[Update] “พีระพงศ์ จรูญเอก” บิ๊กบอสออริจิ้นแชร์มุมมอง “New Normal” อสังหาฯ หลังการระบาด COVID-19 | พีระพงศ์ จรูญเอก – POLLICELEE

พีระพงศ์ จรูญเอก: คุณกำลังดูกระทู้


    การระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 กลายเป็นปฏิกิริยา กระบวนการ Digital transformation เข้ามาเร็วมากขึ้น นำไปสู่พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของผู้บริโภค 
    สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ก็เจอกับกระแสความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วมากขึ้น ดังนั้น การปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยมีการประเมินว่า ตลาดอสังหาฯ ไทยปีนี้ แนวโน้มอาจไม่สดใสอย่างที่คาดการณ์ไว้ เนื่องด้วยหลายปัจจัยที่กระทบต่อเนื่องจากปี 2562 ตั้งแต่ภาวะเศรษฐกิจซบเซา สงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ค่าเงินบาทแข็ง มาตรการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หนี้ครัวเรือนพุ่งสูง ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อทั้งจากคนไทยและชาวต่างชาติ และในปีนี้ยังพบกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (Covid-19) ที่ฉุดกำลังซื้อและยอดโอนจากลูกค้าชาวจีนไปเกินครึ่งตลาด
    และด้วยปัจจัยลบต่างๆ ทำให้ราคาอสังหาฯ ในปี 2563 ไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้มากนัก เนื่องจากปัญหาซัพพลายที่มีอยู่จำนวนมากและภาวะเศรษฐกิจที่ลดลงอย่างรุนแรง 
    ล่าสุด “พีระพงศ์ จรูญเอก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้ออกบทวิเคราะห์ “New Normal” อสังหาฯ หลัง COVID-19
    ในมุมมองของ ‘พีระพงศ์’ ระบุว่า COVID-19 กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนทั่วโลก และส่งผลกระทบไปยังทุกกลุ่มธุรกิจ ทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่อาจจะต้องเผชิญกับ “ความปกติแบบใหม่” หรือ “New Normal” จากความเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค
    “กระแสความปั่นป่วน (Disruption) ที่เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ จากสถานการณ์ COVID-19 จะส่งผลให้เกิด New Normal ต่อวงการอสังหาฯ ในอนาคตอย่างแน่นอน สิ่งที่สำคัญคือการ “เตรียมรับมือ” ของผู้ประกอบการทั้งในวันนี้และในอนาคต ตั้งแต่ด้านการพัฒนาสินค้า การตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนวิธีคิด หรือ Mindset และกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ”     
    ก่อนจะเจาะถึงสถานการณ์ New Normal ของวงการอสังหาฯ พีระพงศ์ฉายภาพสถานการณ์ระยะสั้นก่อนว่า ภาพรวม “ดีมานด์” ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 มีแนวโน้มปรับตัวลดลง 15-30% ขึ้นอยู่กับว่า COVID-19 จะจบช้าหรือเร็วแค่ไหน หากไม่ทำอะไรเลย หรือใช้เพียงวิธีการเดิมๆ ที่เคยทำมา เช่น โปรโมตโครงการผ่านสื่อกลุ่ม Out of Home ผู้ประกอบการก็มีโอกาสจะโดน “ดิสรัป” ไปพร้อมตลาดที่ดีมานด์หดตัว 15-30%
สร้างพนักงานให้เป็น Micro-Influencer 
    นอกจากจะมีมาตรการช่วยเหลือลูกบ้าน มาตรการช่วยเหลือพนักงาน และมาตรการคุมเข้มเรื่อง COVID-19 แล้ว อีกสิ่งที่ออริจิ้นทำทันที คือการให้พนักงานทุกคนก้าวมาเป็น Micro-Influencer ภายใต้โปรเจ็กต์ “Everyone can sell” เนื่องจากมองว่าพนักงานแต่ละคนต่างรู้จักกลุ่มเป้าหมาย รู้จักจุดแข็ง-จุดอ่อนของตัวเองดี เมื่อแต่ละคนมีช่องทางในการสื่อสาร เช่น Youtube Channel เป็นของตัวเอง ก็จะมีทั้งกลุ่มเป้าหมายและวิธีในการเล่าเกี่ยวกับสินค้าแตกต่างกันออกไป ทีมสถาปนิกมีวิธีเล่าแบบหนึ่ง ทีมกราฟฟิกดีไซเนอร์ก็มีวิธีเล่าอีกแบบหนึ่ง ผลลัพธ์ที่ออกมาคือ ในช่วงไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ออริจิ้นมียอดขายภายใต้โปรเจ็กต์ดังกล่าวถึงกว่า 500 ล้านบาท
