[Update] Media Disruption: EP1 ไทม์ไลน์และพฤติกรรมผู้เสพสื่อที่เปลี่ยนไปในระดับโลก | ข่าว พฤติกรรม ผู้ บริโภค – POLLICELEE

ข่าว พฤติกรรม ผู้ บริโภค: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

Time Line ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารและวงการสื่อโลก

ที่มาภาพประกอบ: Radio Free Europe/Radio Liberty

  • ปี ค.ศ. 1609 หนังสือพิมพ์เกิดขึ้นในยุโรป (รายสัปดาห์)
  • ปี ค.ศ. 1690 หนังสือพิมพ์เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา (ขณะที่ยังเป็นอาณานิคม)
  • ปี ค.ศ. 1821 มีนิตยสาร (Magazine) ระดับชาติฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ประมาณ ปี ค.ศ. 1826-1827 มีการถ่ายภาพโดยกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1827 เกิดหนังสือพิมพ์เฉพาะกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน ฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1828 เกิดนิตยสารสำหรับสตรีฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1844 สายโทรเลขเส้นแรกถูกวางโดย Samuel Morse
  • ปี ค.ศ. 1858 มีสายเคเบิลเส้นแรกวางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ทศวรรษที่ 1870s พบว่า มีสื่อสิ่งพิมพ์ลามกเผยแพร่ในยุโรปแล้ว
  • ปี ค.ศ. 1876 Alexander Graham Bell คิดค้นโทรศัพท์ให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1877 Thomas Edison คิดค้นแผ่นเสียงให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1885 George Eastman คิดค้นกล้องถ่ายรูปฟิล์มให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1894 Guglielmo Marconi คิดค้นวิทยุให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1923 มีการถ่ายทอดเสียงการแข่งขันเบสบอล World Series เป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1927 มีการส่งสัญญาณโทรทัศน์ครั้งแรกโดย Philo Farnsworth
  • ปี ค.ศ. 1928 มีการเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ (ขาวดำ) สู่สาธารณชนครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1932 Walt Disney สร้างภาพยนตร์สีขึ้นครั้งแรก
  • ทศวรรษที่ 1940s วิทยุเทปถูกพัฒนาขึ้นในเยอรมนี
  • ทศวรรษที่ 1940s มีการพัฒนาระบบชุมสายโทรทัศน์ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบเคเบิลทีวี
  • ทศวรรษที่ 1940s มีการพัฒนาระบบดิจิทัล ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบอินเตอร์เน็ต
  • ทศวรรษที่ 1950s โทรทัศน์ขาวดำได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอเมริกัน
  • ปี ค.ศ. 1950 มีการเผยแพร่ข่าวสารสู่โลกคอมมิวนิสต์ผ่านสถานีวิทยุ Radio Free Europe (RFE) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1951 เทคโนโลยีโทรทัศน์สีเริ่มปรากฏขึ้นในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1953 นิตยสาร Playboy ฉบับแรกออกวางจำหน่าย
  • ทศวรรษที่ 1960s ยุครุ่งเรืองของวิทยุ FM
  • ปี ค.ศ. 1960 กีฬาโอลิมปิกเผยแพร่ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1963 เริ่มมีการใช้เทปคาสเซ็ต
  • ปี ค.ศ. 1966 ดาวเทียม Telstar I ได้ส่งสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณโทรทัศน์
  • ปี ค.ศ. 1969 มีการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตภายในประเทศขึ้นครั้งแรก จากเครือข่าย DOD’s ARPAnet ของสหรัฐฯ
  • ทศวรรษที่ 1970s มีการพัฒนาระบบ E-mail
  • ทศวรรษที่ 1970s เริ่มมีการเผยแพร่เนื้อหาโป๊เปลือยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
  • ทศวรรษที่ 1970s การให้บริการและจำหน่าย Pager เริ่มแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 1972 มีการวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรก คือ Xerox PARC ของบริษัท Xerox Alto
  • ปี ค.ศ. 1973 มีการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศขึ้นครั้งแรก โดยมีการเชื่อมเครือข่ายจากอังกฤษและนอร์เวย์ เข้ากับเครือข่าย DOD’s ARPAnet ของสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1973 Motorola เปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1974 ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ (ISP) เกิดขึ้นครั้งแรก คือเครือข่าย Telenet
  • ปี ค.ศ. 1974 นักวิทยาศาสตร์ของ Kodak ประดิษฐ์กล้องดิจิทัลออกมาใช้งานจริงได้
  • ปี ค.ศ. 1977 ม้วนวีดีโอระบบ VHS ก้าวเข้ามาเป็นมาตรฐานของเครื่องเล่นวีดีโอ
  • ปี ค.ศ. 1978 เกิด Spam E-mail ครั้งแรกในโลก
  • ปี ค.ศ. 1979 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 1G เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น
  • ทศวรรษที่ 1980s โทรทัศน์สีเข้ามาแทนที่โทรทัศน์ขาวดำ
  • ทศวรรษที่ 1980s มีการใช้สายส่งสัญญาณไฟเบอร์ออปติก
  • ปี ค.ศ. 1980 มีการเผยแพร่เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์สู่ระบบอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก (Columbus Dispatch)
  • ปี ค.ศ. 1980 สถานี CNN เป็นสถานีข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1981 IBM วางจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล IBM 5150 ซึ่งได้ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 1981 มีการเปิดตัวช่อง MTV
  • ปี ค.ศ. 1985 โดเมน .com ซึ่งเป็นโดเมนระดับบนสุดตามหมวด เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมๆ กันกับ .net, .org, .gov, .mil, .arpa และ .edu
  • ปี ค.ศ. 1985com เป็นเว็บไซต์แรกที่ใช้ระบบโดเมน
  • ปี ค.ศ. 1985 Microsoft เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  • ปี ค.ศ. 1986 เปิดตัว MCI Mail ผู้ให้บริการ Email เชิงพาณิชย์แห่งแรก
  • ปี ค.ศ. 1989 Compaq เปิดตัวคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Laptop Computer) เครื่องแรกของโลก
  • ทศวรรษที่ 1990s ยุครุ่งเรืองของรายการแบบ talk radio
  • ปี ค.ศ. 1991 มีการเผยแพร่เว็บไซต์ http://info.cern.ch/hypertext/WWW/TheProject.html สู่สาธารณะ ถือเป็นเว็บไซต์แรกตามระบบ World Wide Web (WWW) เว็บแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1991 ระบบ GSM (Global System for Mobile Communications) เข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือว่าเข้าสู่ยุค 2G แทนที่ยุค 1G
