[Update] CBG คว้า Best CEO Awards (SET) 2 ปีซ้อน – มิติหุ้น | cbg ข่าว – POLLICELEE

cbg ข่าว: คุณกำลังดูกระทู้

มิติหุ้น  –  ตลาดหลักทรัพย์ฯ ประกาศรางวัล SET Awards 2021 โดย นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. คาราบาวกรุ๊ป (CBG) รับรางวัล Best CEO Award ของ SET ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 ขณะที่นายจิตติพร จันทรัชกรรมการผู้จัดการ บมจ. เอ็กโซติค ฟู้ด (XO) รับรางวัล Best CEO Award ของ mai และนายเอกรัตน์ แจ้งอยู่  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เธียรสุรัตน์ (TSR) รับรางวัล Young Rising Star CEO Award ด้าน บล. เกียรตินาคินภัทร (KKPS) รับรางวัล SET Award of Honor ด้านบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการแก่นักลงทุนสถาบัน นอกจากนี้ มี 38 บจ. รับรางวัลกลุ่ม Sustainability Excellence โดยมี บมจ. บ้านปู (BANPU) บมจ. บางจาก คอร์ปอเรชั่น (BCP) บมจ. ไออาร์พีซี (IRPC) บมจ. ปตท. (PTT) บมจ. พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บมจ. สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) บมจ. ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และ บมจ. ไทยออยล์ (TOP) รับรางวัล  Sustainability Awards of Honor ในปีนี้

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอแสดงความยินดีและชื่นชมบริษัทที่ได้รับรางวัล SET Awards 2021 ทุกบริษัท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่โดดเด่นและความเป็นเลิศในการบริหารธุรกิจที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งของตลาดทุนไทย รวมทั้งผู้ได้รับรางวัลผู้บริหารสูงสุดยอดเยี่ยม  (Best CEO Awards) ซึ่งทุกท่านล้วนมีความโดดเด่นในการนำพาองค์กรให้เดินหน้าต่อไปภายใต้สถานการณ์ของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สู่การเป็นองค์กรต้นแบบในตลาดทุนที่พัฒนาคุณภาพและศักยภาพในการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่น ๆ โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) พร้อมสร้างผลประกอบการที่ดี เพื่อการเติบโตอย่างสมดุลทั้งธุรกิจและสังคม (Balanced Growth) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ในการพัฒนาตลาดทุนเพื่อทุกภาคส่วน  “To Make the Capital Market ‘Work’ for Everyone” 

กลุ่มรางวัล Business Excellence ในปีนี้มีบริษัทได้รับรางวัลยอดเยี่ยมรวมทั้งสิ้น 28 บริษัท แบ่งเป็น บจ. ใน SET 19 บริษัท mai 3 บริษัท บริษัทหลักทรัพย์ 3 บริษัท (รวมบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน) และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน 2 บริษัท นอกจากนี้ KKPS ยังสามารถรักษาความเป็นเลิศต่อเนื่องในด้านบริษัทหลักทรัพย์ที่ให้บริการแก่นักลงทุนสถาบันตั้งแต่ปี  2019–2021 จนได้รับรางวัล SET Award of Honor  สำหรับกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ในปีนี้มี บจ. ได้รับรางวัลรวมทั้งสิ้น 38 บริษัท แบ่งเป็น บจ. ใน SET 35 บริษัท mai 3  บริษัท โดยมี 8 บจ. ที่มีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นเลิศได้รับรางวัล Sustainability Awards of Honor ได้แก่ BANPU BCP IRPC PTT PTTGC SAT SCC TOP นอกจากนี้ ยังมี บจ.ได้รับรางวัลยอดเยี่ยม Best Sustainability Awards 4 บริษัท รางวัลดีเด่น Highly Commended in Sustainability Awards 10 บริษัท และรางวัล Rising Star Sustainability Awards 16 บริษัท

นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ ประธานบรรณาธิการ วารสารการเงินธนาคาร ผู้ร่วมก่อตั้งรางวัล SET Awards และหนึ่งในคณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิเพื่อพิจารณาตัดสินรางวัล SET Awards 2021 กล่าวว่า “รางวัล SET Awards ถือเป็นรางวัลอันทรงคุณค่าที่มอบให้แก่บริษัทที่มีความโดดเด่นและความเป็นเลิศในด้านต่าง ๆ โดยปีนี้คณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิได้ปรับการจัดแบ่งกลุ่มรางวัลย่อย ทำให้มีบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กหน้าใหม่ ๆ ได้รับรางวัลเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะผลักดันให้บริษัทในกลุ่มดังกล่าวมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาศักยภาพในการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์ COVID–19 ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมต่อไป

