื เฟ้ื อเผอ่ื แผ่ และ เสียสละ

– ตอ้ งหนกั แน่น อดทน อดกล้นั

– ตอ้ งรักษาวินยั สารวม ระวงั ความประพฤติของตนให้อยใู่ นระเบียบแบบแผนท่ดี ีงาม

– ตอ้ งปลีกตวั ปลีกใจออกจากความสบาย และความสนุกสนานร่าเริงท่ีไม่ควรแก่เกียรติภูมิ
ของตน

– ตอ้ งต้งั ใจใหม้ น่ั คงและแน่วแน่
– ตอ้ งรกั ษาความซ่ือสัตย์ รักษาความจริงใจ

– ตอ้ งมีเมตตา และหวงั ดี

– ตอ้ งวางใจเป็นกลาง ไมป่ ล่อยไปตามอานาจอคติ

– ตอ้ งมน่ั อบรมปัญญาให้เพ่ิมพูนสมบูรณ์ข้ึนท้งั ในดา้ นวิทยาการ และความฉลาดรอบรู้ให้
เหตแุ ละผล

คุณลกั ษณะทด่ี ีของครู หมายถึง เครื่องหมายหรือส่ิงทีช่ ้ีใหเ้ หน็ ความดี หรือลกั ษณะท่ีดีของ
ครูและเป็ นลกั ษณะท่ีตอ้ งการของสังคม ลกั ษณะครูที่ดีควรมีความรักและความเมตตาต่อศิษย์ มี
ความเสียสละ หมนั่ เพียรศึกษา ปรับปรุงวิธีการสอน เพื่อพฒั นาตนเองอยูเ่ สมอ ตอ้ งมีความเขา้ ใจ
และเอาใจใส่ตวั ศิษยท์ ุกคนเป็นกาลงั ใจและช่วยสรา้ งแรงบลั ดาลใจให้กบั ศิษยเ์ พ่ือให้เขาเป็ นคนใฝ่

[Update] Thai Surnames Websites | จารุ วั ฒ น์ ไว ศ ยะ – POLLICELEE

There are some websites from Thailand that contain genealogies by surname. Some surnames were recorded and shown as e-books, and also include the origins and places of the surnames.

Websites Contained Family History of Each Thai Surname

[

edit

|

edit source

]

“ไกลดอน” “เกิดทะเล” “กลอนครบุรี” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“กุญชร ณ อยุธยา” “ไกรสรสิทธิ” “กลิ่นโกมุท” “เก็บไว้” “เกษมใส” “กุลศรี” “เกิดเงิน” “โกมารกุล ณ นคร” “กมลาส ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“กปิตถา” “กล้วยไม้” “กุญชร” “กุสุมา” “โกเมน” “กมลาศน์” “กฤตากร” “เกษมศรี” “เกษมสันต์” “กิติยากร” “กำภู” “เกสรา” “กาญจนะวิชัย” “กัลยาณะวงศ์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“แก่นหอม” “แก่นจันทร์หอม” “กันจรรยา” < http://bit.ly/upUlPS >

“แก้วมณีชัย” “แก้วมณี” < https://bit.ly/3i0EcRP >

“กัลยาณมิตร” < http://buddhibheshaj.freevar.com/budhi.html >

“โกศัลวัฒน์” < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >      

“โกมารกุล” < http://bit.ly/tdupIY >

“เกตุทัต” <  http://bit.ly/vltIVO >

“เกยุราพันธ์” < http://bit.ly/tWSUtV >

“กัลยาณมิตร” < http://bit.ly/sda4HM >

“เข็มทองปรุ” “ไข่กระโทก” “ขอบแนบกลาง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“เขียวสุทธิ” “ขันฑริก” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ขัตติยะวรา” < http://bit.ly/upUlPS >

“ขุนศึกเม็งราย” < http://bit.ly/twjE9x >

“ขำแก้ว” < http://bit.ly/sMfDH2 >

“เครือเพชร์” “คมกฤส” “คชหิรัญ” “คชเสนี” “คอลเทล” < http://bit.ly/sDKQTK >

“คเนจร” “คัคณางค์” “คชวงศ์” “คชวงษ์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“คชหิรัญ” < http://bit.ly/u9xVN4 >

“คชวงศ์” <  http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“คุณยศยิ่ง” < http://bit.ly/uHxCCJ >

“งามพังเทียม” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“งามถิ่น”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“งอนรถ” < http://bit.ly/uTU1uz >

“จอบโพธิ์กลาง” “แจ้งหมื่นไวย” “เจริญตะคุ” “ใจตฉิมพลี” “จงจอหอ” “จุ้ยกระโทก” “จรครบุรี” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“จตุรานนท์” “จงเจริญ” “เจียรประดิษฐ์” “จึงเจริญ” “จันทร์สมบูรณ์” “จุ่นพิจารณ์” “จันทนสมิต” แจ้งความดี” “ใจสงเคราะห์” “จันทร์เรืองเพ็ญ” “เจริญไชย” “จันทรวงศ์” “จำปาขาว” “จันทิมานนท์” “จงใจหาญ” “จุละเดชะ” “จันทร์พิทักษ์” “จารุสิงห์” “จุลดิลก” < http://bit.ly/sDKQTK >

“เจษฏางกูร” “จักรพันธุ์” “จันทรทัต” “จิตรพงศ์” “จิรประวัติ” “จักรพงษ์” “จุฑาธุช” “จาตุรงคกุล” “จรูญโรจน์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“จันทยศ” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“จารุจินดา” < http://www.charuchinda.com/ >  บอร์ดสนทนาสายสกุล “จารุจินดา” < http://bit.ly/vLVq7v >

“จันทโรจวงศ์” “จาตุรงคกุล” < http://bit.ly/tdupIY >

“จงเจริญ” “จงเสถียร” “จงพิพัฒนากุล” “จงจิตรนันท์” “จงธรรมานุรักษ์” “จองจตุพร” “จองวรรณศิริ” “จองบุญวัฒนา”  < http://bit.ly/tqgAMq >

