[Update] โอละเห่ Starbucks พนมเปญมีสิทธิ์โดนฟ้อง | ข่าว เขมร วัน นี้ – POLLICELEE

ข่าว เขมร วัน นี้: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

ASTVผู้จัดการรายวัน– เรื่องราวกลับตาลปัตร เจ้าของร้านกาแฟ “สตาร์บั๊คส์” ในกรุงพนมเปญมีโอกาสถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้าของ Starbucks เนื่องจากร้านดังกล่าว ที่เคยเข้าใจกันว่าจะเป็นสาขาแรกในกัมพูชาของเชนกาแฟใหญ่จากสหรัฐฯ นั้น ไม่ได้รับใบอนุญาตแฟรนไชส์อย่างถูกต้อง

นอกจากนั้นเจ้าของร้านยังยอมรับอีกว่า Starbucks แห่งสหรัฐฯ ไม่เคย และไม่สนใจประเทศกัมพูชาอีกด้วย หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานเรื่องนี้ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ซึ่งสวนทางกลับรายงานก่อนหน้านี้โดยหนังสือพิมพ์รายวันภาษาฝรั่งเศสฉบับหนึ่ง

เมื่อเร็วๆ นี้มีผู้นำป้ายเครื่องหมาย Starbucks ขึ้นแขวนบนหน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าเดอะเพลส (The Place) ริมสีหนุบูลวาร์ด (Sihanouk Boulevard) ซึ่งเป็นถนนสายหลักพาดผ่านใจกลางกรุงพนมเปญ ที่นั่นยังอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์แห่งเอกราช ที่ผู้คนพลุกพล่านอีกด้วย

เจ้าของร้าน The Cafe ซึ่งแขวนป้ายเครื่องหมายการค้า Starbucks กล่าวว่า มีกำหนดเปิดร้านในวันที่ 1 เม.ย.ศกนี้ และ เชื่อว่าการใช้โลโกจะไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะว่าร้านกำลังจะนำเอาสินค้าของสตาร์บัคส์ไปจำหน่าย แม้ว่าจะไม่ได้รับใบอนุญาตแฟรนไชส์ (Franchising) อย่างถูกต้องก็ตาม

ร้าน The Cafe จะตกแต่งทุกอย่างคล้ายกับร้านของ Starbucks รวมทั้งแขวนโลโกไว้หน้าร้าน แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีแผ่นป้ายข้อความว่า “(ศูนย์การค้า) เดอะเพลสไม่ได้รับใบอนุญาตของสตาร์บั๊คส์) เอาไว้ด้วย

นายโจชัว โจนส์ (Joshua Jones) ผู้จัดการร้านยอมรับว่า ไม่ได้รับอนุญาตแฟรนไชส์จากร้านกาแฟยักษ์ใหญ่จากอเมริกาจริง แต่ The Cafe จะจำหน่ายกาแฟกับสินค้าต่างๆ ของสตาร์บัคส์ และจะใช้โลโก้ Starbucks

นายโจนส์บอกกับพนมเปญโพสต์ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการด้านกฎหมายใดๆ โดยตรงกับ Starbucks แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าอันทรงอิทธิพลของสตาร์บั๊คส์

“ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำ เราทำภายใต้กฎหมาย และไม่ว่าจะเกิดอะไรติดตามมาก็ตาม ทั้งหมดจะได้รับการแก้ไข” นายโจนส์กล่าว และ ยังได้ย้ำถึงข้อความที่เขียนไว้ข้างๆ โลโก้ซึ่งได้ช่วยประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งนี้

ผู้บริหารรายนี้ยอมรับว่า ได้ใช้ความพยายามมาหลายครั้งในการขออนุญาตเป็นแฟรนไชส์ (Franchisee) ของสตาร์บัคส์ แต่ได้รับการปฏิเสธไปทุกครั้ง

“พวกเขาไม่สนใจที่จะเข้ามากัมพูชา” นายโจนส์กล่าว

อย่างไรก็ตามนายโจนส์บอกกับพนมเปญโพสต์ว่า กลุ่มเป้าหมายของ The Cafe เป็นกลุ่มคนทำงานวัย 20-30 ปีที่ยังโสด นอกจากนั้นยังรวมถึงบรรดาชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับเครื่องหมายการค้านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้ว