รางวัล SET Awards ในปีนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มรางวัล ได้แก่ กลุ่มรางวัล Business Excellence ประกอบด้วย 7 รางวัล ได้แก่ 1) Best CEO Awards และ Young Rising Star CEO Award  2) Best Company Performance Awards 3) Deal of the Year Awards 4) Best Investor Relations Awards 5) Best Innovative Company Awards 6) Best Securities Company Awards  7) Best Asset Management Company Award และกลุ่มรางวัล Sustainability Excellence ประกอบด้วย 3 รางวัล ได้แก่  1) Best Sustainability Awards 2) Highly Commended in Sustainability Awards และ 3) Rising Star Sustainability Awards นอกจากนี้ ยังมีรางวัลเกียรติยศแห่งความสำเร็จ สำหรับบริษัทหรือบุคคลที่สามารถรักษาความโดดเด่นได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่  3 ปีขึ้นไป (SET Awards of Honor) 

คณะทำงานผู้ทรงคุณวุฒิในการตัดสินรางวัล SET Awards 2021 ประกอบด้วย นายชัยวัฒน์ วิบูลย์สวัสดิ์ นายมารวย ผดุงสิทธิ์ นายเสรี จินตนเสรี นายสันติ วิริยะรังสฤษฎ์ นายยุทธ วรฉัตรธาร นางภัทรียา เบญจพลชัย นายธีรนันท์ ศรีหงส์ นายภากร ปีตธวัชชัย นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ นายกฤษฎา เสกตระกูล และเลขานุการคณะทำงาน นายอำนวย จิรมหาโภคา

🚩🚩ห้อง Official Line ห้องไลน์ฟรี มิติหุ้น ทันทุกสถานการณ์การลงทุน หุ้นเด่น หุ้นเด็ดตลอดวัน กับห้องไลน์ @mitihoonwealth ห้องไลน์ที่นักลงทุนเข้าเป็นสมาชิกฟรี ไม่มีเงื่อนไข เพียงคลิกลิงค์นี้ก็เข้าได้เลย และสามารถส่งต่อให้เพื่อนได้

https://lin.ee/cXAf0Dp

[Update] ตลาดส่งออกแนวโน้มสดใส หนุนผลงาน CBG ฟื้นยาวถึงปี 2565 | cbg ข่าว – POLLICELEE

ตลาดส่งออกสดใส “คาราบาวกรุ๊ป” เริ่มฟื้นชัดเจนหลังผ่านจุดต่ำสุดไตรมาสแรก เหตุสถานการณ์การเมืองในพม่าเริ่มคลี่คลาย เช่นเดียวกับการระบาดของ COVID-19 ในกัมพูชา อีกทั้งประสบความสำเร็จการทำตลาดในจีน ขณะกำไรขั้นต้นเริ่มปรับตัวเพิ่มจากผลิตภัณฑ์ใหม่ และบริษัทลูก APM เริ่มเดินเครื่อง หนุนเติบโตยาวถึงปี 2565

บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG กำลังเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับการจับตาในช่วงนี้ ด้วยว่าราคาหุ้นของบริษัทอาจถึงรอบรีบาวนด์ หลังจากปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเป็นหุ้นที่ได้เข้าคำนวณใน MSCI GLOBAL STANDARD INDEX รอบล่าสุด

เมื่อเร็วๆ นี้  “พงศานติ์ คล่องวัฒนกิจ” ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG แจ้งผลงานไตรมาส 1/2564 บริษัทมีกำไร 700.21 ล้านบาท ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 800.95 ล้านบาท อัตรากำไรอยู่ที่ 19.1% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 19.7% 

การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้จากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศลดลง 16.2% โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV เนื่องจากมีปัจจัยเฉพาะตัวด้านการเมืองในพม่าในระยะแรก อีกทั้งยังมีการล็อกดาวน์ในหลายเมืองของประเทศกัมพูชาจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ปริมาณการขายเฉลี่ยต่อเดือนปรับตัวลดลง และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง

ทำให้รายได้จากการขายอยู่ที่ 4,030 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลงของการส่งออกเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปยังตลาดต่างประเทศ ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเชิงปริมาณสำหรับไตรมาส 1/2564 หดตัว 5.6% จากไตรมาส 1/2563 แต่บริษัทยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณได้ที่ 21% คิดเป็นอันดับ 2 ของตลาด

ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์เชิงปริมาณไตรมาส 1/64 หดตัว 7.8% จากไตรมาส 1/63 และส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณอยู่ที่ 9% เพิ่มขึ้นจาก 8.1% ในไตรมาส 4/63 คิดเป็นอันดับ 2 ของตลาด อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการเปิดตัววู้ดดี้ ซี+ล็อค Collagen Mixed Burry เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าจะช่วยดึงกลุ่มฐานลูกค้าใหม่เข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรักสวยรักงามและกลุ่มรักสุขภาพ

นอกจากนี้ บริษัท เอเชีย แพ็คเกจจิ้ง แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด หรือ APM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยประกอบธุรกิจผลิตฟิล์ม กล่องกระดาษและฉลากได้ติดตั้งเครื่องจักรเสร็จเรียบร้อยเมื่อเดือนมีนาคม 2564 และจะทดลองเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ภายในไตรมาส 2 ปีนี้

จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายคาดว่า แม้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศและตลาด CLMV หดตัวในไตรมาส 1/2564 แต่รายได้จากการขายของ CBG สามารถทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากวู้ดดี้ ซี+ล็อค ที่เปิดตัวในกลางมีนาคมปีที่แล้วช่วยชดเชย แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอลงเหลือ 38.6% ในไตรมาส 1/64 เมื่อเทียบกับ 42.4% ในไตรมาส 1/63 และสมมติฐานที่ 41.0%

อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/64 จะกลับมาเป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาด CLMV โดยเฉพาะความต้องการในพม่าที่ฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น และหลังการปฏิวัติ 3 เดือน และความต้องการในกัมพูชาจะฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายข้อบังคับในพฤษภาคม
 
ขณะเดียวกันเชื่อว่า บริษัทยังได้รับแรงเสริมจากผลิตภัณฑ์ใหม่ วู้ดดี้ ซี+ล็อค Collagen Mixed Burry ซึ่งจะจับตลาดในกลุ่มสุขภาพและความงาม และ Asia Packaging Manufacturing (APM) จะเริ่มดำเนินงานในไตรมาส 2/64 และหนุนกำไรขั้นต้นซึ่งจะทำให้ราคาหุ้น CBG มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากอัปไซด์ที่มีอยู่ประมาณ 24% จากราคาเหมาะสม 140 บาทต่อหุ้น

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด ประเมินถึงทิศทางธุรกิจ CBG ว่า บริษัทรายงานกำไรหลักไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 700 ล้านบาท ลดลง 13% เทียบปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาด 7% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด (อยู่ที่ 38.6% เทียบกับที่คาดไว้ 40.8%) และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 10% เนื่องจากอัตรากำไรที่ต่ำกว่าคาด ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ที่อ่อนตัวส่งผลกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาหุ้นที่น่าเข้าซื้อยังมั่นใจอยู่ในช่วง 106-114 บาท เนื่องจากมูลค่าที่น่าสนใจด้วยแรงหนุนจาก P/E ที่แข็งแกร่งที่ 26-28 เท่า

ส่วน บล.ทิสโก้ จำกัด ประเมินแนวโน้ม CBG ว่าแนวโน้มส่งออกเริ่มดีขึ้น แต่ยังได้ผลกระทบจากมาร์จิ้นที่ลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และบริษัทคาดว่าผลกระทบด้านการส่งออกของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/64 ทั้งประเทศกัมพูชาและพม่าจากสถานการณ์ยอดขายที่ดีขึ้นในกัมพูชาจาก COVID-19 เริ่มผ่อนคลายและพม่ามีการประท้วงเพียงบางพื้นที่

ไม่เพียงเท่านี้บริษัทตั้งเป้าหมายประเทศจีนเติบโต 300% หรือ 1,400 ล้านบาท จากการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายทำการตลาดและขยายพื้นที่ต่อเนื่อง สำหรับยอดขายในประเทศมีแผนออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน และคาดยอด functional drink ส่วน woody C+Lock เติบโตได้ 100% หลังจากออกสินค้าใหม่ Woody C+Lock คอลลาเจน มิกซ์เบอรี่ ได้รับการตอบรับดี

ส่วนต้นทุนคาดไตรมาส 2/64 ได้ผลกระทบจากอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้น จนอาจกระทบมาร์จิ้นลดลง และในส่วนกลุ่มเครื่องดื่มส่งออก และแผนการผลิต packaging เองในส่วนฉลากและกล่องมีการเลื่อนไปในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนปรับสูตรใหม่ลดน้ำตาลซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและช่วยลดภาษีความหวานได้ในครึ่งปีหลังหากแผนเป็นไปตามที่วางไว้

ดังนั้น โดยรวมไตรมาส 2/64 แนวโน้มกำไรสุทธิอาจลดลงเล็กน้อยหรือใกล้เคียงเทียบปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบไตรมาสก่อน จากกัมพูชาและพม่าเริ่มดีขึ้นและยอดขายที่จีนเพิ่มขึ้นจากช่วงหน้าร้อนและการทำการตลาด จึงปรับประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ และปีหน้าเพิ่มขึ้นคาดเดิม 5% และ 12% เป็น 3,533 ล้านบาท และ 4,403 ล้านบาท โดยมีราคาเหมาะสมอยู่ที่ 136 บาทต่อหุ้น ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนในปีหน้าจากการทำตลาดเพิ่มขึ้นในเวียดนาม และจีน