“ฉ่ำเมืองปัก” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“เฉลิมทรัพย์” “จาตุรงคกุล” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ฉัตรกุล” “ฉัตรไชย” < http://bit.ly/uTU1uz >

(“ชิงเมืองปัก”) “ชำนาญในเมือง” “ชมโคกกรวด” “ชุ่มกระโทก” “โชติพิมาย” “ชาวพิมาย” “เชยขุนทด” “แช่มขุนทด” “เชิดขุนทด” “ชาขุนทด” “ช่างขุนทด” “ชอบขุนทด” “แชขุนทด” “เชษฐานอก” “ชิดนอก” “ชีวประเสริฐ < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ชุมสาย ณ อยุธยา” “ชูโต” “ชุมากร” “ชลายนเดชะ” “ชุณหวัต” “ไชยสุต” “ชัยวัฒน์” “ชโนดม” “ชูช่วย” “เชาวนภูมิ” “ไชยาคำ” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ชุมแสง” “ชมพูนุท” “ชุมสาย” “ชยางกูร” “ชุมพล” “ไชยันต์” “ชูโต”  < http://bit.ly/uTU1uz >

“ไชยเมือง” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“เชื้อเจ็ดคน” < http://bit.ly/twjE9x >

“เชิญธงชัย” “ชูกริส” <  http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“ไชยกาล” < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“เชื้อเมืองพาน” < http://bit.ly/svNePW >

“ชุนหะวัณ” < http://bit.ly/tWSUtV >

“ชำนาญกิจ” < http://bit.ly/uaWxbq >

“แซ่จาง” < http://bit.ly/usBdRW >

“แซ่แต้” < http://bit.ly/u9xVN4 >

“แซ่ตั้ง” (ตระกูล “เฉิน”) < http://bit.ly/tWSUtV >

“แซ่หวัง” “แซ่เฮ้ง” “แซ่เอ็ง” (ตระกูล “หวัง”) < http://bit.ly/sS6vI5 >

“แซ่ลี้” (ตระกูล “หลี่”) < http://bit.ly/rEpmVU >

“แซ่ม่ง” “แซ่หมง” (ตระกูล “เหมิง”) < http://bit.ly/v7hZNS >

“แซ่หยาง” “แซ่ย่าง” “แซ่เอี้ย” (ตระกูล “หยาง”) < http://bit.ly/s7LyGT >

“แซ่เตี้ย” “แซ่จาง” (ตระกูล “จาง”) < http://bit.ly/tqgAMq >

“แซ่เล่า” “แซ่หลิว” (ตระกูล “เล้า”) < http://bit.ly/uIAeSA >

“แซ่หวัง” “แซ่ว่อง” ”แซ่อึ้ง” “แซ่อึ๊ง” (ตระกูล “อึ้ง”) < http://bit.ly/rpkE9o >

“ณ” ต้นสกุล < http://bit.ly/w4etBs >

“ณ บางช้าง” “ณ พัทลุง” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ณ ลำปาง” “ณ เชียงใหม่” < http://bit.ly/tIasIa > < http://bit.ly/rpUF3R > < http://www.supadisdiskul.com/familytree07.html >

“ณ อุบล” <  http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“ณ นคร” < http://bit.ly/tdupIY >

“ณ กรุงเทพ” “ณ อยุธยา” < http://bit.ly/vLQacJ >

“ณ สงขลา” “ณ ระนอง” < http://bit.ly/sda4HM > < http://nasongkhla.com/index.php/family >

“ณ พัทลุง” < https://bit.ly/2GdV5dy >

“ดีนวลพะเนาว์” “ดอกจันทึก” “เดชพรหมราช” “ดีกิ่ง” “ดีสำโรง” “ดอกสันเทียะ” “ดีพุดซา” “เดชสูงเนิน” “เดชพลกรัง” “ด้วงพลกรัง” “ดาวโคกสูง” “ดีโคกกรวด” “ดีทองหลาง” “ดีงูเหลือม” “ดิษขุนทด” “ดีชนะ” “ดอนนอก” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ดิษยบุตร” “ดุษฎี” ดารารัตน์” “ดารายน” “ดีวาจิน” “เดเนียล”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“ดวงจักร” “ดารากร” “เดชาติวงศ์”  < http://bit.ly/uTU1uz >

“ดอกไม้” < http://bit.ly/upUlPS >

“ดวงสนิท” < http://bit.ly/vSt7c1 >

“ด่านไพบูลย์” < http://bit.ly/tWSUtV >

“ตังโพธิ์กลาง” “ติสันเทียะ” “โตพันดุง” “โตกระโทก” “โตรำพิมาย” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ไตรกิติยานุกูล” “ไต่เมฆ” “เต็มสงสัย” “แตงทอง” “ตัณโชติ” “ตัณฑนุช” “ตันติเวชกุล” “ตุลยาทร” “ติวานนท์” “ตรองโตนิล” “ตรีนิกร” “เตชะมณี” “แดงสว่าง”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“ติศกุล” “โตษะณีย์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ตุงคนาคร” < http://bit.ly/twjE9x > < http://bit.ly/vgQz4p >

“ตามไท” < http://bit.ly/tDZnbb >

“ตันติวิท” “ตั้งมติธรรม” < http://bit.ly/tWSUtV >

“เต็มพิริยะกุล” “เต็มศิริพงศ์” < http://bit.ly/tqgAMq >

“ติเยาว์” < http://bit.ly/tf2ZRQ >

“เถียรในเมือง” “ถนอมในเมือง” “แถวจันทึก” “ถนอมพลกรัง” “ถิ่นโคกสูง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“เถื่อนหรุ่น” “เถลิงพล” “ถมยาวิทย์”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“เถาวัลย์” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“ทิพย์สูงเนิน” “ทองกระโทก” “ทินกระโทก” “ทองกระโทก” “ทองพิมาย” “เทียมครบุรี” < https://bit.ly/2YVRtDG>