นายแมทธิว เรนดาล (Matthew Rendall) แห่งสำนักกฎหมาย Sciaroni & Associates บอกกับพนมเปญโพสต์ว่า ถ้าหาก The Cafe ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก Starbucks ก็ดูจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน

“คุณไม่สามารถจะไปใช้โลโก้ของผู้อื่นไปโปรโมทสินค้าหรือบริการของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากสตาร์บัคส์คุณก็จะต้องเข้าใจเอาไว้ก่อนว่าเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า” นายเรนดาลกล่าว

หนังสือพิมพ์กัมโบดจ์ซวาร์ (Cambodge Soir) รายงานเมื่อวันพุธอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ระบุว่า สตาร์บัคส์จะเปิดสาขาแรกในกรุงพนมเปญ “อีกไม่กี่วัน” นี้ และ จะไม่ใช่สาขาสุดท้าย แต่ก็กล่าวว่าไม่สามารถขอข้อมูลใดๆ มากกว่านี้จากเจ้าของร้านที่ “ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณะ”

ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของ Starbucks ร้านกาแฟชื่อดังนี้มีสาขากว่า 4,500 แห่งใน 47 ประเทศทั่วโลก แต่หลังจากขยายสาขาออกไปอย่างกว้างขวางในช่วงหลายปีมานี้ ปัจจุบันสตาร์บัคส์กำลังลดขนาดทางธุรกิจลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รวมทั้งกำลังปิดสาขาในหลายประเทศด้วย

ตั้งแต่เดือน ก.ค.2551 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สตาร์บั๊คส์ได้ปิดร้านกาแฟของตนแล้วกว่า 900 แห่งทั่วโลก ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วผลกำไรของบริษัทลดลงถึง 70%

หลายปีที่ผ่านมาสตาร์บัคส์ได้ฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายร้านกาแฟที่ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งในจีนที่มีเชนร้านกาแฟแห่งหนึ่งใช้โลโกสีเขียว-ขาวแบบสตาร์บัคส์ แต่เขียนเป็นชื่อภาษาจีนออกเสียงเดียวกัน

สตาร์บัคส์ยังเคยฟ้องปัจเจกชนหรือองค์กรตามกฎหมายในสหรัฐฯ ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของตนไปดัดแปลงล้อเลียนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งฟ้องร้องกรณีศิลปินล้อเลียนคนหนึ่งที่ใช้เครื่องหมาย Starbucks เขียนข้อความเป็นอักษรสีขาวเอาไว้รอบๆ ด้านนอกว่า “consumer whore”

ร้านสตาร์บัคส์แห่งแรกเปิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1970 ในนครซีแอนเติล (Seattle) มลรัฐวอชิงตัน ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือสหรัฐฯ ตั้งชื่อตามชื่อในนวนิยายโมบีดิ๊ก (Moby Dick) ของเฮอร์แมน เมลวิลส์ (Herman Melvilles) ช่วง 10 ปีมานี้ขยายสาขาออกไปรวดเร็วมาก

ร้านกาแฟสตาร์บัคส์มีอยู่ทั่วไปในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง มาเลเซีย รวมทั้งประเทศไทย จำหน่ายทั้งกาแฟนำเข้าและกาแฟที่ปลูกในท้องถิ่น

ในประเทศไทยยังมีร้านสตาร์บัคส์ในต่างจังหวัดที่เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยว รวมทั่งสาขาหนึ่งที่อยู่ริมถนนโทลเวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ด้วย

กัมพูชามีประชากร 14 ล้านคน กว่าครึ่งหนึ่งยังมีรายได้ต่ำกว่าวันละ 1 ดอลลาร์ แต่ประเทศนี้ร่ำรวยมหาศาลด้วยทรัพยากรแร่ธาตุล้ำค่าที่ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการสำรวจขุดค้นรวมทั้งน้ำมันดิบ

เศรษฐกิจกัมพูชาขยายตัวสูงกว่า 10% ทุกปีตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาจนกระทั่งปีที่แล้ว อันเนื่องมากจากอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์

กลุ่มคนรวยใหม่ในเมือง (Urban Rich) ได้ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในประเทศนี้เช่นเดียวกันกับชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการลงทุนที่กำลังเฟื่องฟูเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แม้ว่ากัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกก็ตาม.

