[Update] Steps for Building Dams | กฟท – POLLICELEE

กฟท: นี่คือโพสต์ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้

This is a typical sequence of events for constructing a dam and creating a reservoir:

Diverting the river

A dam is usually constructed across a river to create a reservoir in the valley behind by storing the water that flows into it naturally. Sometimes, they are built across dry valleys, or valleys with small streams, to create a storage area for water that is transported from elsewhere.

Diversion tunnel

The diversion tunnel excavated through soft
rock for the stream at Baoshan 2 Reservior
in Tiwan

Streams and rivers have to be diverted to create a dry area to construct the dam. Small rivers and streams are usually diverted through a tunnel, or a channel that is constructed around the side of the dam. Soft soils and rocks are excavated to form the route, while harder rocks have to be blasted with explosives.

Sometimes, dams are built across wide rivers with large volumes of flowing water. It would be impracticable and too expensive to construct a separate channel to divert the water. Instead, a dry construction pit is formed on one side of the river, leaving the other side open for the water to flow through. The first portion of the dam is constructed in the dry pit. When it is finished, another dry area is formed on the other side of the river, and the remaining part of the dam is built. Meanwhile, the river flows through openings in the completed portion of the dam, and the reservoir can start to fill behind it.

Find out about the construction sequence for the Three Gorges Dam that is being built across the River Yangtze in China.

Preparing the foundation

Preparation of the rock foundation for a gravity dam

The rock foundation for a gravity
dam being prepared

A dam is built on a soil or rock foundation, depending on the type of dam. The foundation must be strong enough to carry the weight of the dam, and the water pressures acting on the dam. The dam foundation is below the original ground level. It is covered by weaker soils or rock that have to be removed either by excavation or by blasting with explosives.

Sometimes, areas of weaker soils or rocks are found below the planned foundation level and these have to be removed and replaced with stronger materials

Some rock foundations have cracks and fissures in them. These have to be filled with grout to stop water leaking out from the reservoir through the cracks once the dam is completed. This is done by drilling holes down into the rock, and by pumping grout into them, which spreads outwards to fill the cracks.

Building a concrete dam

A concrete batching plant on the construction site for a gravity dam

A concrete batching plant on the
construction site for a gravity dam

As so much concrete is required in a concrete dam, it is mixed together in a special building called a concrete batching plant, which is built on the construction site. For very large dams, there may be a number of batching plants. The concrete can be placed in the dam by two different methods.

Pouring Concrete

The traditional method is to pour a wet mixture of concrete into a mould made in the required shape of the dam. The mould, called formwork, is usually made from sheets of timber. The mould is not made to the full height of the dam, as the dam is built upwards in stages of about 1 to 2 metres at a time. The concrete is left to dry before the next section is formed on top.

The concrete can be transferred from the batching plant to the dam by a number of methods. Sometimes, a system of conveyor belts is used and sometimes the concrete is taken by trucks to the bottom of the dam where it is poured into skips which are lifted to the top of the dam by cranes.

Concrete conveyorTruck SkipCrane Skip

Compacting Concrete with Rollers

Compacting concrete

Concrete being placed and compacted
on Stillwater gravity dam in the
United States

Roller Compacted Concrete (RCC) dams are formed by spreading a drier of mix of concrete and compacting it down using rollers. The dam is raised in steps of about 600 mm. The edges are formed first, by making low concrete walls on the upstream and downstream faces of the dam. Concrete is then transported to the area between the walls and spread in a thin layer using bulldozers. Rollers are then driven over the concrete to compact it down.

Building an embankment dam

Embankment dam in Iran

Masjed-e-Soleiman embankment dam
under construction in Iran

Embankment dams are constructed upwards in a series of thin layers. For each layer, the fill material is transported to the dam by trucks and dumped there. Then bulldozers are used to spread the material in a thin layer. The thickness of the layer depends on the material being used. Earthfill layers are about 300 mm thick and rockfill layers can be up to 1 metre thick. The layers are compacted down using rollers.

 

When the dam has a core, that is also constructed in layers to keep it at the same height as the rest of the dam.

Messochora Rockfill dam in GreeceThe reinforced concrete layer being placed on the upstream face of the Messochora rockfill dam in Greece.

 

Once the dam has been raised to its full height, a protective layer is formed on its upstream face. This layer protects the dam against damage by waves, and sometimes provides waterproofing too.

[NEW] ประกาศ กพท. ‘Fit to Fly’ พาคนไทยคืนถิ่น ‘ผีน้อย-คนไทย’ ในพื้นที่เสี่ยงทะลักกลับแน่! | กฟท – POLLICELEE

จับตาหลังประกาศสำนักงานการบินพลเรือนฯ มีผลบังคับใช้ จะมีคนไทยที่ตกค้างอยู่หลายประเทศทั้งยุโรป และผีน้อยจากเกาหลี จะเดินทางกลับประเทศไทยมากขึ้น เพราะประกาศนี้คนไทยแค่มีใบรับรองทางการแพทย์ ‘Fit to Fly’ ส่วนเรื่องเจ็บป่วยสามารถใช้สิทธิสวัสดิการ บัตรทอง ประกันสังคมและอื่นๆ ได้ ชี้ประเทศญี่ปุ่น เลือกมาตรการคุมโควิค-19 เปิดให้ใช้แค่สนามบินนานาชาติ ‘คันไซ-นาริตะ’ เท่านั้น แจงหากไทยเลือกเปิดเพียงสนามบินสุวรรณภูมิแห่งเดียวแทนการปิดประเทศ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี ควบคุมได้ง่าย!

สถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทย พบว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน และในวันนี้ (19 มี.ค.) กระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 60 ราย รวมเป็นผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 272 คน ทั้งนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทยอยประกาศมาตรการควบคุมและป้องกันเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ก็ยังมีแนวโน้มการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น และเพื่อลดการแพร่ระบาดจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดอื่น รัฐบาลจึงได้มีการเตรียมความพร้อมและหามาตรการรองรับ

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการใน 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านสาธารณสุข 2. ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน 3. ด้านข้อมูล การชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน 4. ด้านการต่างประเทศ 5. ด้านมาตรการป้องกัน และ 6. ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา

โดยเฉพาะด้านการป้องกัน ให้มีการปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น สถานที่ซึ่งมีคนมาร่วมเป็นกิจวัตร หรือเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันอาจแพร่เชื้อได้ง่ายแม้จะมีการป้องกันแล้วก็ตาม เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา และทุกสถาบันให้ปิดชั่วคราว ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และให้สถานศึกษาดำเนินการป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด

อีกทั้งได้มีการปิดชั่วคราว 14 วัน ทั้งผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จัดคอนเสิร์ต การจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและการกีฬาฯ และงดวันหยุดสงกรานต์ วันที่ 13-15 เมษายน 2563 โดยให้เลื่อนออกไปก่อน

ในส่วนของการเดินทางเข้า-ออกของคนไทยและต่างชาติมายังประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กำหนดให้ 4 ประเทศและ 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมทั้งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายและพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ผู้โดยสารที่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวในระยะเวลา 14 วันที่ผ่านมา ก่อนที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยต้องได้รับการกักตัว (Quarantine) และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออย่างอื่นตามที่รัฐบาลไทยกำหนด

สำหรับสายการบินที่ให้บริการผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังประเทศไทยจะต้องดำเนินการคัดกรองในเวลาที่ผู้โดยสารแสดงตัวเพื่อออกบัตรขึ้นเครื่อง (Check-in) ว่ามี

1. ใบรับรองทางการแพทย์ Health Certificate ที่ออกโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ยืนยันว่าตรวจผู้โดยสารแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 คือผลวินิจฉัย COVID-Negative (Undetectable) 2. หลักฐานการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 100,000 USD ที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลในประเทศไทย

หากผู้โดยสารมีประวัติการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานใบรับรองทางการแพทย์และหลักฐานการทำประกันสุขภาพได้ครบถ้วน ให้สายการบินปฏิเสธการขึ้นเครื่องและงดการออกบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ได้

ในส่วนผู้โดยสารที่มีสัญชาติไทยนั้น ได้มีมาตรการคัดกรองในเวลาที่ผู้โดยสารแสดงตัวเพื่อออกบัตรโดยสาร (Check-in) ด้วยการตรวจสอบใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) พร้อมตรวจสอบหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศออกให้

แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลบอกว่า ที่ผ่านมามีการคุมเข้มมากและทำให้คนไทยมีปัญหาในการเดินทางกลับประเทศไทยมาก เพราะไม่สามารถหาใบรับรองทางการแพทย์ (Health Certificate) ที่ออกโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางยืนยันว่าตรวจผู้โดยสารแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 คือผลวินิจฉัย COVID- Negative (Undetectable) รวมไปถึงเรื่องของการประกันสุขภาพที่ต้องใช้เงินหลักฐานการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาไม่น้อยกว่า 100,000 USD

ด้วยเงื่อนไขดังกล่าวทำให้หน่วยงานรัฐได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งจากข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีการรวบรวมว่ามีคนไทยจำนวนมากยังตกค้างอยู่ในประเทศต่างๆ และไม่สามารถกลับมาได้ เนื่องจากไม่สามารถขอใบรับรองทางการแพทย์ที่แสดงว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 มาแสดง รวมถึงเรื่องของการประกันสุขภาพ

“ไม่ใช่มีเฉพาะคนไทยหรือผีน้อยในเกาหลี ที่ตกค้างประมาณ 1.4 แสนคน ยังมีคนไทยที่อยู่ในประเทศแถบยุโรป ทั้งสเปน สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ และยังมีอีกหลายประเทศ บางคนเป็นนักท่องเที่ยว วีซ่าหมดอายุ รัฐบาลก็กลัวว่าพวกนี้จะมีความผิดก็ต้องหาทางช่วยคนไทยกลับบ้านให้ได้”

