[Update] Spider-Man: Far From Home (2019) | spiderman 4 เต็ม เรื่อง – POLLICELEE

spiderman 4 เต็ม เรื่อง: คุณกำลังดูกระทู้

Spider-Man: Far From Home

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ พร้อมเพื่อนๆได้ออกไปทัศนศึกษาในช่วงวันหยุดฤดูร้อนในยุโรป และเกิดเหตุการณ์เหล่าวายร้ายบุกเมืองในฐานะสไปเดอร์เขาจึงต้องร่วมมือกับฮีโร่ตนอื่นเพื่อป้องปกผู้คนอีกครั้ง

ดูตัวอย่าง

หลังสร้างปรากฎการณ์สุดไฮป์ให้เหล่าสาวกซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลกันไปแล้วจาก Avengers : Endgame ความคาดหวังกับ Spider-Man Far From Home ก็ย่อมสูงตามไปด้วย เนื่องจากมันถูกวางให้กลายเป็นหนังปิดเฟส 3 เพื่อปูทางไปสู่เฟส 4 หลายคำถามก็ถาโถมกับการมาของหนังเรื่องนี้ ทั้งสไปเดอร์แมนจะเป็นผู้นำอเวนเจอร์สคนต่อไปหรือไม่ หรือหลังเหตุการณ์ดีดนิ้วของธานอสจะกลายเป็นการมิติเวลาให้มาร์เวลได้นำซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆ ที่เคยไปอยู่กับฟอกซ์มาร่วมใน MCU หรือไม่

ซึ่งก็เหมือนผู้สร้างอย่าง เควิน ไฟกี จะเข้าใจแฟนๆ ดีดังนั้นมันจึงนำมาสู่การคิดพลอตสำหรับปิดเฟส 3 นี้เพื่อให้ทุกคนตั้งตารอเฟสต่อไป ซึ่งในทางหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือหากมันไม่ได้ทำให้แฟนๆพอใจนัก มันก็จะลงเอยเป็นรอยด่างพร้อยสำหรับหนังปิดเฟส 3 เรื่องนี้

หลังจากเหตุการณ์ในหนังเรื่อง Avengers: Endgame สไปเดอร์แมน ก็จะได้รับมือกับภัยคุกคามครั้งใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ขยายขอบเขตของจักรวาลภาพยนตร์ Spider-Man ออกไปเพื่อให้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก้าวพ้นจากบ้านของเขาในย่านควีนส์ นครนิวยอร์ก ซิตี้ และข้ามไปยังยุโรประหว่างช่วงปิดเทอม แต่กลับกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและการผจญภัยที่อลังการที่สุด หลังจากสงครามมหึมาระหว่างธรรมะและอธรรม ซึ่งนำปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และเพื่อนๆ ของเขา รวมถึงผู้คนหลายพันล้านคน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เขาเองยังคงโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของโทนี่ สตาร์ก หรือไอรอนแมน อาจารย์ของเขา ผู้ซึ่งการเสียสละที่กล้าหาญทำให้ปีเตอร์ กลับมามีชีวิตได้ ไม่ว่าเขาจะมองไปที่ไหน ปีเตอร์ก็มองเห็นภาพการอุทิศแด่อเวนเจอร์สผู้ล่วงลับ ซึ่งทำให้เขายิ่งตระหนักถึงความสูญเสียมากขึ้น แม้กระทั่งวีรกรรมที่ร้อนแรงของเขาจะทำให้ทุกคนตั้งข้อสงสัยว่า เขาจะกลายเป็นไอรอนแมนคนต่อไปรึเปล่า?

Far From Home ถูกนับเป็นหนังเรื่องที่ 23 ของทาง MARVEL และยังเป็นเรื่องสุดท้ายในจักรวาลหนังมาร์เวล เฟสที่ 3 หลังจบจาก End Game อีกด้วย ภาคสรุปสงครามธานอส ราวๆ 2 เดือน เมื่อปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ไอ้หนูสไปเดอร์แมน อยากจะหนีไปพักร้อนที่ยุโรป ในทริปทัศยศึกษา แต่ไม่วายที่จะต้องรับมือกับเรื่องยุ่งๆ

เมื่อหายนะจากเหล่า “ธาตุทั้ง4″ สัตว์ประหลาดจากมิติคู่ขนาน ที่มีทั้งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่ง 3 ตัวแรก ถูก “มิสเตริโอ้” (เจค จิลเลฮาล) ชายหนุ่มผู้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์จากจักรวาลอื่นฆ่าตายไปแล้ว จึงเหลือตัวเก่งที่สุดคือ ธาตุไฟ และนั่น ทำให้สไปเดอร์แมนต้องเข้าต่อสู้ร่วมกับสหายใหม่ เพื่อปกป้องเพื่อนจากการเที่ยวยุโรปไปด้วย และนำไปสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึง

เรื่องราวของสไปเดอร์แมนในภาคนี้ มีการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ยัด CG จัดเต็มไหลลื่นตามแบบฉบับหนังซูเปอร์ฮีโร่หวังโกยรายได้ โดยในภาคนี้จะมีความจริงจังมากขึ้น ด้วยโลกในยุคที่เหล่าอเวนเจอร์แยกทางตามบทสรุปของหนัง End Game เราจะเห็นการอธิบายโลกที่ได้รับผลกระทบจากช่องว่างเวลา 5 ปีอย่างชัดเจนมากๆ ว่า

“เกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่ยังไม่หายไปจากการดีดนิ้วของธานอส กับคนที่กลับมาหลังจากการดีดนิ้ว มาอยู่ในโลกใบเดียวกันมันจะเป็นยังไง” และจะบอกว่า สิ่งที่เอามาให้ดูในตัวอย่างนั้น มันไม่ถึงครึ่งของหนังตัวเต็มเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งทฤษฎีที่เคยพูดๆกันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับเนื้อหาของภาคนี้ “มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดกันเลย!!”

บทหนังมีลูกเล่นที่ดีประมาณหนึ่ง มันพยายามสานต่อและตั้งคำถามหลังการจากไปของโทนี สตาร์ค ใน Avengers : Endgame ว่าถ้าโลกไร้ผู้นำอย่างไอรอนแมนหรือการเปลี่ยนตัวกัปตันอเมริกาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น โดยที่ยังพยายามเล่าเรื่องไม่ให้เกินขอบเขตของการเป็นหนัง Spider-Man ซึ่งมันเลยไปเน้นความขัดแย้งภายในของตัวละครปีเตอร์ พาร์คเกอร์ที่เขารู้สึกว่าในขณะที่ตนอายุแค่ 16 ปีทำไมต้องมาแบกรับภารกิจกู้โลก
รวมถึงต่อให้ตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดีว่าเอ็มเจจะชอบเขาหรือชอบสไปเดอร์แมนกันแน่ ดังนั้นมันจึงเล่นกับภาวะความไม่แน่ใจนี้ไปทั้งเรื่อง

บวกกับการสร้างตัวละครอย่าง มิสทีริโอ ชายลึกลับผู้มาจากเอิร์ธ 833 (โลกของเหล่าอเวนเจอร์คือเอิร์ธ 616) ผู้มาพร้อมพลังมหาศาลมาต่อกรกับเหล่าอสูรกายจตุรธาตุ ยิ่งเห็นว่าคนมาใหม่เก่งแค่ไหนหลุมดำในใจของปีเตอร์ก็ยิ่งถ่างออกมากเท่านั้น และภาวะความลักลั่นยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังนิค ฟิวรี ยื่นแว่นอีดิธ (EDITH) ของโทนี่ สตาร์คให้ (โทนี่ตั้งชื่อแว่นจากประโยค Even [I’m] Dead I’m The superHero) ก็ยิ่งทำให้เขาเกิดคำถามว่าตัวเองคู่ควรกับความไว้วางใจของโทนี่หรือไม่

ดังนั้นภารกิจหลักในหนังมันจึงเหมือนแบบทดสอบสุดหินให้ ปีเตอร์ ต้องเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดในทุกข้อ แต่อย่าลืมนะครับว่าเขาเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งดังนั้นความสนุกจึงมาจากการที่ปีเตอร์เลือกข้อที่ผิด แล้วค่อยตามแก้ไขนี่แหละ ซึ่งถือเป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหาของเด็กยุคมิลเลนเนียลได้อย่างเห็นภาพเลยว่าในขณะที่พวกเขาต้องการเป็นตัวเองก็กลับต้องมาแบกรับความคาดหวังของผู้ใหญ่จนหลายครั้งก็เลือกที่จะดื้อและเดินไปในทางที่ผิดบ้าง

รีวิว Spider-Man: Far From Home

จุดที่ดีและจุดบอดของบทหนัง โดยสิ่งที่เราพอจะบอกได้เกี่ยวกับผู้ร้ายหรือวิลเลียน (Villian) องค์ประกอบสำคัญสำหรับหนังซูเปอร์ฮีโร่ในภาคนี้ คือมันพยายามหักเหทิศทางการเล่าเรื่องให้ต่างจากฉบับคอมิค และปัญหาสำคัญคือสำหรับคนอ่านคอมิกคือการ “รู้ก่อน” หนังฉายแล้วว่าชื่อตัวละครตัวนี้คือใคร มีที่มาอย่างไร