ASTVผู้จัดการรายวัน– เรื่องราวกลับตาลปัตร เจ้าของร้านกาแฟ “สตาร์บั๊คส์” ในกรุงพนมเปญมีโอกาสถูกฟ้องร้องเกี่ยวกับการใช้เครื่องหมายการค้าของ Starbucks เนื่องจากร้านดังกล่าว ที่เคยเข้าใจกันว่าจะเป็นสาขาแรกในกัมพูชาของเชนกาแฟใหญ่จากสหรัฐฯ นั้น ไม่ได้รับใบอนุญาตแฟรนไชส์อย่างถูกต้องนอกจากนั้นเจ้าของร้านยังยอมรับอีกว่า Starbucks แห่งสหรัฐฯ ไม่เคย และไม่สนใจประเทศกัมพูชาอีกด้วย หนังสือพิมพ์พนมเปญโพสต์รายงานเรื่องนี้ในวันพฤหัสบดี (26 มี.ค.) ซึ่งสวนทางกลับรายงานก่อนหน้านี้โดยหนังสือพิมพ์รายวันภาษาฝรั่งเศสฉบับหนึ่งเมื่อเร็วๆ นี้มีผู้นำป้ายเครื่องหมาย Starbucks ขึ้นแขวนบนหน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่งในศูนย์การค้าเดอะเพลส (The Place) ริมสีหนุบูลวาร์ด (Sihanouk Boulevard) ซึ่งเป็นถนนสายหลักพาดผ่านใจกลางกรุงพนมเปญ ที่นั่นยังอยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์แห่งเอกราช ที่ผู้คนพลุกพล่านอีกด้วยเจ้าของร้าน The Cafe ซึ่งแขวนป้ายเครื่องหมายการค้า Starbucks กล่าวว่า มีกำหนดเปิดร้านในวันที่ 1 เม.ย.ศกนี้ และ เชื่อว่าการใช้โลโกจะไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะว่าร้านกำลังจะนำเอาสินค้าของสตาร์บัคส์ไปจำหน่าย แม้ว่าจะไม่ได้รับใบอนุญาตแฟรนไชส์ (Franchising) อย่างถูกต้องก็ตามร้าน The Cafe จะตกแต่งทุกอย่างคล้ายกับร้านของ Starbucks รวมทั้งแขวนโลโกไว้หน้าร้าน แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีแผ่นป้ายข้อความว่า “(ศูนย์การค้า) เดอะเพลสไม่ได้รับใบอนุญาตของสตาร์บั๊คส์) เอาไว้ด้วยนายโจชัว โจนส์ (Joshua Jones) ผู้จัดการร้านยอมรับว่า ไม่ได้รับอนุญาตแฟรนไชส์จากร้านกาแฟยักษ์ใหญ่จากอเมริกาจริง แต่ The Cafe จะจำหน่ายกาแฟกับสินค้าต่างๆ ของสตาร์บัคส์ และจะใช้โลโก้ Starbucksนายโจนส์บอกกับพนมเปญโพสต์ยอมรับว่าตัวเองไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการด้านกฎหมายใดๆ โดยตรงกับ Starbucks แต่ก็เชื่อมั่นว่าจะไม่เป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้าอันทรงอิทธิพลของสตาร์บั๊คส์”ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราทำ เราทำภายใต้กฎหมาย และไม่ว่าจะเกิดอะไรติดตามมาก็ตาม ทั้งหมดจะได้รับการแก้ไข” นายโจนส์กล่าว และ ยังได้ย้ำถึงข้อความที่เขียนไว้ข้างๆ โลโก้ซึ่งได้ช่วยประกาศความชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งนี้ผู้บริหารรายนี้ยอมรับว่า ได้ใช้ความพยายามมาหลายครั้งในการขออนุญาตเป็นแฟรนไชส์ (Franchisee) ของสตาร์บัคส์ แต่ได้รับการปฏิเสธไปทุกครั้ง”พวกเขาไม่สนใจที่จะเข้ามากัมพูชา” นายโจนส์กล่าวอย่างไรก็ตามนายโจนส์บอกกับพนมเปญโพสต์ว่า กลุ่มเป้าหมายของ The Cafe เป็นกลุ่มคนทำงานวัย 20-30 ปีที่ยังโสด นอกจากนั้นยังรวมถึงบรรดาชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับเครื่องหมายการค้านี้เป็นอย่างดีอยู่แล้วนายแมทธิว เรนดาล (Matthew Rendall) แห่งสำนักกฎหมาย Sciaroni & Associates บอกกับพนมเปญโพสต์ว่า ถ้าหาก The Cafe ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องจาก Starbucks