  • ปี ค.ศ. 1992 มีการนำไฟล์เสียงและไฟล์วีดีโอ เผยแพร่ในเว็บไซต์เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1992 มีการส่ง SMS ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1993 ทำเนียบขาวและสหประชาชาติเริ่มมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
  • ปี ค.ศ. 1994 เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Netscape ส่วน Microsoft เริ่มสร้างเว็บบราวเซอร์สำหรับ Windows 95
  • ปี ค.ศ. 1994 เปิดตัวเว็บไซต์ Yahoo!
  • ปี ค.ศ. 1994 มีโฆษณาแบบ Banner Ad เป็นครั้งแรกในเว็บไซต์ HotWired โดยเป็นโฆษณาของบริษัท AT&T
  • ปี ค.ศ. 1994 หนังสือพิมพ์ Telegraph เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกในอังกฤษที่เผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์
  • ปี ค.ศ. 1995 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 23,500 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 1995 International Data Group ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 16 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 0.4% ต่อประชากรทั้งหมดของโลก
  • ปี ค.ศ. 1995 Microsoft เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer
  • ปี ค.ศ. 1995 เปิดตัวเว็บไซต์ com เว็บไซต์หาคู่เว็บแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1995 เปิดตัวเว็บไซต์ขายของออนไลน์ com และ eBay.com โดยสินค้าชิ้นแรกที่ขายได้ใน eBay คือพอยต์เตอร์เลเซอร์ ราคา 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1996 ตั้งแต่มีการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือมาตั้งแต่ยุค ทศวรรษที่ 1970s ถึงปี 1996 มีโทรศัพท์มือถือจำหน่ายออกไปแล้วประมาณ 60 ล้านเครื่องทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 1996 Nokia 7110 เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มีเว็บบราวเซอร์ (Web Browser)
  • ปี ค.ศ. 1997 BBC Online เปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบ
  • ปี ค.ศ. 1997 DVD เข้ามาแทนที่ม้วนวีดีโอระบบ VHS
  • ปี ค.ศ. 1997 Netflix เริ่มให้บริการเช่า DVD ทางไปรษณีย์ในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1998 เปิดตัวเสิร์ชเอนจิน Google
  • ปี ค.ศ. 1998 The Guardian เปิดเว็บไซต์ และกลายเป็นเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในอังกฤษ
  • ทศวรรษที่ 2000s เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ปี ค.ศ. 2000 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 17,087,182 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2000 ฟองสบู่ dot-com แตก ธุรกิจเว็บไซต์มีการเลิกจ้างในสหรัฐฯ ถึง 22,000 ตำแหน่ง
  • ปี ค.ศ. 2000 Sharp J-SH04 เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นแรกที่มีกล้องดิจิทัลฝังติดกับตัวเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2000 เปิดตัว Nokia 3310 ที่ถือว่าเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่ง มียอดจำหน่ายระหว่างปี 2000-2005 ที่ 126 ล้านเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2000 Internet World Stats ประเมินว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 361 ล้านคน คิดเป็น 5.8 % ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2000 เริ่มมีความกังวลใจเรื่องแฮคเกอร์ หลังเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Yahoo, Amazon.com, Buy.com และ com เกิดอาการล่ม
  • ปี ค.ศ. 2000 สำนักข่าว AP เปิดตัวบริการ Streaming News
  • ปี ค.ศ. 2000 เปิดตัวเสิร์ชเอนจิน Baidu
  • ปี ค.ศ. 2001 เปิดตัวเว็บไซต์ Wikipedia
  • ปี ค.ศ. 2001 เปิดตัวเครื่องเล่น iPod และไฟล์เสียง MP3 ได้กลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับการเล่นเพลงดิจิทัล
  • ปี ค.ศ. 2002 โทรทัศน์ระบบดิจิทัลเริ่มเข้ามาแทนที่ระบบแอนาล็อก
  • ปี ค.ศ. 2002 The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรก ที่นำเนื้อหาฉบับเก่ามาเก็บไว้ในแบบดิจิทัล โดยย้อนหลังไปถึงฉบับในปี 1851
  • ปี ค.ศ. 2002 เทรนด์การเก็บเงินค่าสมาชิกของเว็บไซต์ข่าวเริ่มแพร่หลาย เว็บไซต์ com มีสมาชิกที่จ่ายเงินให้ถึง 25,000 คน มีผลสำรวจชิ้นหนึ่งในอังกฤษระบุว่า พนักงานในออฟฟิศอ่านข่าวผ่านเว็บไซต์มากกว่าดูภาพโป๊
  • ปี ค.ศ. 2002 Google เปิดตัว Google News ที่รวบรวมพาดหัวข่าวจากเว็บไซต์ข่าวถึง 4,000 แห่ง
  • ปี ค.ศ. 2003 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าสู่ยุค 3G
  • ปี ค.ศ. 2003 Apple Inc. เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Safari
  • ปี ค.ศ. 2003 Apple Inc. เปิดตัว iTunes ร้านจำหน่ายเพลงออนไลน์
  • ปี ค.ศ. 2003 TiVo ให้บริการ video on demand เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 2003 เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Firefox
  • ปี ค.ศ. 2003 ไวรัสคอมพิวเตอร์ Slammer ใช้เวลาเพียง 10 นาที ในการแพร่กระจายผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 2003 เปิดตัว WordPress เว็บไซต์แบบ Weblog ที่เปิดให้คนทั่วไปเขียนเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
  • ปี ค.ศ. 2003 สงครามอ่าวกระตุ้นให้คนอ่านข่าวผ่านเว็บไซต์มากขึ้น The Wall St Journal ลงทุนกับฉบับออนไลน์ถึง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลตอบแทนคือมีผู้สมัครสมาชิกฉบับออนไลน์นี้ถึง 625,000 คน
  • ปี ค.ศ. 2003 The Times เปิดตัวฉบับออนไลน์
  • ปี ค.ศ. 2003 The NYTimes.com มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • ปี ค.ศ. 2003 เว็บไซต์ข่าว The Guardian เริ่มมีการเก็บเงินผู้อ่านจากบางเนื้อหา และในปีเดียวกันนี้เว็บไซต์ The Guardian ได้ทดลองผลิตเนื้อหาฉบับออนไลน์เอง โดยไม่อิงฉบับที่เป็นสิ่งพิมพ์
  • ปี ค.ศ. 2004 Microsoft ทดลองโครงการ Newsbot ที่รวบรวมฐานข้อมูลจากแหล่งข่าวทั่วโลก 4,800 แหล่ง
  • ปี ค.ศ. 2004 Google เปิดตัว Gmail
  • ปี ค.ศ. 2004 เปิดตัว Facebook ที่ถือว่าเป็นหัวหอกในการนำโลกเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย
  • ปี ค.ศ. 2004 อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ครอบคลุมครอบครัวในสหรัฐฯ กว่า 50%