ซื้อขายบ้านยุคใหม่ ไม่ต้องชมห้องตัวอย่าง
    สำหรับ New Normal เรื่องแรกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ ระยะยาว คือพฤติกรรมการซื้ออสังหาฯ ของผู้บริโภค พีระพงศ์ประเมินว่า Work From Home กลายเป็นตัวเร่งให้อสังหาริมทรัพย์คล้ายคลึงกับสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไปมากขึ้น ผู้บริโภคจะ “เริ่มยอมรับได้” กับการซื้อบ้านหรือคอนโดฯ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ โดยไม่ต้องเห็นห้องตัวอย่างจริงจากโครงการ คลิปวิดีโอรีวิวจะมีความสำคัญมากขึ้น ผู้บริโภคจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการเปรียบเทียบแต่ละโครงการ แทนการตระเวนสำรวจทีละ 5-10 โครงการด้วยตัวเอง
    “ในจีนเองตอนนี้มีแพลตฟอร์มเอเยนซีขายอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ชื่อเหย่าลู่ บนแพลตฟอร์มดังกล่าวมีทีมขายอสังหาฯ ทั้งสิ้นเพียง 25 คน แต่สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 1 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยกว่า 40% ของผู้ซื้อ สามารถตัดสินใจซื้อโดยไม่ต้องไปเยี่ยมชมโครงการ ในไทยเองต่อไปเราอาจจะได้เห็นผู้ประกอบการหันมาแข่งกันขายคอนโดฯ ผ่านออนไลน์ อาจจะมีไลฟ์ขายของพร้อมโปรโมชั่นแบบจำกัดช่วงเวลา เพื่อกระตุ้นยอดขายให้เกิดเร็วขึ้น”
    ทั้งนี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้เอง ก็เดินหน้าในการขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น อาทิ การเปิด Official Store บนแพลตฟอร์ม Shopee และ Lazada พร้อมทั้งจัดโปรโมชั่นคอนโดฯ พร้อมอยู่ จอง 1,999 บาท และผ่อนเริ่มต้นล้านละ 999 บาทต่อเดือน ล่าสุดได้จัดทำ [email protected]ภายใต้ชื่อ @Origin Property และ @PARK LUXURY ให้ผู้บริโภคสามารถติดต่อขอข้อมูล จอง ซื้อ ไปจนถึงโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ได้อีกด้วย
พักไกลที่ทำงานมากขึ้น เพื่อห้องใหญ่ขึ้น
    ขณะที่ New Normal เรื่องที่สอง เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการเลือกที่อยู่อาศัย พีระพงศ์ขยายความว่า เมื่อสังคมรับได้กับการ Work From Home มากขึ้น ความจำเป็นในการอยู่อาศัยในเขตเมืองอาจลดลง ที่พักอาศัยจำเป็นต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอ เพื่อให้คนใช้ชีวิตทั้งวันต่อเนื่องได้โดย “ไม่เบื่อ” ส่วนต่อขยายใหม่ๆ ของรถไฟฟ้าสายต่างๆ และการ Work From Home จะส่งผลให้คนกล้าตัดสินใจซื้อบ้านในสถานีที่ไกลจากที่ทำงานมากขึ้น เพื่อให้ได้ห้องพักขนาดใหญ่ขึ้น ภายใต้งบประมาณเดิม บ้านจัดสรรอาจยังไม่ได้รับผลกระทบเรื่องขนาดมากนัก แต่เชื่อว่าคอนโดมิเนียมขนาด 1 ห้องนอนในสถานีส่วนต่อขยาย อาจต้องมีขนาดประมาณ 35 ตร.ม.ขึ้นไป เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ใหม่ของผู้บริโภค
    ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักจะต้องมีความยืดหยุ่น (Flexibility) มากขึ้น และมี “WFH Function” ครบถ้วน เพราะภายในห้องอาจกลายเป็นทั้งพื้นที่สำหรับกิน นอน ทำงาน และออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเตียงหรือระเบียง อาจต้องมีฟังก์ชันใช้สอยที่มากกว่าเดิม โดยที่ผ่านมาออริจิ้น ในฐานะหนึ่งในผู้นำด้านการออกแบบพื้นที่ภายในห้องพัก (Unit Space Design) ก็พยายามออกแบบพื้นที่ห้องให้คนสามารถอยู่อาศัยได้กับฟังก์ชันที่ยืดหยุ่น เช่น การออกแบบห้องสไตล์ลอฟต์ ที่มีเพดานสูง 4.2-4.5 เมตร ทำให้ห้องดูกว้างขวางและปรับเปลี่ยนฟังก์ชันใช้สอยได้มากขึ้น