ก็ดูจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์อย่างชัดเจน”คุณไม่สามารถจะไปใช้โลโก้ของผู้อื่นไปโปรโมทสินค้าหรือบริการของตัวเองโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากสตาร์บัคส์คุณก็จะต้องเข้าใจเอาไว้ก่อนว่าเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า” นายเรนดาลกล่าวหนังสือพิมพ์กัมโบดจ์ซวาร์ (Cambodge Soir) รายงานเมื่อวันพุธอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าวที่ระบุว่า สตาร์บัคส์จะเปิดสาขาแรกในกรุงพนมเปญ “อีกไม่กี่วัน” นี้ และ จะไม่ใช่สาขาสุดท้าย แต่ก็กล่าวว่าไม่สามารถขอข้อมูลใดๆ มากกว่านี้จากเจ้าของร้านที่ “ยังไม่ยอมเปิดเผยตัวเองต่อสาธารณะ”ตามข้อมูลบนเว็บไซต์ของ Starbucks ร้านกาแฟชื่อดังนี้มีสาขากว่า 4,500 แห่งใน 47 ประเทศทั่วโลก แต่หลังจากขยายสาขาออกไปอย่างกว้างขวางในช่วงหลายปีมานี้ ปัจจุบันสตาร์บัคส์กำลังลดขนาดทางธุรกิจลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก รวมทั้งกำลังปิดสาขาในหลายประเทศด้วยตั้งแต่เดือน ก.ค.2551 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สตาร์บั๊คส์ได้ปิดร้านกาแฟของตนแล้วกว่า 900 แห่งทั่วโลก ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วผลกำไรของบริษัทลดลงถึง 70%หลายปีที่ผ่านมาสตาร์บัคส์ได้ฟ้องร้องและเรียกค่าเสียหายร้านกาแฟที่ละเมิดลิขสิทธิ์เป็นจำนวนมาก รวมทั้งในจีนที่มีเชนร้านกาแฟแห่งหนึ่งใช้โลโกสีเขียว-ขาวแบบสตาร์บัคส์ แต่เขียนเป็นชื่อภาษาจีนออกเสียงเดียวกันสตาร์บัคส์ยังเคยฟ้องปัจเจกชนหรือองค์กรตามกฎหมายในสหรัฐฯ ที่ใช้เครื่องหมายการค้าของตนไปดัดแปลงล้อเลียนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งรวมทั้งฟ้องร้องกรณีศิลปินล้อเลียนคนหนึ่งที่ใช้เครื่องหมาย Starbucks เขียนข้อความเป็นอักษรสีขาวเอาไว้รอบๆ ด้านนอกว่า “consumer whore”ร้านสตาร์บัคส์แห่งแรกเปิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1970 ในนครซีแอนเติล (Seattle) มลรัฐวอชิงตัน ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือสหรัฐฯ ตั้งชื่อตามชื่อในนวนิยายโมบีดิ๊ก (Moby Dick) ของเฮอร์แมน เมลวิลส์ (Herman Melvilles) ช่วง 10 ปีมานี้ขยายสาขาออกไปรวดเร็วมากร้านกาแฟสตาร์บัคส์มีอยู่ทั่วไปในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง มาเลเซีย รวมทั้งประเทศไทย จำหน่ายทั้งกาแฟนำเข้าและกาแฟที่ปลูกในท้องถิ่นในประเทศไทยยังมีร้านสตาร์บัคส์ในต่างจังหวัดที่เป็นปลายทางของนักท่องเที่ยว รวมทั่งสาขาหนึ่งที่อยู่ริมถนนโทลเวย์กรุงเทพฯ-ชลบุรี ด้วยกัมพูชามีประชากร 14 ล้านคน กว่าครึ่งหนึ่งยังมีรายได้ต่ำกว่าวันละ 1 ดอลลาร์ แต่ประเทศนี้ร่ำรวยมหาศาลด้วยทรัพยากรแร่ธาตุล้ำค่าที่ส่วนใหญ่อยู่ระหว่างการสำรวจขุดค้นรวมทั้งน้ำมันดิบเศรษฐกิจกัมพูชาตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมาจนกระทั่งปีที่แล้ว อันเนื่องมากจากอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าส่งออก การท่องเที่ยวและการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์กลุ่มคนรวยใหม่ในเมือง (Urban Rich) ได้ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในประเทศนี้เช่นเดียวกันกับชนชั้นกลางที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อันเนื่องมาจากการลงทุนที่กำลังเฟื่องฟูเมื่อไม่กี่ปีมานี้ แม้ว่ากัมพูชากำลังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกก็ตาม.