  • ปี ค.ศ. 2004 Podcast (รายการเสียงทางอินเตอร์เน็ต) เริ่มแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 2005 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 64,780,617 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2005 เปิดตัว YouTube
  • ปี ค.ศ. 2005 Internet World Stats ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 1,018 ล้านคน คิดเป็น 15.7% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2005 ปรากฏการณ์ ‘นักข่าวพลเมือง’ ที่ประชาชนทั่วไปส่งข่าวและภาพข่าวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับสื่อโดยตรง เริ่มทำให้สื่อมวลชนมืออาชีพกังวลใจว่างานของพวกเขากำลังถูกคุกคามจากมือสมัครเล่นเหล่านี้
  • ปี ค.ศ. 2006 เปิดตัว Twitter
  • ปี ค.ศ. 2006 Facebook ซื้อ YouTube ในราคา 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2006 เปิดตัว Nokia N95 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลก ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2007 iPhone ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2007 Netflix เริ่มให้บริการ video on demand
  • ปี ค.ศ. 2007 มีการเขียนข่าวผ่าน Weblog เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 2008 สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2009 เปิดตัว WhatsApp แอปพลิเคชั่นส่งข้อความที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา
  • ทศวรรษที่ 2010s เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของสมาร์ทโฟน
  • ปี ค.ศ. 2010 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 206,956,723 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2010 กล้องดิจิทัลทำยอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 121.5 ล้านตัวทั่วโลก ก่อนที่ยอดขายจะตกลงมาทุกๆ ปีหลังจากนั้น
  • ปี ค.ศ. 2010 มีผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก 400 ล้านคน
  • ปี ค.ศ. 2010 iPad ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2010 Facebook ซื้อ Friendster ในราคา 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2010 เปิดตัว Pinterest และ Instagram อีก 2 โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา
  • ปี ค.ศ. 2010 Internet World Stats ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 1,971 ล้านคน คิดเป็น 28.8% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2011 โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitter ได้รับการยอมรับว่ามีบทบาทอย่างสูงต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในตะวันออกกลาง
  • ปี ค.ศ. 2011 Samsung ก้าวขึ้นเป็นบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ของโลก
  • ปี ค.ศ. 2012 Facebook ซื้อ Instagram ในราคา 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2013 ข้อมูลจาก World Press Trends Database ระบุว่า ยอดขายของหนังสือพิมพ์รายวันทั่วโลกอยู่ที่ 538.90 ล้านฉบับ
  • ปี ค.ศ. 2013 ข้อมูลจาก PwC ระบุว่ามีเว็บไซต์ข่าวที่เก็บเงินผู้อ่านในโลกทั้งหมด 7,746 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2014 Facebook ซื้อ WhatsApp ในราคา 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2014 Google บรรจุดัชนีการค้นข้อมูลไว้มากกว่า 130 ล้านล้านเว็บเพจ ซึ่งศูนย์ข้อมูลของ Google ใช้ไฟฟ้าเป็นสัดส่วน 0.01% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 2015 มีผู้ใช้ Instagram ทั่วโลก 400 ล้านคน ส่วนผู้ใช้ Twitter ทั่วโลก 316 ล้านคน
  • ปี ค.ศ. 2015 Internet World Stats ประเมินว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 3,366 ล้านคน คิดเป็น 46.4% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2015 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 863,105,652 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2015 ประมาณการว่าโซเชียลมีเดียทำรายได้จากโฆษณาถึง 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2015 ทั่วโลกมีการค้นข้อมูลใน Google มากกว่า 1 แสนล้านครั้งต่อเดือน
  • ปี ค.ศ. 2016 World Economic Forum ประเมินว่าทุกๆ นาที จะมีคนเขียนข้อความใน Facebook 30 ล้านครั้ง และมีการทวิตใน Twitter 350,000 ครั้ง
  • ปี ค.ศ. 2016 หนังสือพิมพ์รายวัน Yomiuri Shimbun ของญี่ปุ่น มียอดขายสูงที่สุดในโลก 9.1 ล้านฉบับต่อวัน
  • ปี ค.ศ. 2016 สัดส่วนการใช้อุปกรณ์ในการค้นข้อมูลจาก Google เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ 60%
  • ปี ค.ศ. 2016 มีธุรกิจกว่า 60 ล้านแห่งที่มี Page Facebook
  • ปี ค.ศ. 2017 ข้อมูลจาก World Press Trends Database ระบุว่ายอดขายของหนังสือพิมพ์รายวันทั่วโลกอยู่ที่ 536.60 ล้านฉบับ
  • ปี ค.ศ. 2017 ข้อมูลจาก PwC ระบุว่ามีเว็บไซต์ข่าวที่เก็บเงินผู้อ่านในโลกทั้งหมด 25,725 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2017 ณ เดือน มิ.ย. 2017 มีผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก 1,979,703,530 คน โดยระหว่างปี 2010-2017 อัตราการเติบโตของผู้ใช้ Facebook เท่ากับ 282.3%
  • ปี ค.ศ. 2017 ประมาณการว่า ปี 2017 นี้มีการถ่ายภาพในโลกทั้งหมด 1.2 ล้านล้านครั้ง โดย 85% เป็นการถ่ายภาพจากโทรศัพท์
  • ปี ค.ศ. 2017 ทุกๆ วันคนทั่วโลกดูวีดีโอใน YouTube รวมกันมากกว่า 1 พันล้านชั่วโมง และมากกว่าครึ่งรับชมผ่านโทรศัพท์
  • ปี ค.ศ. 2018 กล้องดิจิทัลมียอดขายต่ำที่สุดเท่าที่เคยเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2003 โดยในปี 2018 ขายได้เพียง 19.4 ล้านเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2018 ประมาณการว่าโซเชียลมีเดียทำรายได้จากโฆษณาถึง 74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2019 Internet World Stats ประเมินว่าในเดือน มิ.ย. 2019 มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 4,422 ล้านคน คิดเป็น 57.3% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2019 Internet Live Stats ประเมินว่าในเดือน ก.ค. 2019 มีเว็บไซต์ทั่วโลก 1,703,875,000 เว็บ แต่กระนั้นคาดว่ามีเว็บไซต์น้อยกว่า 200 ล้านเว็บเท่านั้นที่ยัง active อยู่

