[Update] SPCG โชว์กำไรครึ่งปี 64 กว่า 1,483.6 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.25 บาทต่อหุ้น | spcg ปันผล – POLLICELEE

spcg ปันผล: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

SPCG จ่ายปันผลระหว่างกาล 0.25 บาท พร้อมโชว์กำไรสุทธิต่อเนื่องงวดครึ่งแรกปี 64 กว่า 1,483.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากงวดเดียวกันของปีก่อน โดยคิดเป็นไตรมาส 2 ราว 701.3 ล้านบาท ไตรมาสนี้ นครพนม 1 หมดค่าแอดเดอร์ และธุรกิจโซลาร์รูฟได้รับผลกระทบจากโควิด 19 แต่กำไรยังลดไม่มาก เนื่องจากซีอีโอบริหารจัดการลดต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เผยมีแผนออกหุ้นกู้ 2,500 ล้านบาท เตรียมเงินลงทุนใน 3-5 ปี เร่งเติมเงินลงทุน 2 โครงการใหญ่ในญี่ปุ่น มั่นใจอนาคตสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมา

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” เปิดเผยผลประกอบการงวด 6 เดือนหรือครึ่งปีแรก สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัท มีกำไรสุทธิกว่า 1,483.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6 จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรอยู่ที่ 1,584.3 ล้านบาท และรายได้รวมกว่า 2,360.6 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 10 จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 2,629.2 ล้านบาท โดยไตรมาส 2 ปีนี้กำไรสุทธิกว่า 701.3 ล้านบาท

นอกจากนั้นที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานงวดวันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2564 และกำไรสะสม ในอัตราหุ้นละ 0.25 บาท จำนวน 1,055,790,000 หุ้น รวมเป็นจำนวนเงิน 263,947,500.00 (สองร้อยหกสิบสามล้านเก้าแสนสี่หมื่นเจ็ดพันห้าร้อยบาท) โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 30 สิงหาคม 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 กันยายน 2564

สำหรับในไตรมาส 2 นี้ โซลาร์ฟาร์มที่ นครพนม 1 ค่าแอดเดอร์หรือรายได้เงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าที่หน่วยละ 8 บาท ได้สิ้นสุดลง ซึ่งถ้ารวมตั้งแต่ปี 2563 บริษัทมี 3 โซลาร์ฟาร์ม ที่ค่าแอดเดอร์หมดอายุลงไปจากทั้งหมด 36 แห่ง ได้แก่ โครงการที่ โคราช 1 (20 เมษายน 2563), สกลนคร 1 (8 กุมภาพันธ์ 2564) และ นครพนม 1 (19 เมษายน 2564) อย่างไรก็ตามแม้ค่าแอดเดอร์จะหมดไปแต่บริษัทยังคงได้รับเงินจากการขายไฟตามปกติ

– Advertisment –

สาเหตุที่บริษัทมีกำไรลดลงเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก ทำให้แผนงานหลายโครงการไม่เป็นไปตามเป้าหมาย โดยเฉพาะบริษัทย่อย โซลาร์ เพาเวอร์ รูฟ (SPR) ที่ให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา เนื่องจากลูกค้าโรงงานหลายแห่งชะลอการติดตั้งจากกรณีล็อกดาวน์ และลูกค้าโรงงานที่เป็นชาวญี่ปุ่นต่างต้องเดินทางกลับประเทศเพื่อรับวัคซีน โดยบริษัทคาดว่ารายได้จาก SPR ในปีนี้จะไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งประมาณการณ์ไว้

เช่นเดียวกับ บริษัท เซท เอนเนอยี่ จำกัด (SET ENERGY) ที่ดำเนินงานโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 500 เมกะวัตต์ ในพื้นที่เมืองใหม่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกฯ หรือ อีอีซี ซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) ทำให้บริษัทต้องชะลอแผนการดำเนินงานโครงการออกไป ส่งผลให้การรับรู้รายได้จากเดิมที่คาดว่าจะทำได้ปีนี้ อาจต้องเลื่อนออกไปราวไตรมาส 1-2 ปี 2565