และแม้ทางผู้สร้างจะพยายามหักเหให้มันต่างจากฉบับเดิมเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ ยังไงมันก็กลับมาลงล็อกให้คล้ายคอมิกเหมือนเดิมอยู่ดีและที่สำคัญการเปลี่ยนรายละเอียดแบบพลิกฝ่ามือก็เคยสร้างความขุ่นเคืองใจให้แฟนคอมิกมาแล้วจากหนึ่งในหนังจักรวาล MCU แต่ก็ต้องยอมรับว่าการ ‘ดัดแปลง’ ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการให้มันกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหนังสำหรับปิดเฟส3 และที่สำคัญมันยังสะท้อนถึงภัยร้ายที่มากับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะแลกมาด้วยความสมเหตุสมผลของเรื่องแบบเลี้ยวหักศอกไปบ้างก็ตาม

อย่างไรก็ตามจุดแข็งสำคัญสำหรับหนัง Spider-Man รอบนี้คงเป็นการวางโทนคอเมดีจากผู้กำกับอย่าง จอน วัตส์ ที่แข็งแรงมากๆตั้งแต่ Spider-Man Homecoming (2017) ทั้งมุกที่ให้ตัวละครรอบตัวปีเตอร์ที่โรงเรียนอย่าง เนด ที่ได้ จาคอบ บาตาลอน มาปล่อยมุกฉบับเพื่อนตุ้ยนุ้ยสุดเนิร์ดที่คราวนี้ยิ่งได้โอกาสขโมยซีนหนักข้อเมื่อบทหนังให้เขาได้มีบทกุ๊กกิ๊กโรแมนติกกับ เบตตี ที่ยังได้ แองเกอเรีย ไรซ์ มารับบทลูกคุณหนูสุดแอ๊บ แถมเคมีเข้ากันแบบเจอหน้าทั้งคู่ทีไรเตรียมฮาได้เลย

แถมในทริปยุโรปครั้งนี้ยังได้ตัวละครรุ่นครูอย่าง มิสเตอร์เบล รับบทโดย เจบี สมูฟ และมิสเตอร์แฮริงตัน รับบทโดย มาร์ติน สตารร์ มาคอยขโมยซีนด้วยบทครูที่ไม่อาจฝากผีฝากไข้อะไรได้เลยเรียกเสียงฮาไปหลายก๊ากอยู่ เสริมทัพด้วยซับพลอตแอบโรแมนติกระหว่างป้าเมย์คนสวย รับบทโดย มาริสา โทเมอิ กับ แฮปปี โฮแกน รับบทโดย จอน ฟาฟโร ที่ปีเตอร์แอบตะหงิดๆในความสัมพันธ์ทั้งคู่อยู่

นอกจากนี้หนังยังเต็มไปด้วยมุกตลกที่มาทั้งการใช้เพลง I will always love you ในฉากเปิดเรื่องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนหนังจะเฉลยและสร้างความฮาเปิดม่านแบบคนดูไม่ทันตั้งตัว เรียกง่ายๆว่าใครหวังมาคลายเครียดก็จะได้ความฮาเป็นของแถมควบคู่ไปกับฉากแอ็คชั่นแน่นอน

มาถึงนักแสดงนำอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ ในภาคนี้เขาต้องแบกรับบทดราม่า ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเลยเพราะเขาสามารถถ่ายทอดความเป็นปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ที่คราวนี้ต้องแบกความคาดหวังจากโทนี สตาร์ค ที่เสมือนพ่อบุญธรรม แถมยังต้องตั้งคำถามกับบทบาทและที่ยืนของตัวเองทั้งในโลกซูเปอร์ฮีโร่และการเป็นเด็กไฮสคูลได้อย่างยอดเยี่ยม

และที่สาวๆ น่าจะเคลิ้มที่สุดก็เห็นจะเป็นอารมณ์โรแมนติกแอบเนิร์ดระหว่างเขากับ เอ็ม เจ ที่รับบทโดยสาวสวยหน้าเก๋ เซนดายา ที่เราต้องลุ้นตั้งแต่เปิดเรื่องยันฉากจบว่าทั้งคู่จะได้ลงเอยกันมั้ย จนหนังภาคนี้น่าจะถือได้ว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลที่มีกลิ่นอายของหนังวัยรุ่นตลกโรแมนติกยุค 90 ที่สุดแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเป็นการขยายฐานสู่แฟนหนังสายหวานได้ดีเลยทีเดียว

