[Update] อ่านเรื่องจริงเบื้องหลังหนัง Adrift | adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน – POLLICELEE

adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

แทมี โอลด์แฮม และ ริชาร์ด ชาร์ป ตัวจริง

           Adrift หรือในชื่อไทย “รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน” อีกหนึ่งหนังที่สร้างจากเรื่องจริง ว่าด้วยเรื่องของ แทมี และ ริชาร์ด คู่รักล่องเรือออกมหาสมุทรด้วยกันสองต่อสอง แต่แล้วก็ต้องเผชิญกับพายุเฮอร์ริเคนลูกใหญ่ ผลคือเรือเสียหาย  ริชาร์ดได้รับบาดเจ็บสาหัส เหลือเพียงแทมีที่ต้องใช้พลังใจพลังกายที่จะประคับประคองชีวิตคนรักและตัวเธอเองให้รอดชีวิตจนกว่าความช่วยเหลือจะมาถึง หนังดัดแปลงจากหนังสือที่แทมีเขียนบันทึกถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น และกำกับโดย บัลธาซาร์ คอร์มาเคอร์ ผู้กำกับที่เชื่อมือได้ ดูจากผลงานที่ผ่านมา Contraband (2012) , 2 Guns (2013)  รับบทนำโดย ไชลีน วูดลีย์ จาก Divergent และ แซม คลาฟลิน จาก Me Before You ตามสไตล์หนังที่สร้างจากเหตุการณ์จริง เมื่อมาถึงขั้นตอนบทภาพยนตร์มักจะตัดทอนหรือเติมเสริมแต่งเรื่องราวให้ได้รสชาติถูกใจคนดู เรามาดูซิว่า Adrift จะยังคงเรื่องราวตามจริงหรือว่าบิดเบือนไปเพียงใด

 

เหตุการณ์จริงเกิดขึ้นเมื่อใด?

แทมี โอลด์แฮม ขวาสุด กับ 2 นักแสดงนำ

          เหตุการณ์จริงเกิดขึ้นในช่วงเดือน กันยายน ถึง พฤศจิกายน ปี 1983 แทมี โอลด์แฮม วัย 23 ปี และ คู่หมั้นชาวอังกฤษของเธอ ริชาร์ด ชาร์ป วัย 34 ปี ทั้งคู่มีความสุขกับการล่องเรือ เดอะ มายาลูกา เรือขนาด 36 ฟุตของทั้งคู่ , 6 เดือนต่อมาทั้งคู่ได้รับมอบหมายงาน ให้ไปส่งมอบ เดอะ ฮาซานา เรือยอชต์ ความยาว 44 ฟุต ต้องล่องจาก ตาฮิติ ไปส่งให้กับเจ้าของใหม่ที่ซานดิเอโก พวกเขาต้องเดินทางถึง 4,000 ไมล์ ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ แต่แล้วก็เผชิญกับการโจมตีของพายุเรย์มอนด์ทำให้เรือได้รับความเสียหายหนัก

 

ทำไมทั้งคู่ถึงเจอเฮอร์ริเคน?

          มันน่าสงสัยที่ว่าเฮอร์ริเคนลูกใหญ่ระดับประวัติศาสตร์แบบนี้เคลื่อนตัวเข้ามาทิศทางที่ทั้งคู่เดินเรือ  ในขณะที่ทั้งคู่ที่เป็นนักเดินเรือจะไม่รู้เชียวเหรอ คำตอบคือทั้งคู่รู้ครับ แต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นพายุที่รุนแรงขนาดนี้ กลายเป็นว่า “เรย์มอนด์” ขยับตัวเองขึ้นเป็นเฮอร์ริเคนระดับ 4 และเปลี่ยนทิศทางมาหาเรือ เดอะ ฮาซานา อย่างกะทันหัน ทั้งคู่พยายามเปลี่ยนทิศทางหนีแล้วแต่ไม่พ้น  ทำให้ต้องเผชิญกับคลื่นที่สูงถึง 40 ฟุต แล้วต้องแล่นเรือสวนกับความเร็วลมที่ 140 น็อต

 

ผลสุดท้ายริชาร์ด ชาร์ป รอดหรือไม่?