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำ “ทยอยซื้อ” หุ้น บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) โดยให้ราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 135 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มไตรมาส 2/64 แม้คาดย่อตัวเทียบปีต่อปีจากฐานสูง บวกกับต้นทุนอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น แต่ฟื้นตัวดีขึ้นเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ตามยอดขาย CLMV ที่เพิ่มขึ้น จีนฟื้นตัวแรงตามการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น อีกทั้งเป็น High Season และซื้อหุ้น บ.ACM เพิ่มเป็น 100% ตั้งแต่ มี.ค.64 ทำให้รับรู้กำไรมากขึ้น แต่อย่างไรตามไตรมาส 1/64 ต่ำคาดมาก

ทั้งนี้ กำลังซื้อประเทศพม่าค่อยกลับมาดีขึ้นหลังผ่านช่วงรัฐประหาร 3 เดือน บวกกับการเร่งสั่งซื้อก่อนห้ามนำเข้าสินค้าผ่านทางบก (เริ่ม 1 พ.ค.64) ซึ่งต้องใช้เรือแทนทำให้ขนส่งนานขึ้นแต่ไม่กระทบต้นทุนเนื่องจากลูกค้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ขณะที่กัมพูชาผ่อนคลาย Lockdown มากขึ้นตั้งแต่ต้น พ.ค. เป็นต้นมา แม้ในประเทศต้องเผชิญกับการระบาดใหม่แต่ยังเติบโตดีจากเครื่องดื่ม Woody C+ Lock ทั้ง 2 รสชาติ อีกทั้งออกรสชาติใหม่ผสมคอลลาเจนช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ

ด้าน บล.เคทีบีเอสที แนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 138.00 บาท (อิง PER 38x เทียบเท่า 5-yr avg PER) โดยมีมุมมองเป็นบวกจากผู้บริหารคงเป้ารายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 15% เทียบปีก่อน (Domestic เพิ่มขึ้น 15% Export เพิ่มขึ้น 15% เทียบปีก่อน ) โดยรายได้ CLMV ขยายตัว high single digit จีน เพิ่มขึ้น 263% เทียบปีก่อน ทำให้คาดผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/64 หนุน โดยรายได้ domestic branded own ที่ขยายตัวจากฤดูร้อน และรายได้ต่างประเทศที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะจีนที่เข้าสู่ high season พม่า และกัมพูชาที่ฟื้นตัว

นอกจากนี้ CBG อยู่ระหว่างศึกษาการปรับสูตรลดน้ำตาล ซึ่งมีโอกาสปรับสูตรได้เร็วสุดในครึ่งปีหลัง หากปรับสูตรลดน้ำตาลเหลือ 0-6 g/100 ml จะมี cost saving ที่ 320 ล้านบาทต่อปี จาก excise tax และต้นทุนน้ำตาลที่ลดลง

ทำให้คงประมาณการกำไรสุทธิปีนี้ที่ 3,637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เทียบปีก่อนและปี 2565 ที่ 4,623 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 27% เทียบปีก่อน จากรายได้ที่ขยายตัวในทุกธุรกิจ และ GPM ขยายตัวจากต้นทุน packaging ที่ลดลง และ utilization rate ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเชื่อมั่นว่ากำไตรมาสแรกที่ผ่านมา เป็นจุดต่ำสุดของปี และจะฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป

“เรายังคงแนะนำ ซื้อ เพราะมองว่ากำไรจะกลับมาฟื้นตัวแบบ V-shape ในปี 2565 จากปัจจัยพื้นฐานที่ยังดีต่อเนื่อง อีกทั้ง CBG ยังมี upside จากการปรับสูตรเครื่องดื่มชูกำลังเพื่อลดน้ำตาล และรายได้จากผลิตภัณฑ์ผสมกัญชง โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนภายในครึ่งปีหลัง และปัจจุบัน CBG เทรดอยู่ที่ P/E 35.2 เท่า”

ด้าน บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ “TRADING” โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/64 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากคำสั่งซื้อในพม่าที่เพิ่มขึ้น หลังเริ่มเห็นสัญญาณดีมานด์ที่เพิ่มมากขึ้น แม้การห้ามนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มผ่านทางบกในพม่าเริ่มวันที่ 1 พ.ค.64 (ในที่นี้รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลัง) ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 สัปดาห์ (เดิมไม่เกิน 1 สัปดาห์) แต่เป็นปัจจัยเร่งคำสั่งซื้อในเดือน เม.ย.64 รวมถึงกัมพูชาที่คาดว่าคำสั่งซื้อจะกลับมาดีขึ้น หลังมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในช่วงต้นเดือน พ.ค.64 นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่วู๊ดดี้ ซี+ล็อค คอลลาเจน มิกซ์เบอร์รี่ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพและความสวยงาม

ทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-2565 ลง 17% และ 15% จากเดิมกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 64 คิดเป็น 16% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 สะท้อนปัจจัยลบจากการได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารในพม่าและการล็อกดาวน์ในกัมพูชา ส่งผลให้ยอดขายลดลง ทำให้ปรับประมาณการรายได้รวมปี 2564-2565 ลง 10% และ 13% เป็น 18,643 ล้านบาท และ 20,311 ล้านบาท และปรับอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 39.5% และ 41.2% (เดิม 42% และ 42.3%) ตามลำดับ จากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-2565 ลง 17% และ 15% เป็น 3,651 ล้านบาท และ 4,205 ล้านบาท