สู่ยุค Touchless, Wellness และ Individual Society
    โจทย์ใหญ่อีกเรื่องของผู้ประกอบการ คือเรื่อง “การเติมเต็มชีวิต” หรือ “Life Fulfillment” ในยุคที่เกิด New Normal เรื่องที่สาม คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบเป็นปัจเจก พีระพงศ์เล่าว่า สังคมจะกลายเป็น “Individual Society” ทุกคนยังคงต้องการใช้พื้นที่ส่วนกลาง ขณะเดียวกันผู้คนจะหวงแหนความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ใส่ใจเรื่องความปลอดภัยของสุขภาพมากขึ้น หน้าที่ของผู้ประกอบการจึงเป็นการสร้างพื้นที่ส่วนกลางที่เติมเต็มชีวิตในรูปแบบนั้นได้ เช่น การออกแบบ Co-separate space ให้คนไว้นั่งแยกกันในพื้นที่ส่วนกลางเดียวกัน เป็นพื้นที่ใหม่แทนหรือเพิ่มเติมจาก Co-working space การนำเทคโนโลยีมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบไร้สัมผัส หรือ Touchless เช่น ระบบสแกนจากการจดจำใบหน้า (Face Recognition) หรือระบบการสั่งการด้วยเสียง (Voice Command) สำหรับใช้ในพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ลิฟต์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยด้านสุขภาพในการใช้งาน
    “เรื่องความมีสุขภาพดี หรือ Wellness จะกลายเป็นอีกเรื่องที่สำคัญมากในที่อยู่อาศัย เดิมทีเรามีบริการมาตรฐานระดับโรงแรม หรือ Hotel Service เข้าไปให้บริการผู้บริโภคอยู่แล้ว ต่อไปเราจะต่อยอดไปด้วย Medical Service เข้าไปอำนวยความสะดวกภายในที่พักอาศัยเพื่อตอบโจทย์เรื่อง Wellness ให้ผู้บริโภคด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตร และคาดว่าจะเปิดเผยข้อมูลได้เร็วๆ นี้”
แตกไลน์ธุรกิจ ขับเคลื่อนความเป็น Disruptor
    ไม่เพียงแต่โครงการที่อยู่อาศัย พีระพงศ์มองว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ ก็ยังสามารถลุยต่อได้ เช่น ธุรกิจโรงแรม สำหรับโรงแรมในเครือของออริจิ้นเอง เป็นโรงแรมเพื่อการเข้าพักเชิงธุรกิจ (Business Purpose) ผู้เข้าพักส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าพักระยะยาว (Long-stay) จึงไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 มากนัก อย่างไรก็ดี ภาพรวมธุรกิจโรงแรมจะกลับมาฟื้นตัวได้หลังสถานการณ์จบแน่นอน เนื่องจากผู้คนยังคงต้องการท่องเที่ยว ดีมานด์ที่ถูกอั้นไว้ในช่วงนี้จะระเบิดออกมาหลังสถานการณ์คลี่คลาย
    ทั้งนี้ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ ยังได้ทยอยเพิ่มบริการใหม่ๆ ตลอดจนธุรกิจใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคด้วย เช่น มีบริการรับฉีดฆ่าเชื้อ COVID-19 ให้กับโครงการที่ออริจิ้นดูแลอยู่เอง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ลูกบ้าน ขณะเดียวกัน กำลังอยู่ระหว่างพัฒนาธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้ชีวิตของลูกบ้านออริจิ้นกว่า 2 หมื่นครอบครัวในขณะนี้
    “ในระหว่างวิกฤติ เราต้องเป็น Disruptor คิดว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วลุกขึ้นมาทำ ขึ้นมาเปลี่ยนแปลงทันที ปรับตัว ปรับสภาพแวดล้อมให้เข้ากับการดำเนินธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ออริจิ้นเราโชคดีที่วัฒนธรรมองค์กรเราแข็งแกร่ง พนักงานของเรามี Disruptor Mindset จึงทำให้ยังมีไอเดียใหม่ๆ ออกมาอย่างสม่ำเสมอ และพอจะเปลี่ยนแปลงอะไร ก็ทำได้อย่างรวดเร็ว เราจะใช้ความเป็น Disruptor ของทีมงานทุกคน ขับเคลื่อนองค์กร สร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ ตอบโจทย์ New Normal ของผู้บริโภคต่อไป” พีระพงศ์ทิ้งท้าย.