อย่างไรก็ตามแม้บริษัทจะได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่บริษัทก็ยังคงสามารถทำกำไรได้ต่อเนื่องและสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นได้เช่นเดิม แม้บริษัทต้องรักษากระแสเงินสดไว้เป็นสภาพคล่องในการดำเนินงานและลงทุนต่อไปในอนาคต

ดร.วันดี กล่าวถึงเหตุผลที่ทำให้บริษัททำกำไรได้ต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการเดินหน้านโยบายปรับลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการต้นทุนด้านต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ต้นทุน O&M (Operating & Maintenance) สำหรับธุรกิจโซลาร์ฟาร์มทั้งในปัจจุบันและอนาคต ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และบริษัทมั่นใจว่าหากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ผ่อนคลายลง เศรษฐกิจโลกกลับคืนสู่ภาวะปกติ SPCG จะมีผลตอบแทนที่ดีขึ้นในอนาคต เพราะได้เตรียมแผนลงทุนเพิ่มในช่วงเวลา 3-5 ปีนี้

ดังนั้นบริษัทจึงมีแผนออกหุ้นกู้จำนวน 2,500 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุน 1. โครงการโซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่น 2 แห่ง ได้แก่ โครงการ “Ukujima Mega Solar Project” ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 480 เมกะวัตต์ งบการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 54,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 17.92% คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 2,700 ล้านบาท 2. โครงการ “Fukuoka Miyako Mega Solar” ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 67 เมกะวัตต์ งบการลงทุนประมาณ 23,493 ล้านเยน โดย SPCG ถือหุ้นในโครงการนี้ราว 10% คิดเป็นเงินลงทุนราว 94 ล้านบาท และ 3. เงินลงทุนในบริษัท MSEK ที่ทำธุรกิจลิสซิ่งให้บริการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในไทย 4. ใส่เงินลงทุนในบริษัท SET ENERGY นอกจากนั้นเป็นเงินลงทุนต่อไปในอนาคต

สำหรับ 2 โครงการใหญ่ที่ญี่ปุ่น ขณะนี้เริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น สำหรับโครงการ Ukujima Mega Solar Projectบริษัทจะชำระเงินงวดที่เหลือภายในไตรมาส 1 ปี 2565 ส่วนโครงการโซลาร์ฟาร์มที่ Fukuoka Miyako Mega Solar ณ เกาะคิวชู (Kyushu) เมืองมิยาโกะ ประเทศญี่ปุ่น บริษัทมีแผนที่จะเข้าไปร่วมทุนภายในไตรมาส 3 ปี 2564

“SPCG มั่นใจว่า โซลาร์ฟาร์มที่ญี่ปุ่นทุกโครงการที่บริษัทลงทุน จะสร้างผลตอบแทนที่ดีกลับคืนมาให้บริษัทได้ในอนาคต” ดร.วันดีกล่าว

โครงการ Ukujima Mega Solar Project มีผู้ร่วมลงทุนได้แก่ Kyocera Corporation, Kyudenko Corporation, Tokyo Century Corporation, Furukawa Electric Company Limited, Tsuboi Corporation และผู้ถือหุ้นรายย่อยอื่นๆ งบการลงทุนทั้งสิ้นประมาณ 54,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 17.92% คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ 2,700 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทฯ ได้ชำระทุนไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2563 และวันที่ 18 พฤษภาคม 2563 เป็นจำนวนเงิน 686 ล้านบาท และ 582 ล้านบาท ตามลำดับ และมีแผนจะชำระทุนงวดที่เหลือ จำนวนประมาณ 1,390 ล้านบาท โดยทยอยแบ่งจ่าย ภายในปี 2564 และงวดสุดท้ายราวไตรมาสแรกปี 2565 ปัจจุบันโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างขั้นตอนการก่อสร้าง และคาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ในปี 2566 เป็นต้นไป

ด้าน โครงการ Fukuoka Miyako Mega Solar ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวม 67 เมกะวัตต์ งบการลงทุนประมาณ 23,493 ล้านเยน มีผู้ร่วมทุนได้แก่ TESS Holdings ถือหุ้น 10%, Mitsubishi HC Capital (MUL) 50%, Sumitomo Mitsui Finance & Leasing (SMFL) 30% และ SPCG 10% ซึ่งคิดเป็นเงินลงทุนไทยราว 94 ล้านบาท