โดย ปี 2564 CBG ตั้งเป้าเติบโตจากจีนเป็นหลัก คาดว่าเติบโตต่อเนื่องทั้งปี รวมถึงยอดขายไตรมาสแรกในพม่าและกัมพูชาคาดว่าจะเป็นจุดต่ำสุดของปี และจะฟื้นตัวในไตรมาสถัดไป ขณะที่ยอดขายในประเทศคาดว่าจะเติบโตได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ แนะนำ “เก็งกำไร” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 132.00 บาท (เดิม 150.00 บาท) อิง P/E ที่ 36 เท่า

กำลังเป็นอีกหนึ่งหุ้นที่ได้รับการจับตาในช่วงนี้ ด้วยว่าราคาหุ้นของบริษัทอาจถึงรอบรีบาวนด์ หลังจากปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงก่อนหน้านี้ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการเป็นหุ้นที่ได้เข้าคำนวณใน MSCI GLOBAL STANDARD INDEX รอบล่าสุดเมื่อเร็วๆ นี้แจ้งผลงานไตรมาส 1/2564 บริษัทมีกำไร 700.21 ล้านบาท ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ที่มีกำไร 800.95 ล้านบาท อัตรากำไรอยู่ที่ 19.1% ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 19.7%การลดลงดังกล่าวเป็นผลมาจากรายได้จากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศลดลง 16.2% โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV เนื่องจากมีปัจจัยเฉพาะตัวด้านการเมืองในพม่าในระยะแรก อีกทั้งยังมีการล็อกดาวน์ในหลายเมืองของประเทศกัมพูชาจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้ปริมาณการขายเฉลี่ยต่อเดือนปรับตัวลดลง และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงทำให้รายได้จากการขายอยู่ที่ 4,030 ล้านบาท ลดลง 0.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากปริมาณคำสั่งซื้อที่ลดลงของการส่งออกเครื่องดื่มบำรุงกำลังไปยังตลาดต่างประเทศ ขณะที่ตลาดเครื่องดื่มบำรุงกำลังในประเทศเชิงปริมาณสำหรับไตรมาส 1/2564 หดตัว 5.6% จากไตรมาส 1/2563 แต่บริษัทยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณได้ที่ 21% คิดเป็นอันดับ 2 ของตลาดขณะที่ตลาดเครื่องดื่มฟังก์ชันนอลดริงก์เชิงปริมาณไตรมาส 1/64 หดตัว 7.8% จากไตรมาส 1/63 และส่วนแบ่งการตลาดเชิงปริมาณอยู่ที่ 9% เพิ่มขึ้นจาก 8.1% ในไตรมาส 4/63 คิดเป็นอันดับ 2 ของตลาด อย่างไรก็ดี บริษัทได้มีการเปิดตัววู้ดดี้ ซี+ล็อค Collagen Mixed Burry เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าจะช่วยดึงกลุ่มฐานลูกค้าใหม่เข้ามามากขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มคนรักสวยรักงามและกลุ่มรักสุขภาพนอกจากนี้จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายคาดว่า แม้ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศและตลาด CLMV หดตัวในไตรมาส 1/2564 แต่รายได้จากการขายของ CBG สามารถทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากวู้ดดี้ ซี+ล็อค ที่เปิดตัวในกลางมีนาคมปีที่แล้วช่วยชดเชย แต่อัตรากำไรขั้นต้นที่อ่อนแอลงเหลือ 38.6% ในไตรมาส 1/64 เมื่อเทียบกับ 42.4% ในไตรมาส 1/63 และสมมติฐานที่ 41.0%อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/64 จะกลับมาเป็นบวก โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาด CLMV โดยเฉพาะความต้องการในพม่าที่ฟื้นตัวหลังจากสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น และหลังการปฏิวัติ 3 เดือน และความต้องการในกัมพูชาจะฟื้นตัวหลังการผ่อนคลายข้อบังคับในพฤษภาคมขณะเดียวกันเชื่อว่าด้านบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด ประเมินถึงทิศทางธุรกิจ CBG ว่า บริษัทรายงานกำไรหลักไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 700 ล้านบาท ลดลง 13% เทียบปีก่อน และ 20% จากไตรมาสก่อน ซึ่งต่ำกว่าที่คาด 7% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าคาด (อยู่ที่ 38.6% เทียบกับที่คาดไว้ 40.8%) และต่ำกว่าที่ตลาดคาด 10% เนื่องจากอัตรากำไรที่ต่ำกว่าคาด ทำให้ผลประกอบการไตรมาส 1/64 ที่อ่อนตัวส่งผลกดดันต่อราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาหุ้นที่น่าเข้าซื้อยังมั่นใจอยู่ในช่วง 106-114 บาท เนื่องจากมูลค่าที่น่าสนใจด้วยแรงหนุนจาก P/E ที่แข็งแกร่งที่ 26-28 เท่าส่วน บล.