“ทองใหญ่ ณ อยุธยา” “ทองเนียม” “ทองรอด” “ทวาทสิน” “ทาค่อ” “ทัศจันทร์” “ทวีสุข” “เทพธี” “ทัพพะวงศ์” “ทรัพย์แสงส่ง” “เทวะประทีป” “เทพหัสดิน ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“เทพหัสดิน” “ทัพพะกุล” “ทินกร” “ทวีวงศ์” “ทองแถม” “ทองใหญ์” “เทวกุล” < http://bit.ly/uTU1uz >    

“เทพวงศ์” < http://bit.ly/upUlPS >

“โทธรรม” < http://bit.ly/usBdRW >

“ทองพิทักษ์” < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“ธัญญขันธ์” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ธนาบูรณ์” “ธรรมสโรช” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ธูสรานนท์” < http://bit.ly/svce7z >

“ธนัญชยานนท์” < http://bit.ly/vgQz4p >

“ในหมื่นไวย” “นอดอน” “นพพลกรัง” “นามใหม่” “โนนโคกสูง” “นิลจอหอ” “นอนโพธิ์” “ในเกาะ” “นกกระโทก” “นาคขุนทด” “เนนเลิศ” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“นาคชำนาญ” “นาคะตะ” “นิ่มพินิจ” “นิยม” “นิลวงศ์” “นพวงศ์ ณ อยุธยา”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“นรินทรางกูร” “นรินทรกุล” “นิยมิศร” “นิลรัตน” “นพวงศ์” “นีรสิงห์” “นันทิศักดิ์” “นวรัตน” “นันทวัน” < http://bit.ly/uTU1uz >

“นามวงศ์” “นันทิยา” < http://bit.ly/upUlPS >

“นุชนิยม” “นาคน้อย” < http://bit.ly/tDZnbb >

“เนียมสุริยะ” “นิลนานนท์” <  http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“นพวงศ์” < http://bit.ly/tdupIY >

“นิยมเดชา” < http://bit.ly/vibywn >

“นิยะวานนท์ < http://bit.ly/sda4HM >

“บุณโยดม” < http://bit.ly/tDdJzA >

“บ่วงราบ” < http://bit.ly/uOw3DO > < http://www.buangrap.com/ >

“บนตะขบ” “ใบกลาง” “บินดอน” “บอนสันเทียะ” “โบกกำปัง” “บัตรสูงเนิน” “โบสูงเนิน” “ใบพุดซา” “บรรจงปรุ” “บ้านโพธิ์” “บาทงูเหลือม” “ใบขุนทด” “บวดขุนทด” “เบียนขุนทด” “บางขุนทด” “ใบขุนทด” “บอบขุนทด” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“บุนนาค” “บุณยามระ” “บุนอินทร์” “บุญประเสริฐ” “บุญโรจน์” “บำรุงผล” “บรรหารทัณฑกิจ” “บัณฑิตานนท์” “บราวน์” “บิชอบ” “บุรานนท์” “บุรณศิริ” < http://bit.ly/sDKQTK >

“บริพัตร” “บรรยงกะเสนา” < http://bit.ly/uTU1uz >

“บุตรรัตน์” < http://bit.ly/upUlPS >

“บุนนาค” < http://www.bunnag.in.th/main.php >        

“บุณยรัตพันธ์” < http://bit.ly/tDZnbb >

“บัวขาว” “บุตโรบล” <  http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“บุญปะเกศ” <  http://bit.ly/vltIVO >

“แป้นค้างพลู” “ประเสริฐพลกรัง” “ปานใหม่” “ไปล่งูเหลือม” “ปานนอก” “ปานทอง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา” “ปวนะฤทธิ์” “ปรัชญานนท์” “เปรมชื่น” “เปมะโยธิน” “เปรมัษเฐียร” “ปานะนนท์” “ปานถาวร” “เปลี่ยนราศี” “ปัทมจินดา” “ปิ่มสุวรรณ” “ประภาพันธ์” “ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ปราโมช” “ปิยากร” “ประวิตร” “ปัทมสิงห์” “ปาลกะวงศ์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ปิยะอุย” < http://bit.ly/sS6vI5 >

“ปราโมท” “โปษยานนท์” < http://bit.ly/sda4HM >

“ผลสันเทียะ” “ผลฉิมพลี” “ผันจะโป๊ะ” “ผิวพังเทียม” “เผ่นสายออ” “ผันจอหอ” “เผื่อนงูเหลือม” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ผลกล้วย”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“ผาทอง” < http://bit.ly/upUlPS >

“ไฝกิ่ง” “ฝ้ายโคกสูง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ฝันเซียร” “ฝันเซียน” < http://bit.ly/usBdRW >

“พงษ์หมื่นไวย” “เพียหมื่นไวย” “พรมพระเนาว์” “พุดทะเล” “พวกเกาะ” “เพิ่มกระโทก” “พลูกระโทก” “พงษ์พิมาย” “เพียกขุนทด” “พันชนะ” “เพียงชนะ” “เพิกขุนทด” “เพิ่มขุนทด” “พิมลนอก” “โพธิ์นอก” “เพลี่ยนอก” “พรหมนอก” “พลอยครบุรี” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“พัวเวส” “พาเจริญ” “พาณิชสุโข” “พลาพิบูลย์” “พิพัฒน์” “พูนเจริญ” “พุ่มสวัสดิ์” “พื้นชมภู” “แพงอินทร์” “โพธิตาปนะ” “โพธิวิหก” “พรรณโรจน์” “แพ่งสภา” “พงษ์กัณหา” “พรโสภณ” “พรหมจรรย์” “พงษ์สิน” < http://bit.ly/sDKQTK >

“พึ่งบุญ” “พนมวัน” “ไพฑูรย์” “เพ็ญพัฒน์” “พยัคฆเสนา” “พรหเมศ” < http://bit.ly/uTU1uz >