[Update] เวลาใน ไทย ในขณะนี้ | ข่าว เขมร วัน นี้ – POLLICELEE

Graphics by Ed Hawkins, using data from Berkeley Earth.
See

Each of the stripes represents one year.Graphics by Ed Hawkins, using data from Berkeley Earth.See https://showyourstripes.info/


ส่งออกชายแดนคุมเข้ม กัมพูชาระดมสมองหาทางแก้


ส่งออกชายแดนคุมเข้ม กัมพูชาระดมสมองหาทางแก้
ภาคเอกชนกัมพูชา ขยับแล้วรวมตัวกันระดมสมองหาทางแก้ปัญหา
และข้อแนะนำเกี่ยวกับมาตรการทางศุลกากรและภารผลิตในภาคอุตสาหกรรมยกเว้นสิ่งทอ
เพื่อแก้ปัญหาการส่งออกผ่านชายแดนติดขัดเพราะแต่ละประเทศมีมาตรการป้องกันโควิด19 ที่เข้มข้น
คณะทำงานพิเศษเรื่อง พิธีการศุลกากรในอุตสาหกรรมการส่งออกที่ไม่ใช่สิ่งทอได้ประชุมกัน เพื่อรวบร่วมปัญหา และข้อติดขัดที่เกิดขึ้นในการส่งออกสินค้าในเวลานี้ และส่งให้กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางแก้ไข
ภาคเอกชนที่เข้าร่วมระดมสมอง ในครั้งนี้ ประกอบด้วย
นายลิมเฮ็ง รองประธานสภาหอการค้ากัมพูชา
นายตัน โมนิวัน รองประธานกลุ่มงานเฉพาะกิจ
นายโงน เม็ง เต็ก อธิบดีหอการค้ากัมพูชา
ตัวแทนจากหอการค้ากัมพูชา
ตัวแทนจากสมาคมขนส่งสินค้าโลจิสติกส์
ตัวแทนจากสมาพันธ์ข้าวแห่งกัมพูชา
ตัวแทนจากสมาคมการส่งออกกัมพูชา
การระดมสมองเกิดจาก มาตรการคุมเข้มสินค้าส่งออกและนำเข้าที่ต้องแผนแดนทางบก กับประเทศไทยและเวียดนามที่มีการคุมเข้มหนักจนกระทบกับมูลค่าการค้าของกัมพูชาทางด้านนายสิน จันทีประธานสมาพันธ์ขนส่งสินค้าโลจิสติกส์เผยว่า มีการหารือถึงเรื่องข้อติดขัดในการส่งออกแป้งมันสำปะหลังไปประเทศไทยด้วย เพราะเข้าทางบกไม่ได้การขนส่งทางเรือผ่านท่าเรือสีหนุห์วิลล์
ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นจากเดิม จึงเรียกร้องให้กรมศุลกากรและสรรพสามิตกัมพูชากันพื้นที่ที่ท่าเรือ และเข้ามาอำนวยความสะดวกให้กับสินค้าเกษตรของกัมพูชาที่จะส่งออกไปต่างประเทศด้วย
คณะทำงานยังเสนอทางออก ในการจัดหาบรรจุภัณฑ์บรรจุข้าวสารที่เตรียมจะส่งออก ที่ท่าเรือ ให้เหมาะสมเพื่อช่วยลดจำนวนการเคลื่อนย้ายเครนยกของ หรือLoLo ที่ไม่จำเป็นกัมพูชาส่งออกสินค้าที่ไม่ใช่สิ่งทอ ไปต่างประเทศในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่า ราว1,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (60,000 ล้านบาท)เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึงร้อยละ 49.9 สินค้าที่ส่งออกเช่น
จักรยาน ส่วนประกอบสายไฟ ชิ้นส่วนยานยนต์ โคมไฟและไม้กระดาน