READ  [NEW] ดูหนังออนไลน์ ฟรี 2021 หนังใหม่ HD ดูหนังฟรี เต็มเรื่อง 4K MovieDee | ดูหนังออนไลน์ สมิง - POLLICELEE

โดยภาพรวมถือว่า Far From Home ยังคงรักษามาตรฐานหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลไว้ได้อย่างเหนียวแน่นในแง่ของความบันเทิงควบคู่กับมาตรฐานโปรดักชัน โดยนอกจาก บทภาพยนตร์ งานกำกับและการแสดงแล้ว อีกจุดไฮไลต์คงหนีไม่พ้นงานประพันธ์สกอร์ของ ไมเคิล กีแอคชีโน ที่ยังคงจับบรรยากาศของสถานที่ต่างๆในยุโรปใส่มาให้เราฟังแบบแทบจะเหมือนเดินเที่ยวกับตัวละครได้เลย

ควบคู่ไปกับงานกำกับภาพของ แมตธิว เจ ลอยด์ ที่เลือกใช้กล้องเรือธงล่าสุดของ RED อย่าง RED RANGER 8K VV ที่ให้ภาพคมชัด จับคอนทราสต์ได้กริบมาก ยิ่งผนวกกับการถ่ายซีนสำคัญตามสถานที่ต่างๆในยุโรปยิ่งน่าหลงไหล โดยเฉพาะซีนกลางคืนที่ต้องบอกว่าหนังถ่ายได้สวยมาก

[Update] Spider-Man: Far From Home (2019) | spiderman 4 เต็ม เรื่อง – POLLICELEE

Spider-Man: Far From Home

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ พร้อมเพื่อนๆได้ออกไปทัศนศึกษาในช่วงวันหยุดฤดูร้อนในยุโรป และเกิดเหตุการณ์เหล่าวายร้ายบุกเมืองในฐานะสไปเดอร์เขาจึงต้องร่วมมือกับฮีโร่ตนอื่นเพื่อป้องปกผู้คนอีกครั้ง

ดูตัวอย่าง

หลังสร้างปรากฎการณ์สุดไฮป์ให้เหล่าสาวกซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลกันไปแล้วจาก Avengers : Endgame ความคาดหวังกับ Spider-Man Far From Home ก็ย่อมสูงตามไปด้วย เนื่องจากมันถูกวางให้กลายเป็นหนังปิดเฟส 3 เพื่อปูทางไปสู่เฟส 4 หลายคำถามก็ถาโถมกับการมาของหนังเรื่องนี้ ทั้งสไปเดอร์แมนจะเป็นผู้นำอเวนเจอร์สคนต่อไปหรือไม่ หรือหลังเหตุการณ์ดีดนิ้วของธานอสจะกลายเป็นการมิติเวลาให้มาร์เวลได้นำซูเปอร์ฮีโร่ตัวอื่นๆ ที่เคยไปอยู่กับฟอกซ์มาร่วมใน MCU หรือไม่

ซึ่งก็เหมือนผู้สร้างอย่าง เควิน ไฟกี จะเข้าใจแฟนๆ ดีดังนั้นมันจึงนำมาสู่การคิดพลอตสำหรับปิดเฟส 3 นี้เพื่อให้ทุกคนตั้งตารอเฟสต่อไป ซึ่งในทางหนึ่งความเสี่ยงสำคัญคือหากมันไม่ได้ทำให้แฟนๆพอใจนัก มันก็จะลงเอยเป็นรอยด่างพร้อยสำหรับหนังปิดเฟส 3 เรื่องนี้

หลังจากเหตุการณ์ในหนังเรื่อง Avengers: Endgame สไปเดอร์แมน ก็จะได้รับมือกับภัยคุกคามครั้งใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ขยายขอบเขตของจักรวาลภาพยนตร์ Spider-Man ออกไปเพื่อให้ ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ก้าวพ้นจากบ้านของเขาในย่านควีนส์ นครนิวยอร์ก ซิตี้ และข้ามไปยังยุโรประหว่างช่วงปิดเทอม แต่กลับกลายเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและการผจญภัยที่อลังการที่สุด หลังจากสงครามมหึมาระหว่างธรรมะและอธรรม ซึ่งนำปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ และเพื่อนๆ ของเขา รวมถึงผู้คนหลายพันล้านคน ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

ปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ เขาเองยังคงโศกเศร้ากับการเสียชีวิตของโทนี่ สตาร์ก หรือไอรอนแมน อาจารย์ของเขา ผู้ซึ่งการเสียสละที่กล้าหาญทำให้ปีเตอร์ กลับมามีชีวิตได้ ไม่ว่าเขาจะมองไปที่ไหน ปีเตอร์ก็มองเห็นภาพการอุทิศแด่อเวนเจอร์สผู้ล่วงลับ ซึ่งทำให้เขายิ่งตระหนักถึงความสูญเสียมากขึ้น แม้กระทั่งวีรกรรมที่ร้อนแรงของเขาจะทำให้ทุกคนตั้งข้อสงสัยว่า เขาจะกลายเป็นไอรอนแมนคนต่อไปรึเปล่า?

Far From Home ถูกนับเป็นหนังเรื่องที่ 23 ของทาง MARVEL และยังเป็นเรื่องสุดท้ายในจักรวาลหนังมาร์เวล เฟสที่ 3 หลังจบจาก End Game อีกด้วย ภาคสรุปสงครามธานอส ราวๆ 2 เดือน เมื่อปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ไอ้หนูสไปเดอร์แมน อยากจะหนีไปพักร้อนที่ยุโรป ในทริปทัศยศึกษา แต่ไม่วายที่จะต้องรับมือกับเรื่องยุ่งๆ

เมื่อหายนะจากเหล่า “ธาตุทั้ง4″ สัตว์ประหลาดจากมิติคู่ขนาน ที่มีทั้งธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ซึ่ง 3 ตัวแรก ถูก “มิสเตริโอ้” (เจค จิลเลฮาล) ชายหนุ่มผู้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์จากจักรวาลอื่นฆ่าตายไปแล้ว จึงเหลือตัวเก่งที่สุดคือ ธาตุไฟ และนั่น ทำให้สไปเดอร์แมนต้องเข้าต่อสู้ร่วมกับสหายใหม่ เพื่อปกป้องเพื่อนจากการเที่ยวยุโรปไปด้วย และนำไปสู่บทสรุปที่คาดไม่ถึง

เรื่องราวของสไปเดอร์แมนในภาคนี้ มีการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่ายๆ ยัด CG จัดเต็มไหลลื่นตามแบบฉบับหนังซูเปอร์ฮีโร่หวังโกยรายได้ โดยในภาคนี้จะมีความจริงจังมากขึ้น ด้วยโลกในยุคที่เหล่าอเวนเจอร์แยกทางตามบทสรุปของหนัง End Game เราจะเห็นการอธิบายโลกที่ได้รับผลกระทบจากช่องว่างเวลา 5 ปีอย่างชัดเจนมากๆ ว่า

“เกิดอะไรขึ้น ถ้าคนที่ยังไม่หายไปจากการดีดนิ้วของธานอส กับคนที่กลับมาหลังจากการดีดนิ้ว มาอยู่ในโลกใบเดียวกันมันจะเป็นยังไง” และจะบอกว่า สิ่งที่เอามาให้ดูในตัวอย่างนั้น มันไม่ถึงครึ่งของหนังตัวเต็มเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งทฤษฎีที่เคยพูดๆกันในโลกโซเชียล เกี่ยวกับเนื้อหาของภาคนี้ “มันไม่ใช่อย่างที่เราคิดกันเลย!!”

บทหนังมีลูกเล่นที่ดีประมาณหนึ่ง มันพยายามสานต่อและตั้งคำถามหลังการจากไปของโทนี สตาร์ค ใน Avengers : Endgame ว่าถ้าโลกไร้ผู้นำอย่างไอรอนแมนหรือการเปลี่ยนตัวกัปตันอเมริกาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น โดยที่ยังพยายามเล่าเรื่องไม่ให้เกินขอบเขตของการเป็นหนัง Spider-Man ซึ่งมันเลยไปเน้นความขัดแย้งภายในของตัวละครปีเตอร์ พาร์คเกอร์ที่เขารู้สึกว่าในขณะที่ตนอายุแค่ 16 ปีทำไมต้องมาแบกรับภารกิจกู้โลก
รวมถึงต่อให้ตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดีว่าเอ็มเจจะชอบเขาหรือชอบสไปเดอร์แมนกันแน่ ดังนั้นมันจึงเล่นกับภาวะความไม่แน่ใจนี้ไปทั้งเรื่อง