ตรงนี้จึงเป็นที่มาให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยออกประกาศให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยสามารถใช้ใบรับรองทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมคือ Fit to Fly Health Certificate ได้ ส่วนในเรื่องของการประกันสุขภาพนั้น รัฐบาลเห็นว่าหากเป็นคนไทยเจ็บป่วยเมื่อกลับมาถึงไทยแล้ว ก็มีหลักประกันสุขภาพไว้ดูแล เช่น บัตรทอง บัตรประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ เป็นต้น

“เมื่อกลับเข้ามาแล้วเขาป่วยรัฐบาลก็ดูแลตามสิทธิของบัตร แต่คนไทยเหล่านี้ก็ต้องให้ความร่วมมือปฏิบัติตามระเบียบที่รัฐกำหนดเช่นกันคือการกักตัว 14 วัน ไม่ไปสถานที่ที่มีคนเยอะๆ”

แหล่งข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีแผนที่จะส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ ที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 กลับบ้าน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนไทยในอู่ฮั่น หรือเด็กนักเรียนทุน AFS จำนวน 83 คน จากอิตาลีเท่านั้น แต่ด้วยประเมินแล้วจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่สูงมาก จึงทำให้โครงการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับบ้านต้องหยุดลง

“ที่รับนักเรียนไทยกลับจากอิตาลีได้นั้น เป็นเพราะมีการสอบถามการบินไทยแล้ว และเห็นว่าขากลับจากอิตาลีจะไม่มีผู้โดยสาร รัฐบาลจึงสั่งให้ใช้โอกาสนี้รับนักเรียนไทยกลับมา”

ขณะเดียวกัน เมื่อประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับนี้ออกมาซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดยนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บังคับใช้ 22 มีนาคมนี้ ซึ่งจะมีผลให้คนไทยอีกจำนวนมากเดินทางกลับเข้ามาโดยเฉพาะบรรดาผีน้อยที่ยังอยู่ที่เกาหลี ก็มีการแจ้งความจำนงไปที่สถานทูตแล้ว รวมทั้งจะมีคนไทยในยุโรปและในพื้นที่ระบาดต่อเนื่องเช่นกัน

“เราปฏิเสธไม่ให้เขากลับเข้ามาในประเทศไม่ได้ กลุ่มผีน้อยที่อยู่เกาหลี เขาก็อยู่ที่นั่นลำบากเพราะคนเกาหลีก็ไม่ค่อยพอใจ และรัฐบาลไทยเคยขอให้ทางเกาหลีกักตัว (Quarantine) ผีน้อย 14 วันก่อนส่งกลับ แต่เรื่องนี้ไม่ได้รับการตอบรับ เพราะเกาหลีก็ไม่มีพื้นที่ที่จะกักตัว ผีน้อยพยายามวิ่งหาใบรับรองแพทย์ แต่เป็นเรื่องยาก ขาดแคลนและราคาแพงมาก Fit to Fly จะเป็นการช่วยให้เขากลับมาได้”

อย่างไรก็ดี เมื่อคนไทยหรือคนต่างชาติ ได้ผ่านการคัดกรองจากสนามบินและมีการออกบัตรให้ผู้โดยสารแล้ว ผู้โดยสารจะต้องกรอกข้อมูลแสดงที่พักที่สามารถติดต่อได้ตามแบบ ต.8 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทาง หรือกรอกข้อมูลใน Application “AOT Airport of Thailand”

ส่วนในการเดินทางนั้นสายการบินจะต้องจัดที่นั่งให้ผู้โดยสารมีระยะห่างจากกันมากที่สุด และจัดพื้นที่ห้องโดยสารสำหรับเฝ้าระวังผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ หรือเจ็บป่วย หากมีความจำเป็น และให้มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเที่ยวบิน

ทั้งหมดนี้จะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่สายการบินต้นทาง ท่าอากาศยาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ศุลกากร เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสาร และคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าไปจนถึงขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศเรียบร้อยแล้วก็จะมีการคัดแยกผู้โดยสาร ส่งผู้โดยสารกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไป

“เมื่อกลับภูมิลำเนาแล้วก็ต้องกักตัว 14 วัน จะมีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและหน่วยงานท้องถิ่นไปดูแล ทุกฝ่ายต้องช่วยกันจึงจะผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ได้”

แต่ประเด็นสำคัญประเทศไทยมีสนามบินนานาชาติที่จะมีผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาได้หลายแห่ง ทั้งที่สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินหาดใหญ่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น การเปิดให้เดินทางเข้า-ออกหลายแห่ง อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการควบคุมดูแล มีความเสี่ยงทำให้เกิดการระบาดได้จากผู้เดินทางที่ติดเชื้อและเป็นพาหะ