เรียบเรียงจาก: nimcj.org, j387mediahistory, statista.com, wikipedia.org, livescience.com, tigermobiles.com, mobilephonehistory.co.uk, silicon.co.uk, 11points.com, internetworldstats.com, weforum.org, journalism.co.uk, businessinsider.com, internetlivestats.com, brandwatch.com, wptdatabase.org, globalwebindex.net, Newspaper Association of America,

*Update ข้อมูล 31 July 2019

[Update] Media Disruption: EP1 ไทม์ไลน์และพฤติกรรมผู้เสพสื่อที่เปลี่ยนไปในระดับโลก | ข่าว พฤติกรรม ผู้ บริโภค – POLLICELEE

Time Line ตัวอย่างเหตุการณ์สำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารและวงการสื่อโลก

ที่มาภาพประกอบ: Radio Free Europe/Radio Liberty

  • ปี ค.ศ. 1609 หนังสือพิมพ์เกิดขึ้นในยุโรป (รายสัปดาห์)
  • ปี ค.ศ. 1690 หนังสือพิมพ์เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา (ขณะที่ยังเป็นอาณานิคม)
  • ปี ค.ศ. 1821 มีนิตยสาร (Magazine) ระดับชาติฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ประมาณ ปี ค.ศ. 1826-1827 มีการถ่ายภาพโดยกล้องถ่ายรูปเป็นครั้งแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1827 เกิดหนังสือพิมพ์เฉพาะกลุ่มแอฟริกัน-อเมริกัน ฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1828 เกิดนิตยสารสำหรับสตรีฉบับแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1844 สายโทรเลขเส้นแรกถูกวางโดย Samuel Morse
  • ปี ค.ศ. 1858 มีสายเคเบิลเส้นแรกวางข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก
  • ทศวรรษที่ 1870s พบว่า มีสื่อสิ่งพิมพ์ลามกเผยแพร่ในยุโรปแล้ว
  • ปี ค.ศ. 1876 Alexander Graham Bell คิดค้นโทรศัพท์ให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1877 Thomas Edison คิดค้นแผ่นเสียงให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1885 George Eastman คิดค้นกล้องถ่ายรูปฟิล์มให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1894 Guglielmo Marconi คิดค้นวิทยุให้ใช้งานได้
  • ปี ค.ศ. 1923 มีการถ่ายทอดเสียงการแข่งขันเบสบอล World Series เป็นครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1927 มีการส่งสัญญาณโทรทัศน์ครั้งแรกโดย Philo Farnsworth
  • ปี ค.ศ. 1928 มีการเผยแพร่สัญญาณโทรทัศน์ (ขาวดำ) สู่สาธารณชนครั้งแรกในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1932 Walt Disney สร้างภาพยนตร์สีขึ้นครั้งแรก
  • ทศวรรษที่ 1940s วิทยุเทปถูกพัฒนาขึ้นในเยอรมนี
  • ทศวรรษที่ 1940s มีการพัฒนาระบบชุมสายโทรทัศน์ ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบเคเบิลทีวี
  • ทศวรรษที่ 1940s มีการพัฒนาระบบดิจิทัล ซึ่งต่อมาได้พัฒนาเป็นระบบอินเตอร์เน็ต
  • ทศวรรษที่ 1950s โทรทัศน์ขาวดำได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวอเมริกัน
  • ปี ค.ศ. 1950 มีการเผยแพร่ข่าวสารสู่โลกคอมมิวนิสต์ผ่านสถานีวิทยุ Radio Free Europe (RFE) ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1951 เทคโนโลยีโทรทัศน์สีเริ่มปรากฏขึ้นในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1953 นิตยสาร Playboy ฉบับแรกออกวางจำหน่าย
  • ทศวรรษที่ 1960s ยุครุ่งเรืองของวิทยุ FM
  • ปี ค.ศ. 1960 กีฬาโอลิมปิกเผยแพร่ทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1963 เริ่มมีการใช้เทปคาสเซ็ต
  • ปี ค.ศ. 1966 ดาวเทียม Telstar I ได้ส่งสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณโทรทัศน์
  • ปี ค.ศ. 1969 มีการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตภายในประเทศขึ้นครั้งแรก จากเครือข่าย DOD’s ARPAnet ของสหรัฐฯ
  • ทศวรรษที่ 1970s มีการพัฒนาระบบ E-mail
  • ทศวรรษที่ 1970s เริ่มมีการเผยแพร่เนื้อหาโป๊เปลือยผ่านระบบอินเตอร์เน็ต
  • ทศวรรษที่ 1970s การให้บริการและจำหน่าย Pager เริ่มแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 1972 มีการวางจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรก คือ Xerox PARC ของบริษัท Xerox Alto
  • ปี ค.ศ. 1973 มีการใช้ระบบอินเตอร์เน็ตระหว่างประเทศขึ้นครั้งแรก โดยมีการเชื่อมเครือข่ายจากอังกฤษและนอร์เวย์ เข้ากับเครือข่าย DOD’s ARPAnet ของสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1973 Motorola เปิดตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่เครื่องแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1974 ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตเชิงพาณิชย์ (ISP) เกิดขึ้นครั้งแรก คือเครือข่าย Telenet
  • ปี ค.ศ. 1974 นักวิทยาศาสตร์ของ Kodak ประดิษฐ์กล้องดิจิทัลออกมาใช้งานจริงได้
  • ปี ค.ศ. 1977 ม้วนวีดีโอระบบ VHS ก้าวเข้ามาเป็นมาตรฐานของเครื่องเล่นวีดีโอ
  • ปี ค.ศ. 1978 เกิด Spam E-mail ครั้งแรกในโลก
  • ปี ค.ศ. 1979 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุค 1G เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น
  • ทศวรรษที่ 1980s โทรทัศน์สีเข้ามาแทนที่โทรทัศน์ขาวดำ
  • ทศวรรษที่ 1980s มีการใช้สายส่งสัญญาณไฟเบอร์ออปติก
  • ปี ค.ศ. 1980 มีการเผยแพร่เนื้อหาจากหนังสือพิมพ์สู่ระบบอินเตอร์เน็ตเป็นครั้งแรก (Columbus Dispatch)
  • ปี ค.ศ. 1980 สถานี CNN เป็นสถานีข่าว 24 ชั่วโมงแห่งแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1981 IBM วางจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล IBM 5150 ซึ่งได้ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 1981 มีการเปิดตัวช่อง MTV
  • ปี ค.ศ. 1985 โดเมน .com ซึ่งเป็นโดเมนระดับบนสุดตามหมวด เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก พร้อมๆ กันกับ .net, .org, .gov, .mil, .arpa และ .edu
  • ปี ค.ศ. 1985com เป็นเว็บไซต์แรกที่ใช้ระบบโดเมน
  • ปี ค.ศ. 1985 Microsoft เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Windows สำหรับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล
  • ปี ค.ศ. 1986 เปิดตัว MCI Mail ผู้ให้บริการ Email เชิงพาณิชย์แห่งแรก
  • ปี ค.ศ. 1989 Compaq เปิดตัวคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก (Laptop Computer) เครื่องแรกของโลก
  • ทศวรรษที่ 1990s ยุครุ่งเรืองของรายการแบบ talk radio