บวกกับการสร้างตัวละครอย่าง มิสทีริโอ ชายลึกลับผู้มาจากเอิร์ธ 833 (โลกของเหล่าอเวนเจอร์คือเอิร์ธ 616) ผู้มาพร้อมพลังมหาศาลมาต่อกรกับเหล่าอสูรกายจตุรธาตุ ยิ่งเห็นว่าคนมาใหม่เก่งแค่ไหนหลุมดำในใจของปีเตอร์ก็ยิ่งถ่างออกมากเท่านั้น และภาวะความลักลั่นยังไม่จบเพียงเท่านั้น หลังนิค ฟิวรี ยื่นแว่นอีดิธ (EDITH) ของโทนี่ สตาร์คให้ (โทนี่ตั้งชื่อแว่นจากประโยค Even [I’m] Dead I’m The superHero) ก็ยิ่งทำให้เขาเกิดคำถามว่าตัวเองคู่ควรกับความไว้วางใจของโทนี่หรือไม่

ดังนั้นภารกิจหลักในหนังมันจึงเหมือนแบบทดสอบสุดหินให้ ปีเตอร์ ต้องเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดในทุกข้อ แต่อย่าลืมนะครับว่าเขาเป็นเพียงเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งดังนั้นความสนุกจึงมาจากการที่ปีเตอร์เลือกข้อที่ผิด แล้วค่อยตามแก้ไขนี่แหละ ซึ่งถือเป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหาของเด็กยุคมิลเลนเนียลได้อย่างเห็นภาพเลยว่าในขณะที่พวกเขาต้องการเป็นตัวเองก็กลับต้องมาแบกรับความคาดหวังของผู้ใหญ่จนหลายครั้งก็เลือกที่จะดื้อและเดินไปในทางที่ผิดบ้าง

รีวิว Spider-Man: Far From Home

จุดที่ดีและจุดบอดของบทหนัง โดยสิ่งที่เราพอจะบอกได้เกี่ยวกับผู้ร้ายหรือวิลเลียน (Villian) องค์ประกอบสำคัญสำหรับหนังซูเปอร์ฮีโร่ในภาคนี้ คือมันพยายามหักเหทิศทางการเล่าเรื่องให้ต่างจากฉบับคอมิค และปัญหาสำคัญคือสำหรับคนอ่านคอมิกคือการ “รู้ก่อน” หนังฉายแล้วว่าชื่อตัวละครตัวนี้คือใคร มีที่มาอย่างไร

และแม้ทางผู้สร้างจะพยายามหักเหให้มันต่างจากฉบับเดิมเพื่อสร้างเซอร์ไพรส์ ยังไงมันก็กลับมาลงล็อกให้คล้ายคอมิกเหมือนเดิมอยู่ดีและที่สำคัญการเปลี่ยนรายละเอียดแบบพลิกฝ่ามือก็เคยสร้างความขุ่นเคืองใจให้แฟนคอมิกมาแล้วจากหนึ่งในหนังจักรวาล MCU แต่ก็ต้องยอมรับว่าการ ‘ดัดแปลง’ ครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จในการให้มันกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับหนังสำหรับปิดเฟส3 และที่สำคัญมันยังสะท้อนถึงภัยร้ายที่มากับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้ดีทีเดียว แม้ว่าจะแลกมาด้วยความสมเหตุสมผลของเรื่องแบบเลี้ยวหักศอกไปบ้างก็ตาม

อย่างไรก็ตามจุดแข็งสำคัญสำหรับหนัง Spider-Man รอบนี้คงเป็นการวางโทนคอเมดีจากผู้กำกับอย่าง จอน วัตส์ ที่แข็งแรงมากๆตั้งแต่ Spider-Man Homecoming (2017) ทั้งมุกที่ให้ตัวละครรอบตัวปีเตอร์ที่โรงเรียนอย่าง เนด ที่ได้ จาคอบ บาตาลอน มาปล่อยมุกฉบับเพื่อนตุ้ยนุ้ยสุดเนิร์ดที่คราวนี้ยิ่งได้โอกาสขโมยซีนหนักข้อเมื่อบทหนังให้เขาได้มีบทกุ๊กกิ๊กโรแมนติกกับ เบตตี ที่ยังได้ แองเกอเรีย ไรซ์ มารับบทลูกคุณหนูสุดแอ๊บ แถมเคมีเข้ากันแบบเจอหน้าทั้งคู่ทีไรเตรียมฮาได้เลย