         คำตอบคือ “ไม่” ทั้งคู่เจอเฮอร์ริเคน”เรย์มอนด์” ในวันที่ 12 ตุลาคม 1983 ขณะที่แล่นเรือฝ่าพายุ ริชาร์ดขอให้ แทมีลงไปพักผ่อนในเคบิน  ส่วนตัวเขาใช้เชือกล่ามตัวเองไว้กับลำเรือ พยายามแล่นเรือฝ่าพายุไปให้ได้ แต่แล้วเรือก็ล้มพลิก แรงเหวี่ยงทำให้ตัวแทมีกระแทกผนังเรือ หัวของเธอโดนกระแทกทำให้สลบไปถึง 27 ชั่วโมง เมื่อเธอฟื้นขึ้นก็รีบมาตามหาริชาร์ดบนดาดฟ้าเรือ เธอพบเชือกนิรภัยที่ริชาร์ดเคยล่ามตัวเองไว้ ห้อยอยู่ด้านข้างเรือ แต่ริชาร์ดหายสาบสูญไป แล้วเธอก็ไม่ได้พบกับริชาร์ดอีกเลยนับจากนั้น  แต่ในหนังนั้นเลือกจะเล่าเรื่องราวที่แตกต่างออกไป หลังจากแทมีฟื้นจากสลบ เธอหาริชาร์ดไม่พบ เธอเริ่มขวัญเสีย แต่เมื่อเรือเริ่มลอยลำไปได้สักระยะหนึ่ง เธอก็มองเห็นร่างริชาร์ดสลบสไลเกาะเรือชูชีพลอยตัวอยู่ไกล แทมีว่ายน้ำไปช่วยริชาร์ด นำเขาขึ้นเรือแล้วก็พบว่าริชาร์ดบาดเจ็บที่ชายโครง และขาขวาแตกเป็นแผลฉกรรจ์ เมื่อริชาร์ดได้สติเขาก็รู้สึกแย่ที่ต้องกลายเป็นภาระให้แทมีดูแล แต่ก็ยังคงให้กำลังใจเธอว่าจะต้องพาเรือเข้าสู่ฝั่งได้สำเร็จ

 

แทมีได้ยินเสียงแว่วระหว่างที่ลอยเรืออยู่อย่างโดดเดี่ยว

          แทมีเขียนเล่าเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ Red Sky in Mourning: A True Story of Love, Loss, and Survival at Sea ว่าเธอได้ยินเสียงแว่วมาไกลๆ อยู่ 3 ครั้ง แต่เธอยืนยันว่าไม่ใช่เสียง ริชาร์ด ชาร์ป เธอก็ยอมรับว่าเป็นไปได้ว่าอาจจะมาจากเหตุที่ศีรษะเธอได้รับบาดเจ็บรุนแรง และเสียเลือดมากด้วย หรือไม่ก็เป็นเสียงที่พระเจ้าตั้งใจส่งหาเธอ “เพราะขณะนั้น ฉันต้องการที่พึ่งในการนำทางอย่างมาก แล้วเสียงนั้นก็แว่วมา มันเป็นปรากฏการณ์ที่เหลือเชื่อจริงๆ  ฉันได้ยินเสียงนั้นถึงสามครั้ง ฉันก็ภาวนาขอให้เสียงนั้นกลับมาอีก แต่ก็ไม่เคยได้ยินอีกเลย แต่เสียงนั้นก็ทำให้ฉันได้อยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง ฉันแค่ตามเสียงนั้นไป”

 

เรือเดอะ ฮาซานา เสียหายแบบที่เห็นในหนังใช่หรือไม่?

ภาพบนคือเรือจริง ภาพล่างคือเรือในหนัง

          “ใช่” ทีมผู้สร้างพยายามถ่ายทอดความเสียหายของเดอะฮาซานา ออกมาให้ใกล้เคียงเรือจริงมากที่สุด เรือแตกหักและสิ่งปรักหักพังก็กระจัดกระจายไปทั่วลำเรือ เสากระโดงหัก น้ำเข้าไปขังอยู่ในเคบิน ข้าวของลอยไปมา เครื่องยนต์พัง วิทยุสื่อสารใช้การไม่ได้ ตัวส่งสัญญาณระบุตำแหน่งเรือก็เสียหาย แม้แต่อุปกรณ์นำร่องก็เสียเช่นกัน

 

41 วันบนเรือ เธอกินอะไร?