“พิทักษ์คุมพล” < http://bit.ly/vZ89FD >

“พาณิชย์กุล” “พาณิชกุล” < http://bit.ly/usBdRW >

“พรหมวงค์นนท์” <  http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“พงษ์สิน” < http://bit.ly/tdupIY >

“เฟื่องฟู” “เฟื่องดอกไม้” “เฟิ้ทธ์” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ภาคสันเทียะ” “ภักดีจอหอ” “ภูมิโคกรักษ์” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ภูติจินดานนท์” “ภูมิถาวร” “ภาณุมาศ ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ภาณุพันธ์” “ภุมรินทร” “ภาณุมาศ” < http://bit.ly/uTU1uz >

“โภภณพาณิชย์” < http://bit.ly/tWSUtV >

“มณีด่านจาก” “โมพันดุง” “โมโคกกรวด” “มองกระโทก” “เมฆขุนทด” “มากขุนทด” “มุ่งตรงกลาง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“เมษะมาน” “เมธา” “ม่วงกล่ำ” “มนุอมร” “ม่วงวิโรจน์” “มีบุตร” “มีเมศกุล” “มิตรกูล” < http://bit.ly/sDKQTK >

“มนตรีกุล” “มรกฎ” “มหากุล” “มาลากุล” “มหิดล” “มหาณรงค์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“มหาวงศ์” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“มหายศปัญญา” “เมืองพระ” < http://bit.ly/upUlPS >

“มหาณรงค์” <  http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“มากคล้าย” < http://bit.ly/uMNqLl >

“แย้มจะบก” “ยีสันเทียะ” “เย็นสันเทียะ” “โยงทะเล” “ยุ้งชมโพธิ์” “ย่านกลาง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ยศธร” “ยิ้มน้อย” “แย้มเยื้อน” “ยุกตานนท์”  < http://bit.ly/sDKQTK >

“ยุคล” “ยุคันธร” “ยุคนธรานนท์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ใยยาณ” < http://bit.ly/upUlPS >

“ยังวานิช” “ยังวิเศษสุข” “ยังวะนิชย์” < http://bit.ly/s7LyGT>

“ร่มเมืองปัก” “รัตนเนนย์” “ร่มสูงเนิน” “รากพุดซา” “โรจน์ฉิมพลี” “ระวังกิ่ง” “รวยกิ่ง” “รอสูงเนิน” “เร้าสูงเนิน”  “ร่มโคกสูง” “รายนอก” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“โรจนวิภาต” “โรจน์ชลาสิทธิ์” “รัตนภัคดี” “รอดแสงสินธุ์” “รุ่งไพโรจน์” “รัตนโกศ” “รัตนภาณุ” < http://bit.ly/sDKQTK >

“เรณุนันทน์” “รพีพัฒน์” “รังสิต” “รองทอง” “รังสิเสนา” “รัชนิกร” “รุจจวิชัย” “รัชนี” < http://bit.ly/uTU1uz >

“รสเข้ม” “รัตนวงศ์” < http://bit.ly/upUlPS >

“รามางกูล” < http://bit.ly/rwrimE >

“โรจนดิศ” < http://bit.ly/vKMQgJ >

“รามสูตร” “รามบุตร” “รอดศิริ” < http://bit.ly/tDZnbb >

“รัตนประทีป” < http://bit.ly/uKyYpZ > < http://bit.ly/w4QWjY >

“รุ่งไพโรจน์” < http://bit.ly/tdupIY >

“รัตกูล” < http://bit.ly/tWSUtV >

“รัตนกุล” “รัตนกุลเสรี” “เริงฤทธิ์” < http://bit.ly/sda4HM >

“ฤทธิ์ใหม่” < http://bit.ly/uhdq6f > < http://bit.ly/rIPjfM >

“ฤทธิกาญจน์”   < http://bit.ly/sDKQTK >

“ล้อมในเมือง” “เลิศตะคุ” “ลอยตะขบ” “เลิศโพธิ์กลาง” “โลกสายออ” “โลทองหลาง” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ลีละชาติ” “ลางคุลเสน” “เลิศมงคล” “เลี้ยงรื่นรมย์” “เล็กน้อย” “ลิ้มทองกุล” “เลขนาวิน” “ลุมพิกานนท์” “โล่สุวรรณ” “เลวิส” “ลดาวัลย์ ณ อยุธยา” “ลักษณสุต” < http://bit.ly/sDKQTK >                

“ลดาวัลย์” “ลำยอง” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ลังกาพินธุ์” < http://bit.ly/vgQz4p >

“ลุ่นเซี๊ยะ” < http://bit.ly/usBdRW >

“ลีลาวณิชกุล” “ลีลาประชากุล” “ลีลารัศมี” “ลีมามั่งคง” “ลี้ถาวร” “ลี้อิสระนุกูล” “ลีนุตพงศ์” “ลีรุ่งเรือง” “เลิศศิริมิตร” “เลิศนำพงศ์” “เลิศชัยประเสริฐ” < http://bit.ly/rEpmVU >

“เลาหทวีโชค” “เลาหพงษ์ชนะ” “เลาหสุรโยธิน” “เลาหสุวัฒน์กุล” “เลาวัฒศิริ” “ลิ่วมโนมนต์” “ลิ่วเฉลิมวงศ์” “เล่าบุญลือ” < http://bit.ly/uIAeSA >

“วัชระคุปต์” “วิโรจน์จรรยา” “เวชโพธิ์กลาง” “แววฉิมพลี” “วิเวชผักแว่น” “วงศ์จันทึก” “แววโคกสูง” “เวยกระโทก” “วะกระโทก” “วายทองหลาง” “วิไลสีสุก” “วายโคกรักษ์” “วัฒนสุข” “วัฒนา” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“วาสภูติ” “วินิจฉัยกุล” “วัฒนายน” “วัฒนสุวกุล” “วัจนรัตน์” “วงศ์ละม้าย” “วงศ์ไทย” “วงศ์สันต์” “วงศ์ประเทือง” “วรรณศิริ” “วัฒโน” “วณิชกิจ” “ไวยนพ” “วัฒนวงศ์ ณ อยุธยา” “วิภาตะศิงปิน” < http://bit.ly/sDKQTK >