ทิสโก้ จำกัด ประเมินแนวโน้ม CBG ว่าแนวโน้มส่งออกเริ่มดีขึ้น แต่ยังได้ผลกระทบจากมาร์จิ้นที่ลดลงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และบริษัทคาดว่าผลกระทบด้านการส่งออกของบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 1/64 ทั้งประเทศกัมพูชาและพม่าจากสถานการณ์ยอดขายที่ดีขึ้นในกัมพูชาจาก COVID-19 เริ่มผ่อนคลายและพม่ามีการประท้วงเพียงบางพื้นที่ไม่เพียงเท่านี้บริษัทตั้งเป้าหมายประเทศจีนเติบโต 300% หรือ 1,400 ล้านบาท จากการเพิ่มตัวแทนจำหน่ายทำการตลาดและขยายพื้นที่ต่อเนื่อง สำหรับยอดขายในประเทศมีแผนออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มพลังงาน และคาดยอด functional drink ส่วน woody C+Lock เติบโตได้ 100% หลังจากออกสินค้าใหม่ Woody C+Lock คอลลาเจน มิกซ์เบอรี่ ได้รับการตอบรับดีส่วนต้นทุนคาดไตรมาส 2/64 ได้ผลกระทบจากอะลูมิเนียมกระป๋องที่เพิ่มขึ้น จนอาจกระทบมาร์จิ้นลดลง และในส่วนกลุ่มเครื่องดื่มส่งออก และแผนการผลิต packaging เองในส่วนฉลากและกล่องมีการเลื่อนไปในช่วงครึ่งปีหลัง นอกจากนี้ บริษัทมีแผนปรับสูตรใหม่ลดน้ำตาลซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนและช่วยลดภาษีความหวานได้ในครึ่งปีหลังหากแผนเป็นไปตามที่วางไว้ดังนั้นบล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์แนะนำ “ทยอยซื้อ” หุ้น บมจ.คาราบาวกรุ๊ป (CBG) โดยให้ราคาเป้าหมายปี 65 ที่ 135 บาทต่อหุ้น จากแนวโน้มไตรมาส 2/64 แม้คาดย่อตัวเทียบปีต่อปีจากฐานสูง บวกกับต้นทุนอะลูมิเนียมเพิ่มขึ้น แต่ฟื้นตัวดีขึ้นเทียบไตรมาสต่อไตรมาส ตามยอดขาย CLMV ที่เพิ่มขึ้น จีนฟื้นตัวแรงตามการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น อีกทั้งเป็น High Season และซื้อหุ้น บ.ACM เพิ่มเป็น 100% ตั้งแต่ มี.ค.64 ทำให้รับรู้กำไรมากขึ้น แต่อย่างไรตามไตรมาส 1/64 ต่ำคาดมากทั้งนี้ กำลังซื้อประเทศพม่าค่อยกลับมาดีขึ้นหลังผ่านช่วงรัฐประหาร 3 เดือน บวกกับการเร่งสั่งซื้อก่อนห้ามนำเข้าสินค้าผ่านทางบก (เริ่ม 1 พ.ค.64) ซึ่งต้องใช้เรือแทนทำให้ขนส่งนานขึ้นแต่ไม่กระทบต้นทุนเนื่องจากลูกค้ารับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง ขณะที่กัมพูชาผ่อนคลาย Lockdown มากขึ้นตั้งแต่ต้น พ.ค. เป็นต้นมา แม้ในประเทศต้องเผชิญกับการระบาดใหม่แต่ยังเติบโตดีจากเครื่องดื่ม Woody C+ Lock ทั้ง 2 รสชาติ อีกทั้งออกรสชาติใหม่ผสมคอลลาเจนช่วยขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆด้าน บล.เคทีบีเอสที แนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมายที่ 138.00 บาท (อิง PER 38x เทียบเท่า 5-yr avg PER) โดยมีมุมมองเป็นบวกจากผู้บริหารคงเป้ารายได้รวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 15% เทียบปีก่อน (Domestic เพิ่มขึ้น 15% Export เพิ่มขึ้น 15% เทียบปีก่อน ) โดยรายได้ CLMV ขยายตัว high single digit จีน เพิ่มขึ้น 263% เทียบปีก่อน ทำให้คาดผลประกอบการเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/64 หนุน โดยรายได้ domestic branded own ที่ขยายตัวจากฤดูร้อน และรายได้ต่างประเทศที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะจีนที่เข้าสู่ high season พม่า และกัมพูชาที่ฟื้นตัวนอกจากนี้ CBG อยู่ระหว่างศึกษาการปรับสูตรลดน้ำตาล ซึ่งมีโอกาสปรับสูตรได้เร็วสุดในครึ่งปีหลัง หากปรับสูตรลดน้ำตาลเหลือ 0-6 g/100 ml จะมี cost saving ที่ 320 ล้านบาทต่อปี จาก excise tax และต้นทุนน้ำตาลที่ลดลงด้าน บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ “TRADING” โดยคาดว่าผลประกอบการไตรมาส 2/64 ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนหน้า จากคำสั่งซื้อในพม่าที่เพิ่มขึ้น หลังเริ่มเห็นสัญญาณดีมานด์ที่เพิ่มมากขึ้น แม้การห้ามนำเข้าสินค้าเครื่องดื่มผ่านทางบกในพม่าเริ่มวันที่ 1 พ.ค.64 (ในที่นี้รวมถึงเครื่องดื่มชูกำลัง) ส่งผลให้ระยะเวลาขนส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 สัปดาห์ (เดิมไม่เกิน 1 สัปดาห์) แต่เป็นปัจจัยเร่งคำสั่งซื้อในเดือน เม.ย.64 รวมถึงกัมพูชาที่คาดว่าคำสั่งซื้อจะกลับมาดีขึ้น หลังมีการผ่อนคลายล็อกดาวน์ในช่วงต้นเดือน พ.ค.64 นอกจากนี้ บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่วู๊ดดี้ ซี+ล็อค คอลลาเจน มิกซ์เบอร์รี่ เมื่อวันที่ 19 เม.ย.64 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนรักสุขภาพและความสวยงามทำให้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-2565 ลง 17% และ 15% จากเดิมกำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 64 คิดเป็น 16% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2564 สะท้อนปัจจัยลบจากการได้รับผลกระทบจากการรัฐประหารในพม่าและการล็อกดาวน์ในกัมพูชา ส่งผลให้ยอดขายลดลง ทำให้ปรับประมาณการรายได้รวมปี 2564-2565 ลง 10% และ 13% เป็น 18,643 ล้านบาท และ 20,311 ล้านบาท และปรับอัตรากำไรขั้นต้นเป็น 39.5% และ 41.2% (เดิม 42% และ 42.3%) ตามลำดับ จากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-2565 ลง 17% และ 15% เป็น 3,651 ล้านบาท และ 4,205 ล้านบาทโดยขณะที่ยอดขายในประเทศคาดว่าจะเติบโตได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่ แนะนำ “เก็งกำไร” ให้ราคาเป้าหมายใหม่ 132.00 บาท (เดิม 150.00 บาท) อิง P/E ที่ 36 เท่า