       ในปี 2003 แทมี โอลด์แฮม เล่าไว้ใน หนังสือพิมพ์ ชิคาโก้ ทริบูน ว่าเธอกินอาหารกระป๋อง เนยถั่ว และทุกสิ่งทุกอย่างที่หลงเรืออยูบนเรือ ทั้งฟรุ้ตค็อกเทล และ ปลาซาร์ดีน

 

แทมีหาทางเข้าสู่ฝั่งได้อย่างไร?

       หลังจากโดนพายุถล่ม ระบบนำร่องก็เสียหาย เธอจึงพยายามใช้ “Sextant”(เครื่องวัดระยะทางเป็นมุมของดวงดาวในท้องฟ้าเพื่อหาเส้นรุ้งและเส้นแวงเป็นเครื่องวัดมุมที่มีแขนโค้งยาวหนึ่งในหกของวงกลม) “มันช่วยชีวิตฉันไว้” แทมีกล่าว ด้วยอุปกรณ์นี้ทำให้เธอระบุตำแหน่งตัวเธอเองบนแผนที่เดินเรือได้ ทุกวันนี้แทมีห้อยเครื่องประดับเป็นรูป Sextant ขนาดเล็กประดับด้วยเพชร เพื่อเป็นเครื่องเตือนความจำถึงเหตุการณ์ครั้งนั้น ความยากเย็นไม่ได้มีเพียงแค่การหาเส้นทางเดินเรือที่พาเธอเข้าสู่แผ่นดิน แต่ความยากลำบากจริง ๆ คือการต้องประคับประคองเรือที่เสียหายให้ลอยลำและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ เธอต้องคอยปั๊มน้ำออกจากเคบิน เธอต้องสร้างใบเรือขึ้นมาใหม่ จากชิ้นส่วนใบเรือเก่าที่ขาด และเสากระโดงที่หัก แล้วสุดท้ายมันก็สามารถพาเธอเข้าสู่ฝั่งได้สำเร็จ

READ  [NEW] PicPost พิคโพส โพสรูป ดูรูป หนุ่มหล่อ หนุ่มเซ็กซี่ สาวสวย หมวย เซ็กซี่ มีให้ดูไม่อั้น! | ผู้ชาย หล่อ ล่ำ - POLLICELEE

 

แทมีเย็บแผลที่ศีรษะเองจริงๆ หรือ?

           “ไม่จริง” ในหนังมีฉากหนึ่งที่แทมีส่องกระจกแล้วใช้เข็มเย็บแผลด้วยตัวเอง เธอเล่าไว้ในหนังสือว่า เธอพยายามเช่นกันที่จะเย็บแผลด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่สำเร็จ เธอจึงกดปากแผลเข้าหากันแล้วใช้พลาสเตอร์ยาหลายๆ แผ่นยึดปากแผลไว้ เลือดและหนองก็ซึมออกมา แผลนี้รุนแรงกว่าที่เราเห็นในหนังมาก และมันมีผลกระทบต่อสายตาของแทมี จากเหตุการณ์นั้นทำให้เธอไม่สามารถอ่านหนังสือไปได้อีก 6 ปี ทุกครั้งที่เธอพยายามเพ่งมอง ตัวหนังสือก็จะลอยออกมาจากหน้ากระดาษ

 

แทมีเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายไหม?

       หลายครั้งเลยล่ะ เพราะตลอด 41 วันเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง บาดเจ็บ หิวโหย ท้อแท้ และหลายๆ ครั้งเธอก็ผิดหวัง เพราะคิดว่ามองเห็นแผ่นดินที่เส้นขอบฟ้า แต่เมื่อลอยลำไปใกล้ก็หายไป หลายครั้งที่เธอตัดสินใจหยิบปืนไรเฟิลที่อยู่บนเรือแล้วก็อมปากกระบอกปืนไว้ในปาก แต่เสียงที่แว่วมาก็บอกให้เธอสู้ต่อไป เรื่องราวส่วนนี้ไม่ถูกใส่ไว้ในหนัง

 

แทมีล่องเรืออย่างโดดเดี่ยวเป็นระยะทางแค่ไหน?