“วัชรีวงศ์” “วรวรรณ” “วัฒนวงศ์” “วุฒิชัย” “วรรัตน์” “วิไลยวงศ์” “วรวุฒิ” “วิบูลยพรรณ” “วิสุทธิ” < http://bit.ly/uTU1uz >

“วิรัตน์เกษม” “วงศ์สุวรรณ” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“วงษ์ศิริ” < http://bit.ly/vt7gfN >

“วงศ์วรญาติ” “วังซ้าย” “วิจผัน” “วงศ์เมืองแก่น” “วงศ์พระถาง” “วราราช” “วงศ์บุรี” < http://bit.ly/upUlPS >

“วงศ์ดาราวรรณ” < http://bit.ly/vgQz4p >

“วนะรมย์” <  http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“วสุรัตน์” < http://bit.ly/tWSUtV >

“วงศ์ภัทรกุล” “วงศ์ไวโรจน์” < http://bit.ly/sS6vI5 >

“ว่องปรีชา” “ว่องวานิช” “ว่องวิวรรธน์” “ว่องชาญกิจ” “วงศ์แจ่มเจริญ” “วงศ์วัชรมงคล” “วงศ์แสงทิพย์” <http://bit.ly/rpkE9o >

“วันทอง”  

“ศรีหมื่นไวย” “ศุกระสูยะ” “ศรสูงเนิน” “ศรีจันทึก” “ศรีมะเริง” “เรืองมะเริง” “ศรีปรุ” “ศรีนอก” “ศรีเพ็ญ” “ศรียาภัย” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“เศรษฐบุตร” “เศวตเศรณี” “ศรียานนท์” “ศรีมาศ” “ศรีเสาวชาติ” “ศรีวัฒนะ” “ศรีสาทร” “ศรีวรรธนะ” “ศรทัต” “ศุนวัต” “ศุขหัส” “ศิริสัมพันธ์” “ศุภสิทธิ์” “ศิริสุทธิ” “ศิริสุวรรณ” “ศิริวรรณ” “ศิลานนท์” “ศรีธวัช ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“ศิริวงศ์” “ศรีธวัช” “ศุขสวัสดิ” “โศภางค์” “ศักดิเดชภาณุพันธ์” “ศิลานนท์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“ศีติสาร” “ศักดิ์สูง” “ศักดิ์ศรีดี” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“ศรีเพ็ญ” < http://bit.ly/tNdEHI > < http://bit.ly/rpKntc >

“ศิริ” < http://bit.ly/vt7gfN >

“ศรุตานนท์” “ศรีจันทร์แดง” < http://bit.ly/upUlPS >

“ศุภดิษฐ์” < http://bit.ly/tDZnbb >

“ศิริพร” < http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“ศรีธัญรัตน์” “ศุภสร” < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18>        

“ศิลานนท์” < https://bit.ly/359jAmv >

“ศิริธร” < https://bit.ly/2GdV5dy >

“แสงตะคุ” “เสือมาพะเนาว์” “สุบงกช” “สำราญจะโป๊ะ” “สีผักแว่น” “เส็งกำปัง” “ใสกำปัง” “สุขกำปัง” “สว่างกำปัง” “สร้อยสูงเนิน” “สาทะเล” “สดพลกรัง” “สว่างพลกรัง” “สินปรุ” “สกุลใหม่” “ใสใหม่” “สูบโคกสูง” “สืบค้า” “โสโคกรักษ์” “สงนอก” “เสียวครบุรี “สังฆมานนท์” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“สนิทวงศ์ ณ อยุธยา” “สวัสดิกุล ณ อยุธยา” “แสงชูโต” “สุวรรณ” “สาตรพันธ์” “สารสุบรรณ” “เสถบุตร” “สุดลาภา” “สุนทรสิงห์” “สุวรรณาคร” “สุวรรณี” “สุวรรณวิเศษ” “สุภัทรพันธ์” “สุขสวัสดิ์” “สุจปลื้ม” “สุจริต” “สู้ทุกทิศ” “สถานุวัตร” “สิริสิงห์” “แสงนาค” “สมรภูมิพิชิต” “สติติรัตน์” “สีหอุไร” “สืบพงศ์พันธ์” “เสงี่ยมพงษ์” “สาครบุตร์” “สังข์ฉาย” “สิงห์คำ” “สิทธิสรวง” “แสนทรงสุรศักดิ์” “สโตล” “สินสุข” “เสนีวงศ์ ณ อยุธยา” “สุริยกุล ณ อยุธยา” “สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา” “สุวงศ์” “สุขกสิกร” “แสงต่าย” “สายศิลปี” < http://bit.ly/sDKQTK >

“สุทัศน์” “สุริยกุล” “สนิทวงศ์” “สิงหรา” “สุบรรณ” “สวัสดิกุล” “สวัสดิวัตน์” “สุประดิษฐ์” “โสณกุล” “สุริยง” “สินสุข” “สินศุข” “สังขทัต” “สหาวุธ” “สีสังข์” “สุธารส” “สายสนั่น” “สุทัศนีย์” “เสนีวงศ์” “แสง-ชูโต” “สวัสดิ์-ชูโต” “สิริสัมพันธ์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“สุยะราช” “สูงศักดิ์” < https://bit.ly/2GqwZMM >

“สาลี” < http://salee1.blogspot.com/2011_11_01_archive.html >

“สุขสวัสดิ์” < https://bit.ly/357h3Jz >

“สายเสมา” “เสมามิ่ง” < http://bit.ly/vt7gfN >

“แสนศิริพันธ์” “สารศิริวงศ์” < http://bit.ly/upUlPS >

“สุดลาภา” < http://bit.ly/uNqxqx > < http://bit.ly/vOFQbr >

“สุวรรณกฎ” “สิงหัษฐิต” “แสนทวีสุข” “สุรพัฒน์”  < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“เสนคุณ” < http://bit.ly/sepGYJ >