“กระแสความปั่นป่วน (Disruption) ที่เกิดขึ้นรวดเร็วกว่าปกติ จากสถานการณ์ COVID-19 จะส่งผลให้เกิด New Normal ต่อวงการอสังหาฯ ในอนาคตอย่างแน่นอน สิ่งที่สำคัญคือการ “เตรียมรับมือ” ของผู้ประกอบการทั้งในวันนี้และในอนาคต ตั้งแต่ด้านการพัฒนาสินค้า การตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภค ตลอดจนวิธีคิด หรือ Mindset และกระบวนการในการดำเนินธุรกิจ”     

Table of Contents

[NEW] พีระพงศ์ จรูญเอก ทศวรรษ “ออริจิ้นฯ” จัมพ์เอาท์เจ้าโปรเจกต์ | พีระพงศ์ จรูญเอก – POLLICELEE

จากพนักงานออฟฟิศธรรมดาๆ

ที่ไม่ได้มาจากทายาทตระกูลดัง

แต่ด้วยเลือดนักสู้ทำให้ พีระพงศ์ จรูญเอก

ก้าวจากประสบการณ์เด็กวิ่งส่ง

อาหารในแดนจิงโจ้

ผงาดขึ้นสู่การเป็นนักธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เลือดใหม่

กลายเป็นบริษัทมหาชนที่มียอดขายเกือบ

3

หมื่นล้านบาท

นัดสัมภาษณ์ พีระพงศ์ จรูญเอก ซีอีโอ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) วัย 43 ปีในออฟฟิศ ออริจิ้นฯ ที่ภิรัชทาวเวอร์ แอท ไบเทค บางนา สัมผัสแรกที่ก้าวสู่พื้นที่สำนักงานแห่งนี้ รับรู้ได้ถึงความมีชีวิตชีวาและกลิ่นอายความแอ็กทีฟของคนรุ่นใหม่ ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะพนักงานที่นี่อายุเฉลี่ย 28 ปีเท่านั้น

“ผมเริ่มทำงานตอนอายุ 21 หลังจบวิศวกรรมโยธาจากมข. (ม.ขอนแก่น) เรียนเร็วจบ 3 ปีครึ่ง ตอนนั้นวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 แต่โชคดีได้งานเป็นวิศวกรคุมงานก่อสร้างในบริษัทรับเหมาแห่งหนึ่ง ทำอยู่ 5 ปี” พีระพงศ์ปูพื้นความเป็นมาบนเส้นทางธุรกิจ

ครอบครัวของเขามีร้านชำเล็กๆ ในชุมชนที่มีทุนแค่พอส่งให้เรียนระดับปริญญาตรี หลังจากนั้นพีระพงศ์ก็สร้างโอกาสให้ตัวเองด้วยงานในสายก่อสร้าง เขาก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจากวิศวกรคุมงานก่อสร้างขึ้นมาเป็นผู้จัดการโครงการดูแลงานก่อสร้างอาคารมูลค่า 300-400 ล้านบาทภายในเวลา 2-3 ปี ไต่เต้าเร็วกว่าคนอื่นที่อาจต้องใช้เวลา 7-8 ปี จนกระทั่งเกิดจุดเปลี่ยนในชีวิต