  • ปี ค.ศ. 1991 มีการเผยแพร่เว็บไซต์ http://info.cern.ch/hypertext/WWW/TheProject.html สู่สาธารณะ ถือเป็นเว็บไซต์แรกตามระบบ World Wide Web (WWW) เว็บแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1991 ระบบ GSM (Global System for Mobile Communications) เข้ามาเป็นมาตรฐานใหม่ของโทรศัพท์เคลื่อนที่ ถือว่าเข้าสู่ยุค 2G แทนที่ยุค 1G
  • ปี ค.ศ. 1992 มีการนำไฟล์เสียงและไฟล์วีดีโอ เผยแพร่ในเว็บไซต์เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1992 มีการส่ง SMS ผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 1993 ทำเนียบขาวและสหประชาชาติเริ่มมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
  • ปี ค.ศ. 1994 เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Netscape ส่วน Microsoft เริ่มสร้างเว็บบราวเซอร์สำหรับ Windows 95
  • ปี ค.ศ. 1994 เปิดตัวเว็บไซต์ Yahoo!
  • ปี ค.ศ. 1994 มีโฆษณาแบบ Banner Ad เป็นครั้งแรกในเว็บไซต์ HotWired โดยเป็นโฆษณาของบริษัท AT&T
  • ปี ค.ศ. 1994 หนังสือพิมพ์ Telegraph เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกในอังกฤษที่เผยแพร่เนื้อหาบนเว็บไซต์
  • ปี ค.ศ. 1995 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 23,500 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 1995 International Data Group ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ต 16 ล้านคนทั่วโลก คิดเป็นสัดส่วน 0.4% ต่อประชากรทั้งหมดของโลก
  • ปี ค.ศ. 1995 Microsoft เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Internet Explorer
  • ปี ค.ศ. 1995 เปิดตัวเว็บไซต์ com เว็บไซต์หาคู่เว็บแรกของโลก
  • ปี ค.ศ. 1995 เปิดตัวเว็บไซต์ขายของออนไลน์ com และ eBay.com โดยสินค้าชิ้นแรกที่ขายได้ใน eBay คือพอยต์เตอร์เลเซอร์ ราคา 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1996 ตั้งแต่มีการวางจำหน่ายโทรศัพท์มือถือมาตั้งแต่ยุค ทศวรรษที่ 1970s ถึงปี 1996 มีโทรศัพท์มือถือจำหน่ายออกไปแล้วประมาณ 60 ล้านเครื่องทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 1996 Nokia 7110 เป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นแรกที่มีเว็บบราวเซอร์ (Web Browser)
  • ปี ค.ศ. 1997 BBC Online เปิดให้บริการแบบเต็มรูปแบบ
  • ปี ค.ศ. 1997 DVD เข้ามาแทนที่ม้วนวีดีโอระบบ VHS
  • ปี ค.ศ. 1997 Netflix เริ่มให้บริการเช่า DVD ทางไปรษณีย์ในสหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 1998 เปิดตัวเสิร์ชเอนจิน Google
  • ปี ค.ศ. 1998 The Guardian เปิดเว็บไซต์ และกลายเป็นเว็บไซต์หนังสือพิมพ์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในอังกฤษ
  • ทศวรรษที่ 2000s เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของโทรศัพท์เคลื่อนที่
  • ปี ค.ศ. 2000 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 17,087,182 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2000 ฟองสบู่ dot-com แตก ธุรกิจเว็บไซต์มีการเลิกจ้างในสหรัฐฯ ถึง 22,000 ตำแหน่ง
  • ปี ค.ศ. 2000 Sharp J-SH04 เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นแรกที่มีกล้องดิจิทัลฝังติดกับตัวเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2000 เปิดตัว Nokia 3310 ที่ถือว่าเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดรุ่นหนึ่ง มียอดจำหน่ายระหว่างปี 2000-2005 ที่ 126 ล้านเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2000 Internet World Stats ประเมินว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 361 ล้านคน คิดเป็น 5.8 % ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2000 เริ่มมีความกังวลใจเรื่องแฮคเกอร์ หลังเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Yahoo, Amazon.com, Buy.com และ com เกิดอาการล่ม
  • ปี ค.ศ. 2000 สำนักข่าว AP เปิดตัวบริการ Streaming News
  • ปี ค.ศ. 2000 เปิดตัวเสิร์ชเอนจิน Baidu
  • ปี ค.ศ. 2001 เปิดตัวเว็บไซต์ Wikipedia
  • ปี ค.ศ. 2001 เปิดตัวเครื่องเล่น iPod และไฟล์เสียง MP3 ได้กลายมาเป็นมาตรฐานสำหรับการเล่นเพลงดิจิทัล
  • ปี ค.ศ. 2002 โทรทัศน์ระบบดิจิทัลเริ่มเข้ามาแทนที่ระบบแอนาล็อก
  • ปี ค.ศ. 2002 The New York Times เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรก ที่นำเนื้อหาฉบับเก่ามาเก็บไว้ในแบบดิจิทัล โดยย้อนหลังไปถึงฉบับในปี 1851
  • ปี ค.ศ. 2002 เทรนด์การเก็บเงินค่าสมาชิกของเว็บไซต์ข่าวเริ่มแพร่หลาย เว็บไซต์ com มีสมาชิกที่จ่ายเงินให้ถึง 25,000 คน มีผลสำรวจชิ้นหนึ่งในอังกฤษระบุว่า พนักงานในออฟฟิศอ่านข่าวผ่านเว็บไซต์มากกว่าดูภาพโป๊
  • ปี ค.ศ. 2002 Google เปิดตัว Google News ที่รวบรวมพาดหัวข่าวจากเว็บไซต์ข่าวถึง 4,000 แห่ง
  • ปี ค.ศ. 2003 เครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าสู่ยุค 3G
  • ปี ค.ศ. 2003 Apple Inc. เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Safari
  • ปี ค.ศ. 2003 Apple Inc. เปิดตัว iTunes ร้านจำหน่ายเพลงออนไลน์
  • ปี ค.ศ. 2003 TiVo ให้บริการ video on demand เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 2003 เปิดตัวเว็บบราวเซอร์ Firefox
  • ปี ค.ศ. 2003 ไวรัสคอมพิวเตอร์ Slammer ใช้เวลาเพียง 10 นาที ในการแพร่กระจายผ่านอินเตอร์เน็ตทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 2003 เปิดตัว WordPress เว็บไซต์แบบ Weblog ที่เปิดให้คนทั่วไปเขียนเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น
  • ปี ค.ศ. 2003 สงครามอ่าวกระตุ้นให้คนอ่านข่าวผ่านเว็บไซต์มากขึ้น The Wall St Journal ลงทุนกับฉบับออนไลน์ถึง 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ผลตอบแทนคือมีผู้สมัครสมาชิกฉบับออนไลน์นี้ถึง 625,000 คน
  • ปี ค.ศ. 2003 The Times เปิดตัวฉบับออนไลน์
  • ปี ค.ศ. 2003 The NYTimes.com มีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์
  • ปี ค.ศ. 2003 เว็บไซต์ข่าว The Guardian เริ่มมีการเก็บเงินผู้อ่านจากบางเนื้อหา และในปีเดียวกันนี้เว็บไซต์ The Guardian ได้ทดลองผลิตเนื้อหาฉบับออนไลน์เอง โดยไม่อิงฉบับที่เป็นสิ่งพิมพ์
  • ปี ค.ศ. 2004 Microsoft ทดลองโครงการ Newsbot ที่รวบรวมฐานข้อมูลจากแหล่งข่าวทั่วโลก 4,800 แหล่ง