          “1,500 ไมล์”  กว่าจะถึง ไฮโล , ฮาวาย ภาพขณะที่เธอเข้าฝั่งถูกบรรยายไว้ในหนังได้ตรงตามเหตุการณ์จริง ก่อนจะเข้าถึงฝั่ง เธอมองเห็นเรือลำใหญ่ จึงยิงพลุสัญญาณหลายนัดขอความช่วยเหลือ เรือใหญ่ลอยลำมาเทียบเดอะฮาซานา แล้วส่งกาแฟและอาหารให้เธอ ลูกเรือบางคนโยนแอปเปิ้ลมาให้เธอ เรือใหญ่ลากเรือเธอเข้าสู่แนวชายฝั่ง แล้วยามชายฝั่งก็รับช่วงในการดูแลเธอต่อไป นาทีที่เธอได้กลับมาเหยียบแผ่นดินอีกครั้ง เธอก็ร่ำไห้ออกมาด้วยความดีใจ

 

แทมีกลับไปล่องเรืออีกหรือไม่?

แทมี โอลด์แฮม ในปัจจุบัน

        กลับไปแน่นอน เธอรักการล่องเรือมาก แม้จะผ่านเรื่องราวที่น่าสะพรึงกลัวมา แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความพิสมัยในการเดินเรือของเธอได้ เธอล่องเรือต่อไปจนได้ใบอนุญาตในฐานะกัปตันที่สามารถล่องเรือสินค้าขนาด 100 ตันและสามารถเดินเรือจากชายฝั่งในระยะ 5,000 ไมล์ได้

หลังกลับมาอยู่บ้านได้ แทมียังต้องประสบกับภาวะโศกเศร้าและฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเธอถึง 8 ปี เธอเป็นโรค post-traumatic stress syndrome หรือ “ภาวะเครียดหลังเจอประสบเหตุการณ์สะเทือนใจ. แต่เธอก็ไม่เคยเข้าพบจิตแพทย์หรือได้รับคำปรึกษาแต่อย่างใด หลังแทมี ผ่านพ้นภาวะนี้มาได้ และเธอสามารถอ่านและเขียนหนังสือได้ เธอจึงเริ่มต้นบันทึกเรื่องราวออกมาเป็นหนังสือ “Red Sky in Mourning” ที่กลายมาเป็นหนัง “Adrift” หนังสือถูกตีพิมพ์ในปี 1998 แล้วจากนั้น ไฮพีเรียน สำนักพิมพ์ใหญ่ก็รับหน้าที่จัดจำหน่ายอย่างแพร่หลายในปี 2002

 

แทมีแต่งงานไหม?

       แต่ง ใน 10 ปีให้หลังเหตุการณ์ร้ายครั้งนั้น เธอพบรักครั้งใหม่ในงานเต้นรำ และแต่งงานในปี 1994 เธอมีลูก 2 คน ครอบครัวเธออาศัยอยู่บนเกาะ ซาน ฮวน , วอชิงตัน แล้วเธอก็ต้องพบเหตุการณ์เศร้าอีกครั้ง เมื่อเคลลี แอชคราฟต์ ลูกสาววัย 22 ของเธอต้องเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุได้รับแก๊ซคาร์บอน มอนน็อกไซด์เกินขนาด

 

ตัวอย่างภาพยนตร์

[Update] Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน (2018) | adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน – POLLICELEE

  •  

    นอกจากหนังชีวประวัติแล้ว การหยิบเอาเหตุการณ์จริงอันเป็นเหตุการณ์ที่แสดงให้เห็นความพลังและอานุภาพของความรักและศรัทธาของมนุษย์ นำมาทำเป็นหนังก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ฮอลลีวูดนิยมสร้าง Adrift คือผลงานอีกเรื่อง ซึ่งหยิบเอาเรื่องราวของคู่รักที่ต้องเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์เรือแตก ผลงานการกำกับโดย บัลธาร์ซาร์ คอร์มาเกอร์ ผู้กำกับเลื่องชื่อจากภาพยนตร์เอาชีวิตรอดเรื่อง Everest