“มันเป็นช่วงชีวิตตอนอายุ 26 ผมไม่เคยคิดจะไปเรียนเมืองนอก แต่ตอนนั้นแฟนได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการเงินที่ออสเตรเลีย ทำให้ผมตัดสินใจแต่งงานและบินไปออสเตรเลียพร้อมกับแฟนเพื่อหาโอกาสเรียนต่อโดยขอยืมเงินจากคุณอา 2 แสนบาทเป็นทุน” พีระพงศ์ย้อนอดีต

ชีวิตในต่างแดนของคนที่ไม่มีทุนสนับสนุน ทำให้พีระพงศ์ต้องต่อสู้ดิ้นรน ทั้งการเรียนและการทำงานที่เขาบอกว่า หนักที่สุดในชีวิต เพราะเงิน 2 แสนบาทที่ขอยืมมา ช่วยได้แค่ค่าเรียนภาษา

เขาต้องทำงานในร้านอาหารตำแหน่งต่ำสุดคือ runner หรือเด็กวิ่งส่งอาหารจากชั้น 1 ขึ้น–ลงชั้น 3 ได้ค่าจ้างชั่วโมงละ 10 เหรียญออสเตรเลีย ทำวันละ 8 ชั่วโมงทุกวันตลอดปีครึ่ง และเรียนไปด้วย แต่สุดท้ายก็ได้ปริญญาโทวิศวกรรมก่อสร้างจากออสเตรเลีย (Master Degree of Engineering, University of New South Wales) กลับมาพร้อมเงิน 2 แสนบาทมาใช้หนี้

หลังจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมก่อสร้าง พีระพงศ์เริ่มกลับมาทำงานบริษัทอีกครั้ง ในฐานะวิศวกรที่ปรึกษา (Consulting Engineer) จากนั้นไม่นานก็มาถึงจุดเปลี่ยน ซึ่งเขาเล่าว่า “เพราะความซนและอยากมีอสังหาฯ เป็นของตัวเอง ผมได้ไปวางมัดจำที่ดินแปลงหนึ่งแถวนอร์ธปาร์คเนื้อที่ 150 ตารางวา ตอนนั้นราคา 6 ล้านบาท มัดจำไป 6 แสนบาท คิดจะทำอะพาร์ตเมนต์” ซึ่งต่อมาต้องกู้ยืมธนาคารและญาติเพิ่มเพื่อทำให้โครงการได้ก่อสร้าง

ด้วยค่าเช่าเดือนละ 4-5 พันบาทต่อห้องของโครงการทำให้รายได้ยังไม่พอผ่อนแบงก์ เขาจึงศึกษาตลาดหาข้อมูลจนพบว่า “เซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์” ในย่านนอร์ธปาร์คยังไม่มี จึงปรับปรุงห้องและเพิ่มบริการแบบโรงแรมเข้าไป และเปิดให้จองห้องผ่านอาโกด้า ทำให้ปรับค่าเช่าเป็นห้องละ 1 หมื่นบาท/เดือนได้ ทั้งต้องประหยัดค่าใช้จ่ายกระทั่งบางครั้งต้องไปช่วยปูเตียงเอง จากโครงการที่ขาดทุนจึงเริ่มมีกำไร

 

จุดเริ่มต้น

ซีอีโอ

บริหารบ้านจัดสรร

พีระพงศ์มาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อสมัครเป็นซีอีโอ บริษัท อีสเทิร์น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในวัยเพียง 28 ปี ช่วงแรกพีระพงศ์ไม่ได้รับความไว้วางใจนักเพราะอายุยังน้อย แต่หลังจากเข้ามาบริหารโครงการทาวน์เฮ้าส์ซึ่งเดิมขายได้ช้ามาก 3 ไตรมาสขายได้ 1 หลัง เขาเข้ามาและเจาะตลาดใหม่ เน้นนักลงทุนซื้อไปปล่อยเช่า ทำให้ขายดี เพียงเดือนเดียวขายได้ถึง 30 หลัง