  • ปี ค.ศ. 2004 Google เปิดตัว Gmail
  • ปี ค.ศ. 2004 เปิดตัว Facebook ที่ถือว่าเป็นหัวหอกในการนำโลกเข้าสู่ยุคโซเชียลมีเดีย
  • ปี ค.ศ. 2004 อินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์ครอบคลุมครอบครัวในสหรัฐฯ กว่า 50%
  • ปี ค.ศ. 2004 Podcast (รายการเสียงทางอินเตอร์เน็ต) เริ่มแพร่หลาย
  • ปี ค.ศ. 2005 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 64,780,617 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2005 เปิดตัว YouTube
  • ปี ค.ศ. 2005 Internet World Stats ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 1,018 ล้านคน คิดเป็น 15.7% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2005 ปรากฏการณ์ ‘นักข่าวพลเมือง’ ที่ประชาชนทั่วไปส่งข่าวและภาพข่าวทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้กับสื่อโดยตรง เริ่มทำให้สื่อมวลชนมืออาชีพกังวลใจว่างานของพวกเขากำลังถูกคุกคามจากมือสมัครเล่นเหล่านี้
  • ปี ค.ศ. 2006 เปิดตัว Twitter
  • ปี ค.ศ. 2006 Facebook ซื้อ YouTube ในราคา 1.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2006 เปิดตัว Nokia N95 ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกของโลก ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2007 iPhone ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2007 Netflix เริ่มให้บริการ video on demand
  • ปี ค.ศ. 2007 มีการเขียนข่าวผ่าน Weblog เป็นครั้งแรก
  • ปี ค.ศ. 2008 สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2009 เปิดตัว WhatsApp แอปพลิเคชั่นส่งข้อความที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา
  • ทศวรรษที่ 2010s เข้าสู่ยุครุ่งเรืองของสมาร์ทโฟน
  • ปี ค.ศ. 2010 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 206,956,723 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2010 กล้องดิจิทัลทำยอดขายสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ 121.5 ล้านตัวทั่วโลก ก่อนที่ยอดขายจะตกลงมาทุกๆ ปีหลังจากนั้น
  • ปี ค.ศ. 2010 มีผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก 400 ล้านคน
  • ปี ค.ศ. 2010 iPad ออกวางจำหน่าย
  • ปี ค.ศ. 2010 Facebook ซื้อ Friendster ในราคา 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2010 เปิดตัว Pinterest และ Instagram อีก 2 โซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยมในเวลาต่อมา
  • ปี ค.ศ. 2010 Internet World Stats ประเมินว่ามีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 1,971 ล้านคน คิดเป็น 28.8% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2011 โซเชียลมีเดียอย่าง Facebook และ Twitter ได้รับการยอมรับว่ามีบทบาทอย่างสูงต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในตะวันออกกลาง
  • ปี ค.ศ. 2011 Samsung ก้าวขึ้นเป็นบริษัทผู้จำหน่ายโทรศัพท์มือถืออันดับ 1 ของโลก
  • ปี ค.ศ. 2012 Facebook ซื้อ Instagram ในราคา 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2013 ข้อมูลจาก World Press Trends Database ระบุว่า ยอดขายของหนังสือพิมพ์รายวันทั่วโลกอยู่ที่ 538.90 ล้านฉบับ
  • ปี ค.ศ. 2013 ข้อมูลจาก PwC ระบุว่ามีเว็บไซต์ข่าวที่เก็บเงินผู้อ่านในโลกทั้งหมด 7,746 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2014 Facebook ซื้อ WhatsApp ในราคา 19,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2014 Google บรรจุดัชนีการค้นข้อมูลไว้มากกว่า 130 ล้านล้านเว็บเพจ ซึ่งศูนย์ข้อมูลของ Google ใช้ไฟฟ้าเป็นสัดส่วน 0.01% ของการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก
  • ปี ค.ศ. 2015 มีผู้ใช้ Instagram ทั่วโลก 400 ล้านคน ส่วนผู้ใช้ Twitter ทั่วโลก 316 ล้านคน
  • ปี ค.ศ. 2015 Internet World Stats ประเมินว่า มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 3,366 ล้านคน คิดเป็น 46.4% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2015 Internet Live Stats ประเมินว่ามีเว็บไซต์ทั่วโลก 863,105,652 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2015 ประมาณการว่าโซเชียลมีเดียทำรายได้จากโฆษณาถึง 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2015 ทั่วโลกมีการค้นข้อมูลใน Google มากกว่า 1 แสนล้านครั้งต่อเดือน
  • ปี ค.ศ. 2016 World Economic Forum ประเมินว่าทุกๆ นาที จะมีคนเขียนข้อความใน Facebook 30 ล้านครั้ง และมีการทวิตใน Twitter 350,000 ครั้ง
  • ปี ค.ศ. 2016 หนังสือพิมพ์รายวัน Yomiuri Shimbun ของญี่ปุ่น มียอดขายสูงที่สุดในโลก 9.1 ล้านฉบับต่อวัน
  • ปี ค.ศ. 2016 สัดส่วนการใช้อุปกรณ์ในการค้นข้อมูลจาก Google เป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ 60%
  • ปี ค.ศ. 2016 มีธุรกิจกว่า 60 ล้านแห่งที่มี Page Facebook
  • ปี ค.ศ. 2017 ข้อมูลจาก World Press Trends Database ระบุว่ายอดขายของหนังสือพิมพ์รายวันทั่วโลกอยู่ที่ 536.60 ล้านฉบับ
  • ปี ค.ศ. 2017 ข้อมูลจาก PwC ระบุว่ามีเว็บไซต์ข่าวที่เก็บเงินผู้อ่านในโลกทั้งหมด 25,725 เว็บ
  • ปี ค.ศ. 2017 ณ เดือน มิ.ย. 2017 มีผู้ใช้ Facebook ทั่วโลก 1,979,703,530 คน โดยระหว่างปี 2010-2017 อัตราการเติบโตของผู้ใช้ Facebook เท่ากับ 282.3%
  • ปี ค.ศ. 2017 ประมาณการว่า ปี 2017 นี้มีการถ่ายภาพในโลกทั้งหมด 1.2 ล้านล้านครั้ง โดย 85% เป็นการถ่ายภาพจากโทรศัพท์
  • ปี ค.ศ. 2017 ทุกๆ วันคนทั่วโลกดูวีดีโอใน YouTube รวมกันมากกว่า 1 พันล้านชั่วโมง และมากกว่าครึ่งรับชมผ่านโทรศัพท์
  • ปี ค.ศ. 2018 กล้องดิจิทัลมียอดขายต่ำที่สุดเท่าที่เคยเก็บข้อมูลมาตั้งแต่ปี 2003 โดยในปี 2018 ขายได้เพียง 19.4 ล้านเครื่อง
  • ปี ค.ศ. 2018 ประมาณการว่าโซเชียลมีเดียทำรายได้จากโฆษณาถึง 74 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ปี ค.ศ. 2019 Internet World Stats ประเมินว่าในเดือน มิ.ย. 2019 มีผู้ใช้อินเตอร์เน็ตทั่วโลก 4,422 ล้านคน คิดเป็น 57.3% ของประชากรโลก
  • ปี ค.ศ. 2019 Internet Live Stats ประเมินว่าในเดือน ก.ค. 2019 มีเว็บไซต์ทั่วโลก 1,703,875,000 เว็บ แต่กระนั้นคาดว่ามีเว็บไซต์น้อยกว่า 200 ล้านเว็บเท่านั้นที่ยัง active อยู่