กมธ.เรียกสอบ\”นัท นิสามณี\”สังคมกังขา!บิ๊กกกต.เอาตู้แช่ไวน์แต่งห้องทำงาน | TOP ข่าวเที่ยง | TOP NEWS


นัทนิสามณี นัทสะปัดแปรง TOPNEWS
ติดตามข่าวคลิปเด่นได้ที่ : https://bit.ly/TOPKhaodenxSubYT
.
ดาวน์โหลด APP : TOP NEWS : http://onelink.to/c68pbd
.
โฆษณาติดต่อ (คุณติ๊ก)
worarak@topnews.co.th
0816490178
.
ติดตามข่าวสารจากทางเราได้ จากทุกๆ ช่องทาง
กล่อง PSI, INFOSAT, GMMZ, IPM , CSAT, TIK , 3BB, TOT ช่องหมายเลข 77 , AIS ช่องหมายเลข 658
.
Website : https://www.topnews.co.th
FB : https://bit.ly/FBTOPTV
IG : https://bit.ly/IGTOPTV
Twitter : https://bit.ly/TWTOPTV
Line : https://bit.ly/LINExTOPTV

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

กมธ.เรียกสอบ\

\”ธีระ\”จี้บ.ประกันดังแจ้งลูกค้าให้เปลี่ยนโปรฯเคลม\”เจอจ่ายจบ\”กลิ่นตุๆชักดาบ | เช้าข่าวเข้ม | TOP NEWS


ประกันโควิดเจอจ่ายจบเดอะวันประกันภัยTOPNEWS
ติดตามข่าวคลิปเด่นได้ที่ : https://bit.ly/TOPKhaodenxSubYT
.
ดาวน์โหลด APP : TOP NEWS : http://onelink.to/c68pbd
.
โฆษณาติดต่อ (คุณติ๊ก)
worarak@topnews.co.th
0816490178
.
ติดตามข่าวสารจากทางเราได้ จากทุกๆ ช่องทาง
กล่อง PSI, INFOSAT, GMMZ, IPM , CSAT, TIK , 3BB, TOT ช่องหมายเลข 77 , AIS ช่องหมายเลข 658
.
Website : https://www.topnews.co.th
FB : https://bit.ly/FBTOPTV
IG : https://bit.ly/IGTOPTV
Twitter : https://bit.ly/TWTOPTV
Line : https://bit.ly/LINExTOPTV