“ถ้าประเทศไทยควบคุมการเข้าออกสนามบินให้เหลือเพียงสนามบินสุวรรณภูมิเพียงแห่งเดียวก็น่าจะเหมาะสมกว่า เพราะไหนๆ ก็ไม่มีการปิดประเทศ เราก็ต้องควบคุมเหมือนที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินการควบคุมโควิด”

โดยประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่กว้างและยาวมาก และมีสนามบินนานาชาติ ท่าอากาศยานภูมิภาคจำนวนมาก แต่ด้วยปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นจึงมีมาตรการควบคุมการเข้าออกของผู้โดยสารทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ มีทั้งยกเลิกวีซ่า ระงับวีซ่าชั่วคราว โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงต่างๆ จะมีการควบคุมให้ลงได้เฉพาะ 2 สนามบินเท่านั้นคือ ท่าอากาศยานนานาชาติคันไซ และท่าอากาศยานนานาชาตินาริตะ

ดังนั้น หากประเทศไทยไม่มีการปิดประเทศ แต่จะใช้วิธีปิดสนามบินอื่นๆ เพื่อควบคุมการเข้าออก และเปิดใช้เพียงสนามบินเดียวคือ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินอู่ตะเภา เหมือนอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินการ น่าจะทำให้การบริหารจัดการในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ผลดีกว่าเปิดทุกสนามบิน ซึ่งจะทำให้การระบาดขยายออกไปเป็นวงกว้างยังจังหวัดต่างๆ ได้ง่าย!

สถานการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 ในประเทศไทย พบว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกวัน และในวันนี้ (19 มี.ค.) กระทรวงสาธารณสุข ได้แถลงจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก 60 ราย รวมเป็นผู้ป่วยติดเชื้อสะสม 272 คน ทั้งนี้ รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทยอยประกาศมาตรการควบคุมและป้องกันเพื่อไม่ให้การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อเข้าสู่ระยะที่ 3 แต่ก็ยังมีแนวโน้มการแพร่กระจายที่เพิ่มมากขึ้น และเพื่อลดการแพร่ระบาดจากกรุงเทพฯ ไปสู่จังหวัดอื่น รัฐบาลจึงได้มีการเตรียมความพร้อมและหามาตรการรองรับทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ดำเนินการใน 6 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านสาธารณสุข 2. ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน 3. ด้านข้อมูล การชี้แจงและการรับเรื่องร้องเรียน 4. ด้านการต่างประเทศ 5. ด้านมาตรการป้องกัน และ 6. ด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยาโดยเฉพาะด้านการป้องกัน ให้มีการปิดสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคเพิ่มขึ้น สถานที่ซึ่งมีคนมาร่วมเป็นกิจวัตร หรือเพื่อทำกิจกรรมร่วมกันอาจแพร่เชื้อได้ง่ายแม้จะมีการป้องกันแล้วก็ตาม เช่น มหาวิทยาลัย โรงเรียนนานาชาติ สถาบันกวดวิชา และทุกสถาบันให้ปิดชั่วคราว ตั้งแต่วันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ และให้สถานศึกษาดำเนินการป้องกันโรคตามมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดอีกทั้งได้มีการปิดชั่วคราว 14 วัน ทั้งผับ สถานบันเทิง สถานบริการ นวดแผนโบราณ และโรงมหรสพ ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมทั้งกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น จัดคอนเสิร์ต การจัดงานแสดงสินค้าต่างๆ กิจกรรมทางศาสนา วัฒนธรรมและการกีฬาฯ และงดวันหยุดสงกรานต์ วันที่ 13-15 เมษายน 2563 โดยให้เลื่อนออกไปก่อนในส่วนของการเดินทางเข้า-ออกของคนไทยและต่างชาติมายังประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่องแนวปฏิบัติสำหรับผู้ดำเนินการเดินอากาศเกี่ยวกับการให้บริการจากท้องที่นอกราชอาณาจักรที่เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 และพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ซึ่งจะต้องเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่ออกตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 กำหนดให้ 4 ประเทศและ 2 เขตเศรษฐกิจพิเศษ คือ สาธารณรัฐเกาหลี สาธารณรัฐประชาชนจีน สาธารณรัฐอิตาลี และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน รวมทั้งเขตบริหารพิเศษมาเก๊า และเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายและพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง ผู้โดยสารที่มีประวัติการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวในระยะเวลา 14 วันที่ผ่านมา ก่อนที่จะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยต้องได้รับการกักตัว (Quarantine) และอยู่ภายใต้มาตรการป้องกันและควบคุมโรคติดต่ออย่างอื่นตามที่รัฐบาลไทยกำหนดสำหรับสายการบินที่ให้บริการผู้โดยสารที่จะเดินทางมายังประเทศไทยจะต้องดำเนินการคัดกรองในเวลาที่ผู้โดยสารแสดงตัวเพื่อออกบัตรขึ้นเครื่อง (Check-in) ว่ามี1. ใบรับรองทางการแพทย์ Health Certificate ที่ออกโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทาง ยืนยันว่าตรวจผู้โดยสารแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 คือผลวินิจฉัย COVID-Negative (Undetectable) 2. หลักฐานการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 100,000 USD ที่คุ้มครองการรักษาพยาบาลในประเทศไทยหากผู้โดยสารมีประวัติการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง แต่ไม่สามารถแสดงหลักฐานใบรับรองทางการแพทย์และหลักฐานการทำประกันสุขภาพได้ครบถ้วน ให้สายการบินปฏิเสธการขึ้นเครื่องและงดการออกบัตรขึ้นเครื่อง (Boarding Pass) ได้ในส่วนผู้โดยสารที่มีสัญชาติไทยนั้น ได้มีมาตรการคัดกรองในเวลาที่ผู้โดยสารแสดงตัวเพื่อออกบัตรโดยสาร (Check-in) ด้วยการตรวจสอบใบรับรองแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly Health Certificate) พร้อมตรวจสอบหนังสือรับรองการเดินทางกลับประเทศไทยที่สถานเอกอัครราชทูตไทย สถานกงสุลใหญ่ หรือกระทรวงการต่างประเทศออกให้แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลบอกว่า ที่ผ่านมามีการคุมเข้มมากและทำให้คนไทยมีปัญหาในการเดินทางกลับประเทศไทยมาก เพราะไม่สามารถหาใบรับรองทางการแพทย์ (Health Certificate) ที่ออกโดยมีระยะเวลาไม่เกิน 72 ชั่วโมงก่อนการเดินทางยืนยันว่าตรวจผู้โดยสารแล้วไม่พบเชื้อไวรัสโควิด-19 คือผลวินิจฉัย COVID- Negative (Undetectable) รวมไปถึงเรื่องของการประกันสุขภาพที่ต้องใช้เงินหลักฐานการทำประกันสุขภาพที่คุ้มครองการรักษาไม่น้อยกว่า 100,000 USDด้วยเงื่อนไขดังกล่าวทำให้หน่วยงานรัฐได้มีการประชุมหารือกัน ซึ่งจากข้อมูลที่กระทรวงการต่างประเทศได้มีการรวบรวมว่ามีคนไทยจำนวนมากยังตกค้างอยู่ในประเทศต่างๆ และไม่สามารถกลับมาได้ เนื่องจากไม่สามารถขอใบรับรองทางการแพทย์ที่แสดงว่าไม่ได้ติดเชื้อโควิด-19 มาแสดง รวมถึงเรื่องของการประกันสุขภาพตรงนี้จึงเป็นที่มาให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยออกประกาศให้ผู้ที่มีสัญชาติไทยสามารถใช้ใบรับรองทางการแพทย์ที่ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมคือ Fit to Fly Health Certificate ได้ ส่วนในเรื่องของการประกันสุขภาพนั้น รัฐบาลเห็นว่าหากเป็นคนไทยเจ็บป่วยเมื่อกลับมาถึงไทยแล้ว ก็มีหลักประกันสุขภาพไว้ดูแล เช่น บัตรทอง บัตรประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ เป็นต้นแหล่งข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลมีแผนที่จะส่งเครื่องบินไปรับคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆ ที่มีการระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 กลับบ้าน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะคนไทยในอู่ฮั่น หรือเด็กนักเรียนทุน AFS จำนวน 83 คน จากอิตาลีเท่านั้น แต่ด้วยประเมินแล้วจะมีปัญหาเรื่องงบประมาณที่สูงมาก จึงทำให้โครงการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยกลับบ้านต้องหยุดลงขณะเดียวกัน เมื่อประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ฉบับนี้ออกมาซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2563 โดยนายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) บังคับใช้ 22 มีนาคมนี้ ซึ่งจะมีผลให้คนไทยอีกจำนวนมากเดินทางกลับเข้ามาโดยเฉพาะบรรดาผีน้อยที่ยังอยู่ที่เกาหลี ก็มีการแจ้งความจำนงไปที่สถานทูตแล้ว รวมทั้งจะมีคนไทยในยุโรปและในพื้นที่ระบาดต่อเนื่องเช่นกันอย่างไรก็ดี เมื่อคนไทยหรือคนต่างชาติ ได้ผ่านการคัดกรองจากสนามบินและมีการออกบัตรให้ผู้โดยสารแล้ว ผู้โดยสารจะต้องกรอกข้อมูลแสดงที่พักที่สามารถติดต่อได้ตามแบบ ต.8 ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 และยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อประจำด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศที่สนามบินปลายทาง หรือกรอกข้อมูลใน Application “AOT Airport of Thailand”ส่วนในการเดินทางนั้นสายการบินจะต้องจัดที่นั่งให้ผู้โดยสารมีระยะห่างจากกันมากที่สุด และจัดพื้นที่ห้องโดยสารสำหรับเฝ้าระวังผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ หรือเจ็บป่วย หากมีความจำเป็น และให้มีการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเที่ยวบินทั้งหมดนี้จะมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่สายการบินต้นทาง ท่าอากาศยาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ศุลกากร เพื่อให้ตรวจสอบข้อมูลผู้โดยสาร และคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าไปจนถึงขั้นตอนการเดินทางเข้าประเทศเรียบร้อยแล้วก็จะมีการคัดแยกผู้โดยสาร ส่งผู้โดยสารกลับสู่ภูมิลำเนาต่อไปแต่ประเด็นสำคัญประเทศไทยมีสนามบินนานาชาติที่จะมีผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาได้หลายแห่ง ทั้งที่สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ สนามบินเชียงราย สนามบินหาดใหญ่ สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นต้น การเปิดให้เดินทางเข้า-ออกหลายแห่ง อาจจะมีปัญหาในเรื่องของการควบคุมดูแล มีความเสี่ยงทำให้เกิดการระบาดได้จากผู้เดินทางที่ติดเชื้อและเป็นพาหะโดยประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่กว้างและยาวมาก และมีสนามบินนานาชาติ ท่าอากาศยานภูมิภาคจำนวนมาก แต่ด้วยปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ญี่ปุ่นจึงมีมาตรการควบคุมการเข้าออกของผู้โดยสารทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาติ มีทั้งยกเลิกวีซ่า ระงับวีซ่าชั่วคราวดังนั้น หากประเทศไทยไม่มีการปิดประเทศ แต่จะใช้วิธีปิดสนามบินอื่นๆ เพื่อควบคุมการเข้าออก และเปิดใช้เพียงสนามบินเดียวคือ สนามบินสุวรรณภูมิ หรือสนามบินอู่ตะเภา เหมือนอย่างที่ประเทศญี่ปุ่นดำเนินการ น่าจะทำให้การบริหารจัดการในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ผลดีกว่าเปิดทุกสนามบิน ซึ่งจะทำให้การระบาดขยายออกไปเป็นวงกว้างยังจังหวัดต่างๆ ได้ง่าย!


\” MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ ลดมลภาวะ กระตุ้นเศรษฐกิจไทย\”


MEA กฟผ. รฟท.
รับชมวีดีโอที่คัดสรรจากเรา https://bit.ly/31bYdfp

อย่าลืม กด \”Subscribe\” เพื่ออัปเดตข่าวไปกับเราได้ที่
https://www.youtube.com/channel/UCIoFfVIOrRRbIWVdDhTTwg
ติดตามเนชั่นออนไลน์ได้ที่:
Website : https://www.nationtv.tv/
Facebook : https://www.facebook.com/NationOnline
Twitter : https://twitter.com/NationTV22
Tiktok : https://www.tiktok.com/@nationonline?lang=thTH
Instragram:https://www.instagram.com/nationtv22_/
Line : @nationonline

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูความรู้เพิ่มเติมที่นี่

\

MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. เปิดสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร กฟผ. และสถานีต้นทางบางซื่อ กฟน.อย่างเป็นทางการ


MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. เดินหน้าเปิดสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร กฟผ. และสถานีต้นทางบางซื่อ กฟน. แหล่งพลังงานสำคัญสำหรับการส่งจ่ายไฟฟ้าให้กับสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการเดินทางแห่งใหม่ที่มีระบบรางใหญ่ที่สุดในอาเซียน
นอกจากนี้สถานีดังกล่าวยังจะช่วยกระจายพลังงานให้แก่ระบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ไปจนถึงการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต
กดติดตาม \u0026 กดกระดิ่ง : http://bit.ly/Subscribe_Thairath
ติดตามข่าวสำคัญไปกับเรา
Website : https://www.thairath.co.th
Website : https://www.thairath.co.th/tv
Facebook : https://www.facebook.com/thairath
Facebook : https://www.facebook.com/thairathtv
Twitter : https://twitter.com/Thairath_News
Twitter : https://twitter.com/Thairath_TV
Instagram : https://www.instagram.com/thairath
Instagram : https://www.instagram.com/thairathtv
Line : http://line.me/ti/p/@Thairath
Youtube : https://www.youtube.com/thairathonline
ติดต่อโฆษณา ออนไลน์
โทร. 021271111 ต่อ 2144

MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. เปิดสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร กฟผ. และสถานีต้นทางบางซื่อ กฟน.อย่างเป็นทางการ

MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ


นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA พร้อมด้วย นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และ นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ การรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมพิธีเปิดสถานีต้นทางบางซื่อ การไฟฟ้านครหลวง และ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พร้อมส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับสถานีกลางบางซื่อและโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) รวมถึงรองรับการใช้ไฟฟ้าพื้นที่เมืองมหานครในอนาคต เพื่อร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รับเทรนด์การเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ณ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร และ สถานีต้นทางบางซื่อ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา

นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ ผู้ว่าการ MEA เปิดเผยว่า เริ่มดำเนินการก่อสร้างสถานีต้นทางบางซื่อตั้งแต่เดือนธันวาคม 2560 รองรับปริมาณพลังงานไฟฟ้าสูงถึง 1,800 MVA เพื่อรองรับการจ่ายไฟฟ้าพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ผ่านการควบคุมบริหารจัดการระบบไฟฟ้าด้วยระบบ SCADA ที่ทันสมัย ทั้งยังออกแบบให้มีระบบสำรองไฟฟ้าในกรณีเหตุฉุกเฉินโดยบูรณาการร่วมกับ กฟผ. ในการเชื่อมโยงระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูงจากแหล่งจ่ายสถานีไฟฟ้าแรงสูงข้างเคียงของ กฟผ. ในพื้นที่โดยรอบ 3 สถานี (สถานีไฟฟ้าแรงสูงแจ้งวัฒนะ พระนครเหนือ และลาดพร้าว) รวมถึงการเชื่อมโยงจากสายส่งไฟฟ้าจากสถานีย่อยข้างเคียงของ MEA เอง ทำให้เสถียรภาพของระบบไฟฟ้ามีความมั่นคงยิ่งขึ้น โดย MEA มีความพร้อมในการจัดการควบคุมจ่ายไฟฟ้าให้กับทุกสถานีรถไฟฟ้าทั้งในปัจจุบัน นอกจากนี้ ได้เตรียมความพร้อมรองรับการเชื่อมโยงระบบไฟฟ้าสำหรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันต่อไปในอนาคต เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้กับประชาชน ลดปัญหามลพิษทางอากาศ ตลอดจนการติดตั้งและพัฒนาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ MEA เชื่อมต่อ Platform ระบบบริหารจัดการเครื่องอัดประจุไฟฟ้าอัจฉริยะ วิเคราะห์ข้อมูลการชาร์จ เชื่อมต่อกับ MEA EV Application รองรับการใช้งานและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจรในพื้นที่ให้บริการได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ MEA จึงมีความพร้อมพัฒนางานบริการเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าที่ทันสมัยขับเคลื่อนระบบพลังงานอัจฉริยะเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร

นายบุญญนิตย์ วงศ์รักมิตร ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ร่วมกับ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยก่อสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักรเพื่อเตรียมความพร้อมในการส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้ารองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ รังสิต และช่วงบางซื่อ ตลิ่งชัน ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งระบบรางที่สำคัญในอนาคตและยังถือเป็นโอกาสที่ดีในการ Restart กระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ สถานีไฟฟ้าแรงสูงจตุจักร เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม 2560 พร้อมส่งจ่ายไฟฟ้าให้สถานีต้นทางบางซื่อ MEA เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา เป็นสถานีไฟฟ้าแรงสูงแบบใช้ฉนวนก๊าซ (Gas Insulated Substation: GIS ) โดยเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ และพระนครเหนือ ด้วยสายส่งไฟฟ้าแรงสูงระดับแรงดัน 230 kV รวมทั้งสิ้นจำนวน 4 วงจร พร้อมออกแบบและติดตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงแบบพิเศษที่มีเพียงต้นเดียวในประเทศไทย ให้สามารถใช้งานในพื้นที่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และควบคุมความสูงของเสาไม่ให้ส่งกระทบต่อระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าเดิม โดยสามารถส่งจ่ายพลังงานไฟฟ้าได้สูงสุดถึง 2,400 MW หรือเทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ จำนวน 3 แห่ง รองรับการใช้ไฟฟ้าของสถานีกลางบางซื่อ และโครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ รังสิต และช่วงบางซื่อ ตลิ่งชัน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการคมนาคมของประเทศไทยในอนาคต ซึ่งจะปรับเปลี่ยนเข้าสู่รูปแบบการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV มากยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบัน กฟผ. ได้พัฒนานวัตกรรมรถยนต์ EV รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และเรือไฟฟ้า เพื่อเชื่อมต่อการเดินทาง “ล้อ ราง เรือ” สร้างความสะดวกสบายในการเดินทางให้กับประชาชน สามารถช่วยลดปัญหาการปล่อยมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 จากภาคการขนส่ง นับเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามแนวคิด EGAT for ALL เพราะ กฟผ. เป็นของทุกคน ทำเพื่อทุกคน

ด้าน นายอวิรุทธ์ ทองเนตร รองผู้ว่าการกลุ่มอำนวยการ รฟท. กล่าวว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งสำหรับสถานีกลางบางซื่อ สถานีรถไฟหลักแห่งใหม่ ซึ่งจะเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในฐานะศูนย์กลางระบบรางที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ที่เชื่อมต่อทุกรูปแบบการเดินทางของระบบขนส่งมวลชนอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย ทั้งทางราง ทางบก ทางอากาศ ซึ่งโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ถือเป็นโครงการระบบขนส่งมวลชนทางรางที่เป็นโครงข่ายเชื่อมโยงการเดินทางของประชาชนระหว่างพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เป็นศูนย์กลางการคมนาคมระบบรางของไทยแห่งใหม่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน และยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่เชื่อมต่อกับรูปแบบการเดินทางอื่น ๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยคดว่าสามารถเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการในเดือนกรกฎาคมนี้ และให้บริการเชิงพาณิชย์ได้ ประมาณปลายปี 2564 นี้ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ชานเมือง ได้เดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองด้วยระบบรางที่มีประสิทธิภาพ และช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้าสู่โครงข่ายระบบรถไฟขนส่งมวลชนอื่นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว สามารถรองรับรองรับประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางบางซื่อ จำนวน 624,000 คน ต่อวัน และโครงการระบบรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ รังสิต และช่วงบางซื่อ ตลิ่งชัน จำนวน 463,000 คน ต่อวัน
พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร Energy for city life, Energize smart living