เรียบเรียงจาก: nimcj.org, j387mediahistory, statista.com, wikipedia.org, livescience.com, tigermobiles.com, mobilephonehistory.co.uk, silicon.co.uk, 11points.com, internetworldstats.com, weforum.org, journalism.co.uk, businessinsider.com, internetlivestats.com, brandwatch.com, wptdatabase.org, globalwebindex.net, Newspaper Association of America,

*Update ข้อมูล 31 July 2019


พฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปหลังCOVID-19 IBusiness Watch I 07-05-63


พฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปหลังCOVID19 IBusiness Watch I 070563
คนในสังคมไทยหรือโลกในยุคโควิด19และหลังโควิด19 จะเปลี่ยนเป็นอย่างไร เจาะลึก วิเคราะห์กับสองพิธีกร บรรพตและอมรรัตน์ในรายการ Bussines Watch
คุณผู้ชมสามารถติดตามรายการได้ทุกจันทร์ศุกร์ 21.0021.30 น. และอาทิตย์ 21.0022.00น.ช่องทางติดตามสถานีข่าว TNN ช่อง16
https://www.tnnthailand.com
https://www.facebook.com/TNNthailand/
https://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnnthailand/
Line @TNNThailand
http://nav.cx/9CGdrZK
ทันโลก ทันเศรษฐกิจ ทันทุกความจริง กับ TNNช่อง16 สถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