หลังจากเป็นซีอีโอรับจ้างอยู่ 5 ปี พีระพงศ์นำทุนเริ่มต้นที่มาจากเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ที่นอร์ธปาร์คซึ่งมีรายได้ดีขึ้น เขาทำแผนไปขอรีไฟแนนซ์ ได้เงินส่วนเกิน 10 ล้านบาท จึงนำไปวางมัดจำที่ดินแปลงแรก เนื้อที่ 360 ตารางวาในซอยสุขุมวิท 109 ใกล้สถานีรถไฟฟ้าแบริ่งนำมาพัฒนาคอนโดฯ

คอนโดฯ โครงการแรก “เซ้นส์ ออฟ ลอนดอน” เริ่มต้นในปี 2553 ขายหมดภายใน 4 เดือน เมื่อคอนโดฯ แรกขายดี หลังที่สอง “เคนซิงตัน” ก็ตามมา และขายหมดใน 4 เดือนเช่นกัน

สาเหตุที่ขายดีเพราะตอนนั้นออริจิ้นฯ เป็นรายแรกๆ ที่พัฒนาคอนโดฯ ตลาดระดับกลางในทำเลย่านบางนา–แบริ่ง ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ยังไม่เข้ามา ออริจิ้นฯ แทรกช่องว่างของตลาดด้วยการเจาะกลุ่ม Affordable Premium ราคาไม่แพง (1.4 ล้านบาท) ซึ่งเขาได้ไอเดียมาจากธุรกิจสายการบินซึ่งมีชั้น Premium Economy

เพียงปีแรกออริจิ้นฯ พัฒนาคอนโดฯ ออกขาย 4 โครงการ รวมมูลค่า 2 พันล้านบาท เมื่อโอนหมดก็จะได้กำไรราว 500 ล้านบาท เขาเริ่มคิดว่าน่าจะพอแล้ว เพราะกำไร 500 ล้านน่าจะอยู่ได้สบายไปถึงรุ่นลูก

“ผมเริ่มคิดว่าจะหยุดหรือไปต่อดี เพราะเงินขนาดนี้สำหรับเรามันมากพอที่จะอยู่ได้อย่างสบายๆ ตอนนั้นเลยหยุดและไปเที่ยวต่างประเทศ…แต่ผ่านไปเดือนเดียวแทบขาดใจ” พีระพงศ์ค้นพบว่าการไม่ทำงานทำให้ชีวิตดูล่องลอยไร้หลัก ในที่สุดเขาก็กลับมาลุยงานต่อ

 

นำร่องเจาะตลาด

นักลงทุน

ก้าวสู่ปีที่ 2 ออริจิ้นฯ ทำอีก 6 โครงการมูลค่ารวม 4 พันล้านบาทในปี 2554 ขณะนั้น เกิดน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ โซนเหนือ แต่กลายเป็นผลบวกกับออริจิ้นฯ ที่ทำคอนโดฯ อยู่ในโซนทิศใต้ซึ่งน้ำไม่ท่วม ทำให้ขายดีเป็น 2 เท่า เขาเริ่มขยายไปสถานีใกล้เคียง เช่น ปุณณวิถี และสมุทรปราการ

ช่วงนี้เองที่เป็นฐานสำคัญในการเติบโตของออริจิ้นฯ เพราะสามารถขายโครงการได้ดีไม่เฉพาะในประเทศ แต่ยังเดินสายออกไปขายที่ญี่ปุ่นถึง 14 ครั้ง

ธุรกิจเติบโตมาได้ต่อเนื่อง พีระพงศ์จึงเริ่มมองเรื่องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อระดมทุน ในที่สุดออริจิ้นฯ เปิดขายหุ้นไอพีโอเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2558 แม้ราคาที่เปิดขายวันแรกจะต่ำกว่าราคาจอง แต่หลังจากเข้าตลาดฯ แล้ว ออริจิ้นฯ ก็ขยายการลงทุนต่อเนื่อง จากสินทรัพย์ 3 พันล้านบาท กำไรสุทธิ 380 ล้านบาท มาร์เก็ตแคป 5 พันล้านบาท ผ่านมา 3 ปีครึ่งธุรกิจเติบโต 10 เท่า สินทรัพย์เพิ่มเป็นเกือบ 3 หมื่นล้านบาท กำไรสุทธิ 3.3 พันล้านบาท และมาร์เก็ตแคป 2 หมื่นล้านบาท มีสินทรัพย์และยอดขายมากเป็นอันดับ 7 ของบริษัทพัฒนาอสังหาฯ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ

 

สยายปีกโรงแรมจ่อขึ้นท็อป

ในปี 2560 มีจุดเปลี่ยนสำคัญ 2 เรื่องในการสร้างความเติบโตของออริจิ้นฯ จุดเปลี่ยนแรกคือการเจาะตลาดลักชัวรีด้วยการเข้าเทกโอเวอร์ บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ จำกัด ทำให้ได้กำเนิดแบรนด์ “พาร์ค ออริจิ้น” ก้าวเข้าสู่ตลาดคอนโดฯ ลักชัวรี

อีกจุดเปลี่ยนคือการร่วมทุนญี่ปุ่น และกระจายความเสี่ยงธุรกิจด้วยการลงทุนพัฒนาโรงแรมควบคู่ หลังจากที่ได้ กลุ่มโนมูระ (Nomura Real Estate Development) จากญี่ปุ่นเข้ามาเป็นผู้ร่วมทุนทั้งพัฒนาคอนโดมิเนียมและโรงแรม

โดยโรงแรมทั้งที่ลงทุนร่วมกับญี่ปุ่นและที่ลงทุนเองจะส่งให้อีก 2 ปีข้างหน้า ออริจิ้นฯ จะมีโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ ชลบุรี และระยอง รวม 10 แห่ง มีห้องพักทั้งสิ้น 3 พันห้อง ขึ้นเป็นท็อป 5 ธุรกิจโรงแรมในไทยรองจาก ทีซีซี, เอราวัณ, เซ็นทารา และ ไมเนอร์ กรุ๊ป

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Forbes Thailand Magazine (@forbesthailand) on Jun 20, 2019 at 7:33am PDT

เรื่อง: อรวรรณ หอยจันทร์
ภาพ: กิตติเดช เจริญพร, บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้

 

คลิกอ่านบทความฉบับเต็มของ “พีระพงศ์ จรูญเอก ทศวรรษ “ออริจิ้นฯ” จัมพ์เอาท์เจ้าโปรเจกต์” ในนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มิถุนายน 2562 ในรูปแบบ e-magazine


พีระพงศ์ จรูญเอก


นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

พีระพงศ์ จรูญเอก

EP.44 | 9 หุ้นปันผลสูง กลุ่มพัฒนาอสังหาฯ แนะนำถือยาว #หุ้นแนะนำ #PalmBR


EP.44 | 9 หุ้นจปันผลสูง กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ฯ แนะนำถือยาว หุ้น
(ข้อมูล ณ วันที่ 22 ตุลาคม 2564)
00:00 | บทนำ
00:49 | บริษัท แลนด์แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
02:53 | บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
04:32 | บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
06:07 | บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)
07:26 | บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
09:12 | บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
10:43 | บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)
12:19 | บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
13:59 | บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
15:53 | สรุปข้อมูลบริษัทฯ 9 หุ้นปันผลสูง
\”การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน\”
หุ้นพื้นฐานดี หุ้นเก็งกำไร หุ้นปันผลสูง PalmBR

EP.44 | 9 หุ้นปันผลสูง กลุ่มพัฒนาอสังหาฯ แนะนำถือยาว #หุ้นแนะนำ #PalmBR

\”พีระพงศ์ \” เอกชนแข็งแรง เเต่ภาคการเมืองกลับตัวฉุดรั้ง | วัคซีนโควิด ฟื้นเศรษฐกิจไทย