“สโรบล” < http://bit.ly/u9xVN4 >

“สินสุข” “สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา” < https://bit.ly/320WwVl >

“สมบัติศิริ” < http://bit.ly/sda4HM >

“เหมนิธิ” (“หวลสันเทียะ”) “หันสันเทียะ” “หลงพังเทียม” ไหลด่านจาก” “ห่วงสายออ” “หวานสูงเนิน” “เหมจันทึก” “หาญทะเล” “แหวกกระโทก” “เหิมกระโทก” “ไหมกระโทก” “หวงนกระโทก” “หลงพิมาย” “เหิมขุนทด” “หวังแอบกลาง” “เหลืองจันอัด” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“หอรัตนชัย” “หวังดี” “หุราพันธ์” “แหลมวิไล” < http://bit.ly/sDKQTK >

“หัสดินทร” < http://bit.ly/uTU1uz >

“หัวเมืองแก้ว” < http://bit.ly/upUlPS >

“หิรัญมุทราภรณ์” “หุ้นย่อง” < http://bit.ly/usBdRW >

“หงสกุล” < http://bit.ly/vltIVO >

“หวังธำรง” “หวังสถิตพร” “หวังเจริญวงศ์” “หวังไพศิฐ” “หวังโสภารักษ์” < http://bit.ly/sS6vI5 >

“เหล่าสุวรรณ” เหล่าประภัสสร” “เหล่ากาญจนคร” “เหล่ารังสีรัตน์” “เหล่าศิริพงษ์” “เหล่าทวีสุข”  < http://bit.ly/uIAeSA >

“หวังวัฒนานุกุล” “หวังพิชิต” “หวังสาธิต” “เหลืองอมรเลิศ” “เหลืองสุวรรณ” < http://bit.ly/rpkE9o >

“อินทโสพัส” “อินทะกนก” “อินทรกำแหง” “อิมโมหมื่นไวย” “แอมผักแว่น” “แอบจังหรีด” “แอบค้างพลู” “อาจสูงเนิน” “อ้นสูงเนิน” “แอบจันทึก” “อิ่มกระโทก” “อาบครบุรี” “อุตมัง” “อยู่โพธิ์” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“อาจวงษ์” “อาจแย้มสรวล” “อาคะมานนท์” “อรุณพันธ์” “อร่ามศรี” “อินทรกำแหง ณ ราชสีมา” “อารมณ์สว่าง” “อังศุมาลีกุล” “อำนาจสรการ” “อำมาตยานนท์” “อินทรพิทักษ์” “อินทรโยธิน” “อิศรเสนา ณ อยุธยา” “อิศรางกูล ณ อยุธยา” < http://bit.ly/sDKQTK >

“อิสรางกูร” “อรุณวงศ์” “อาภรณ์กุล” “อรณพ” “อุไรพงศ์” “อาภากร” “อินทรโยธิน”  “อสุนี” “อิศรเสนา” “อิศรศักดิ์” “อนุชะศักดิ์” < http://bit.ly/uTU1uz >

“อิ่นคำลือ” “อุดรพงศ์” < http://bit.ly/upUlPS >

“อิศรเสนา” < http://bit.ly/vKMQgJ >

“อินทรสูตร” “อิศรางกูล” < http://bit.ly/tDZnbb >

“อินสว่าง” < http://bit.ly/sAxgU4 >

“อินทรกำแหง” “อินทโสพัศ” “อินทนุชิต”  < http://bit.ly/rvYlbt > < http://bit.ly/vN2MwM >

“อมรดลใจ” < http://guideubon.com/news/view.php?t=14&s_id=18&d_id=18 >

“อินทรโยธิน” “อิศรเสนา ณ อยุธยา” < http://bit.ly/tdupIY >

“อนุทวงศ์” < http://bit.ly/sS6vI5 >

“เอี่ยม…” “เอี่ยว…”  “อริยะ…” “อุดม…” “อิทธิ…” “องอาจ…” < http://bit.ly/s7LyGT>

“ไฮกระโทก” < https://bit.ly/2YVRtDG >

“ฮวดเจริญ” “โฮลบรู๊ค” “ฮาร์นเสน” “ฮอร์น” < http://bit.ly/sDKQTK >

“เฮงสกุล” “เฮงตระกูลสิน”  < http://bit.ly/sS6vI5 >


หกฉากครับจารย์ | EP.111 | 14 พ.ย. 64 Full EP


ติดตาม หกฉากครับจารย์
ทุกวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00 เป็นต้นไป
=========================================
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/workpoint
Website: https://www.workpointtv.com
Instagram: https://www.instagram.com/workpoint
TikTok: https://vt.tiktok.com/ZS9GDwTY

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

หกฉากครับจารย์ | EP.111 | 14 พ.ย. 64 Full EP

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานจัดเวิร์คช็อปบังคับใช้กฎหมายภาคประมง