อาเซียน4.0 อาเซียน4.0ออนไลน์ อาเซียนพลัส อาเซียน
ASEANplus ASEAN4.0
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอาเซียนได้ใน

รายการ อาเซียน Plus
ทุกวันจันทร์
เวลา 10.3011.00 ทาง TNNช่อง16
และ รายการ อาเซียน 4.0 ONLINE
ทุกวันอาทิตย์
เวลา 17.0017.30
รับชมสด ได้ทาง Youtube: TNN Online
และ FACEBOOK LIVE PAGE : TNN LIVE

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ส่งออกชายแดนคุมเข้ม กัมพูชาระดมสมองหาทางแก้

กูรูชี้อันตราย ! กัมพูชาอย่าพึ่งแต่จีนมองทั่วโลกด้วย


กูรูชี้อันตราย ! กัมพูชาอย่าพึ่งแต่จีนมองทั่วโลกด้วย
เว็บไซต์ข่าว khmertimes รายงานว่า เมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง BRI ครั้งที่ 6 ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนเข้าร่วมประชุมรวมทั้งไทย
โดยในที่ประชุม นายพัน สรศักดิ์ รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา ได้แสดงความเห็นว่า เงินลงทุนสนับสนุนจากโครงการ BRI ช่วยกัมพูชาได้มาก เช่น
ช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านการค้า
กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และลดความยากจนในประเทศ
รัฐมนตรีพาณิชย์กัมพูชา ยังเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือใน ยุทธศาสตร์สายแถบและเส้นทาง หรือ BRI จะยิ่งส่งเสริมประโยชน์ที่จะได้จาก ข้อตกลง 2 ฉบับใหญ่ที่กัมพูชาได้ลงนามไปแล้วคือ
1) ข้อตกลงเขตการค้าเสรี FTA จีนกัมพูชา บังคับใช้ตุลาคม ปี 2563
2) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค หรือ RCEP บังคับใช้ปี 2565
ขณะที่นายชยันต์ เมนอน นักเศรษฐศาสตร์ ของสถาบัน Yusof Ishak แห่งสิงคโปร์ มีความเห็นว่า จีนมีความสำคัญต่อกัมพูชาจริงในฐานะ
ประเทศเป้าหมายการส่งออก
ผู้ให้กู้รายใหญ่ในโครงการสำคัญๆของกัมพูชา
ผู้สนับสนุนและผู้บริจาค
แต่กัมพูชาก็ต้องสร้างความหลากหลายในการพึ่งพาต่างประเทศ ไปพร้อมกันด้วย ทั้ง
การหาตลาดใหม่ๆ
การหาแหล่งเงินทุนอื่น
เพื่อกระจายความเสี่ยงไปทั่วโลก ไม่ผูกติดกับจีนรายใหญ่รายเดียว
การกระจายความเสี่ยงจะช่วยลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจของชาติ
กัมพูชาเคยประสบปัญหา ในเรื่องการพึ่งพิงมหาอำนาจรายเดียวมาก่อนแล้ว เช่นในช่วงปี 25512552 กัมพูชาเวลานั้นพึ่งพาเงินลงทุนจากสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก เมื่อเกิดภาวะวิกฤติการเงิน hamburger crisis ในสหรัฐฯ ทำให้เกิดวิกฤติ สะเทือนไปทั่วภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
และในวันนี้ก็เช่นกัน การเชื่อมโยงทางการค้าและการลงทุนกับจีนยิ่งสูงขึ้น
การพึ่งพาในระดับนี้มีความเสี่ยงมากเกินไป การหาตลาดใหม่และนักลงทุนหลากหลาย จะช่วยเศรษฐกิจชาติปรับตัวและยืดหยุ่นมากกว่า
เงินลงทุนโดยตรงจากจีนในกัมพูชา หรือ FDI คิดเป็นร้อยละ60 ของเงินลงทุนจากทั่วโลก ในปี 2562 ธนาคารโลกรายงานว่า เงินลงทุนโดยตรงจากจีนในกัมพูชา
มีมากถึง 3,650 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (117,000 ล้านบาท) เติบโตขึ้น ร้อยละ 43
ส่วนเงินลงทุนที่มาจากสหรัฐอเมริกานั้นน้อยกว่ามาก เพราะตลาดขนาดเล็ก กำลังซื้อภายในประเทศเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและไทย ถือว่าน้อยกว่า ทำให้นักลงทุนอเมริกันไม่เลือกกัมพูชา นอกจากนั้นสหรัฐฯ ยังกังวลเรื่องความโปร่งใสของการลงทุนและปัญหาคอรรัปชั่นที่ยังแก้ไม่ตกในกัมพูชาด้วย
ทางด้าน รัศมี พะงา (Rashmi Banga) นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ UNCTAD มีความเห็นว่า
กัมพูชาต้องเฉลี่ยการพึ่งพาการส่งออกไปจีน
หันมาสร้างกำลังซื้อภายในประเทศ
ทบทวนนโยบายอุตสาหกรรมและการค้าใหม่
สร้างแผนระยะสั้นและระยะยาว เพื่อสร้างความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจ
เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจาก ผลกระทบจากภายนอกในอนาคต
สร้างเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะโลกหันมาทางนี้เกือบหมดแล้ว
พัฒนาแรงงานคนรุ่นใหม่ในประเทศให้เก่ง ด้านเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล และหุ่นยนต์

TNN อาเซียน4.0 อาเซียน4.0ออนไลน์ อาเซียน พลัส อาเซียน
ASEAN plus รู้เขา รู้เรา รู้เรื่องจีน ครูพี่ป๊อป จีน
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอาเซียนได้ใน

รายการ อาเซียน Plus
ทุกวันจันทร์
เวลา 10.3011.00 ทาง TNNช่อง16
และ รายการ อาเซียน 4.0 ONLINE
ทุกวันอาทิตย์
เวลา 17.0017.30
รับชมสด ได้ทาง Youtube: TNN Online
และ FACEBOOK LIVE PAGE : TNN LIVE