\”พีระพงศ์ \” เอกชนแข็งแรง เเต่ภาคการเมืองกลับตัวฉุดรั้ง
Pain point บ.Thailand คือ
“ไอเดียดี แต่ ปฎิบัติไม่ได้”
เอกชนแข็งแรงมาก สร้างไทยเติบโตโตได้ ภาคการเมืองกลับตัวฉุดรั้ง
หลายอย่างเราตามไม่ทัน กฏหมายไม่ได้ถูกแก้
“เลือกตั้งใหม่ยังนึกไม่ออกว่าจะดีได้อย่างไร ตัวละครยังเหมือนเดิม”
พีระพงศ์ จรูญเอก
ประธานเจ้าหน้าที่บริษัท บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
ติดตามข่าวได้ตามช่องทางอื่นๆ ทีนี่
_____________________________
website: https://www.thansettakij.com/
facebook : ฐานเศรษฐกิจ
twitter : @Thansettakij
Line : @thansettakij
Youtube Official : ฐานเศรษฐกิจ
Instagram : @thansettakij_official
TIKTOK : @Thansettakij
Podcast : Thansettakij
blockdit : Thansettakij
ติดต่อโฆษณาได้ที่ 023383751
thansettakij.nm@gmail.com
_____________________________
thansettakij ฐานเศรษฐกิจ

\

The People : การผสมผสานมุมคิดหัวอกชีวิตมนุษย์เงินเดือนเข้ากับการทำธุรกิจ – พีระพงศ์ จรูญเอก


“อันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นง่าย ๆ ของอดีตมนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งที่ทำมาจนถึงช่วงเวลาหนึ่ง แล้วอยากออกมาทำเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง”
.
พีระพงศ์ จรูญเอก เริ่มต้นชีวิตการทำงานด้วยการเป็นวิศวกรโยธา ก่อนจะขึ้นถึงระดับซีอีโอในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ แต่นั่นเหมือนจะไม่ใช่คำตอบของเขา ท้ายสุดพีระพงศ์ตัดสินใจทิ้งทุกอย่างมาตั้งธุรกิจของตัวเองในชื่อ “ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้” ที่แม้จะเป็นเบอร์เล็กเมื่อสิบปีก่อน แต่วันนี้ออริจิ้นกลายเป็นยักษ์ใหญ่แห่งวงการอสังหาฯ เมืองไทยไปแล้ว ด้วยรายได้กว่า 16,000 ล้านบาท
.
The People ชวนพีระพงศ์สนทนาว่าด้วยการผสมผสานมุมคิดหัวอกชีวิตมนุษย์เงินเดือนเข้ากับการทำธุรกิจ การบริหารองค์กรในแบบ “พี่โด่ง” และก้าวต่อไปของออริจิ้น
.
พีระพงศ์จรูญเอก OriginProperty ThePeople Business
THE PEOPLE Co Official
Subscribe on Website :
https://www.thepeople.co
Like THE PEOPLE on Facebook : https://www.facebook.com/thepeoplecoofficial
Follow us on Instagram : https://www.instagram.com/thepeoplecoofficial
Follow THE PEOPLE on Twitter :
https://twitter.com/thepeople_co
Follow THE PEOPLE on Soundcloud
https://soundcloud.com/thepeople957735528

The People : การผสมผสานมุมคิดหัวอกชีวิตมนุษย์เงินเดือนเข้ากับการทำธุรกิจ - พีระพงศ์ จรูญเอก

หลักสูตร EEC PRIME – พีระพงศ์ จรูญเอก


พื้นที่ EEC ถือเป็นโอกาสทองของนักลงทุนอย่างไร?
\”EEC ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ และวันนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว งบประมาณสำคัญๆ ได้รับการอนุมัติและเริ่มโครงการ ไม่ว่าการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา, ท่าเรือแหลมฉบังเฟสที่ 3, High Speed Train ที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ ไปถึงสนามบินอู่ตะเภา Infrastructure เหล่านี้จะนำมาซึ่งการพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ วันนี้เรากำลังก้าวเข้าสู่การพัฒนาส่วนใหม่ซึ่งจะทำให้ประเทศของเรามีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงกว่าเดิมมากๆ\”
คุณพีระพงศ์ จรูญเอก
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)
.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
Tel.: 0655126185
สนใจเข้าร่วมหลักสูตร: https://bit.ly/2UfHXZg
Facebook: https://www.facebook.com/PrimoAcademyTH/
Line: @primoacademy 👉 https://lin.ee/tyoxDLP

Thank you: BlueTreeAudio / Background Music for Videos

หลักสูตร EEC PRIME - พีระพงศ์ จรูญเอก

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ พีระพงศ์ จรูญเอก

Leave a Comment