คณะกรรมการเฉพาะกิจแก้ปัญหาการทำประมง จัดเวิร์กช็อปเพื่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายภาคประมง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ PIPO
วันที่ 19 ก.ย.63 ที่โรงแรมซันดาเล พัทยา จ.ชลบุรี พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการทำประมง และแรงงานภาคประมง และนายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายภาคประมง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ PIPO
ตามที่คณะกรรมการนโยบายการประมงแห่งชาติได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบและติดตามการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาการทำประมง และแรงงานภาคประมง เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาการกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการประมงและกฎหมายว่าด้วยแรงงานในภาคประมงที่มีการกระทำความผิดเป็นจำนวนมากในหลายพื้นท่ีของประเทศ และที่สำคัญมีหน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลในเรื่องนี้หลายหน่วยงาน จึงได้จัดกิจกรรมในครั้งนี้ขึ้นเพื่อบูรณาการการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็วและต่อเนื่อง และสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ ได้เน้นย้ำให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้กฎหมายในภาคประมง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ PIPO หรือศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (Port in Port out Control Center) เนื่องจากเป็นกลไกในการควบคุมการออกทำประมงให้ปฏิบัติอย่างถูกต้องใน 3 ด้าน คือ เรือถูกต้อง คนถูกตอง และการทำประมงถูกต้อง ซึ่งถือเป็นบทบาทหน้าที่สำคัญในการจัดระเบียบการทำประมง
อย่างไรก็ตาม ในการสัมนาเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีผู้เข้ารับการสัมมนาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการประมง ทั้ง รอง ผบก.ภ.จว.(คุมงานสอบสวน) รวม 23 จังหวัด เจ้าหน้าที่ประสานงานความมั่นคง ศรชล. ชุดตรวจจับทางทะเล กรมประมง พนักงานเจ้าหน้าที่กรมประมงและกรมสัวสดิการแรงงานของศูนย์ PIPO รวม 30 ศูนย์ องค์กรฟรีดอมฟันจ์ (ประเทศไทย) และสื่อมวลชน เข้าร่วมงานในครั้งนี้กว่า 130 คน

พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นประธานจัดเวิร์คช็อปบังคับใช้กฎหมายภาคประมง

ผบ.ตร.แจงคำสั่งเด้ง “จารุวัฒน์” ช่วยราชการศปก.ตร.


ผบ.ตร.แจงคำสั่งเด้ง “จารุวัฒน์” ช่วยราชการศปก.ตร.
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีที่มีคำสั่งให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไวศยะ รองผบช.น. เข้ามาปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) และวันถัดมา ก็มีคำสั่งให้กลับไปดำรงตำแหน่งเดิม ว่า ที่ตนมีคำสั่งให้ พล.ต.ต.จารุวัฒน์ มาช่วยราชการที่ศปก.ตร. ก็เพื่อมาให้ทำฐานข้อมูลการค้ามนุษย์ ซึ่งพล.ต.ต.จารุวัฒน์ ไปประชุมกับชุดทำงานที่ต่างประเทศมา ไม่ได้มีอะไรแอบแฝงเลย คนเข้าใจกันผิดเอง โดยตนจะให้มาช่วยงาน 23 อาทิตย์ ในเรื่องของข้อมูลขบวนการค้ามนุษย์ทั้งหมด ซึ่งจะนำข้อมูลมาสนธิกับของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อจัดให้เป็นระบบฐานข้อมูลปัจจุบัน ตนไม่เข้าใจว่า ข่าวออกมาได้อย่างไรว่า ไปนู่นไปนี่

“ช่วงนี้มีงานที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เยอะ งานพระราชพิธีพระศพสมเด็จพระสังฆราช และต่อเนื่องมางานคริสต์มาส งานปีใหม่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท. ผบช.น. เลยขอตัวกลับไปเท่านั้นเองไม่มีอะไร โดยมีการพูดคุยในเรื่องฐานข้อมูลการค้ามนุษย์ก็ไม่มีอะไร เพราะข้อมูลคล้ายกัน” ผบ.ตร. กล่าว
ถ้าชอบกด Like ถ้าอยากติดตามกด subscribe ด้วยนะครับ

ผบ.ตร.แจงคำสั่งเด้ง “จารุวัฒน์” ช่วยราชการศปก.ตร.

\”ผบ.ตร.” ตรวจเยี่ยม-วางแนวทางป้องกัน ‘ต่างด้าว’ ลักลอบเข้าเมือง หวั่นนำโควิดสายพันธุ์ใหม่แพร่ระบาด