MEA จับมือ กฟผ. และ รฟท. ผนึกกำลังรองรับยานยนต์ไฟฟ้าสาธารณะ

น้องกิ๊ฟ สาวน้อยนักสู้ ที่ทำเพื่อครอบครัว | แชมป์ 5 สมัย | ดวลเพลงชิงทุน | one31


\”ดวลเพลงชิงทุน\” รายการที่จะเปลี่ยนเสียงของคุณ เป็นทุนตั้งตัว
เตรียมเสียงของคุณไว้ให้พร้อม เพราะรายการนี้ สามารถทำให้เสียงของคุณ เปลี่ยนเป็นทุนเพื่อตั้งตัว!!
พิธีกร แฟรงค์ ภคชนก์ โวอ่อนศรี
กรรมการ ครูสลา คุณวุฒิ
แพท ณปภา ตันตระกูล
ไท ธนาวุฒิ ชวธนาวรกุล
ติดตามชมรายการ \”ดวลเพลงชิงทุน\” ทุกวันจันทร์ ถึง วันศุกร์ 18:20 น.
วันของคุณทั้งวันทุกวัน one31 ช่องวัน ช่อง31 ดูช่องวัน31 กดหมายเลข31
ดูฟรี คมชัด ทั่วประเทศ
ชม Online ได้ทาง : https://www.one31.net/live
ดูย้อนหลังที่แรกทาง : https://www.one31.net
ติดตามข่าวสารจากช่อง one
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น “one31” ที่ : https://www.bit.ly/one31app
Facebook : https://www.facebook.com/one31Thailand
Instagram : https://www.instagram.com/one31thailand
Twitter : https://twitter.com/onehdthailand

น้องกิ๊ฟ สาวน้อยนักสู้ ที่ทำเพื่อครอบครัว | แชมป์ 5 สมัย | ดวลเพลงชิงทุน | one31

BLACKPINK – ‘How You Like That’ M/V


BLACKPINK How You Like That
보란 듯이 무너졌어
바닥을 뚫고 저 지하까지
옷 끝자락 잡겠다고
저 높이 두 손을 뻗어봐도
다시 캄캄한 이곳에 light up the sky
네 두 눈을 보며 I’ll kiss you goodbye
실컷 비웃어라 꼴좋으니까
이제 너희 하나 둘 셋
Ha how you like that?
You gon’ like that that that that that
How you like that?
How you like that that that that that
Now look at you now look at me
Look at you now look at me
Look at you now look at me
How you like that
Now look at you now look at me
Look at you now look at me
Look at you now look at me
How you like that
Your girl need it all and that’s a hundred
백 개 중에 백 내 몫을 원해
Karma come and get some
딱하지만 어쩔 수 없잖아
What’s up, I’m right back
방아쇠를 cock back
Plain Jane get hijacked
Don’t like me? Then tell me how you like that
더 캄캄한 이곳에 shine like the stars
그 미소를 띠며 I’ll kiss you goodbye
실컷 비웃어라 꼴좋으니까
이제 너희 하나 둘 셋
Ha how you like that?
You gon’ like that that that that that
How you like that?
How you like that that that that that
Now look at you now look at me
Look at you now look at me
Look at you now look at me
How you like that
Now look at you now look at me
Look at you now look at me
Look at you now look at me
How you like that
날개 잃은 채로 추락했던 날
어두운 나날 속에 갇혀 있던 날
그때쯤에 넌 날 끝내야 했어
Look up in the sky it’s a bird it’s a plane
Bring out your boss bish
BLACKPINK!
How you like that
You gon’ like that
How you like that
Available on @ https://smarturl.it/HowYouLikeThat
More about BLACKPINK @
http://www.blackpinkofficial.com/
http://www.facebook.com/BLACKPINKOFFICIAL
http://www.youtube.com/BLACKPINKOFFICIAL
http://www.instagram.com/BLACKPINKOFFICIAL
https://twitter.com/BLACKPINK
BLACKPINK 블랙핑크 HowYouLikeThat PreReleaseSingle MV 20200626_6pm OutNow YG

BLACKPINK - 'How You Like That' M/V

นอกจากการดูบทความนี้แล้ว คุณยังสามารถดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่เราให้ไว้ที่นี่: ดูวิธีอื่นๆGeneral news

ขอบคุณที่รับชมกระทู้ครับ กฟท

Leave a Comment