     

    จากเรื่องจริงอันน่าเหลือเชื่อ

    สองนักเดินเรือที่พร้อมจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร ทามี่ โอลด์แฮม (วู้ดลีย์) และ ริชาร์ด ชาร์ป (คลาฟลิน) ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขากำลังล่องเรือเข้าสู่หนึ่งในพายุเฮอริแคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุพัดผ่าน ทามี่ตื่นขึ้นมาพบว่าริชาร์ดบาดเจ็บสาหัสและเรือของพวกเขาเหลือแต่ซาก เมื่อไม่สามารถหวังให้ใครมาช่วยได้ ทามี่ต้องหาทางรวบรวมสติและความแข็งแกร่งเพื่อช่วยชีวิตชายคนเดียวที่เธอรัก

     

     

    Adrift เป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นกับทามี่ โอลด์แฮม แอชดราฟต์ มันเต็มไปด้วยความดิบ ความโศกเศร้า และที่สำคัญคือแรงใจที่สามารถเอาชนะทุกอุปสรรค์ด้วยพลังแห่งรัก การเดินทาง 41 วันนับตั้งแต่เรือของเธอกลายเป็นซากไปจนถึงตอนที่เธอได้รับการช่วยเหลือ ในหนังสือของเธอที่ชื่อ “Red Sky in Mourning: A True Story of Love, Loss and Survival at Sea.”  และ “Red sky at night, sailor’s delight.  Red sky at morning, sailors take warning.”  เกี่ยวกับพายุเฮอริเคนในปี 1983 ที่จมเรือใบขนาด 44 ฟุตของทามี่และริชาร์ด คู่หมั้นของเธอ

    READ  [NEW] Twilight 4 Saga Breaking Dawn Part 2 แวมไพร์ทไวไลท์ ภาค 5 เบรคกิ้งดอว์น ภาค 2 | แวมไพร์ ทไวไลท์ ภาค 5 - POLLICELEE

    ทามี่ตัดสินใจเล่าชีวิตของเธอหลังอุบัติเหตุครั้งดังกล่าว “สิบปีให้หลัง” โดยหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นงานเขียนของเธอร่วมกับ ซูซี แม็คเกียร์ฮาร์ท ใช้เวลากว่าสี่ปีจึงเขียนเสร็จ หนังสือของเธอประสบความสำเร็จจนมีคนประกาศตัวว่าเป็นแฟนผลงานของเธอมากมาย นั่นรวมถึงพี่น้อง แอรอนและจอร์ดแดน คานเดลล์ ผู้เขียนบทของหนังเรื่อง ADRIFT

     

     

    จาก MOANA สู่ Adrift

    สองพี่น้อง แอรอนและจอร์ดแดน คานเดลล์ ได้รับว่าจ้างให้เขียนบทของ Adrift ในเวลาที่ไล่เลี่ยกับแอนิเมชั่นของค่ายดิสนีย์อย่าง MOANA ซึ่งเป็นเรื่องราวของ โมอาน่า หญิงสาววัยรุ่นเชื้อสายฮาวาย วัย 16 ปี ผู้เดินเรือออกไปสู่ภารกิจอันท้าทายเพื่อปกป้องผู้คนของเธอ ระหว่างการเดินทาง โมอาน่าได้พบกับมาวอิ มนุษย์ครึ่งเทพแห่งสายลมและท้องทะเล วีรบุรุษแห่งมวลมนุษย์ นำไปสู่การผจญภัยกลางท้องทะเล เมื่อเราพิจารณาความคล้ายคลึงของหนังสองเรื่องนี้ก็จะพบว่า ทั้งสองต่างเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับหญิงสาวที่ต้องออกไปผจญภัยกลางทะเล

     

     

    วันที่ทั้งสองมือเขียนบททำบท MOANA เสร็จ สองพี่น้องจึงกลับไปเขียนบท Adrift ต่อทันที และเมื่อบทสำเร็จทั้งสองก็ไม่รอช้าที่จะส่งบทนี้ไปให้เพื่อนสนิทอย่างนักแสดงสาว เชย์ลีน วู้ดลีย์ ที่อยากจะรับบทเป็นแอชคราฟท์มาตลอดได้อ่าน