วันที่ 19 พฤษภาคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.), พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.), พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบช.ภ.7), พล.ต.ต.ณัฐ สิงห์อุดม รองผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (รอง ผบช.ตชด.) และคณะฯ นั่งเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจพื้นที่ตามแนวตะเข็บชายแดนรอยต่อประเทศเมียนมาร์ เพื่อรับฟังปัญหา พร้อมวางมาตรการคุมเข้มการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศ
พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการเดินทางมาตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังใจผู้ใต้บังคับบัญชา และตรวจภูมิประเทศที่เป็นเส้นทางสำคัญในการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เช่น แนวด่านสิงขร อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นแนวชายแดนทะเล และ อ.สังขละ, อ.ทองผาภูมิ, อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นป่า มีชายแดนติดต่อกับสาธารณรัฐแห่งสภาพเมียนมา ยาวกว่าหลายร้อยกิโลเมตร ง่ายต่อการลักลอบเข้าประเทศ โดยเฉพาะการเดินเท้าผ่านทางช่องทางธรรมชาติ ยากต่อการที่หน่วยงานความมั่นคงจะลาดตระเวนได้ทั่วถึง
นับจากการระบาดโควิดระลอก 2 ที่พบว่า มาจากแรงงานพม่าลักลอบเข้าเมือง ตร. ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานสืบสวนปราบปรามเครือข่ายการกระทำความผิดเกี่ยกับคนต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมือง โดยมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.มค.) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีการทำงานใน 2 มิติควบคู่กันไป
มิติที่หนึ่ง คือ การสะกัดกั้น โดยจะทำงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง ทั้งฝ่ายทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตำรวจพื้นที ตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายปกครอง มีการตั้งจุดตรวจพื้นที่แนวชายแดนทั่วประเทศ กว่า 300 จุด ,จุดตรวจสกัดกั้นพื้นที่ตอนใน 592 จุด และชุดเคลื่อนที่เร็ว 1,769 ชุด ทำหน้าที่ลาดตระเวน สกัดต่างด้าวที่หลบจุดตรวจ
อีกมิติ คือ การสืบสวนขยายผลกระบวนการลักลอบขนแรงงาน ซึ่งตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองแล้ว 9,233 ราย, นำหรือพาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 206 ราย, ช่วยเหลือหรือซ่อนเร้น 166 ราย, นายจ้างกระทำความผิด 15 ราย และ จับกุมเครือข่ายขนแรงงานต่างด้าวที่สำคัญ 13 เครือข่าย เช่น เครือข่ายเจ๊เพชร สมุทรสาคร, เครือข่ายเจ๊ดา ดอนเมือง, เครือข่ายกะพ้อยะหริ่ง เป็นต้น
ส่วนกรณีที่ตกเป็นข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมี พล.ต.อ.จารุวัฒน์ ไวศยะ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. เป็นประธาน และมี พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ซึ่งรับผิดชอบงานความมั่นคงเป็นผู้กำกับ ดูแล ในภาพรวม ผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังนี้ (1.) ข้าราชการตำรวจ จำนวน 29 นาย ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรงไปแล้ว (อยู่ระหว่างการสอบสวน) จำนวน 4 นาย ถูกตั้งกรรมการสืบสวน (อยู่ระหว่างการสืบสวน) จำนวน 18 นาย อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ตร. เพื่อส่งเรื่องให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัย จำนวน 7 นาย, (2.) ข้าราชการฝ่ายอื่นจำนวน 5 นาย อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้ผู้บังคับบัญชาต้นสังกัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง แม้กลุ่มนายหน้าจะมีความพยายามลักลอบขนแรงงานเข้ามา ด้วยปัจจัยที่ดึงดูดหลายประการ ทั้งเรื่องค่าแรงที่สูงกว่า และสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศเพื่อนบ้าน เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกหน่วยก็ยังคงเร่งปราบปรามอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ได้กำชับเพิ่มความเข้มในการหาข่าวจากภาคประชาชน วางแผนสกัดกั้นร่วมกัน และแลกเปลี่ยนข้อมูลกับฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่
ส่วนพื้นที่ตอนใน โดยเฉพาะจังหวัดที่เป็นพื้นที่เศรษฐกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งมีความต้องการแรงงานต่างด้าวจำนวนมาก ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2563 ให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติที่เข้าเมืองมาโดยผิดกฎหมายมาขึ้นทะเบียนทำงานอย่างถูกต้อง ตั้งแต่ 15 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2564 หากต่างด้าวยังไม่มาขึ้นทะเบียนจะถือว่า อยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้มีการบูรณาการร่วมกันระหว่าง กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย ตำรวจพื้นที่ และตรวจคนเข้าเมือง กวดขันจับกุม และป้องกันผู้ที่ลักลอบเข้ามาใหม่ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์ โดยหากมีการจับกุมจะทำการขยายผลถึงกระบวนการนำพาทุกราย
นอกจากนี้ ได้เดินทางมาตรวจดูความพร้อมของ กองร้อย ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) 136 อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่จัดทำโครงการ Organiational Quarantine (OQ) ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2564 อนุมัติงบประมาณประจำปี 2564 ใช้กองร้อย ตชด. จัดทำ OQ จำนวน 14 แห่ง ในพื้นที่ 10 จังหวัด ทั่วประเทศ ได้แก่ จันทบุรี สระแก้ว หนองคาย เชียงราย ตาก กาญนบุรี ราชบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และ สงขลา เพื่อใช้เป็นสถานที่กักกันแรงงานต่างด้าวและผู้ที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตามมาตรการทางสาธารณสุข ก่อนผลักดันออกนอกประเทศ หรือกักตัวระหว่างรอพิจารณาคดี ซึ่งพบว่ามีความพร้อมใช้งานได้ดี
พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวย้ำว่า ปัญหาเรื่องการลักลอบเข้าเมืองนั้นอาจนำเชื้อโควิด สายพันธุ์อินเดีย ซึ่งแพร่มาจากประเทศที่มีรอยต่อกับเพื่อนบ้านของเรา คือ เมียนมา ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงท่านมีความห่วงใยในเรื่องนี้ จึงขอให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเข้มแข็งทำงานบูรณาการร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่อง

\

สวัสดี วันเปิดเทอม ความทรงจำ แด่พี่เตี้ย มช.


ความคืบหน้า ล่าสุด 10/7/63
พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
และพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มอบหมาย พล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
มาประชุมกับผู้กำกับภูพิงค์ เพื่อติดตามสอบถามเรื่องข้อร้องขอจาก WDT
ที่ได้แจ้งข้อมูล และข้อร้องขอถึง ตร.และ ภูพิงค์ไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
โดยมีพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี พ.ต.ต. ประสงค์ นาฝั้น รับมอบไว้
เพืรอนำเสนอต่อ ผช.ผบตร.
ช่วงเช้า ผช.ผบตร.จะมาประชุมคดีค้ามนุษย์ที่แม่แตงก่อนครับ
ประมาณบ่ายสองถึงจะไปคุยกับผู้กำกับที่ภูพิงค์
ก็ไปคุยเรื่องคดีของเรานี่แหละ ว่า ภูพิงค์ได้ทำอะไร ยังไง ตามที่ WDT แจ้งข้อร้องขอหรือยัง
ประชาชนคนรักและห่วงใยพี่เตี้ย และหวังถึงการดำเนินการที่โปร่งใส ชัดเจน
สามารถไปรอรับ และ สอบถามข้อข้องใจกับท่านและภูพิงค์ได้เลยครับ
❤️ ฝากกดติดตาม กดไลท์ กดแชร์ เป็นกำลังใจ ให้กับพวกเราทางช่อง Youtube : 👇👇👇
https://www.youtube.com/channel/UC91U1YR8q02pxle8oox12BQ
Line id. :
https://line.me/ti/p/Gt7Ul2e_iw
page : ออมสิน หรรษา กับจอมชนทั้ง 7

สวัสดี วันเปิดเทอม ความทรงจำ แด่พี่เตี้ย มช.

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ จารุ วั ฒ น์ ไว ศ ยะ

Leave a Comment