ส่วนบริษัท MSEK Power Co., Ltd. (MSEK) เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง Mitsubishi HC Capital Inc. (MHC) 49%, Bangkok Mitsubishi HC Capital Co., Ltd. (BMHC) 11%, SPCG 25% และ PEA ENCOM 15% ซึ่ง SPCG จะใส่เงินลงทุนราว 194 ล้านบาท

สำหรับบริษัท SET ENERGY ปัจจุบัน SPCG ถือหุ้น 80% และ PEA ENCOM ถือ 20% ซึ่งบริษัทต้องใส่เงินลงทุนด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตามเงินลงทุนต่าง ๆ ตามแผนงานที่บริษัทวางไว้ นอกเหนือการออกหุ้นกู้แล้วส่วนหนึ่งมาจากเงินทุนของบริษัทที่ได้วางแผนบริหารกระแสเงินสดรักษาสภาพคล่องไว้แล้ว

นอกจากนี้บริษัทยังคงมองหาการลงทุนโครงการใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัท โดยจะเน้นไปที่พลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก โดยได้ตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2568) จะมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนการถือหุ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกะวัตต์ และภายในปี 2580 ไม่ต่ำกว่า 3,000 เมกะวัตต์ โดยในปี 2564 บริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้เติบโตราว 10% หรือประมาณ 5,500 ล้านบาท

สำหรับบริษัท SPCG ในฐานะผู้บุกเบิกและผู้นำธุรกิจด้านพลังงานสะอาดจากแสงอาทิตย์ บริษัทยังคงมุ่งมั่นรักษาสิ่งแวดล้อม และเดินหน้าช่วยลดภาวะโลกร้อนเทียบเท่ากับการลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สู่ชั้นบรรยากาศของโลกประมาณ 200,000 ตัน CO2 ต่อปี จากการดำเนินงานโครงการโซลาร์ฟาร์ม 36 โครงการ รวมกำลังการผลิต 260 เมกะวัตต์

Advertisment

[Update] SPCG ประกาศจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ปลื้มครึ่งปีแรกกำไรสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1,415 ล้านบาท | spcg ปันผล – POLLICELEE

SPCG ประกาศจ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ปลื้มครึ่งปีแรกกำไรสุทธิสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1,415 ล้านบาท “ซีอีโอ SPCG” เผยธุรกิจโซลาร์รูฟเติบโตโดดเด่น ชี้ “คอมเมอร์เชียล-กลุ่มโรงงาน-ครัวเรือน” แห่ติดตั้ง เพราะช่วยลดค่าไฟได้มาก ช่วยลดต้นทุนดำเนินงาน ส่งผลกำไรเพิ่มขึ้นชัดเจน

วันนี้ (15 ส.ค.) ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงานวันบริษัท จดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) แถลงผลประกอบการงวด 6 เดือนหรือครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรสุทธิกว่า 1,415 ล้านบาท และในงวดเดียวกันนี้ทำรายได้รวมกว่า 2,579 ล้านบาท สามารถทำกำไรสุทธิและรายได้รวมเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนในงวดเดียวกัน ซึ่งคณะกรรมการบริษัท จึงมีมติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.50 บาท จากงวดผลดำเนินงาน วันที่ 1 มกราคม – 30 มิถุนายน 2560 ทั้งนี้ บริษัทได้กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลระหว่างกาล (Record Date) ในวันที่ 30 ส.ค.60 และให้รวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลระหว่างกาล โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนและพักการโอนหุ้น ในวันที่ 31 ส.ค.60 และกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลวันที่ 8 ก.ย.60

ทั้งนี้บริษัททำกำไรได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากยอดขายโซลาร์รูฟที่เติบโตดีขึ้นมาก มีลูกค้าทั้งกลุ่มครัวเรือน คอมเมอร์เชียล และกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ให้การตอบรับเป็นอย่างดี เพราะลูกค้าเมื่อติดโซลาร์ รูฟแล้ว ต่างเห็นผลลัพธ์ที่ดี สามารถลดค่าไฟได้มาก ช่วยลดต้นทุนดำเนินงาน ทำให้กิจการของลูกค้ามีกำไรเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ของบริษัทจึงเป็นที่นิยมแพร่หลายในท้องตลาดมากขึ้น