     

     

    เชย์ลีน วู้ดลีย์ได้รับบทภาพยนตร์ในวันที่เธอถูกจับ

    ถึงแม้ว่าเชย์ลีน วู้ดลีย์ จะเป็นคนแรกที่ได้รับบทภาพยนตร์ แต่เธอก็ไม่ได้ตอบตกลงจะรับเล่นในทันที เพราะในวันที่เธอได้รับบท เธอกำลังไปประท้วง! โครงการ Dakota Access Pipeline อย่างสันติ

     

     

    แน่นอนว่าบทดังกล่าวค้างเติ่งอยู่ในอีเมล์นานนับเดือน จนกระทั่งหลายเดือนต่อมาเอเจนซี่โทรมาถามเธอว่า “เชย์ลีน เธอรู้จักแอรอนกับจอร์แดนไหม” เชย์ลีน ตอบว่า “แน่นอนเราซี้กันมากตอนฉันอยู่ที่ฮาวายช่วงที่ถ่ายหนัง The Descendants” เอเจนซี่ถามว่าเธอได้อ่านบทภาพยนตร์เรื่อง Adrift แล้วหรือยัง เชย์ลีนจึงนึกขึ้นได้ว่าบทดังกล่าวค้างอยู่ในกล่องจดหมายในอีเมล์ของเธอ! และทันทีที่เธออ่านบทจบ เธอตัดสินใจแสดงหนังเรื่องนี้ทันที

     

     

    การค้นหาตัวริชาร์ด แฟนหนุ่มของทามี่

    ริชาร์ด เขาคือตัวตั้งตัวตีให้ออกทริปกลางทะเลที่เกือบจะกลายเป็นโศกนาฏกรรม แอชคราฟต์มอบความรักที่ไม่มีข้อแม้ให้กับเขา พวกเขาผูกพันกันตั้งแต่เริ่มแรกที่เห็นหน้า ในหนังสือเธอบรรยายครั้งแรกที่เธอได้พบเขาว่า “ฉันแทบเข่าอ่อน หน้านี่แดงไปหมด ฉันงงตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องเขินขนาดนี้แต่ฉันก็ห้ามตัวเองไม่ได้ เขาโดนใจฉันไม่เหมือนผู้ชายคนไหนที่ฉันเคยเจอมาก่อน”

    ทีมงานตัดสินใจเลือกนักแสดงหนุ่มอย่างแซม คลาฟลิน ซึ่งทั้งคู่ต้องซ้อมด้วยกันถึงสองสัปดาห์ ก่อนการถ่ายจริงเพื่อสร้างความคุ้นเคยกัน เนื่องจากจะต้องรับบทเป็นคู่รักกันนั่นเอง เพื่อให้มันใจว่าตัวละครจะพัฒนาไปในทางที่ทุกคนคาดไว้ ความสัมพันธ์ของเราทั้งคู่ทำให้มันออกมาดูจริง ก่อนที่เราจะต้องออกเรือ

    ความหวานระหว่างริชาร์ดและทามี่ทำเป็นเหตุผลที่ทำให้คลาฟลินเข้าร่วมโปรเจคต์ “ผมเลือกรับบทจากตัวละครที่ผมต้องการเล่น แต่สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ของเรื่องนี้คือผมเริ่มอ่านมันผ่านสายตาของทามี่ด้วยเหมือนกัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหนียวแน่นมาก ผมตกหลุมรักพวกเขาและเอาใจช่วย หลังจากที่ผมทำการบ้านหาข้อมูล เรื่องราวมันยิ่งน่าติดตามกว่าเดิม ผมรู้ว่ามันง่ายมากที่จะตกหลุมรักเชย์ลีน แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ” คลาฟลินกล่าว

     

     