แถมในทริปยุโรปครั้งนี้ยังได้ตัวละครรุ่นครูอย่าง มิสเตอร์เบล รับบทโดย เจบี สมูฟ และมิสเตอร์แฮริงตัน รับบทโดย มาร์ติน สตารร์ มาคอยขโมยซีนด้วยบทครูที่ไม่อาจฝากผีฝากไข้อะไรได้เลยเรียกเสียงฮาไปหลายก๊ากอยู่ เสริมทัพด้วยซับพลอตแอบโรแมนติกระหว่างป้าเมย์คนสวย รับบทโดย มาริสา โทเมอิ กับ แฮปปี โฮแกน รับบทโดย จอน ฟาฟโร ที่ปีเตอร์แอบตะหงิดๆในความสัมพันธ์ทั้งคู่อยู่

นอกจากนี้หนังยังเต็มไปด้วยมุกตลกที่มาทั้งการใช้เพลง I will always love you ในฉากเปิดเรื่องแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนหนังจะเฉลยและสร้างความฮาเปิดม่านแบบคนดูไม่ทันตั้งตัว เรียกง่ายๆว่าใครหวังมาคลายเครียดก็จะได้ความฮาเป็นของแถมควบคู่ไปกับฉากแอ็คชั่นแน่นอน

มาถึงนักแสดงนำอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ ในภาคนี้เขาต้องแบกรับบทดราม่า ซึ่งก็ถือว่าทำได้ดีเลยเพราะเขาสามารถถ่ายทอดความเป็นปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ที่คราวนี้ต้องแบกความคาดหวังจากโทนี สตาร์ค ที่เสมือนพ่อบุญธรรม แถมยังต้องตั้งคำถามกับบทบาทและที่ยืนของตัวเองทั้งในโลกซูเปอร์ฮีโร่และการเป็นเด็กไฮสคูลได้อย่างยอดเยี่ยม

และที่สาวๆ น่าจะเคลิ้มที่สุดก็เห็นจะเป็นอารมณ์โรแมนติกแอบเนิร์ดระหว่างเขากับ เอ็ม เจ ที่รับบทโดยสาวสวยหน้าเก๋ เซนดายา ที่เราต้องลุ้นตั้งแต่เปิดเรื่องยันฉากจบว่าทั้งคู่จะได้ลงเอยกันมั้ย จนหนังภาคนี้น่าจะถือได้ว่าเป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลที่มีกลิ่นอายของหนังวัยรุ่นตลกโรแมนติกยุค 90 ที่สุดแล้ว ซึ่งก็ถือว่าเป็นการขยายฐานสู่แฟนหนังสายหวานได้ดีเลยทีเดียว

โดยภาพรวมถือว่า Far From Home ยังคงรักษามาตรฐานหนังซูเปอร์ฮีโร่มาร์เวลไว้ได้อย่างเหนียวแน่นในแง่ของความบันเทิงควบคู่กับมาตรฐานโปรดักชัน โดยนอกจาก บทภาพยนตร์ งานกำกับและการแสดงแล้ว อีกจุดไฮไลต์คงหนีไม่พ้นงานประพันธ์สกอร์ของ ไมเคิล กีแอคชีโน ที่ยังคงจับบรรยากาศของสถานที่ต่างๆในยุโรปใส่มาให้เราฟังแบบแทบจะเหมือนเดินเที่ยวกับตัวละครได้เลย

ควบคู่ไปกับงานกำกับภาพของ แมตธิว เจ ลอยด์ ที่เลือกใช้กล้องเรือธงล่าสุดของ RED อย่าง RED RANGER 8K VV ที่ให้ภาพคมชัด จับคอนทราสต์ได้กริบมาก ยิ่งผนวกกับการถ่ายซีนสำคัญตามสถานที่ต่างๆในยุโรปยิ่งน่าหลงไหล โดยเฉพาะซีนกลางคืนที่ต้องบอกว่าหนังถ่ายได้สวยมาก

READ  [Update] หนังออนไลน์ 18+ FULL MOVIE HD ดูฟรี | หนัง ออ ไล ฟรี - POLLICELEE


Spider-Man vs The Lizard – School Fight Scene – The Amazing Spider-Man (2012) Movie CLIP HD


SpiderMan vs The Lizard School Fight Scene The Amazing SpiderMan (2012) Movie CLIP HD [1080p 60 FPS HD ]
I Do Not Own Anything. All the Rights in This Content Belong to Their Respective Owner/s.
TM \u0026 © Sony (2012)

Copyright Disclaimer Under Section 107 of the Copyright Act 1976, allowance is made for \”fair use\” for purposes such as criticism, comment, news reporting, teaching, scholarship, and research. Fair use is a use permitted by copyright statute that might otherwise be infringing. Nonprofit, educational or personal use tips the balance in favor of fair use. No copyright infringement intended.