พฤติกรรมผู้บริโภคที่จะเปลี่ยนไปหลังCOVID-19 IBusiness Watch I 07-05-63

เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในก้าวต่อไป หลังโควิด-19 กับ LINE for Business | Executive Espresso EP.57


ช่วงโควิด19 ส่งผลให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปหลายอย่าง จากคนที่ไม่เคยใช้แอปฯ สั่งอาหารมากินที่บ้านก็อาจใช้จนติดเป็นนิสัย ไปจนถึงการช้อปปิ้งออนไลน์ การสตรีมมิงซีรีส์กันแบบไม่หยุดไม่หย่อน พฤติกรรมเหล่านี้จะกลายเป็น New Normal หรือไม่ เราต้องจับตาอะไรบ้าง
และช่วงที่สอง กับการเจาะลึกข้อมูลอินไซต์จากแพลตฟอร์ม LINE ในมุมที่คุณไม่เคยรู้ ทั้งในเชิงฟีเจอร์และคอนเทนต์
เคน นครินทร์ คุยกับ สมวลี ลิมป์รัชตามร กรรมการผู้จัดการ บริษัท นีลเส็น (ประเทศไทย) จำกัด, พฤทธิสิทธิ์ ประทีปะวณิช หัวหน้าฝ่ายจัดการแพลตฟอร์มและบริการ LINE ประเทศไทย และ กณพ ศุภมานพ รองประธานเจ้าหน้าหน้าที่ ฝ่ายธุรกิจคอนเทนต์ LINE ประเทศไทย
———————————————
THE STANDARD PODCAST : EYEOPENING FOR YOUR EARS
พอดแคสต์จากสำนักข่าว THE STANDARD
Website : https://www.thestandard.co/podcast
SoundCloud: https://soundcloud.com/thestandardpodcast
Spotify : https://open.spotify.com/show/6uJmks8uV10wFxPyJ9pKzi?si=bIoVtWSTRTuu5TVW_yZLNw
Twitter : https://twitter.com/TheStandardPod
Facebook : https://www.facebook.com/thestandardth/
ฝ่าวิกฤตโควิด19 ExecutiveEspresso TheSecretSauce TheStandardPodcast TheStandardCo TheStandardTH

เทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภคไทยในก้าวต่อไป หลังโควิด-19 กับ LINE for Business | Executive Espresso EP.57

การตลาดยุค 4.0 ต้องรู้ทันพฤติกรรมผู้บริโภค


การทำการตลาดในยุค 4.0 นอกจากการจับเทรนด์ผู้บริโภคให้ตรงจุดแล้ว สิ่งสำคัญคือ การนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ โดยเฉพาะธุรกิจอีเวนท์ต้องมีจุดขายมากกว่าความคิดสร้างสรรค์
TNN24 ออกอากาศทางทีวีช่อง 16
ชมสดได้ที่ http://www.tnnthailand.com/player.php
เกาะติดข่าวเด่นประจำวันได้ที่
http://www.tnnthailand.com
http://www.fb.com/TNN24
http://twitter.com/tnnthailand
https://www.instagram.com/tnnthailand/
สถานีข่าวโทรทัศน์ TNN24 เป็นสถานีข่าวที่ถือหลักการของการนำเสนอข่าวตรงประเด็น ทันทุกความจริง รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และเป็นกลาง โดยทีมข่าวมืออาชีพ

การตลาดยุค 4.0 ต้องรู้ทันพฤติกรรมผู้บริโภค

รู้ทัน SMS รังควานผู้บริโภค : รู้เท่ารู้ทัน


ปัญหาหนึ่งที่จุกจิกกวนใจในชีวิตของเราคือ \”SMS ที่รังควานผู้บริโภค\” บางข้อความอ่านแล้วชวนให้กดลิงก์ที่ส่งมา ซึ่งสุดท้ายอาจเกิดความเสียหายตามมาได้ ซึ่งมีองค์กรหนึ่งที่ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหา SMS รังควานผู้บริโภคอย่างจริงจังคือ \”มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค\” ซึ่งทางมูลนิธิยื่นหนังสือเรียกร้องถึง กสทช. เพื่อดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยทางมูลนิธิเล็งเห็นถึงปัญหานี้อย่างไรบ้าง ? พร้อมฟังคำแนะนำดี ๆ ทั้งข้อกฎหมายและวิธีป้องกันตนเองจาก SMS ดังกล่าว ร่วมพูดคุยกับคุณนฤมล เมฆบริสุทธิ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้บริโภค มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และ พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ เที่ยงกมล รอง ผบก.สอท.2
ติดตามชมรายการ \”รู้เท่ารู้ทัน\” วันศุกร์ที่ 12 พฤศจิกายน 2564 เวลา 17.00 17.25 น. ทางไทยพีบีเอส รับชมย้อนหลังได้ทาง http://www.thaipbs.or.th/Rutan
รู้ทันSMS SMSรังควานผู้บริโภค

กด Subscribe ติดตามรายการดี ๆ ของช่อง ได้ที่ : http://thaip.bs/YSBht5j
และ ติดตามไทยพีบีเอสออนไลน์ ได้ที่
Website : http://www.thaipbs.or.th
Facebook : http://www.fb.com/ThaiPBS
Twitter : http://www.twitter.com/ThaiPBS
Instagram : http://www.instagram.com/ThaiPBS
LINE : http://www.thaipbs.or.th/AddLINE
YouTube : http://www.youtube.com/ThaiPBS

รู้ทัน SMS รังควานผู้บริโภค : รู้เท่ารู้ทัน

ข่าวค่ำทันโลก : สสว. จัดอบรม พฤติกรรมผู้บริโภคและการตลาด 4.0 l 27 พ.ย.60 l Full HD


ข่าวค่ำทันโลก : สสว. จัดอบรม พฤติกรรมผู้บริโภคและการตลาด 4.0 l 27 พ.ย.60 l Full HD

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณมากสำหรับการดูหัวข้อโพสต์ ข่าว พฤติกรรม ผู้ บริโภค

Leave a Comment