    เมื่อทามี่ตัวจริงเดินทางมายังกองถ่ายหนัง

    เมื่อ Adrit ถ่ายทำไปได้ครึ่งเรื่อง ทามี่ตัวจริงได้เดินทางมาเยี่ยมที่กองถ่าย เธอไม่กลัวว่าจะได้เห็นภาพโศกนาฎกรรมที่เคยเกิดขึ้นกับชีวิตเธออีกครั้ง และเธอพบว่าจะสามารถหาหนทางเพื่อเยียวยาตัวเองจากเรื่องร้ายๆได้ แทมมี่ยังเล่าถึงความรู้สึกว่า “ตอนที่ฉันมาที่กองถ่ายฉันเห็นเชย์ลีนอยู่บนซากเรือฮาซาน่า มันเหมือนวิญญาณฉันหลุดจากร่าง หัวใจฉันเหมือนโดนขยี้ ในตอนนั้นมันเป็นประสบการณ์ที่ช่วยให้ฉันเข้าใจว่าจิตใจที่แข็งแกร่งมันสำคัญมากในการเอาตัวรอด การได้กลับมาเห็นอะไรแบบนี้ทำให้ฉันตระหนักได้ว่าฉันโชคดีแค่ไหนที่รอดมาได้”


  • เอม [2/2] หลังดูภาพยนต์ #รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน #aimsatida #teamAimazing #ADRIFT 24.07.2561


    เสร็จจากดูภาพยนต์รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน ให้สัมภาษณ์ นั่งๆ เรียกคนที่ยังไม่ได้ถ่าย แทบจะนอนแล้ว ดึกมาก อยู่แปปๆ ก็กลับ

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

    เอม [2/2] หลังดูภาพยนต์ #รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน #aimsatida #teamAimazing #ADRIFT 24.07.2561

    Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน – จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ เชย์ลีน วู้ดลีย์ พบ แซม คลาฟลิน


    Adrift
    วันที่เข้าฉาย: 26 กรกฎาคม 2018
    หมวดหมู่: Actionเรทผู้ชม: TBC 0 นาที
    SYNOPSIS
    เรื่องราวที่สร้างมาจากเรื่องจริงสุดประทับใจของสองหัวใจอิสระที่พบกันโดยบังเอิญจนเกิดเป็นความรัก นำไปสู่การผจญกัยสุดยิ่งใหญ่ในชีวิตสองนักเดินเรือที่พร้อมจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร ทามี โอลด์แฮมและ ริชาร์ด ชาร์ป ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขากำลังล่องเรือเข้าสู่หนึ่งในพายุเฮอริแคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุพัดผ่าน ทามี่ตื่นขึ้นมาพบว่าริชาร์ดบาดเจ็บสาหัสและเรือของพวกเขาเหลือแต่ซาก เมื่อไม่สามารถหวังให้ใครมาช่วยได้ ทามี่ต้องหาทางรวบรวมสติและความแข็งแกร่งเพื่อช่วยชีวิตชายคนเดียวที่เธอรัก

    Adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน  -  จากเรื่องจริงสุดเหลือเชื่อ เชย์ลีน วู้ดลีย์ พบ แซม คลาฟลิน

    สปอยหนัง| เมื่อเธอต้องเอาชีวิตรอดกลางทะเล หลังโดนพายุเข้าถล่ม – รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน


    สปอยหนัง
    เมื่อเธอต้องชีวิตรอดกลางทะเล หลังโดนพายุเข้าถล่ม adrilf รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน

    สปอยหนัง| เมื่อเธอต้องเอาชีวิตรอดกลางทะเล หลังโดนพายุเข้าถล่ม - รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน

    Adrift | รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน – Official Trailer [ซับไทย]