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูเพิ่มเติม

Spider-Man vs The Lizard - School Fight Scene - The Amazing Spider-Man (2012) Movie CLIP HD

NGƯỜI NHỆN TRỞ LẠI và CÂN HẾT TẤT CẢ | The amazing spiderman


Một pha comeback được chứ?
NGƯỜI NHỆN TRỞ LẠI và CÂN HẾT TẤT CẢ | The amazing spiderman
Theo dõi sản phẩm của Asus ROG tại: https://vn.rog.gg/GNDTT
►Donate tại: https://playerduo.com/5c1bb0a642b2a16224a37b86
► Đăng Kí Kênh xem GNDTT chơi Game : http://metub.net/GNDTT
►Facebook : https://www.facebook.com/gndtt1/
►Facebook cá nhân: https://www.facebook.com/mymycute165
►Email liên hệ quảng cáo: ntienthinh1@gmail.com
gndtt spiderman gta5

© Bản quyền thuộc về GNDTT
© Copyright by GNDTT ☞ Do not Reup

NGƯỜI NHỆN TRỞ LẠI và CÂN HẾT TẤT CẢ | The amazing spiderman

Spider-Man (2002) ไอแมงมุม 2/18


ห้องวิทยาศาสตร์เรื่องแมงมุมแต่มีคนโดนแมงมุมกัดชื่อปีเตอร์ปาร์คเกอร์

Spider-Man (2002) ไอแมงมุม 2/18

สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟอร์ม โฮม EP.1


สไปเดอร์แมน ฟาร์ ฟอร์ม โฮม EP.1

LARVA – LAR-VENGERS | Cartoon Movie | Cartoons | Comics | Larva Cartoon | LARVA Official


⏩⏩⏩ SUBSCRIBE to LARVA: http://www.youtube.com/channel/UCphWGR0oCbJDpaWmNHb5zg?sub_confirmation=1
🐌 SEASON 1 Storm Drain 🐌
Red and Yellow, two strange Larva who live underneath a storm drain, encounter many surprises which fall from the outside world to their underground universe. For these two wriggly friends, anything is a good excuse for fun. See the world from Red and Yellow’s point of view, and experience what a dangerous and exciting place the world can be for such small friends.
🐌 SEASON 2 HOUSE 🐌
Eager to explore the world above, Red \u0026 Yellow squat in an old house stuck between highrise buildings in the big city. Exploring their new home and meeting new creatures means more laughs for the comic duo. Sometimes they fight. Sometimes they find themselves in trouble together. A story of two cute and hilarious larva.
🐌 SEASON 3 NEW YORK 🐌
Now it’s the New York City. Watch Red and Yellow’s incredible abilities while they explore the city. A whole new adventure in a bigger scale! The exciting survival story of two little Larva in New York.
🐌 THE CHARACTERS 🐌
💛 Yellow 💛
Yellow is a dimwitted and happygolucky yellow colored larva with an antenna. Yellow is always abused by Red, but that never endangers their friendship. Although usually he obeys Red, he loses his mind in front of food.
❤️ Red ❤️
Red is a mostly hottempered and greedy red colored larva. His specialty is shouting and kicking like Bruce Lee. He is always showing off and abusing Yellow, but he often ends up hurting himself instead.
💜 Violet 💜
Violet is an oversized ghost slug. He is sometimes shown with his lower half buried in the ground. When he is threatened, he exposes his whole body and roars.
🚪 Brown 🚪
Brown is a cloying dung beetle that gathers poop. To him, poop is either his food or his treasure. He hates it when other insects touch his prized poop. He has a long strand of hair on his right cheek.
⚫️ Black ⚫️
Black is a horned atlas beetle that has great strength and is usually punching a cocoon (which he uses as punching bag). He’s aggressive and will beat up whoever he thinks is messing with him. In \”Hello, Black\” he turns out to be a slug wearing beetle armor.
🌈 Rainbow 🌈
Rainbow is a snail with a red and green shell. When in his shell, he’s slow in his action, but under that he has a muscular humanlike body and can function like humans do.
💟 Pink 💟
Pink is a pink larva with two antennae. She is the only recurring female character. She loves Yellow but Red loves her. She hides a great strength behind her cute, beautiful face.
larva larvacartoon larvatuba

READ  [Update] | ไลอ้อนแอรื - POLLICELEE

LARVA - LAR-VENGERS | Cartoon Movie | Cartoons | Comics | Larva Cartoon | LARVA Official

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูบทความเพิ่มเติมในหมวดหมู่Leather

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ spiderman 4 เต็ม เรื่อง

Leave a Comment