\

TV News ‘CBG Chelsea’ Channel 5 ข่าวเด่นภาคดึก November 2015 1Mins


TV News 'CBG Chelsea' Channel 5   ข่าวเด่นภาคดึก  November 2015 1Mins

\”นิพนธ์\” หนึ่งเดียวช่วงนี้ \”CBG\”


\”นิพนธ์\” หนึ่งเดียวช่วงนี้ \”CBG\”
_____________________________
อ่านข่าวเพิ่มเติมได้ที่
MAKRO’ ยื่นไฟลิ่งเสนอขายหุ้น PO ไม่เกิน 2,270 ล้านหุ้น
https://www.thansettakij.com/money_market/501310
“ฉัตรชัย” CEO กลุ่ม บ.ดาว แนะธุรกิจเร่งปรับ รับกระแส Circular Economy
https://www.thansettakij.com/money_market/501336
นับถอยหลัง JP เตรียมเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก 2 พ.ย.นี้
https://www.thansettakij.com/money_market/501330
_____________________________
ติดตามข่าวได้ตามช่องทางอื่นๆ ทีนี่
website: https://www.thansettakij.com
facebook : https://www.facebook.com/thansettakij
twitter : https://twitter.com/Thansettakij
Line : https://lin.ee/AFtZiwI
Youtube Official : https://www.youtube.com/channel/UCcTiVmhW5zC6mn71vYbDvpQ
Instagram : https://www.instagram.com/thansettakij_official/
TIKTOK : https://www.tiktok.com/@thansettakij
blockdit : https://www.blockdit.com/thansettakij
ติดต่อโฆษณาได้ที่ 023383751
thansettakij.nm@gmail.com
_____________________________
thansettakij ฐานเศรษฐกิจ

\

เจาะกลยุทธ์ คาราบาวแดง กินทีละคำ ทำทีละเมือง จาก 0 สู่อันดับ 1 อาเซียน [1/2] The Secret Sauce EP.334


เมื่อพูดถึงเครื่องดื่มชูกำลัง หลายคนคงนึกถึงแบรนด์เพียงไม่กี่แบรนด์ หนึ่งในนั้นคือ ‘คาราบาวแดง’ ผู้ซึ่งครองตำแหน่งอันดับ 2 ในประเทศไทย และอันดับ 1 ในอาเซียน พวกเขาทำอย่างไรจึงเติบโตได้กว่า 20% ท่ามกลางวิกฤตสงครามเครื่องดื่มชูกำลังในสมรภูมิโลกระหว่าง 2 บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติไทยจะเดินไปในทิศทางใด
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยเรื่องราวความสำเร็จแห่งอาณาจักร ‘คาราบาวกรุ๊ป’ ในรายการ The Secret Sauce
Time Index
00:00 Intro
06:55 บทเรียนในช่วงที่ผ่านมา
10:40 กลยุทธ์เข้ากิน Marketshare
19:18 ใช้เวลากี่ปี ในการเข้ากินส่วนแบ่ง
23:30 ความยากลำบากระหว่างการลงทุน
26:57 การบุกต่างประเทศ ทำอย่างไร เป้าหมายคืออะไร
33:15 ทำตลาดประเทศกลุ่มอื่นอย่างไร
35:50 แผนต่างประเทศ
38:12 กลยุทธ์ ถูกดี คืออะไร
43:08 ค้าปลีกแบบใหม่กับแบบเก่าต่างกันอย่างไร ทำอย่างไรให้ % ยอดขายเพิ่มขึ้น
53:53 ทำไมไม่ทำโมเดล ถูกดี เอง
56:22 ความยากที่ทำให้เขาเชื่อใจเรา
1:00:40 มีแผนเข้าตลาดอย่างไร CJ / ถูกดี
1:05:10 สงครามค้าปลีกครั้งนี้ดุเดือดแค่ไหน
1:09:20 อะไรคือ Passion
———————————————
THE STANDARD PODCAST: EYEOPENING FOR YOUR EARS
พอดแคสต์จากสำนักข่าว THE STANDARD
Website: https://www.thestandard.co/podcast
SoundCloud: https://soundcloud.com/thestandardpodcast
Apple Podcasts: https://apple.co/31JOazM
Spotify: https://spoti.fi/3isv0W7
Twitter: https://twitter.com/TheStandardPod
Facebook: https://www.facebook.com/thestandardth

คาราบาวแดง CarabaoGroup TheSecretSauce TheStandardPodcast TheStandardCo TheStandardTH

เจาะกลยุทธ์ คาราบาวแดง กินทีละคำ ทำทีละเมือง จาก 0 สู่อันดับ 1 อาเซียน [1/2] The Secret Sauce EP.334

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ cbg ข่าว

1 thought on “[Update] CBG คว้า Best CEO Awards (SET) 2 ปีซ้อน – มิติหุ้น | cbg ข่าว – POLLICELEE”

Leave a Comment