ดร.วันดี กล่าวว่า ลูกค้าที่ใช้ผลิตภัณฑ์ SPR Solar Roofแล้ว ต่างประทับใจในแผงเซลล์แสงอาทิตย์ของ Kyocera จากประเทศญี่ปุ่น ที่มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน รวมทั้งลูกค้ามั่นใจในบริษัท Kyoceraที่ก่อตั้งมา 60 ปี โดย ดร.อินาโมริ คาซึโอะ ซึ่งเป็น วิศวกรด้านเซรามิก เป็นผู้นำเซรามิก มาทำเป็นอิเล็กทรอนิกส์ พาร์ท เป็นผู้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นเชิญมาให้ฟื้นฟู เจแปน แอร์ไลน์ จากล้มละลายมาสู่ การเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ญี่ปุ่น และ Kyocera เป็น 4 บริษัทในโลก ที่แผงเซลล์แสงอาทิตย์ผ่านการทดสอบ “World First Long-Term Sequential Test” by TUV Rheinland-January 2011 ให้การรับประกันแผงยาวนานถึง 25 ปี และหลังจากปีที่ 25 การันตีคุณภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 80 เปอร์เซนต์ นอกจากนี้บริษัทยังเลือกใช้ Inverter SMA มาตรฐานจาก ประเทศเยอรมันนี เพื่อสร้างความมั่นใจในประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างสูงสุด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด บมจ.เอสพีซีจี และ SPR Solar Roof ได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 9001:2015 (ด้านคุณภาพ) ภายใต้นโยบายคุณภาพ“Best Value, Best Design, Best Output and Best Service To All of Customer” เพื่อนำระบบมาตรฐานมาประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณภาพของการติดตั้งและบริการ นอกจากนี้ SPR Solar Roofยังได้การรับรองมาตรฐาน OHSAS 18001:2007 (การจัดการด้านความปลอดภัย) มาควบคุม กำกับ ดูแล การทำงานให้เกิดความปลอดภัยตามระบบสากล และข้อกำหนดกฎหมาย ภายใต้นโยบายความปลอดภัย “The Most Safety”โดยได้รับการรับรองจากหน่วยงาน NQA UKASเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 นิตยสารการเงินธนาคาร จัดอันดับ 300 บริษัทยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 ผลปรากฎว่า บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ “SPCG” คว้าอันดับที่ 26 จาก 300 บริษัท โดยบริษัท “SPCG”มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การพิจารณาครบทุกข้อ โดยปี 2559 ที่ผ่านมา บริษัทได้มีมูลค่าตลาดรวม 19.773.39 ล้านบาท , สินทรัพย์ 24,232.28 ล้านบาท, ส่วนของผู้ถือหุ้น 8,294.62 ล้านบาท, รายได้ 5,544.30 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 2,314.21 ล้านบาท และอัตราส่วนกำไรสุทธิ 41.74% นอกจากนั้นยังมีกำไรต่อหุ้น 2.50 บาท, อัตราตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ 13.77 %, อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น 29.93 % ทั้งยังสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในอัตรา 5.84 % ซึ่งเท่ากับ 1.10 บาทต่อหุ้น


ประเด็นร้อน: เปิดโผ 17 หุ้นปันผลสูงยีลด์เกิน 5% แนะซื้อดักก่อน XD 2 เดือน


ตลาดหุ้นผันผวน \”หุ้นปันผลสูง\” ถือว่าเป็นหนึ่งใน \”หุ้นปลอดภัย\” หรือ Defensive Stock เพราะราคาหุ้นจะผันผวนต่ำกว่าดัชนี เนื่องจากมีเงินปันผลรองรับ ประกอบกับใกล้เข้าสู่ช่วงการประกาศงบการเงินประจำปีของบริษัทจดทะเบียน(บจ.) มักจะมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มนี้เข้ามาอีกด้วย เท่ากับว่ามีโอกาสลุ้นผลตอบแทน 2 เด้ง ทั้งจากราคาหุ้นและเงินปันผล
อ่านฉบับเต็ม: https://goo.gl/GQbQ8q
.
ติดตามข่าวสารอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่
https://www.efinancethai.com
https://www.facebook.com/efinanceThaiTV/
Twitter: @eFinanceThai
IG: @efinancethai_official
line: @efin