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

กูรูชี้อันตราย ! กัมพูชาอย่าพึ่งแต่จีนมองทั่วโลกด้วย

นโรดม เจนณา เจ้าหญิงน้อยแห่งกัมพูชา สืบเครือญาติราชวงศ์ไทย


นโรดม เจนณา เจ้าหญิงน้อยแห่งกัมพูชา สืบเครือญาติราชวงศ์ไทย

เหมืองทองกัมพูชาถลุงได้กว่า 1,300 ล้านบาท


เหมืองทองกัมพูชาถลุงได้กว่า 1,300 ล้านบาท

บริษัทเรเนอซองส์ มินเนอรัล แห่งกัมพูชา เผยว่า มีการถลุงทองคำได้ 800 กิโลกรัมในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา จากเหมืองทองโอ๊ควัว Okvau ในจังหวัดมณฑลคิรี Mondulkiri
เว็บไซต์ khmertimes รายงานว่า เหมืองทองแห่งนี้เป็นการลงทุนจากบริษัทสัญชาติออสเตรเลีย Emerald Resources ซึ่งช่วยให้กัมพูชาได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งระหว่างการเยือนของนางเมรีส เพน รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย นายกรัฐมนตรีฮุนเซ็นได้กล่าวว่า ความร่วมมือของสองชาติ จะทำให้กัมพูชา ถลุงแร่ทองคำได้มากขึ้น
เหมืองโอ๊ควัว เริ่มถลุงแร่ทองคำ เมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา โดยนำไปผลิตทองคำแท่ง 90 เปอร์เซนต์ ตามแผนการคาดว่า จะสามารถถลุงทองได้ปีละ 3 ตัน หรือ 3000 กิโลกรัม เฉลี่ยเดือนละ 250 กิโลกรัม
ผลผลิตทองคำนี้จะถูกส่งไปออสเตรเลียเพื่อทำเป็นทองคำแท่ง 99.99 เปอร์เซนต์ก่อนจะส่งไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศอีดทอดหนึ่ง
และเวลานี้บริษัท Emerald Resources ของออสเตรเลีย ได้รับสัมปทานเหมืองทองคำเพิ่มอีก 1 แห่งในพื้นที่ 107 เฮคเตอร์ หรือประมาณ 670 ไร่ที่จังหวัดตะบอง คมุม (Tboung Khmum) รัฐบาลกัมพูชาให้สัมปทานเป็นระยะเวลา 3 ปีจนถึงเดือนมกราคม 2567 ซึ่งเวลานี้ได้เข้าไปสำรวจพื้นที่แล้ว
สำหรับราคาทองคำ 90 เปอร์เซนต์ 1 กรัม มีราคาเท่ากับ 1644.30 บาท ตามราคาในประเทศไทย สำหรับทองคำ 90 เปอร์เซนต์ 800 กิโลกรัม จะมีราคาประมาณ 1,315 ล้านบาท

TNN อาเซียน4.0 อาเซียน4.0ออนไลน์ อาเซียน พลัส อาเซียน
ASEAN plus กัมพูชา เหมืองทอง ออสเตรเลีย
ติดตามทุกความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจอาเซียนได้ใน

รายการ อาเซียน Plus
ทุกวันจันทร์
เวลา 10.3011.00 ทาง TNNช่อง16
และ รายการ อาเซียน 4.0 ONLINE
ทุกวันอาทิตย์
เวลา 17.0017.30
รับชมสด ได้ทาง Youtube: TNN Online
และ FACEBOOK LIVE PAGE : TNN LIVE

ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://tv.trueid.net/live/tnn16
https://www.youtube.com/c/tnn16
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://www.facebook.com/TNN16LIVE/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnn_online/
https://www.tiktok.com/@tnnonline
Line @TNNONLINE หรือคลิก https://lin.ee/4fP2tltIo
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

เหมืองทองกัมพูชาถลุงได้กว่า 1,300 ล้านบาท

ขนคนงานกัมพูชาปล่อยทิ้งริมทาง | ข่าวเย็นช่องวัน | ข่าวช่องวัน


นายจ้างแห่ขนคนงานชาวกัมพูชามาปล่อยทิ้งข้างทาง ที่ จ.สุรินทร์ เพื่อให้ข้ามแดนกลับประเทศกันเอง หวังเลี่ยงคำสั่งปิดแคมป์คนงาน พรุ่งนี้ ( 28 มิ.ย )
ทิ้งแรงงาน ปิดแคมป์คนงาน โควิด19
_______________________________________
\”ข่าวช่องวัน เข้าถึงข่าว เข้าถึงคุณ\”
ติดตามชม ข่าวช่องวัน ได้ตลอดทั้งวันทางหน้าจอ ช่องวัน31
และติดตามช่องทางได้ดังนี้
Facebook / Instagram / Twitter / TikTok / Youtube : onenews31

ขนคนงานกัมพูชาปล่อยทิ้งริมทาง | ข่าวเย็นช่องวัน | ข่าวช่องวัน

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ ข่าว เขมร วัน นี้

Leave a Comment