    Adrift \”รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน\”
    \”Adrift\” คือเรื่องราวที่จะทำให้คุณอบอุ่นหัวใจจนลืมไม่ลง มันคือเรื่องของจิตวิญญาณมนุษย์ที่สามารถเอาชนะได้ทุกอุปสรรคด้วยพลังแห่งรัก นำแสดงโดย เชย์ลีน วู้ดลีย์ (\”The Fault in Our Stars, เฟรนไชส์ Divergent) และ แซม คาฟลิน (Me Before You, เฟรนไชส์ Hunger Games), \”Adrift\” สร้างจากเรื่องจริงสุดประทับใจของสองหัวใจอิสระที่พบกันโดยบังเอิญ จนเกิดเป็นความรัก นำไปสู่การผจญกัยสุดยิ่งใหญ่ในชีวิต สองนักเดินเรือที่พร้อมจะออกเดินทางข้ามมหาสมุทร ทามี่ โอลด์แฮม (วู้ดลีย์) และ ริชาร์ด ชาร์ป (คาฟลิน) ไม่รู้มาก่อนเลยว่าพวกเขากำลังล่องเรือเข้าสู่หนึ่งในพายุเฮอริแคนที่รุนแรงที่สุดลูกหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังจากพายุพัดผ่าน ทามี่ตื่นขึ้นมาพบว่าริชาร์ดบาดเจ็บสาหัสและเรือของพวกเขาเหลือแต่ซาก เมื่อไม่สามารถหวังให้ใครมาช่วยได้ ทามี่ต้องหาทางรวบรวมสติและความแข็งแกร่งเพื่อช่วยชีวิตชายคนเดียวที่เธอรัก
    อัพเดทวันฉายจริงได้ที่ http://www.majorcineplex.com/movie
    หมวดหมู่ : แอคชัน / ผจญภัย / ชีวิต
    ผู้กำกับ : บัลทาซาร์ คอร์มาเกอร์
    นักแสดง : เชลีน วูดลีย์, แซม คลาฟลิน, เจฟฟรี่ย์ โทมัส
    Download App \”Major Movie Plus\” http://www.majorcineplex.com/app
    เช็ครอบจองตั๋ว http://www.majorcineplex.com
    ติดตามอัพเดตข่าวสาร ก่อนใครได้ที่
    https://www.facebook.com/majorgroup
    https://twitter.com/majorgroup
    Adrift

    READ  [Update] Ratched (2020) แรทเช็ด จิตอำมหิต | ดู หนัง ไทย อำมหิต พิศวาส - POLLICELEE

    Adrift | รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน - Official Trailer [ซับไทย]

    Adrift | Official Trailer | Own It Now on Digital HD, Blu-Ray \u0026 DVD


    Starring Shailene Woodley (Fault in Our Stars, Divergent films) and Sam Claflin (Me Before You, The Hunger Games films), ADRIFT is based on the inspiring true story of two sailors who set out to journey across the ocean from Tahiti to San Diego.
    Tami Oldham (Woodley) and Richard Sharp (Claflin) couldn’t anticipate they would be sailing directly into one of the most catastrophic hurricanes in recorded history. In the aftermath of the storm, Tami awakens to find Richard badly injured and their boat in ruins. With no hope for rescue, Tami must find the strength and determination to save herself and the only man she has ever loved.
    ADRIFT is the unforgettable story about the resilience of the human spirit and the transcendent power of love.
    Own It Now on Digital HD, BluRay \u0026 DVD
    https://itunes.apple.com/us/movie/adrift/id1390058572
    Cast: Sam Claflin and Shailene Woodley
    Director: Baltasar Kormákur
    Writer: Aaron Kandell, Jordan Kandell and David Branson Smith
    Producers: Aaron Kandell, Jordan Kandell, Baltasar Kormákur, Andrea Scarso and Ralph Winter
    SUBSCRIBE: https://bit.ly/STXSubscribe
    Connect with Adrift Online:
    WEBSITE: http://adrift.movie
    FACEBOOK: http://Facebook.com/adriftmovie
    TWITTER: http://Twitter.com/adriftmovie
    INSTAGRAM: http://Instagram.com/adriftmovie
    AdriftMovie
    STXfilms
    Connect with STXfilms Online:
    WEBSITE: http://stxfilms.com/
    FACEBOOK: https://www.facebook.com/STXfilms/
    TWITTER: https://twitter.com/STXfilms
    INSTAGRAM: https://www.instagram.com/stxfilms/
    Adrift | Official Trailer | Own It Now on Digital HD, BluRay \u0026 DVD

    Adrift | Official Trailer | Own It Now on Digital HD, Blu-Ray \u0026 DVD

    นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Leather

    ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ adrift รักเธอฝ่าเฮอร์ริเคน

    Leave a Comment