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

ประเด็นร้อน: เปิดโผ 17 หุ้นปันผลสูงยีลด์เกิน 5% แนะซื้อดักก่อน XD 2 เดือน

EP.12 | หุ้นจ่ายปันผล เดือนพฤษภาคม 2564 #หุ้นแนะนำ #PalmBR


EP.12 | หุ้นจ่ายปันผล เดือนพฤษภาคม 2564 จ่ายปันผลสูง 4 10%
(ข้อมูล ณ วันที่ 18 เมษายน 2564)
00:00 | บทนำ
01:16 | BFIT
02:10 | EASTW
03:20 | HTC
04:34 | NNCL
05:39 | TCAP
06:34 | TIP
07:36 | ASEFA
08:23 | GUNKUL
09:13 | LH
09:56 | MODERN
10:47 | PREB
11:40 | SORKON
12:33 | SWC
13:36 | ORI
14:19 | ALLA
15:21 | ARROW
16:15 | NOBLE
17:02 | STI
18:02 | SYNTEC
18:40 | AP
19:32 | FMT
20:17 | TEAMG
21:16 | SMIT
22:20 | WP
\”การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน\”
หุ้นพื้นฐานดี หุ้นเก็งกำไร หุ้นปันผลสูง PalmBR

EP.12 | หุ้นจ่ายปันผล เดือนพฤษภาคม 2564 #หุ้นแนะนำ #PalmBR

SMART ENERGY ตอน SPCG ร่วม PEA ENCOM ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่ EEC 500 เมกะวัตต์


SMART ENERGY ตอน SPCG ร่วม PEA ENCOM ผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในพื้นที่ EEC 500 เมกะวัตต์

EP.29 สอนวิธีซื้อหุ้นปันผลอย่างละเอียดยิบ จบในคลิปเดียว


กดไลค์ กดติดตาม เพื่อจะได้ไม่พลาด ความรู้การลงทุนทุกสัปดาห์ : https://bit.ly/bananas_investment_youtube
หุ้นปันผล, หุ้นปันผลสูง2021, หุ้นปันผลสูงต่อเนื่อง2563, หุ้นปันผล2564, หุ้นปันผล2563, ลงทุนหุ้นปันผล, เงินปันผล, หุ้นปันผลสูง2564, หุ้นปันผลสูง2020, ปันผล, หุ้นปันผลตัวไหนดี, หุ้นปันผลสูงset100, หุ้นปันผลสูง, หุ้นปันผลดี, เลือกหุ้นปันผล, ซื้อหุ้นปันผล, เงินปันผลหุ้น, หุ้นปันผลสม่ำเสมอ
นักลงทุนวีไอ SETIndex เล่นหุ้น VI หุ้นมือใหม่
ติดตามพวกเราได้ที่
FB : https://www.facebook.com/bananasinvestments
Youtube : https://bit.ly/bananas_investment_youtube
Website : https://www.bananasinvestment.com
LINE : https://lin.ee/gHzw5rK (ID : @bananasinvestment)
Blockdit : https://www.blockdit.com/bananasinvestment

EP.29 สอนวิธีซื้อหุ้นปันผลอย่างละเอียดยิบ จบในคลิปเดียว

Oppday Q2/2021 บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG


ติดตามเราได้ที่
SET Website: https://www.set.or.th
Facebook : https://facebook.com/set.or.th
Line (Official Account) : https://line.me/R/ti/p/@setthailand
YouTube : https://www.youtube.com/setthailand
Instagram : https://www.instagram.com/set_thailand
Twitter : https://twitter.com/set_thailand

Oppday Q2/2021 บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) SPCG

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่General news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ spcg ปันผล

Leave a Comment